“คือว่ากระหม่อมจะขอทูลลาพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว
“อะไรนะ” องค์รัชทายาททรงยังไม่เตรียมพระทัย
“กระหม่อมเคยทูลว่าจะจากไปหลังพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์พะย่ะค่ะกระหม่อมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายทบทวนคำขอก่อนมาช่วยงานพระองค์
“ไว้หลังพิธีราชาภิเษกแล้วเจ้าค่อยไป” องค์รัชทายาทตรัสสั่ง
“แต่ว่า…..” เหลียงอ้ายลังเล
“เอาเถอะเราจะไม่บังคับให้เจ้าทำงานให้เรา ขอเพียงอยู่ที่นี่ไปก่อน”องค์รัชทายาทตรัส
“ก็ได้พะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายคิดว่ามันอีกไม่กี่วันเอง ค่อยจากไปตอนนั้นก็ไม่สาย
ดังนั้นเหลียงอ้ายจึงต้องเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกพอเสร็จพิธี ฝ่าบาททรงขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการเหลียงอ้ายก็รีบเก็บข้าวของเตรียมออกจากวังแล้วกลับไปที่เรือนบัณฑิต
ท่านเหลียงอ้ายกำลังจะขึ้นรถม้าสักพักกงกงก็วิ่งมาเรียก
“ท่านเหลียงอ้ายท่านเหลียงอ้ายขอรับ” กงกงเรียกมาแต่ไกลก่อนที่จะเข้าไปขวางหน้าไว้
“มีอะไรงั้นหรือ ท่านกงกง”เหลียงอ้ายสงสัย
“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ท่านช่วยวินิจฉัยว่าใครคือเอิ่นลั่วตัวจริงขอรับ”กงกงกล่าว
“อะไรนะ! พระองค์ทรงพบเอิ่นลั่วแล้วงั้นหรือ แล้วเหตุใดพระองค์ถึงทรงดำริว่าเอิ่นลั่วอาจเป็นตัวปลอมล่ะ” เหลียงอ้ายงง
“ทหารได้ตามล่าเอิ่นลั่วไปทั่วหล้าจนพบเอิ่นลั่วทั้งหมดสามคนด้วยกันขอรับ”กงกงเล่า
“สามคนเลยงั้นหรือ”เอิ่นลั่วที่ปลอมตัวเป็นเหลียงอ้ายตกใจมากที่มีผู้หญิงสามคนพยายามสวมรอยเป็นนาง
“ใช่แล้วท่านฝ่าบาททรงแยกไม่ออกจริงๆว่าใครคือเอิ่นลั่วตัวจริง จำเป็นต้องให้ท่านช่วยขอรับ”กงกงกล่าว
“เราจะช่วยได้อย่างไร”เหลียงอ้ายพยายามเลี่ยง
“ในเมื่อเอิ่นลั่วมีความสามารถรอบด้านจึงจำเป็นที่จะต้องให้ท่านกุนซือที่มีความสามารถหลากหลายอย่างท่านช่วยทดสอบขอรับ”กงกงกล่าว
“ก็ได้ แต่เราไม่รับปากนะว่าจะช่วยอะไรได้”เหลียงอ้ายจำต้องขนย้ายข้าวของกลับที่พักของตนเหมือนเดิมเพื่อดูว่าใครกันที่กล้าสวมรอยเป็นนาง
******************************
ณ ที่ประทับของฝ่าบาท
“ต้องรบกวนท่านแล้วท่านเหลียงอ้าย” ฝ่าบาทตรัส
“กระหม่อมอาจช่วยอะไรไม่ได้มากนักพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทดสอบอย่างไร
“อย่างน้อยก็ช่วยเราดูวัตถุประสงค์ของคนที่สวมรอยเป็นเอิ่นลั่วว่าพวกนางต้องการอะไรกันแน่”ฝ่าบาททรงสงสัย
“กระหม่อมจะพยายามพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายกล่าว
“งั้น กงกงท่านไปเชิญเอิ่นลั่วทั้งสามเข้ามาเร็วเข้า” ฝ่าบาทตรัสสั่งกงกง
“พะย่ะค่ะ”กงกงรับคำ
