พลิกชะตามาเป็นสาวงาม

    ตอนที่ 39 เหนือกว่า

              “คือว่ากระหม่อมจะขอทูลลาพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว

              “อะไรนะ” องค์รัชทายาททรงยังไม่เตรียมพระทัย

              “กระหม่อมเคยทูลว่าจะจากไปหลังพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์พะย่ะค่ะกระหม่อมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายทบทวนคำขอก่อนมาช่วยงานพระองค์

              “ไว้หลังพิธีราชาภิเษกแล้วเจ้าค่อยไป” องค์รัชทายาทตรัสสั่ง

              “แต่ว่า…..” เหลียงอ้ายลังเล

              “เอาเถอะเราจะไม่บังคับให้เจ้าทำงานให้เรา ขอเพียงอยู่ที่นี่ไปก่อน”องค์รัชทายาทตรัส

              “ก็ได้พะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายคิดว่ามันอีกไม่กี่วันเอง ค่อยจากไปตอนนั้นก็ไม่สาย

              ดังนั้นเหลียงอ้ายจึงต้องเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกพอเสร็จพิธี ฝ่าบาททรงขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการเหลียงอ้ายก็รีบเก็บข้าวของเตรียมออกจากวังแล้วกลับไปที่เรือนบัณฑิต

              ท่านเหลียงอ้ายกำลังจะขึ้นรถม้าสักพักกงกงก็วิ่งมาเรียก

              “ท่านเหลียงอ้ายท่านเหลียงอ้ายขอรับ” กงกงเรียกมาแต่ไกลก่อนที่จะเข้าไปขวางหน้าไว้

              “มีอะไรงั้นหรือ ท่านกงกง”เหลียงอ้ายสงสัย

              “ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ท่านช่วยวินิจฉัยว่าใครคือเอิ่นลั่วตัวจริงขอรับ”กงกงกล่าว

              “อะไรนะ! พระองค์ทรงพบเอิ่นลั่วแล้วงั้นหรือ แล้วเหตุใดพระองค์ถึงทรงดำริว่าเอิ่นลั่วอาจเป็นตัวปลอมล่ะ” เหลียงอ้ายงง

              “ทหารได้ตามล่าเอิ่นลั่วไปทั่วหล้าจนพบเอิ่นลั่วทั้งหมดสามคนด้วยกันขอรับ”กงกงเล่า

              “สามคนเลยงั้นหรือ”เอิ่นลั่วที่ปลอมตัวเป็นเหลียงอ้ายตกใจมากที่มีผู้หญิงสามคนพยายามสวมรอยเป็นนาง

              “ใช่แล้วท่านฝ่าบาททรงแยกไม่ออกจริงๆว่าใครคือเอิ่นลั่วตัวจริง จำเป็นต้องให้ท่านช่วยขอรับ”กงกงกล่าว

              “เราจะช่วยได้อย่างไร”เหลียงอ้ายพยายามเลี่ยง

              “ในเมื่อเอิ่นลั่วมีความสามารถรอบด้านจึงจำเป็นที่จะต้องให้ท่านกุนซือที่มีความสามารถหลากหลายอย่างท่านช่วยทดสอบขอรับ”กงกงกล่าว

              “ก็ได้ แต่เราไม่รับปากนะว่าจะช่วยอะไรได้”เหลียงอ้ายจำต้องขนย้ายข้าวของกลับที่พักของตนเหมือนเดิมเพื่อดูว่าใครกันที่กล้าสวมรอยเป็นนาง

                                 ******************************

              ณ ที่ประทับของฝ่าบาท

              “ต้องรบกวนท่านแล้วท่านเหลียงอ้าย” ฝ่าบาทตรัส

              “กระหม่อมอาจช่วยอะไรไม่ได้มากนักพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทดสอบอย่างไร

              “อย่างน้อยก็ช่วยเราดูวัตถุประสงค์ของคนที่สวมรอยเป็นเอิ่นลั่วว่าพวกนางต้องการอะไรกันแน่”ฝ่าบาททรงสงสัย

              “กระหม่อมจะพยายามพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายกล่าว

              “งั้น กงกงท่านไปเชิญเอิ่นลั่วทั้งสามเข้ามาเร็วเข้า” ฝ่าบาทตรัสสั่งกงกง

              “พะย่ะค่ะ”กงกงรับคำ

              เอิ่นลั่วทั้งสามคนเดินเข้าไปในที่ประทับต่างคนต่างถวายทำความเคารพฝ่าบาทพร้อมกัน “ถวายบังคมเพคะ”

              “ลุกขึ้นเถิด” ฝ่าบาทตรัส

              “ขอบพระทัยเพคะ”

