ตอนที่ 118ขึ้นหลังเสือแล้วมันลงยาก!
เสือน้อยเดินทิ้งช่วงห่างกับเพื่อนๆ รั้งท้ายอยู่ด้วยกันสี่คน ทั้งสามหันมามองเสือน้อยเห็นเหงื่อผุดเป็นดอกเห็ดบนหน้าผาก
“ไอ้เสือนี่มึงเป็นอะไรไป? ห…หรือว่าพิษดอกรักมันกำเริบอีกแล้ว?” ถ้าหากมันไม่พูดก็ยังพอจะลืมเลือนมันไปได้บ้าง
ทว่าพอไอ้สิงหามันพูดย้ำขึ้นมาก็ยิ่งทำเอาหางคิ้วของเสือน้อยกระตุกไม่หยุด
ยิ่งนานเหงื่อยิ่งผุดขึ้นบนหน้าผากจนเจ้าตัวต้องเอามือปาดเหงื่อ เห็นน้ำใสไหลหยดลงมาเป็นสาย…
ส่วนไอ้เข้มกับไอ้ต่ายก็หัวเราะร่าอยู่กับความซวย เรื่องหัวนมแตกพานของไอ้เสือน้อยมัน ซึ่งได้กลายมาเป็นวีรกรรมอันโด่งดังประจำโรงเรียน
ในหมู่นักเรียนบางคนถึงขนาดยกย่องและจัดอันดับให้มันกลายเป็น ‘ตำนานประจำโรงเรียน’ ที่จะต้องเล่าขานกันสืบไป…
แน่นอนว่าคนผลักดันอยู่เงียบๆ หนีไม่พ้นไอ้สิงหาไม่รู้ว่ามันภูมิใจอะไรนักหนา…
เสือน้อยก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบไปว่า “ไม่เป็นอะไรหรอก…ก็แค่อากาศมันร้อนนิดหน่อยน่ะ!”
หลังเช็ดเหงื่ออยู่พักหนึ่งเขาก็พูดกับเพื่อนว่า“ไปเถอะ…เข้าห้องเรียนกัน!”
ระหว่างที่เดิน ๆกันอยู่เข้มก็เอ่ยปากถามเพื่อน ๆ “เฮ้ย…นี่พวกมึงรู้หรือยัง สรุปแล้วใครเป็นครูที่ปรึกษาของพวกเรา?”
“ยังเลยว่ะ!ทำไมมึงสืบมาแล้วเหรอ?” ต่ายก็สนใจเรื่องนี้เหมือนกัน
“เปล่า ๆกูก็นึกว่าพวกมึงไปสืบมาแล้วเสียอีก?” เข้มก็หันไปถามเพื่อนรัก“แล้วมึงละไอ้เสือ!?” เพราะทุกวันนี้ สายสืบของมันมีอยู่ทั่วทั้งโรงเรียนอยากรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้ แค่สั่งไม่กี่คำก็มีคนมารายงานแล้ว
เสือน้อยก็ขมวดคิ้วความจริงแล้วตลอดช่วงปิดเทอม เขายุ่งมากจริง ๆ ไหนจะจัดการเรื่องโน่นนี่นั่น
ก่อนเปิดเทอมก็ยังต้องพาไอ้ทองสุขไปไถนาจึงตอบเพื่อนสนิทไปตามตรง “ยังเลยว่ะ…ช่วงนี้กูยุ่ง ๆ อยู่แถมยังต้องพาไอ้ทองสุขมันไปหัดไถนา ทำกูปวดกบาล จนเหนื่อยจนไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่นหรอก…”
“เออก็ดี!จะได้เลิกคิดถึงแม่ยอดรักของมึงลงบ้าง” สิงหาตบไหล่เพื่อน
เสือน้อยน้ำตาแทบไหลแอบบ่นในใจ “ไอ้ฉิบหาย มึงนี่ขยันพูดจี้ใจดำกูจริง!”
