บทที่ 1 ข้า้าแต่งงาน
“ท่านพ่อ ข้าพบคนที่ข้าพึงใจแล้ว ข้า้าแต่งงาน”เสียงออดอ้อนดังขึ้นในจวนสกุลจาง
จางหมินเย่วคุกเข่าลงตรงหน้าบิดาของตน จางเหวิ่นชิงเสนาบดีกรมคลังสองมือบางกอบกุมฝ่ามือใหญ่ที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาของเขา สายตาจ้องมองหน้าบิดาด้วยความเว้าวอน
บัดนี้จางหมินเย่วผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาร่วมหนึ่งปีแล้วภาพของซ่งฟู่หลงฉายชัดเข้ามาในหัวของนางภาพใน่เทศกาลโคมลอยที่จัดขึ้นอย่างคึกคักยิ่งใหญ่ ่เวลานั้นชายหนุ่มและหญิงสาวในเมืองต่างพากันนั่งเรือลำใหญ่สองลำซึ่งแยกบุรุษและสตรีออกจากกันเรือทั้งสองลอยขนาบด้านข้างกันไปเพื่อชมโคมลอยที่ถูกปล่อยจนเต็มไปทั่วท้องฟ้าแต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงก็ไม่ต่างจากการนัดพบของบรรดาเหล่าคุณชายและคุณหนูของจวนต่างๆเพื่อผูกสมัครรักใคร่กันในอนาคต
จางหมินเย่วก็เป็หนึ่งในบรรดาคุณหนูเ่าั้นับเป็ครั้งแรกที่จางหมินเย่วได้มีโอกาสออกมาเที่ยวชมเทศกาลโคมลอยพร้อมกับพี่สาวของนางจางหมินเย่วทั้งตื่นเต้นและตื่นตากับบรรยากาศอันน่าครึกครื้นเช่นนี้
จางหมินเย่วเป็บุตรสาวคนรองของเสนาบดีจางเหวิ่นชิงพี่สาวของนางคือจางเซี่ยโยว คุณหนูใหญ่ของจวน และยังมีน้องชายอีกคนคือจางจ้าวเว่ยทั้งสองเป็พี่น้องต่างมารดาของนางที่เกิดจากฮูหยินคนปัจจุบันส่วนมารดาของนางเป็ฮูหยินคนก่อนที่ได้เสียชีวิตลงไปั้แ่นางยังเล็กมากนัก
ในตอนที่จางหมินเย่วทอดสายตามองไปยังผืนน้ำด้านข้างสายตาของนางก็พลันสะดุดเข้ากับชายผู้หนึ่งเขาสวมอาภรณ์สีขาวที่ดูราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความสง่างามใบหน้าที่ดูหล่อเหลาชวนให้เคลิบเคลิ้ม ทั้งคิ้วเข้มหนาที่รับกับดวงตารียาวท่าทางที่เคร่งขรึมราวกับไม่แยแสสิ่งใดในใต้หล้าสายตาทอดมองไปยังเบื้องหน้าพร้อมยกสุราขึ้นดื่มด้วยท่วงท่าที่สง่างามดูน่าเกรงขาม
จางหมินเย่วถูกชายหนุ่มคนดังกล่าวสะกดสายตาให้จ้องมองอยู่เช่นนั้นเป็เวลานานหัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงขึ้นมา พร้อมลมหายใจที่ดูติดขัดท้องน้อยของนางปั่นป่วนขึ้นมาราวกับมีผีเสื้อโบยบินอยู่ในท้อง
“พี่หญิง...บุรุษผู้นั้นคือผู้ใดกัน”จางหมินเย่วกล่าวอย่างละเมอเมื่อนางหันไปสอบถามพี่สาวของตน
จางเซี่ยโยวปรายตามองตามนิ้วมือที่ชี้ไปด้านหน้าของน้องสาวของตนนางได้แต่พ่นหายใจอย่างนึกรำคาญ เดิมทีจางเซี่ยโยวไม่คิดจะพาจางหมินเย่วมาด้วยแต่เพราะทนการรบเร้าจากมารดาไม่ได้ ทำให้สุดท้ายนางจึงได้แต่จำใจ
จางเซี่ยโยวตอบด้วยน้ำเสียงอย่างขอไปที“นั่นใต้เท้าซ่งฟู่หลง ขุนนางขั้นเจ็ด ราชเลขาในองค์ฮ่องเต้”
จางเซี่ยโยวตอบเสร็จก็เบนสายตากลับไปยังจุดสนใจเดิมที่มีดวงตาคู่น้อยจับงจ้องไปที่หนิงอันอวี้ องค์ชายสี่ บุตรชายคนโตของฮองเฮาหยางกุยฮวานางยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุขอีกครั้ง ท่าทางหมายมาดพร้อมสายตาที่ลึกซึ้งที่ส่งผ่านสายลมไปยังชายหนุ่มที่ตนพึงใจ
จางหมินเย่วได้แต่หันไปค้อนขวับใส่พี่สาวของตนอย่างนึกขัดเคืองก่อนจะเบนความสนใจกลับไปยังเรือใหญ่ตรงด้านข้าง พร้อมกับยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง“ใต้เท้าซ่งฟู่หลง...”