              “พวกเจ้ายังคงยืนยันว่าตนเป็นเอิ่นลั่วตัวจริงใช่หรือไม่”ฝ่าบาทตรัสถาม

              “เพคะหม่อมฉันคือเอิ่นลั่วเพคะ” คนที่หนึ่งกล่าว

              “ไม่จริงเพคะหม่อมฉันต่างหากคือเอิ่นลั่ว” คนที่สองแย้ง

              “พวกเจ้าปลอมเป็นข้าทำไมข้าต่างหากคือเอิ่นลั่วตัวจริง” คนที่สามยืนยัน

              “เงียบได้แล้วเราจะให้ท่านเหลียงอ้ายเป็นผู้ตัดสิน”ฝ่าบาทตรัสระงับไม่ให้พวกนางทะเลาะกัน แล้วหันไปตรัสถามท่านเหลียงอ้าย “เป็นไงบ้าง เจ้าดูออกมั้ย”

              เหลียงอ้ายคิดในใจว่า “พวกนางเป็นตัวปลอมทั้งหมด แต่ข้าจะบอกฝ่าบาทเช่นไรดี” เขาจึงทูลว่า “กระหม่อมดูไม่ออกพะย่ะค่ะ”

              “เจ้าลองสอบถามประวัติพวกนางดูก็แล้วกัน”ฝ่าบาททรงแนะ

              “ขอถามคนที่หนึ่งเจ้ามีพี่น้องกี่คน” เหลียงอ้ายสอบถาม

              “ข้ามีน้องสาวหนึ่งคนเจ้าค่ะนางมีชื่อว่าเอิ่นชิง ตอนนี้นางเป็นอนุภรรยาของบุตรชายท่านราชครู”

              “ข้าขอให้คนที่สองเขียนกลอนก็แล้วกัน”เหลียงอ้ายทดสอบคนที่สอง

              เอิ่นลั่วคนที่สองนั่งที่เก้าอี้โดยมีทหารยกโต๊ะมาวางพร้อมกับวางกระดาษ หมึกและพู่กัน พอนางเขียนเสร็จ

              เหลียงอ้ายก็รับมาอ่านเขาคิดในใจว่า “แต่งกลอนไพเราะกว่าข้าอีกแถมลายมือเหมือนข้าอย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลย มันเป็นไปได้ยังไง” จากนั้นท่านเหลียงอ้ายก็เลยถวายให้ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร”

              “ลายมือเหมือนเอิ่นลั่วจริงๆ”ฝ่าบาททรงจำลายมือของเอิ่นลั่วได้

              “ข้าขอให้คนที่สามแสดงความสามารถพิเศษก็แล้วกัน”ท่านเหลียงอ้ายทดสอบคนที่สาม

              “งั้นหม่อมฉันขอแสดงรำมีดสั้นเพคะ”

              “เชิญแม่นางแสดงได้” เหลียงอ้ายคิดในใจว่า “ข้าเกลียดการแสดงที่เกี่ยวข้องกับอาวุธถ้าเป็นเอิ่นลั่วตัวจริงต้องไม่เลือกการแสดงนี้ เจ้าต้องมีวัตถุประสงค์อะไรบางอย่างเป็นแน่”

              เอิ่นลั่วคนที่สามกำลังระบำมีดสั้นอย่างคนที่มีพละกำลังแข็งแกร่งราวกับว่านางมีวรยุทธ์

              เหลียงอ้ายตั้งใจดูการเคลื่อนไหวของหญิงผู้นี้อย่างไม่ให้คลาดสายตาและแล้วก็เป็นไปตามคาด เอิ่นลั่วคนที่สามรีบพุ่งตัวไปที่ฝ่าบาทหมายจะลอบปลงพระชนม์

              “ระวังพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายรีบเอาตัวเข้าไปขวางไว้ ทำให้เขาถูกแทงที่หลัง

              ฝ่าบาททรงรีบประคองท่านเหลียงอ้ายไว้ “ท่านเหลียงอ้าย ท่านอย่าเป็นอะไรนะ ตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้”

              องค์ชายรองทรงรีบประมือกับหญิงปริศนาที่กล้าปลอมตัวเป็นเอิ่นลั่วเพื่อลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทจนกระทั่งสามารถจับกุมหญิงสาวไว้ได้ ทหารองครักษ์จึงจับกุมนางไปขังในคุกหลวง

              พระชายาฉู่หลินรีบเข้าไปดูอาการของท่านเหลียงอ้าย

              เหลียงอ้ายพยายามรักษาสติไว้เขารีบบอกฝ่าบาทว่า “เอิ่นลั่วไร้ซึ่งวรยุทธ์พะย่ะค่ะผู้หญิงปริศนาคนนี้ต้องเป็นนักฆ่าแน่ๆ”