เอิ่นลั่วทั้งสามคนเดินเข้าไปในที่ประทับต่างคนต่างถวายทำความเคารพฝ่าบาทพร้อมกัน “ถวายบังคมเพคะ”
“ลุกขึ้นเถิด” ฝ่าบาทตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ”
“พวกเจ้ายังคงยืนยันว่าตนเป็นเอิ่นลั่วตัวจริงใช่หรือไม่”ฝ่าบาทตรัสถาม
“เพคะหม่อมฉันคือเอิ่นลั่วเพคะ” คนที่หนึ่งกล่าว
“ไม่จริงเพคะหม่อมฉันต่างหากคือเอิ่นลั่ว” คนที่สองแย้ง
“พวกเจ้าปลอมเป็นข้าทำไมข้าต่างหากคือเอิ่นลั่วตัวจริง” คนที่สามยืนยัน
“เงียบได้แล้วเราจะให้ท่านเหลียงอ้ายเป็นผู้ตัดสิน”ฝ่าบาทตรัสระงับไม่ให้พวกนางทะเลาะกัน แล้วหันไปตรัสถามท่านเหลียงอ้าย “เป็นไงบ้าง เจ้าดูออกมั้ย”
เหลียงอ้ายคิดในใจว่า “พวกนางเป็นตัวปลอมทั้งหมด แต่ข้าจะบอกฝ่าบาทเช่นไรดี” เขาจึงทูลว่า “กระหม่อมดูไม่ออกพะย่ะค่ะ”
“เจ้าลองสอบถามประวัติพวกนางดูก็แล้วกัน”ฝ่าบาททรงแนะ
“ขอถามคนที่หนึ่งเจ้ามีพี่น้องกี่คน” เหลียงอ้ายสอบถาม
“ข้ามีน้องสาวหนึ่งคนเจ้าค่ะนางมีชื่อว่าเอิ่นชิง ตอนนี้นางเป็นอนุภรรยาของบุตรชายท่านราชครู”
“ข้าขอให้คนที่สองเขียนกลอนก็แล้วกัน”เหลียงอ้ายทดสอบคนที่สอง
เอิ่นลั่วคนที่สองนั่งที่เก้าอี้โดยมีทหารยกโต๊ะมาวางพร้อมกับวางกระดาษ หมึกและพู่กัน พอนางเขียนเสร็จ
เหลียงอ้ายก็รับมาอ่านเขาคิดในใจว่า “แต่งกลอนไพเราะกว่าข้าอีกแถมลายมือเหมือนข้าอย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลย มันเป็นไปได้ยังไง” จากนั้นท่านเหลียงอ้ายก็เลยถวายให้ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร”
“ลายมือเหมือนเอิ่นลั่วจริงๆ”ฝ่าบาททรงจำลายมือของเอิ่นลั่วได้
“ข้าขอให้คนที่สามแสดงความสามารถพิเศษก็แล้วกัน”ท่านเหลียงอ้ายทดสอบคนที่สาม
“งั้นหม่อมฉันขอแสดงรำมีดสั้นเพคะ”
“เชิญแม่นางแสดงได้” เหลียงอ้ายคิดในใจว่า “ข้าเกลียดการแสดงที่เกี่ยวข้องกับอาวุธถ้าเป็นเอิ่นลั่วตัวจริงต้องไม่เลือกการแสดงนี้ เจ้าต้องมีวัตถุประสงค์อะไรบางอย่างเป็นแน่”
เอิ่นลั่วคนที่สามกำลังระบำมีดสั้นอย่างคนที่มีพละกำลังแข็งแกร่งราวกับว่านางมีวรยุทธ์
เหลียงอ้ายตั้งใจดูการเคลื่อนไหวของหญิงผู้นี้อย่างไม่ให้คลาดสายตาและแล้วก็เป็นไปตามคาด เอิ่นลั่วคนที่สามรีบพุ่งตัวไปที่ฝ่าบาทหมายจะลอบปลงพระชนม์
“ระวังพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายรีบเอาตัวเข้าไปขวางไว้ ทำให้เขาถูกแทงที่หลัง
ฝ่าบาททรงรีบประคองท่านเหลียงอ้ายไว้ “ท่านเหลียงอ้าย ท่านอย่าเป็นอะไรนะ ตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้”
องค์ชายรองทรงรีบประมือกับหญิงปริศนาที่กล้าปลอมตัวเป็นเอิ่นลั่วเพื่อลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทจนกระทั่งสามารถจับกุมหญิงสาวไว้ได้ ทหารองครักษ์จึงจับกุมนางไปขังในคุกหลวง
พระชายาฉู่หลินรีบเข้าไปดูอาการของท่านเหลียงอ้าย