พอเดินเข้ามาถึงห้องเรียนก็พบว่าเพื่อนทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคย มีผสมปนเปกันไปทุกคนกำลังนั่งกันเป็นระเบียบรอคอยการมาถึงของครูที่ปรึกษา
ซึ่งทั้งสี่คนพึ่งเดินมาทีหลังสุด
ก็เลยสามารถกวาดสายตามองไปรอบๆ ได้โดยถ้วนทั่ว โดยเฉพาะไอ้สามคนด้านข้างที่คล้ายกับปลาได้น้ำเตรียมพร้อมจะทำความรู้จักกับเพื่อนผู้หญิงใหม่ ๆ
สิงหาจึงเดินยิ้มแฉ่งนำเข้าห้องไปท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของเพื่อนร่วมห้องใหม่
ส่วนทางด้านของเสือน้อยก็เดินเจี๋ยมเจี้ยมนั่งลงในที่นั่งประจำตำแหน่ง ซึ่งก็คือมุมหลังของห้อง ตามหลักพิชัยยุทธ์ของตัวเอง
ตัวเขาเองไม่ค่อยได้สนใจเพื่อนร่วมห้องมากนักเพราะเดี๋ยวอยู่ ๆ กันไปก็รู้จักกันเองนั่นแหละ
ขณะที่เขากำลังคิดไปคิดมาอยู่นั้นครูประจำชั้นก็เดินเข้ามาในห้องเรียน และก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลตัวกลับเป็นคนคุ้นเคยของเสือน้อย ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีครูสมศักดิ์นั่นเอง!
เสือน้อยตะลึงงัน ก่อนที่จะกะพริบตาปริบๆ พร้อมกับบ่นในใจ “ครูก็ช่างสรรหาเลือกห้องกันเหลือเกิน!”
ถ้าเป็นคนอื่นยังพอว่าแต่ครูสมศักดิ์นี่มันคนรู้จักมักจี่ แถมรู้ไส้รู้พุงวีรกรรมเปิ่น ๆ ของเขาเกือบหมด
ในใจจึงพลอยคิดถึง 36ยอดกลยุทธ์ เตรียมใช้กลยุทธ์สุดท้ายนั่นก็คือ…หนี!
ได้เขาแสร้งปล่อยทำปากการ่วงก่อนที่จะก้มลงคลานไปกับพื้น เพื่อเตรียมชิ่งหนี เพื่อนร่วมห้องก็หันมามองดูเขา ซึ่งกำลังคลานอย่างแปลกประหลาด
แต่ทว่าเจ้ากรรมด้วยความที่เป็นคนเด่นคนดังประจำโรงเรียนอยู่แล้ว
มีหรือครูสมศักดิ์จะปล่อยให้ผ่านหูผ่านตาไปเพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเดินเข้าห้องก็ได้เห็นหัวใสเด่นสะดุดตาของเจ้าเสือน้อยมันซึ่งพึ่งจะทักทายกันอยู่เมื่อตอนเช้า…
พอเห็นศิษย์รักกำลังทำทีผลุบๆ โผล่ ๆ
จึงพูดเสียงดังขึ้นออกมา“นี่ไอ้ทิดเอ็งจะรีบไปไหนเล่า!”
ครูสมศักดิ์เอี้ยวตัวมาตรงแถวของเสือน้อยที่กำลังคลานดุกดิกอยู่พร้อมกับพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่ง “แหม…กำลังคลานเสียด้วยจะเล่นอะไรแผลง ๆ อีกล่ะพ่อ?”
เสือน้อยก็เหงื่อแตกพลั่กยิ้มอย่างขมขื่นพอรู้ว่าสุดยอดกลยุทธ์หนี ล้มเหลวไม่เป็นท่าจึงค่อย ๆ ปั้นหน้ายิ้มยืนหันกลับมามองครูสมศักดิ์ “อ๋อ…พอดีปากกามันตกน่ะครับครู”
เขาทำท่าเลิ่กลั่กก่อนที่จะพูดว่า “พอก้มลงไปเก็บก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาประเดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ!”
ยังไม่ทันรอให้ครูสมศักดิ์อนุญาตเจ้าตัวก็รีบทำท่าจะเผ่นหนี
แต่ทว่าก็ถูกครูสมศักดิ์พูดดักทางไว้“หยุดความคิดนั้นซะแล้วไปนั่งลง เอาไว้พอแนะนำตัวให้เพื่อน ๆได้รู้จักก่อนค่อยไปขี้ไปเยี่ยวก็ยังไม่สาย!”