              “อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยรีบไปรักษาตัวก่อนเถิด ท่านเหลียงอ้าย” ฝ่าบาททรงห่วง

              ฝ่าบาททรงอุ้มท่านเหลียงอ้ายด้วยพระองค์เองและพาเขาเข้าไปในห้องพยาบาล

              ท่านเหลียงอ้ายพอมีสติเขารีบคว้าแขนของพระชายาฉู่หลินทันที

              “มีอะไรหรือท่านเหลียงอ้าย”ฉู่หลินตกใจ

              “พระองค์ทรงรักษากระหม่อมได้มั้ยพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายขอร้อง

              พระชายาทรงทอดพระเนตรไปทางองค์ชายรองก็ทรงเห็นพระองค์ทรงพยักพระพักตร์ เลยตรัสว่า “ได้สิเดี๋ยวเราจะรักษาท่านให้เอง”

              พระชายาฉู่หลินทรงทำการรักษาท่านเหลียงอ้ายเนื่องจากต้องรีบห้ามเลือดและต้องทำการเปิดเสื้อ นั่นจึงทำให้พระชายาทรงรู้ว่า “นี่ท่านเป็นผู้หญิงนี่”

              เหลียงอ้ายรีบทำท่าจุ๊ปากก่อนกล่าวว่า“ชู่ พระองค์ทรงสัญญาได้มั้ยเพคะว่าจะเก็บเป็นความลับ หม่อมฉัน คือเอิ่นลั่วเองเพคะ”

              “อะไรนะแสดงว่าสามคนที่แสดงตัวเป็นเจ้าก็เป็นตัวปลอมทั้งหมดน่ะสิ” ฉู่หลินตกใจ

              “ใช่แล้วเพคะแต่หม่อมฉันอยากรู้วัตถุประสงค์ของพวกนางก่อน” เหลียงอ้ายกล่าวอ้าง

              “เหตุใดท่านถึงไม่แสดงตัวล่ะ”ฉู่หลินสงสัย

              “หม่อมฉันไม่อยากใช้ชีวิตในวังเพคะพระองค์ทรงเข้าใจหม่อมฉันใช่มั้ย” เอิ่นลั่วที่ปลอมตัวเป็นเหลียงอ้ายพยายามขอความเห็นใจ

              “ก็ได้ เราจะช่วยปกปิดให้แต่ก่อนอื่นขอให้ท่านทานยานี้ไปก่อนก็แล้วกัน” ฉู่หลินยกถ้วยยาให้

              “ขอบพระทัยเพคะ” เหลียงอ้ายรับมาดื่ม

              เอิ่นลั่วที่ปลอมตัวเป็นท่านเหลียงอ้ายอยู่รีบสวมเสื้อให้เรียบร้อยก่อนที่ใครจะเข้ามาเห็นเข้า

                                 ******************************

              เช้าวันรุ่งขึ้น ฝ่าบาททรงมาเยี่ยมท่านเหลียงอ้ายที่บ้านพักของเขาตั้งแต่เช้า

              “เป็นอย่างไรบ้างท่านเหลียงอ้าย”ฝ่าบาททรงเป็นห่วง

              “กระหม่อมดีขึ้นมากแล้วพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายนอนคว่ำคุยกับฝ่าบาท

              “ขอบใจที่ช่วยชีวิตเราไว้นะ”ฝ่าบาททรงซึ้งพระทัย

              “มันเป็นหน้าที่ของกระหม่อมอยู่แล้วพะย่ะค่ะว่าแต่คนร้ายเป็นใครพะย่ะค่ะ เหลียงอ้ายอยากรู้

              “นางเป็นคนของเผ่าเจียงหนานตอนนี้ทหารกำลังไล่ล่าชนเผ่านี้อยู่ ไม่คิดว่าพวกเขาจะแค้นเรามากขนาดนี้ถึงขั้นตามฆ่าเราไม่หยุด” ฝ่าบาทตรัส

              “ทรงระวังพระองค์ด้วยพะย่ะค่ะว่าแต่พระองค์ทรงทราบหรือยังว่าใครเป็นเอิ่นลั่วตัวจริง” เหลียงอ้ายอยากรู้

              “เรารู้แล้ว” ฝ่าบาทตรัสสั้นๆ

              “ใครพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

              “เอิ่นลั่วคนที่แต่งกลอนได้ไพเราะเป็นตัวจริง”ฝ่าบาทตรัสอย่างมั่นพระทัย

              “ทรงทราบได้อย่างไรว่าเป็นนางพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายสงสัย

              “เราให้ทั้งสองคนแข่งหมากรุกกันและเอิ่นลั่วนักกวีก็สามารถเอาชนะอีกคนได้อย่างสบายๆไม่เพียงเท่านั้นนางยังดีดพิณได้ไพเราะอีก” ฝ่าบาทตรัสชื่นชม

              “แล้วคนที่รู้ประวัติของเอิ่นลั่วคนนั้นเป็นใครพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายอยากรู้

              “หลังจากที่เราให้นางกำนัลสำรวจหญิงปริศนาทั้งสองก็พบว่าผู้หญิงที่รู้ประวัติของเอิ่นลั่วสวมใส่หน้ากากปลอมตัว นางก็คือเผิงเหนียงบุตรสาวของท่านอำมาตย์ ส่วนอีกคนเป็นเอิ่นลั่วจริงๆนางไม่ได้สวมหน้ากากหรือแต่งหน้าใดๆเลย” ฝ่าบาทตรัสเล่า

              “เผิงเหนียงทำเช่นนั้นทำไมพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายสงสัย

              “นางคงหวังจะเป็นฮองเฮากระมัง”ฝ่าบาททรงคาดการณ์

              เหลียงอ้ายคิดในใจว่า “เหตุใดเผิงเหนียงถึงมีความคิดแบบเด็กๆเช่นนี้ยังไงฝ่าบาทก็ทรงจับได้อยู่ดี หาเรื่องรับโทษแท้ๆ ว่าแต่ข้ามีฝาแฝดด้วยงั้นหรือแถมเก่งรอบด้านอีกด้วย”

              เหลียงอ้ายตัดสินใจจากไปเลยกล่าวว่า“ในเมื่อพระองค์ทรงได้ตัวแม่นางเอิ่นลั่วแล้วกระหม่อมขอย้ายไปรักษาตัวที่เรือนบัณฑิตนะพะย่ะค่ะ”

              “อยู่ที่นี่แหละที่นี่มียาครบครัน เกิดอะไรขึ้นกับท่านขึ้นมา จะได้รักษาทันไง” ฝ่าบาททรงค้าน

              “กระหม่อมดีขึ้นมากแล้วพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายไม่ยอม

              “ก็ได้เราอนุญาตให้ท่านไปเรือนบัณฑิตในวันพรุ่งนี้” ฝ่าบาททรงมีพระทัยอ่อน

              “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ“เหลียงอ้ายกล่าว

                                           ******************************

              วันต่อมาท่านเหลียงอ้ายได้เดินทางกลับเรือนบัณฑิตเสียที

              “เจ้ายังบาดเจ็บอยู่นะยังมานั่งคัดลอกตำราให้ข้าอีก” อาจารย์หยางซูเกรงใจ

              “ให้ศิษย์ช่วยเถิดขอรับ”เหลียงอ้ายยังคงดื้อดึง

              ท่านอาจารย์หยางซูได้แต่ส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของลูกศิษย์

              สักพักบรรดาลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ก็พากันออกไปข้างนอก

              “อ้าวพวกเจ้าอ่านตำราจบแล้วงั้นหรือ” อาจารย์หยางซูทักลูกศิษย์

              “ยังขอรับท่านอาจารย์”ลูกศิษย์ตอบเสียงดังฟังชัด

              “แล้วจะไปไหนกันล่ะนั่น”อาจารย์สงสัย

              “มีข่าวว่าในวังจะมีการประหารบัณฑิตสาวพวกเราเกรงว่าจะเป็นท่านเอิ่นลั่วขอรับ” ลูกศิษย์อธิบาย         

            “อะไรนะ จะมีการประหารบัณฑิตสาว ทำไมล่ะฝ่าบาททรงไม่เชื่อว่าเอิ่นลั่วเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างนั้นหรือ” เหลียงอ้ายตกใจ

              “พวกเรารีบไปที่ลานประหารกันก่อนบางทีอาจขอร้องให้พระองค์ทรงพิจารณาคดีใหม่อีกครั้งเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เอิ่นลั่ว”อาจารย์หยางซูกล่าว

             

                                           ******************************

              ณ ลานประหาร

              “ฝ่าบาทเพคะหม่อมฉ้นไม่ใช่เอิ่นลั่วเพคะ” เอิ่นลั่วตัวปลอมยอมเผย

              “จะไม่ใช่ได้อย่างไรเจ้าไม่ได้สวมหน้ากาก หรือแต่งหน้าใดๆ เจ้าเหมือนเอิ่นลั่วโดยธรรมชาติแถมมีความสามารถพิเศษรอบรู้อะไรก็ตั้งหลายอย่าง” ฝ่าบาทตรัส

              “หม่อมฉันยอมสารภาพแล้วเพคะหม่อมฉันเป็นฝาแฝดของเอิ่นลั่วต่างหาก” เอิ่นลั่วตัวปลอมยอมเผย