เหลียงอ้ายพยายามรักษาสติไว้เขารีบบอกฝ่าบาทว่า “เอิ่นลั่วไร้ซึ่งวรยุทธ์พะย่ะค่ะผู้หญิงปริศนาคนนี้ต้องเป็นนักฆ่าแน่ๆ”
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยรีบไปรักษาตัวก่อนเถิด ท่านเหลียงอ้าย” ฝ่าบาททรงห่วง
ฝ่าบาททรงอุ้มท่านเหลียงอ้ายด้วยพระองค์เองและพาเขาเข้าไปในห้องพยาบาล
ท่านเหลียงอ้ายพอมีสติเขารีบคว้าแขนของพระชายาฉู่หลินทันที
“มีอะไรหรือท่านเหลียงอ้าย”ฉู่หลินตกใจ
“พระองค์ทรงรักษากระหม่อมได้มั้ยพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายขอร้อง
พระชายาทรงทอดพระเนตรไปทางองค์ชายรองก็ทรงเห็นพระองค์ทรงพยักพระพักตร์ เลยตรัสว่า “ได้สิเดี๋ยวเราจะรักษาท่านให้เอง”
พระชายาฉู่หลินทรงทำการรักษาท่านเหลียงอ้ายเนื่องจากต้องรีบห้ามเลือดและต้องทำการเปิดเสื้อ นั่นจึงทำให้พระชายาทรงรู้ว่า “นี่ท่านเป็นผู้หญิงนี่”
เหลียงอ้ายรีบทำท่าจุ๊ปากก่อนกล่าวว่า“ชู่ พระองค์ทรงสัญญาได้มั้ยเพคะว่าจะเก็บเป็นความลับ หม่อมฉัน คือเอิ่นลั่วเองเพคะ”
“อะไรนะแสดงว่าสามคนที่แสดงตัวเป็นเจ้าก็เป็นตัวปลอมทั้งหมดน่ะสิ” ฉู่หลินตกใจ
“ใช่แล้วเพคะแต่หม่อมฉันอยากรู้วัตถุประสงค์ของพวกนางก่อน” เหลียงอ้ายกล่าวอ้าง
“เหตุใดท่านถึงไม่แสดงตัวล่ะ”ฉู่หลินสงสัย
“หม่อมฉันไม่อยากใช้ชีวิตในวังเพคะพระองค์ทรงเข้าใจหม่อมฉันใช่มั้ย” เอิ่นลั่วที่ปลอมตัวเป็นเหลียงอ้ายพยายามขอความเห็นใจ
“ก็ได้ เราจะช่วยปกปิดให้แต่ก่อนอื่นขอให้ท่านทานยานี้ไปก่อนก็แล้วกัน” ฉู่หลินยกถ้วยยาให้
“ขอบพระทัยเพคะ” เหลียงอ้ายรับมาดื่ม
เอิ่นลั่วที่ปลอมตัวเป็นท่านเหลียงอ้ายอยู่รีบสวมเสื้อให้เรียบร้อยก่อนที่ใครจะเข้ามาเห็นเข้า
******************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ฝ่าบาททรงมาเยี่ยมท่านเหลียงอ้ายที่บ้านพักของเขาตั้งแต่เช้า
“เป็นอย่างไรบ้างท่านเหลียงอ้าย”ฝ่าบาททรงเป็นห่วง
“กระหม่อมดีขึ้นมากแล้วพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายนอนคว่ำคุยกับฝ่าบาท
“ขอบใจที่ช่วยชีวิตเราไว้นะ”ฝ่าบาททรงซึ้งพระทัย
“มันเป็นหน้าที่ของกระหม่อมอยู่แล้วพะย่ะค่ะว่าแต่คนร้ายเป็นใครพะย่ะค่ะ เหลียงอ้ายอยากรู้
“นางเป็นคนของเผ่าเจียงหนานตอนนี้ทหารกำลังไล่ล่าชนเผ่านี้อยู่ ไม่คิดว่าพวกเขาจะแค้นเรามากขนาดนี้ถึงขั้นตามฆ่าเราไม่หยุด” ฝ่าบาทตรัส
“ทรงระวังพระองค์ด้วยพะย่ะค่ะว่าแต่พระองค์ทรงทราบหรือยังว่าใครเป็นเอิ่นลั่วตัวจริง” เหลียงอ้ายอยากรู้
“เรารู้แล้ว” ฝ่าบาทตรัสสั้นๆ
“ใครพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“เอิ่นลั่วคนที่แต่งกลอนได้ไพเราะเป็นตัวจริง”ฝ่าบาทตรัสอย่างมั่นพระทัย
“ทรงทราบได้อย่างไรว่าเป็นนางพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายสงสัย
“เราให้ทั้งสองคนแข่งหมากรุกกันและเอิ่นลั่วนักกวีก็สามารถเอาชนะอีกคนได้อย่างสบายๆไม่เพียงเท่านั้นนางยังดีดพิณได้ไพเราะอีก” ฝ่าบาทตรัสชื่นชม
“แล้วคนที่รู้ประวัติของเอิ่นลั่วคนนั้นเป็นใครพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายอยากรู้
“หลังจากที่เราให้นางกำนัลสำรวจหญิงปริศนาทั้งสองก็พบว่าผู้หญิงที่รู้ประวัติของเอิ่นลั่วสวมใส่หน้ากากปลอมตัว นางก็คือเผิงเหนียงบุตรสาวของท่านอำมาตย์ ส่วนอีกคนเป็นเอิ่นลั่วจริงๆนางไม่ได้สวมหน้ากากหรือแต่งหน้าใดๆเลย” ฝ่าบาทตรัสเล่า
“เผิงเหนียงทำเช่นนั้นทำไมพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายสงสัย
“นางคงหวังจะเป็นฮองเฮากระมัง”ฝ่าบาททรงคาดการณ์
เหลียงอ้ายคิดในใจว่า “เหตุใดเผิงเหนียงถึงมีความคิดแบบเด็กๆเช่นนี้ยังไงฝ่าบาทก็ทรงจับได้อยู่ดี หาเรื่องรับโทษแท้ๆ ว่าแต่ข้ามีฝาแฝดด้วยงั้นหรือแถมเก่งรอบด้านอีกด้วย”
เหลียงอ้ายตัดสินใจจากไปเลยกล่าวว่า“ในเมื่อพระองค์ทรงได้ตัวแม่นางเอิ่นลั่วแล้วกระหม่อมขอย้ายไปรักษาตัวที่เรือนบัณฑิตนะพะย่ะค่ะ”
“อยู่ที่นี่แหละที่นี่มียาครบครัน เกิดอะไรขึ้นกับท่านขึ้นมา จะได้รักษาทันไง” ฝ่าบาททรงค้าน
“กระหม่อมดีขึ้นมากแล้วพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายไม่ยอม
“ก็ได้เราอนุญาตให้ท่านไปเรือนบัณฑิตในวันพรุ่งนี้” ฝ่าบาททรงมีพระทัยอ่อน
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ“เหลียงอ้ายกล่าว
******************************
วันต่อมาท่านเหลียงอ้ายได้เดินทางกลับเรือนบัณฑิตเสียที
“เจ้ายังบาดเจ็บอยู่นะยังมานั่งคัดลอกตำราให้ข้าอีก” อาจารย์หยางซูเกรงใจ
“ให้ศิษย์ช่วยเถิดขอรับ”เหลียงอ้ายยังคงดื้อดึง
ท่านอาจารย์หยางซูได้แต่ส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของลูกศิษย์
สักพักบรรดาลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ก็พากันออกไปข้างนอก
“อ้าวพวกเจ้าอ่านตำราจบแล้วงั้นหรือ” อาจารย์หยางซูทักลูกศิษย์
“ยังขอรับท่านอาจารย์”ลูกศิษย์ตอบเสียงดังฟังชัด
“แล้วจะไปไหนกันล่ะนั่น”อาจารย์สงสัย
“มีข่าวว่าในวังจะมีการประหารบัณฑิตสาวพวกเราเกรงว่าจะเป็นท่านเอิ่นลั่วขอรับ” ลูกศิษย์อธิบาย
“อะไรนะ จะมีการประหารบัณฑิตสาว ทำไมล่ะฝ่าบาททรงไม่เชื่อว่าเอิ่นลั่วเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างนั้นหรือ” เหลียงอ้ายตกใจ
“พวกเรารีบไปที่ลานประหารกันก่อนบางทีอาจขอร้องให้พระองค์ทรงพิจารณาคดีใหม่อีกครั้งเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เอิ่นลั่ว”อาจารย์หยางซูกล่าว
******************************
ณ ลานประหาร
“ฝ่าบาทเพคะหม่อมฉ้นไม่ใช่เอิ่นลั่วเพคะ” เอิ่นลั่วตัวปลอมยอมเผย