ห้วงความคิดของจางหมินเย่วพลันสะดุดลงไปเมื่อเสียงตะคอกคำรามดังสนั่นไปทั่วห้องโถง ทำเอาจางหมินเย่วถึงกับสะดุ้งใ“เหลวไหล เ้าเป็ถึงคุณหนูรองจวนเสนาบดีกรมคลังข้าจะให้เ้าแต่งงานกับขุนนางต่ำศักดิ์เช่นนั้นได้เช่นใดกัน”จางเหวิ่นชิงตะคอกออกมาในทันทีที่ได้ยินคำขอของบุตรสาวคนรองนางเป็บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของตน ไม่ว่าจะต้องคิดเช่นใดเขาก็ไม่อาจยอมให้นางลดตัวลงไปแต่งงานกับขุนนางขั้นเจ็ดเช่นนั้นได้เป็แน่
“ท่านพ่อ...แต่ข้าได้ยินมาว่าใต้เท้าซ่งเป็ถึงคนโปรดปรานของฝ่าาเชียวนะเ้าคะหากลูกได้แต่งงานกับใต้เท้าซ่ง วันข้างหน้าลูกย่อมไม่มีทางลำบากเป็แน่”จางหมินเย่วยังคงพยายามโน้มน้าวบิดาของตนอีกครั้ง อันที่จริงจางหมินเย่วมิได้ใส่ใจสิ่งใดทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็ฐานะหรือตำแหน่งอำนาจ ขอเพียงเป็ซ่งฟู่หลง นางก็พร้อมจะติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะลำบากเพียงใดก็ตาม
“เชอะ...คนโปรดงั้นหรือ...หากฝ่าาโปรดปรานจริงดังคำว่าเหตุใดชายผู้นั้นยังเป็ได้แค่ขุนนางขั้นเจ็ดอยู่อีกเล่า”
“ท่านพ่อ...เหตุใดท่านกล่าวเช่นนี้เล่า”จางหมินเย่วลุกขึ้นยืนพร้อมมองหน้าบิดาอย่างไม่พอใจ“ข้าไม่สนว่าใต้เท้าซ่งจะเป็ขุนนางขั้นใด ข้ารักใต้เท้าซ่งข้า้าแต่งงานกับเขา”
น้ำเสียงที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจและไม่ยอมรับฟังกับท่าทางที่แข็งข้อขึ้นมาอย่างไม่ลดละ ทำให้จางเหวิ่นชิงไม่อาจระงับอารมณ์ได้อีกเขายกมือขึ้นตบหน้าจางหมินเย่วไปหนึ่งทีด้วยความโมโห
ใบหน้าของจางหมินเย่วสะบัดไปตามแรงกระทบที่ได้รับจากฝ่ามือหนาดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ ั้แ่เล็กจนโตบิดาของตนเอาใจจางหมินเย่วแทบทุกสิ่งสิ่งที่ใดที่นาง้าล้วนถูกจัดสรรให้มากองตรงหน้าอย่างไม่มีลังเล นี่จึงนับเป็ครั้งแรกในชีวิตที่จางเหวิ่นชิงถึงกับลงมือทำร้ายจางหมินเย่วรุนแรงถึงเพียงนี้แก้มของนางปรากฏรอยแดงเรื่อขึ้นเป็ริ้วจากฝ่ามือที่ัั
จางหมินเย่วยกมือขึ้นกุมใบหน้าของตนพร้อมกับหันหน้าไปประจันหน้ากับบิดาของตนสายตาจ้องมองจางเหวิ่นชิงตาเขม็งฉายความโกรธเคืองออกมาอย่างเห็นได้ชัด
จางเหวิ่นชิงเองก็ถึงกับใกับการกระทำอันวู่วามของตนเองแต่เพราะความขัดเคืองใจที่มีทำให้เขายังคงรักษาอาการเอาไว้นิ่ง
“ไม่ว่าอย่างใดหนนี้ข้ามิยินยอมให้เ้าทำตามอำเภอใจเป็อันขาด”จางเหวิ่นชิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ไม่ว่าท่านพ่อจะพูดสิ่งใด ข้าก็ขอยืนยัน...ข้าจะแต่งงานกับใต้เท้าซ่งเพียงผู้เดียวเท่านั้นหากท่านพ่อไม่ยินยอม ข้าจะหนีตามใต้เท้าซ่งไปเสียให้ได้ทีเดียว”
คำกล่าวมาดมั่นทั้งยังแฝงคำข่มขู่ของจางหมินเย่วทำเอาจางเหวิ่นชิงถึงกับเืขึ้นหน้า “เ้า....”