              “ที่เจ้ากล่าวเช่นนี้เพราะเจ้ากลัวตายล่ะสิ” ฝ่าบาทตรัส

              “ทรงเชื่อหม่อมฉันนะเพคะหม่อมฉันไม่ใช่เอิ่นลั่วจริงๆ หม่อมฉันมีชื่อว่าเอิ่นผิงมีคนจ้างให้หม่อมฉันปลอมเป็นเอิ่นลั่วเพคะ” เอิ่นผิงกล่าว

              “ใครกัน” เหลียงอ้ายเค้นถาม

              “เอิ่นลั่วไงเพคะนางอยากให้หม่อมฉันรับผิดแทนนาง” เอิ่นผิงกล่าวอ้าง

              “อย่าแต่งเรื่องเลยเอิ่นลั่วไม่มีใครเชื่อเจ้าหรอก” ฝ่าบาทตรัส

              “ทรงเชื่อหม่อมฉันนะเพคะหม่อมฉันยังไม่อยากตาย” เอิ่นผิงกลัวตาย

              “ได้เวลาแล้ว ประหารนาง”ฝ่าบาทตรัสสั่งทหารอย่างเด็ดขาด

              “ช้าก่อนพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายรีบวิ่งไปคุกเข่าทัดทานต่อหน้าพระพักตร์

              “ท่านเหลียงอ้ายมีอะไรอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงแปลกพระทัย

              “นางไม่ใช่เอิ่นลั่วหรอกพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายกล่าว

              “ท่านรู้ได้อย่างไร”ฝ่าบาททรงสงสัย

              “เพราะหม่อมฉันคือเอิ่นลั่วตัวจริงเพคะ”ท่านเหลียงอ้ายค่อยๆแกะหน้ากากออก จนกระทั่งเผยตัวตน

              “ที่แท้เจ้าก็อยู่ข้างกายเรามาโดยตลอดสินะคงหมายจะลอบสังหารเราสักวันใช่หรือไม่” ฝ่าบาทตรัสอย่างเอาเรื่อง

              “แล้วแต่ทรงจะตำริเพคะดังนั้นทรงปล่อยนางไปเถิด ทรงอย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์เลยเพคะ” เอิ่นลั่วตัวจริงไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนแทนนาง

              “ก็ได้ทหารปล่อยตัวนักโทษสวมรอยคนนี้ซะ” ฝ่าบาททรงยอมปล่อยตัว

              “พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ

              เอิ่นลั่วตัวจริงเตรียมใจพร้อมยอมรับความตายนางเดินไปที่จุดประหารแต่โดยดี และคุกเข่าหลับตาทำสมาธิ

              แต่ทว่าเพชฌฆาตกลับโปะยาสลบหญิงสาวจนสลบไป

                                                    ******************************

              ณ ห้องบรรทมของฝ่าบาท

              เอิ่นลั่วตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนนั้นนอนอยู่บนพระแท่นบรรทมของฝ่าบาทและพบว่าตนกำลังสวมฉลองพระองค์ชุดฮองเฮา เอิ่นลั่วรีบลุกจากพระแท่นบรรทมแล้วไปที่คันฉ่อง พอส่องดูก็พบว่าตนได้แต่งหน้าเรียบร้อยแล้ว

              “นี่มันอะไรกัน” เอิ่นลั่วบ่นพึมพำ

              “ตื่นแล้วหรอเอิ่นลั่ว” ฝ่าบาทตรัส

              “พระองค์ทรงต้องการอะไรเพคะ”เอิ่นลั่วไม่เข้าใจ

              “อภิเษกกับเจ้าไง”ฝ่าบาทตรัสสั้นๆ

              “แต่หม่อมฉันเป็นนักโทษนะเพคะทรงอย่าลืมสิ” เอิ่นลั่วเตือน

              “นักโทษนางระบำมีดสั้นสองคนนั้นยอมสารภาพแล้วว่าพวกนางรับจ้างมาจากพระสนมเอกพระนางสั่งให้ซัดทอดมาที่เจ้าต่างหาก” ฝ่าบาททรงอธิบาย

              “แล้วที่ลานประหารนั่นล่ะเพคะหรือว่าพระองค์ทรงจัดฉากล่อหม่อมฉัน” เอิ่นลั่วเริ่มเข้าใจแผนการ

              “ก็เจ้าเล่นปลอมตัวเป็นเหลียงอ้ายนี่ไม่ทำแบบนี้เจ้าจะยอมเผยตัวตนอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงเผย

              “เอิ่นลั่วตัวปลอมทั้งสามก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพระองค์พระองค์ทรงเจ้าเล่ห์มากเลยนะเพคะ แต่ในเมื่อหม่อมฉันเป็นผู้บริสุทธิ์งั้นหม่อมฉันขอตัวกลับก่อน” เอิ่นลั่วพยายามเดินหนีออกนอกห้องบรรทม

              “เจ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”ฝ่าบาททรงจับต้นแขนรั้งนางไว้

              “ฝ่าบาททรงเป็นสุภาพบุรุษพระองค์คงไม่เที่ยวฝืนใจหญิงชาวบ้านหรอกนะเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าวเสียงแข็ง

              “เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกหลอกตัวเองเสียทีเจ้ารักเรามาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ยอมตายแทนเราหรอก” ฝ่าบาทตรัส

              “ทรงรู้เมื่อไหร่ว่าเหลียงอ้ายคือหม่อมฉันเพคะ”เอิ่นลั่วอยากรู้จริงๆ

              “รู้ตั้งแต่แรกแล้ว”ฝ่าบาทตรัสยิ้มๆ

              “หมายความว่ายังไงพระองค์ทรงแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าเป็นหม่อมฉัน และหลอกให้หม่อมฉันช่วยงานพระองค์งั้นหรือเพคะ”เอิ่นลั่วตกใจที่ตนหลงกล

              “หากเราแสดงตัวว่ารู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเจ้าก็คงจะหนีและไม่ยอมช่วยงานเราน่ะสิ” ฝ่าบาทตรัส

              “หม่อมฉันจะกลับแล้วเพคะ”เอิ่นลั่วพยายามผลักพระหัตถ์ของฝ่าบาทออกแล้วเดินหนี

              แต่ทว่าฝ่าบาททรงรีบคว้าตัวเอิ่นลั่วและดึงนางเข้าไปกอดเสียแน่น

              “โอ๊ย!”เอิ่นลั่วรู้สึกเจ็บแผล

              “เราขอโทษสะเทือนแผลอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาททรงยอมคลายอ้อมกอดแต่ไม่ยอมปล่อย

              “ปล่อยนะเพคะ” เอิ่นลั่วพยายามดิ้นแต่ไม่กล้าดิ้นแรง เพราะกลัวเจ็บแผล

              “อยู่กับเราตลอดไปเถิดเราขอร้อง” ฝ่าบาททรงยอมตรัสดีๆ

              “พระองค์ทรงทำเพื่อเอาชนะหม่อมฉันเท่านั้นใช่มั้ยเพคะ”เอิ่นลั่วกล่าว

              “เรารักเจ้ามากนะเอิ่นลั่วเราขอโทษที่เคยไม่เชื่อใจเจ้า อีกทั้งจะเนรเทศเจ้าไปชายแดนอีกได้โปรดให้โอกาสเราอีกสักครั้งเถิดนะ” ฝ่าบาททรงขอร้อง

              “ไม่! อื้อ….” เอิ่นลั่วกำลังจะปฏิเสธแต่กล่าวไม่จบ

              ฝ่าบาททรงชิงจุมพิตหญิงสาวเพราะทรงไม่อยากได้ยินเอิ่นลั่วกล่าวปฏิเสธ

              เอิ่นลั่วพยายามขัดขืนแต่นางไม่กล้าสะบัดตัวแรงเพราะแผลยังคงอักเสบ

              ฝ่าบาททรงนั่งบนที่ประทับแล้วดึงหญิงสาวมานั่งบนพระเพลา (ตัก) ของพระองค์

              เอิ่นลั่วพยายามผลักตัวพระองค์และขอร้อง“ทรงหยุดเถอะเพคะ ทรงอย่าทำแบบนี้เลยนะเพคะ”

              ฝ่าบาททรงจูบไซร้ซอกคอหญิงสาวและตรัสว่า“จนกว่าเจ้าจะยินยอมตกลงอภิเษก เราถึงจะยอมหยุดล่วงเกินเจ้า”

              “หม่อมฉ้นยอมแล้วเพคะ”เอิ่นลั่วกลัวยั้งอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่แล้วหลงเพลิดเพลินไปตามไฟราคะในใจ นางก็เลยยินยอม

              “ยอมอะไร” ฝ่าบาทตรัส

              “ยอมอภิเษกกับพระองค์เพคะ”เอิ่นลั่วหน้าแดงเพราะเขิน

              “ก็แค่นี้” ฝ่าบาททรงยอมปล่อยหญิงสาว

              เอิ่นลั่วในตอนนี้มีแต่รอยแดงที่คอพอฝ่าบาททรงยอมหยุด นางก็เลยรีบลุกจากพระเพลาของฝ่าบาทแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย

              ฝ่าบาททรงตรัสเรียกนางกำนัลให้มาแต่งตัวแต่งหน้าทำผมให้กับว่าที่ฮองเฮาส่วนฝ่าบาทก็เสด็จไปที่ห้องทรงงานเพื่อรอเข้าสู่พิธีอภิเษกที่แอบจัดขึ้น

                                                    ******************************

              ณ ตำหนักองค์ชายรอง

            องค์ชายรองทรงรอพระชายาอยู่หน้าห้องบรรทม

              “ทำไมแต่งตัวนานจัง”องค์ชายรองทรงบ่น

              “ก็พระองค์ตรัสบอกหม่อมฉันอย่างฉุกละหุกนี่เพคะและสรุปว่าฝ่าบาททรงทราบแต่แรกอยู่แล้วว่าท่านเหลียงอ้ายคือเอิ่นลั่วหรือเพคะ”ฉู่หลินแต่งตัวไปคุยไป

              “ใช่ฝ่าบาททรงแอบเสด็จไปที่บ้านพักของท่านเหลียงอ้ายในช่วงที่เขากำลังจะอาบน้ำพอท่านเหลียงอ้ายแกะหน้ากากเป็นเอิ่นลั่วเท่านั้นแหละพระองค์ก็ทรงกำชับให้ทหารองครักษ์คอยคุ้มกันนางอยู่ห่างๆ”

              “ถึงว่าฝ่าบาทถึงทรงไม่ยอมแยกจากท่านเหลียงอ้ายเลยเพคะ ฝ่าบาททรงเจ้าเล่ห์เหมือนพระองค์ไม่มีผิดสมกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ” ฉู่หลินกล่าว

              “เราจะถือว่านั่นเป็นคำชมนะเสร็จรึยัง พวกเราจะได้รีบไป” องค์ชายรองตรัส

              “เสร็จแล้วเพคะ” ฉู่หลินแต่งตัวเสร็จพอดี

              ชายาฉู่หลินเสด็จออกมาจากห้องบรรทมแล้วเดินตามพระสวามีไปขึ้นเกี้ยว

              แต่อยู่ดีๆองค์ชายรองก็ทรงหันกลับมาจนฉู่หลินชนพระอุระของพระองค์เข้าอย่างจัง

              “โอ๊ย! หยุดทำไมล่ะเพคะ” ฉู่หลินบ่น

              องค์ชายรองทรงจับไหล่ของฉู่หลินและตรัสว่า“เจ้างดงามถึงเพียงนี้เห็นทีเราคงต้องกักตัวเจ้าอยู่แต่ในตำหนักเสียแล้ว”

              “หม่อมฉันไม่นอกใจพระองค์หรอกเพคะ”ฉู่หลินกล่าว

              “เราไว้ใจเจ้าแต่ไม่ไว้ใจคนอื่นต่างหาก” องค์ชายรองทรงหวงหญิงสาวมาก

              “แต่หม่อมฉันขอเปิดร้านหมอรักษาคนที่ชายแดนนะเพคะ”ฉู่หลินอยากใช้วิชาความรู้ทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์

              “เปิดร้านหมอได้แต่ต้องปิดบังใบหน้ารู้มั้ย” องค์ชายรองทรงยื่นคำขาด

              “แต่ว่า….” ฉู่หลินลังเลเพราะคิดว่านางอาจทำงานได้ไม่ถนัดถ้าใช้ผ้าปิดบังครึ่งหน้าไว้

              “งั้นเราไม่ให้เปิดร้าน”องค์ชายรองตรัส

              “ก็ได้เพคะหม่อมฉันจะปิดบังใบหน้ารักษาคนไข้เพคะ” ฉู่หลินยอมทำตามรับสั่ง

              “งั้นรีบไปกันเถอะ”องค์ชายรองตรัสยิ้มๆก่อนจูงมือหญิงสาวเสด็จไปที่เกี้ยวที่จัดเตรียมไว้

              ******************************

              ณ ท้องพระโรง

              ฝ่าบาททรงมีรับสั่งแต่งตั้งเอิ่นลั่วเป็นฮองเฮาอย่างเป็นทางการและจัดพิธีอภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา โดยมีเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางร่วมกันเป็นสักขีพยาน

              องค์ไทเฮาเสด็จมาอวยพรคู่บ่าวสาวก่อนที่จะออกไปจากห้องหอ

              ฝ่าบาททรงเปิดผ้าคลุมหน้าของหญิงสาวออก

              “ทำหน้าบึ้งแบบนี้ยังไม่หายโกรธเราอีกงั้นหรือ” ฝ่าบาทตรัส

              “ทำไมหม่อมฉันถึงเสียรู้พระองค์อยู่เรื่อยเลยล่ะเพคะ”เอิ่นลั่วบ่น

              “ถ้าเราปราบเจ้าไม่ได้เจ้าจะยอมรับเราเป็นสามีอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาทตรัสยิ้มๆ