“จะไม่ใช่ได้อย่างไรเจ้าไม่ได้สวมหน้ากาก หรือแต่งหน้าใดๆ เจ้าเหมือนเอิ่นลั่วโดยธรรมชาติแถมมีความสามารถพิเศษรอบรู้อะไรก็ตั้งหลายอย่าง” ฝ่าบาทตรัส
“หม่อมฉันยอมสารภาพแล้วเพคะหม่อมฉันเป็นฝาแฝดของเอิ่นลั่วต่างหาก” เอิ่นลั่วตัวปลอมยอมเผย
“ที่เจ้ากล่าวเช่นนี้เพราะเจ้ากลัวตายล่ะสิ” ฝ่าบาทตรัส
“ทรงเชื่อหม่อมฉันนะเพคะหม่อมฉันไม่ใช่เอิ่นลั่วจริงๆ หม่อมฉันมีชื่อว่าเอิ่นผิงมีคนจ้างให้หม่อมฉันปลอมเป็นเอิ่นลั่วเพคะ” เอิ่นผิงกล่าว
“ใครกัน” เหลียงอ้ายเค้นถาม
“เอิ่นลั่วไงเพคะนางอยากให้หม่อมฉันรับผิดแทนนาง” เอิ่นผิงกล่าวอ้าง
“อย่าแต่งเรื่องเลยเอิ่นลั่วไม่มีใครเชื่อเจ้าหรอก” ฝ่าบาทตรัส
“ทรงเชื่อหม่อมฉันนะเพคะหม่อมฉันยังไม่อยากตาย” เอิ่นผิงกลัวตาย
“ได้เวลาแล้ว ประหารนาง”ฝ่าบาทตรัสสั่งทหารอย่างเด็ดขาด
“ช้าก่อนพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายรีบวิ่งไปคุกเข่าทัดทานต่อหน้าพระพักตร์
“ท่านเหลียงอ้ายมีอะไรอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงแปลกพระทัย
“นางไม่ใช่เอิ่นลั่วหรอกพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายกล่าว
“ท่านรู้ได้อย่างไร”ฝ่าบาททรงสงสัย
“เพราะหม่อมฉันคือเอิ่นลั่วตัวจริงเพคะ”ท่านเหลียงอ้ายค่อยๆแกะหน้ากากออก จนกระทั่งเผยตัวตน
“ที่แท้เจ้าก็อยู่ข้างกายเรามาโดยตลอดสินะคงหมายจะลอบสังหารเราสักวันใช่หรือไม่” ฝ่าบาทตรัสอย่างเอาเรื่อง
“แล้วแต่ทรงจะตำริเพคะดังนั้นทรงปล่อยนางไปเถิด ทรงอย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์เลยเพคะ” เอิ่นลั่วตัวจริงไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนแทนนาง
“ก็ได้ทหารปล่อยตัวนักโทษสวมรอยคนนี้ซะ” ฝ่าบาททรงยอมปล่อยตัว
“พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ
เอิ่นลั่วตัวจริงเตรียมใจพร้อมยอมรับความตายนางเดินไปที่จุดประหารแต่โดยดี และคุกเข่าหลับตาทำสมาธิ
แต่ทว่าเพชฌฆาตกลับโปะยาสลบหญิงสาวจนสลบไป
******************************
ณ ห้องบรรทมของฝ่าบาท
เอิ่นลั่วตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนนั้นนอนอยู่บนพระแท่นบรรทมของฝ่าบาทและพบว่าตนกำลังสวมฉลองพระองค์ชุดฮองเฮา เอิ่นลั่วรีบลุกจากพระแท่นบรรทมแล้วไปที่คันฉ่อง พอส่องดูก็พบว่าตนได้แต่งหน้าเรียบร้อยแล้ว
“นี่มันอะไรกัน” เอิ่นลั่วบ่นพึมพำ
“ตื่นแล้วหรอเอิ่นลั่ว” ฝ่าบาทตรัส
“พระองค์ทรงต้องการอะไรเพคะ”เอิ่นลั่วไม่เข้าใจ
“อภิเษกกับเจ้าไง”ฝ่าบาทตรัสสั้นๆ
“แต่หม่อมฉันเป็นนักโทษนะเพคะทรงอย่าลืมสิ” เอิ่นลั่วเตือน
“นักโทษนางระบำมีดสั้นสองคนนั้นยอมสารภาพแล้วว่าพวกนางรับจ้างมาจากพระสนมเอกพระนางสั่งให้ซัดทอดมาที่เจ้าต่างหาก” ฝ่าบาททรงอธิบาย
“แล้วที่ลานประหารนั่นล่ะเพคะหรือว่าพระองค์ทรงจัดฉากล่อหม่อมฉัน” เอิ่นลั่วเริ่มเข้าใจแผนการ