“ไหน ๆ ก็ยืนแล้วแนะนำตัวเองให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันหน่อยสิ!?”ครูสมศักดิ์นั่งบนขอบโต๊ะ พร้อมไล่ดูรายชื่อเด็กนักเรียนในห้อง
เสือน้อยยืนตาค้างแนะนำตัวเองให้เพื่อนฟัง!ครั้งล่าสุดที่เขาจำได้ มันเริ่มแนะนำตัวกันยาวเหยียด เช่น ชื่ออะไร แปลว่าอะไรจบมาจากไหน
ตัวเขากำลังประมวลผลและพยายามเลียนแบบ ‘ยัยแว่นกมลา’ ที่ได้เป็นคนพูดเปิดตัวตอนม.1
สมองของเขาก็กำลังนึกย้อนกลับไปในอดีตผ่านความทรงจำ ซึ่งเป็นหนึ่งวันในอดีตที่ตัวเขาจำได้ไม่เคยลืมเลือน!
ในตอนนั้นเขาจำได้ว่ามีเด็กสาวรูปร่างบอบบางคนหนึ่ง ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันไปมองเพื่อน ๆ
“สวัสดีค่ะคุณครู”ก่อนที่จะหันไปทางเพื่อน ๆ ในห้องพร้อมแนะนำตัวเอง
“เราชื่อกมลาถิ่นไกล กมลาที่แปลว่า เทพีแห่งความรุ่งเรือง จบมาจากโรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมค่ะชื่อเล่นเรือง ชอบเล่นวอลเลย์บอล”
“เราจะต้องแนะนำชื่อจริงพร้อมกับแปลชื่อเล่นของตัวเอง แถมต้องบอกจบมาจากไหน และชอบเล่นกีฬาอะไรงั้นสินะ!?”
ขณะที่สมองกำลังประมวลผลอย่างหนักก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาขัดจังหวะของครูสมศักดิ์
ตัวครูสมศักดิ์พอเห็นว่าเสือน้อยยืนนิ่งชะงักอยู่จึงพูดแทรกขึ้นมา “เอาเลย เริ่มเลย…ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีหน่อยน่า!”
ทำเอาเสือน้อยขึ้นหลังเสือแล้วลงยากจึงได้รวบรวมความกล้าพูดเลียนแบบยัยกมลา…แบบลวก ๆ
“ส…วัสดีทุกคน”เขายิ้มกวาดสายตาไปโดยรอบ “คืออย่างนี้นะ เราชื่อเสือน้อย ร่มไม้เย็นชื่อเล่นก็เสือน้อยนั่นแหละ!”
เขาเริ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า“ชื่อเสือน้อยก็มาจากตอนที่แม่คลอด ดันถือตุ๊กตาเสือติดไม้ติดมือไป…”
เจ้าตัวก็พูดอธิบายประวัติชื่อของตัวเองยาวเหยียด
จนกระทั่งเพื่อน ๆในห้องกลั้นหัวเราะกันไม่ไหวแล้ว พวกเขาจึงได้พากันหัวเราะเสียงดังลั่นออกมา
ซึ่งแม้แต่ครูสมศักดิ์เองก็หัวเราะร่วนไม่แพ้กันกว่าเสือน้อยจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมา
ก่อนจะอุทานในใจ “ฉิบหายแล้ว! นี่กูพูดเยอะไปเหรอว่ะ!” เขาจึงพูดรวบรัดตัดความ ตัดจบลงดื้อๆ เลย ก่อนจะนั่งลงก้มหน้าก้มตาไม่มองใคร
ภายในใจก็คิดอยู่นึกอยู่คำเดียวนั่นก็คืออาย เพราะเขาอธิบายเป็นฉาก ๆ“เช่น…ทำไมต้องมีคำว่าน้อยต่อท้ายชื่อ เพื่อไม่ให้ดูดุเกินไป”
ด้วยความลนลานจึงเล่าไปเสียหมดเปลือก ไม่มีอะไรให้อายไปมากกว่านี้แล้ว!
ทางเพื่อนร่วมแก๊งทั้งสามคนก็พอจะเข้าใจท่าทีล่อกแล่กของไอ้เสือน้อยก่อนหน้าแล้วว่าทำไมเจ้าตัวมันเหงื่อผุดเป็นดอกเห็ดที่ไหนได้นี่มันแพ้ทางการแนะนำตัวเองนี่หว่า
ถ้าหากเปรียบว่าเป็นมวยนี่ก็คงเป็นมวยแพ้ทางเข้าเต็มเปา
เพื่อน ๆในห้องหลายคน ก็ยังไม่หยุดหัวเราะ จนทำให้บรรยากาศในห้องครึกครื้นขึ้นมาเยอะมากโดยเฉพาะพวกสาว ๆ ที่หัวเราะคิกคักกันยกใหญ่