              “แต่หม่อมฉันเบื่อกับการใช้ชีวิตที่ต้องคอยรบราฆ่าฟันกับเหล่าสนมของพระองค์นี่เพคะ”เอิ่นลั่วกังวล

              “เราจะมีเจ้าคนเดียวตกลงมั้ย” ฝ่าบาทตรัสคำมั่น

              “ทรงตรัสจริงหรือเพคะและหากหม่อมฉันไม่มีทายาทให้พระองค์ ทรงจะทำเช่นไร” เอิ่นลั่วสงสัย

              “เอาเป็นว่าเราจะขยันผลิตทายาทกับเจ้าก็แล้วกัน”ฝ่าบาทตรัสเพราะทรงแน่พระทัยว่าฮองเฮาของพระองค์จะต้องตั้งครรภ์ในไม่ช้า

              เอิ่นลั่วเริ่มเขินนางก็เลยเป็นฝ่ายลุกไปรินเหล้ามงคล และถวายให้กับฝ่าบาท

              ทั้งสองคล้องแขนกันแล้วดื่มเหล้ามงคล

              “วันนี้พวกเรานอนกันเถิดเพคะ” เอิ่นลั่วตัดบท

              “นอนสิ” ฝ่าบาททรงบรรทมแต่โดยดี

              เอิ่นลั่วนึกแปลกใจที่ฝ่าบาททรงยอมฟังนางก็เลยนอนห่มผ้าแล้วหันหลังให้ฝ่าบาท         ฝ่าบาททรงปล่อยผ้าม่านลงมาปิดบังไว้ก่อนที่จะเข้าสู่ฉากหวานของคนทั้งคู่

              “ไหนว่าจะนอนไงเพคะ”เอิ่นลั่วท้วง

              “เจ้าคิดว่าเราจะอดใจไหวงั้นหรือเอิ่นลั่ว”ฝ่าบาททรงคร่อมตัวหญิงสาว ก่อนที่จะจูบพรมไปทั่ว

              “เดี๋ยวสิเพคะพวกเรามาตกลงกันก่อน” เอิ่นลั่วพยายามถ่วงเวลา

              แต่เสียงหญิงสาวก็ได้หายไปเพราะถูกปิดด้วยพระโอษฐ์บทบรรเลงเพลงรักดำเนินต่อไปจนถึงเช้าของวันถัดไป ฝ่าบาททรงกระทำกับเอิ่นลั่วอย่างอ่อนโยนที่สุดเพื่อไม่ให้สะเทือนบาดแผลของนาง

              ระหว่างที่ฝ่าบาททรงกอดหญิงสาวที่มีอาการเหนื่อยล้าก็ทรงกระซิบว่า “เราพิสูจน์แล้วนะว่าเราเป็นคนแรกของเจ้า”

              “แต่ใจของหม่อมฉันอยู่ที่…..” เอิ่นลั่วกล่าวเพราะไม่อยากให้ฝ่าบาททรงได้ใจแต่ก็ต้องหยุดชะงัก

              ฝ่าบาททรงคร่อมตัวหญิงสาวไว้จนเอิ่นลั่วตกใจ

              ฝ่าบาทตรัสขู่ว่า “พูดดีๆนะ เอิ่นลั่ว ไม่เช่นนั้นเราจะลงโทษเจ้าเหมือนเมื่อคืน และอาจลงโทษหนักกว่าเดิม”

              “ใจของหม่อมฉันอยู่ที่พระองค์เพคะ”เอิ่นลั่วไม่กล้ากระตุ้นอารมณ์กริ้วของฝ่าบาท ก็เลยยอมเผยใจตัวเอง

              “ดีมากเดี๋ยวเราให้รางวัล” ฝ่าบาทตรัสยิ้มๆ

              “ไม่ต้องก็ได้เพคะ พะพอแล้ว ทรงต้องปรึกษาราชกิจไม่ใช่หรือเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าวอ้าง

              “เราเลื่อนนัดเป็นตอนเย็นแล้วเห็นมั้ยว่าเราเตรียมการเป็นอย่างดี เพื่อเจ้าเลยนะ” ฝ่าบาททรงอวด

              และแล้วฉากหวานระหว่างคนทั้งคู่ยังคงเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาจนถึงเที่ยงวัน

                        ******************************

              สองวันต่อมาก็ถึงเวลาที่สองพี่น้องจะต้องจากกันไปไกล

              ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงไปส่งองค์ชายรองและพระชายาที่หน้าประตูเมือง

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตามาเป็นสาวงาม ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312