“ก็เจ้าเล่นปลอมตัวเป็นเหลียงอ้ายนี่ไม่ทำแบบนี้เจ้าจะยอมเผยตัวตนอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงเผย
“เอิ่นลั่วตัวปลอมทั้งสามก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพระองค์พระองค์ทรงเจ้าเล่ห์มากเลยนะเพคะ แต่ในเมื่อหม่อมฉันเป็นผู้บริสุทธิ์งั้นหม่อมฉันขอตัวกลับก่อน” เอิ่นลั่วพยายามเดินหนีออกนอกห้องบรรทม
“เจ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”ฝ่าบาททรงจับต้นแขนรั้งนางไว้
“ฝ่าบาททรงเป็นสุภาพบุรุษพระองค์คงไม่เที่ยวฝืนใจหญิงชาวบ้านหรอกนะเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าวเสียงแข็ง
“เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกหลอกตัวเองเสียทีเจ้ารักเรามาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ยอมตายแทนเราหรอก” ฝ่าบาทตรัส
“ทรงรู้เมื่อไหร่ว่าเหลียงอ้ายคือหม่อมฉันเพคะ”เอิ่นลั่วอยากรู้จริงๆ
“รู้ตั้งแต่แรกแล้ว”ฝ่าบาทตรัสยิ้มๆ
“หมายความว่ายังไงพระองค์ทรงแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าเป็นหม่อมฉัน และหลอกให้หม่อมฉันช่วยงานพระองค์งั้นหรือเพคะ”เอิ่นลั่วตกใจที่ตนหลงกล
“หากเราแสดงตัวว่ารู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเจ้าก็คงจะหนีและไม่ยอมช่วยงานเราน่ะสิ” ฝ่าบาทตรัส
“หม่อมฉันจะกลับแล้วเพคะ”เอิ่นลั่วพยายามผลักพระหัตถ์ของฝ่าบาทออกแล้วเดินหนี
แต่ทว่าฝ่าบาททรงรีบคว้าตัวเอิ่นลั่วและดึงนางเข้าไปกอดเสียแน่น
“โอ๊ย!”เอิ่นลั่วรู้สึกเจ็บแผล
“เราขอโทษสะเทือนแผลอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาททรงยอมคลายอ้อมกอดแต่ไม่ยอมปล่อย
“ปล่อยนะเพคะ” เอิ่นลั่วพยายามดิ้นแต่ไม่กล้าดิ้นแรง เพราะกลัวเจ็บแผล
“อยู่กับเราตลอดไปเถิดเราขอร้อง” ฝ่าบาททรงยอมตรัสดีๆ
“พระองค์ทรงทำเพื่อเอาชนะหม่อมฉันเท่านั้นใช่มั้ยเพคะ”เอิ่นลั่วกล่าว
“เรารักเจ้ามากนะเอิ่นลั่วเราขอโทษที่เคยไม่เชื่อใจเจ้า อีกทั้งจะเนรเทศเจ้าไปชายแดนอีกได้โปรดให้โอกาสเราอีกสักครั้งเถิดนะ” ฝ่าบาททรงขอร้อง
“ไม่! อื้อ….” เอิ่นลั่วกำลังจะปฏิเสธแต่กล่าวไม่จบ
ฝ่าบาททรงชิงจุมพิตหญิงสาวเพราะทรงไม่อยากได้ยินเอิ่นลั่วกล่าวปฏิเสธ
เอิ่นลั่วพยายามขัดขืนแต่นางไม่กล้าสะบัดตัวแรงเพราะแผลยังคงอักเสบ
ฝ่าบาททรงนั่งบนที่ประทับแล้วดึงหญิงสาวมานั่งบนพระเพลา (ตัก) ของพระองค์
เอิ่นลั่วพยายามผลักตัวพระองค์และขอร้อง“ทรงหยุดเถอะเพคะ ทรงอย่าทำแบบนี้เลยนะเพคะ”
ฝ่าบาททรงจูบไซร้ซอกคอหญิงสาวและตรัสว่า“จนกว่าเจ้าจะยินยอมตกลงอภิเษก เราถึงจะยอมหยุดล่วงเกินเจ้า”
“หม่อมฉ้นยอมแล้วเพคะ”เอิ่นลั่วกลัวยั้งอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่แล้วหลงเพลิดเพลินไปตามไฟราคะในใจ นางก็เลยยินยอม
“ยอมอะไร” ฝ่าบาทตรัส
“ยอมอภิเษกกับพระองค์เพคะ”เอิ่นลั่วหน้าแดงเพราะเขิน
“ก็แค่นี้” ฝ่าบาททรงยอมปล่อยหญิงสาว
เอิ่นลั่วในตอนนี้มีแต่รอยแดงที่คอพอฝ่าบาททรงยอมหยุด นางก็เลยรีบลุกจากพระเพลาของฝ่าบาทแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย
ฝ่าบาททรงตรัสเรียกนางกำนัลให้มาแต่งตัวแต่งหน้าทำผมให้กับว่าที่ฮองเฮาส่วนฝ่าบาทก็เสด็จไปที่ห้องทรงงานเพื่อรอเข้าสู่พิธีอภิเษกที่แอบจัดขึ้น
******************************
ณ ตำหนักองค์ชายรอง
องค์ชายรองทรงรอพระชายาอยู่หน้าห้องบรรทม
“ทำไมแต่งตัวนานจัง”องค์ชายรองทรงบ่น
“ก็พระองค์ตรัสบอกหม่อมฉันอย่างฉุกละหุกนี่เพคะและสรุปว่าฝ่าบาททรงทราบแต่แรกอยู่แล้วว่าท่านเหลียงอ้ายคือเอิ่นลั่วหรือเพคะ”ฉู่หลินแต่งตัวไปคุยไป
“ใช่ฝ่าบาททรงแอบเสด็จไปที่บ้านพักของท่านเหลียงอ้ายในช่วงที่เขากำลังจะอาบน้ำพอท่านเหลียงอ้ายแกะหน้ากากเป็นเอิ่นลั่วเท่านั้นแหละพระองค์ก็ทรงกำชับให้ทหารองครักษ์คอยคุ้มกันนางอยู่ห่างๆ”
“ถึงว่าฝ่าบาทถึงทรงไม่ยอมแยกจากท่านเหลียงอ้ายเลยเพคะ ฝ่าบาททรงเจ้าเล่ห์เหมือนพระองค์ไม่มีผิดสมกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ” ฉู่หลินกล่าว
“เราจะถือว่านั่นเป็นคำชมนะเสร็จรึยัง พวกเราจะได้รีบไป” องค์ชายรองตรัส
“เสร็จแล้วเพคะ” ฉู่หลินแต่งตัวเสร็จพอดี
ชายาฉู่หลินเสด็จออกมาจากห้องบรรทมแล้วเดินตามพระสวามีไปขึ้นเกี้ยว
แต่อยู่ดีๆองค์ชายรองก็ทรงหันกลับมาจนฉู่หลินชนพระอุระของพระองค์เข้าอย่างจัง
“โอ๊ย! หยุดทำไมล่ะเพคะ” ฉู่หลินบ่น
องค์ชายรองทรงจับไหล่ของฉู่หลินและตรัสว่า“เจ้างดงามถึงเพียงนี้เห็นทีเราคงต้องกักตัวเจ้าอยู่แต่ในตำหนักเสียแล้ว”
“หม่อมฉันไม่นอกใจพระองค์หรอกเพคะ”ฉู่หลินกล่าว
“เราไว้ใจเจ้าแต่ไม่ไว้ใจคนอื่นต่างหาก” องค์ชายรองทรงหวงหญิงสาวมาก
“แต่หม่อมฉันขอเปิดร้านหมอรักษาคนที่ชายแดนนะเพคะ”ฉู่หลินอยากใช้วิชาความรู้ทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์
“เปิดร้านหมอได้แต่ต้องปิดบังใบหน้ารู้มั้ย” องค์ชายรองทรงยื่นคำขาด
“แต่ว่า….” ฉู่หลินลังเลเพราะคิดว่านางอาจทำงานได้ไม่ถนัดถ้าใช้ผ้าปิดบังครึ่งหน้าไว้
“งั้นเราไม่ให้เปิดร้าน”องค์ชายรองตรัส
“ก็ได้เพคะหม่อมฉันจะปิดบังใบหน้ารักษาคนไข้เพคะ” ฉู่หลินยอมทำตามรับสั่ง
“งั้นรีบไปกันเถอะ”องค์ชายรองตรัสยิ้มๆก่อนจูงมือหญิงสาวเสด็จไปที่เกี้ยวที่จัดเตรียมไว้
******************************
ณ ท้องพระโรง
ฝ่าบาททรงมีรับสั่งแต่งตั้งเอิ่นลั่วเป็นฮองเฮาอย่างเป็นทางการและจัดพิธีอภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา โดยมีเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางร่วมกันเป็นสักขีพยาน
องค์ไทเฮาเสด็จมาอวยพรคู่บ่าวสาวก่อนที่จะออกไปจากห้องหอ
ฝ่าบาททรงเปิดผ้าคลุมหน้าของหญิงสาวออก
“ทำหน้าบึ้งแบบนี้ยังไม่หายโกรธเราอีกงั้นหรือ” ฝ่าบาทตรัส
“ทำไมหม่อมฉันถึงเสียรู้พระองค์อยู่เรื่อยเลยล่ะเพคะ”เอิ่นลั่วบ่น
“ถ้าเราปราบเจ้าไม่ได้เจ้าจะยอมรับเราเป็นสามีอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาทตรัสยิ้มๆ
“แต่หม่อมฉันเบื่อกับการใช้ชีวิตที่ต้องคอยรบราฆ่าฟันกับเหล่าสนมของพระองค์นี่เพคะ”เอิ่นลั่วกังวล
“เราจะมีเจ้าคนเดียวตกลงมั้ย” ฝ่าบาทตรัสคำมั่น
“ทรงตรัสจริงหรือเพคะและหากหม่อมฉันไม่มีทายาทให้พระองค์ ทรงจะทำเช่นไร” เอิ่นลั่วสงสัย
“เอาเป็นว่าเราจะขยันผลิตทายาทกับเจ้าก็แล้วกัน”ฝ่าบาทตรัสเพราะทรงแน่พระทัยว่าฮองเฮาของพระองค์จะต้องตั้งครรภ์ในไม่ช้า
เอิ่นลั่วเริ่มเขินนางก็เลยเป็นฝ่ายลุกไปรินเหล้ามงคล และถวายให้กับฝ่าบาท
ทั้งสองคล้องแขนกันแล้วดื่มเหล้ามงคล
“วันนี้พวกเรานอนกันเถิดเพคะ” เอิ่นลั่วตัดบท
“นอนสิ” ฝ่าบาททรงบรรทมแต่โดยดี
เอิ่นลั่วนึกแปลกใจที่ฝ่าบาททรงยอมฟังนางก็เลยนอนห่มผ้าแล้วหันหลังให้ฝ่าบาท ฝ่าบาททรงปล่อยผ้าม่านลงมาปิดบังไว้ก่อนที่จะเข้าสู่ฉากหวานของคนทั้งคู่
“ไหนว่าจะนอนไงเพคะ”เอิ่นลั่วท้วง
“เจ้าคิดว่าเราจะอดใจไหวงั้นหรือเอิ่นลั่ว”ฝ่าบาททรงคร่อมตัวหญิงสาว ก่อนที่จะจูบพรมไปทั่ว
“เดี๋ยวสิเพคะพวกเรามาตกลงกันก่อน” เอิ่นลั่วพยายามถ่วงเวลา
แต่เสียงหญิงสาวก็ได้หายไปเพราะถูกปิดด้วยพระโอษฐ์บทบรรเลงเพลงรักดำเนินต่อไปจนถึงเช้าของวันถัดไป ฝ่าบาททรงกระทำกับเอิ่นลั่วอย่างอ่อนโยนที่สุดเพื่อไม่ให้สะเทือนบาดแผลของนาง
ระหว่างที่ฝ่าบาททรงกอดหญิงสาวที่มีอาการเหนื่อยล้าก็ทรงกระซิบว่า “เราพิสูจน์แล้วนะว่าเราเป็นคนแรกของเจ้า”
“แต่ใจของหม่อมฉันอยู่ที่…..” เอิ่นลั่วกล่าวเพราะไม่อยากให้ฝ่าบาททรงได้ใจแต่ก็ต้องหยุดชะงัก
ฝ่าบาททรงคร่อมตัวหญิงสาวไว้จนเอิ่นลั่วตกใจ
ฝ่าบาทตรัสขู่ว่า “พูดดีๆนะ เอิ่นลั่ว ไม่เช่นนั้นเราจะลงโทษเจ้าเหมือนเมื่อคืน และอาจลงโทษหนักกว่าเดิม”
“ใจของหม่อมฉันอยู่ที่พระองค์เพคะ”เอิ่นลั่วไม่กล้ากระตุ้นอารมณ์กริ้วของฝ่าบาท ก็เลยยอมเผยใจตัวเอง
“ดีมากเดี๋ยวเราให้รางวัล” ฝ่าบาทตรัสยิ้มๆ
“ไม่ต้องก็ได้เพคะ พะพอแล้ว ทรงต้องปรึกษาราชกิจไม่ใช่หรือเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าวอ้าง
“เราเลื่อนนัดเป็นตอนเย็นแล้วเห็นมั้ยว่าเราเตรียมการเป็นอย่างดี เพื่อเจ้าเลยนะ” ฝ่าบาททรงอวด
และแล้วฉากหวานระหว่างคนทั้งคู่ยังคงเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาจนถึงเที่ยงวัน
******************************
สองวันต่อมาก็ถึงเวลาที่สองพี่น้องจะต้องจากกันไปไกล
ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงไปส่งองค์ชายรองและพระชายาที่หน้าประตูเมือง