……
หลังจากที่วิศณีตุลย์บอกว่า.. ผู้ปกครองของเธอนั้นคือใคร ? เด็กๆทั้งสองคนก็แทบจะไม่อยากเชื่อในคำพูดของเธอกันสักเท่าไหร่ แต่พอมาดูที่เสื้อผ้าของเธอที่ถอดทิ้งไว้ ( เพราะโดนราดด้วยดินและน้ำโสโครกจนทำให้เหม็น ) ก็ดูเหมือนกับว่า.. เธอจะมาจากตระกูลผู้ดี พวกเด็กๆก็เลยคิดว่าน่าจะเป็ไปได้.. และอีกอย่างวิศณีตุลย์ก็เป็คนต่างชาติ ท่านผู้นำอาจจะคบหาและอาจจะเป็คนดูแลหรือเป็ผู้ปกครองให้กับเธอจริงๆ อย่างที่เธอนั้นบอกก็เป็ได้ แต่ที่แน่ๆเสื้อผ้าที่เธอใส่ในตอนแรกนั้นดูยังไง.. ยังไง.. ก็เป็ของคนมีฐานะใส่เป็แน่แท้ จึงทำให้เด็กๆทั้งสองคนยอมเชื่อและยอมที่จะช่วยเธอ เพราะเด็กทั้งสองคนหวังในสิ่งตอบแทนนั่นเอง
แต่ในการที่จะช่วยเหลือวิศณีตุลย์ให้ได้นั้น ในตอนนี้มันเกินความสามารถของเด็กๆทั้งสองคนมาก พวกเขาจึงปรึกษาหารือกันว่า ควรจะพาวิศณีตุลย์ไปพบกับท่านหัวหน้าของพวกเขาก่อน
“ เอาเป็ว่า ข้าเชื่อเ้าก็แล้วกันนะ ว่าเ้าเป็คนของท่านมหาเวทย์ ” ฟินลิปพูดกับวิศณีตุลย์
“ แต่ว่า.. ในการที่จะช่วยเ้าในตอนนี้นั้น.. เราก็คงจะต้องพาเ้าไปแอบซ่อนกันในช่องลับของเรือลำนี้กันก่อน ” ทิวลี่บอกให้วิศณีตุลย์พอเข้าใจ
พวกเด็กๆพาวิศณีตุลย์ให้เดินตรงไปยังสถานที่ที่พวกเขาทั้งสองคนเรียกมันว่า ‘ ช่องลับ ’ ที่ทางท่านหัวหน้าของพวกเขาและเ้าของเรือแต่เพียงเท่านั้นที่จะรู้ และพวกเขาก็ไม่ลืมที่จะนำสิ่งของที่ได้ขโมยมาจากกระเป๋าเดินทางของเหล่านักเดินทางท่องเที่ยว เพื่อเก็บซ่อนและแอบเอาไว้ไปขายต่อที่ตลาดมืดข้างบนฝั่ง แคว้น ฮัมเบิร์ต พวกเด็กๆเดินตรงไปทางที่เก็บสัมภาระที่อยู่ทางด้านท้ายเรือ ที่นั่นทางเ้าของเรือได้สั่งทำเรือแบบพิเศษเพื่อให้มีช่องว่างที่สามารถเข้าออกได้โดยมีประตูเป็แบบเลื่อนปิด - เปิด แต่จะทำไว้อย่างแเีพอถ้าได้ปิดประตูลงไปแล้ว คนที่อยู่ทางด้านนอกนั้นจะมองไม่ออกเลยว่าตรงนั้นมีประตูสามารถเปิด - ปิดได้ เพื่อเอาไว้ซ่อนตัวเด็กทั้งสองคนและซ่อนข้าวของที่พวกเขาขโมยมาอีกทีนึง
ฟินลิปเดินนำหน้าส่วนทิวลี่เดินคุมอยู่ข้างหลัง เพื่อคอยสอดส่องว่าจะมีใครแอบดูหรือแอบลงมาเห็นตอนที่พวกเขากำลังจะเปิดช่องลับบ้างหรือไม่ และแล้วทั้งสามคนก็ได้เข้าไปอยู่ในช่องลับที่ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่าพวกเขาได้หายไปไหนกัน!? พวกเด็กๆและวิศณีตุลย์ได้เข้าไปในช่องลับกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว.. ในนั้นเป็ห้องแคบๆเล็กๆแต่สามารถนั่งหรือนอนได้ประมาณสามคนพอดี ( หมายถึงนอนตัวชิดติดกันเลยนะ ) แต่วิศณีตุลย์นั้นนั่งอยู่เธอไม่ได้นอน และในใจของเธอก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นอยู่และคิดไปว่า
‘ ในห้องแคบๆ เพียงเท่านี้.. เราจะหนีรอดและพ้นไปจากสายตาของเ้าพวกโจรเรียกค่าไถ่ได้ไหมนะ!? แล้วถ้าไม่รอดพ้นล่ะ.. ถ้าเผื่อไอ้พวกโจรบ้าพวกนั้นมันหาเราเจอ แล้วเด็กทั้งสองคนนี้จะเป็อันตรายหรือเปล่า!? ฉันจะสามารถช่วยเด็กได้ไหมนะ ? จะทำยังไงต่อไปกันดีนะเรา.. ’
ขณะที่วิศณีตุลย์กำลังนั่งคิดว่าจะทำยังไงต่อไปกันดีอยู่นั้น.. เธอก็ได้ยินเสียงแว่วแ่ๆมา
“ ชู่ว์… ” ทั้งฟินลิปและทิวลี่ต่างก็ส่งสัญญาณให้วิศณีตุลย์ห้ามส่งเสียง
“ ….. ”
ทั้งสามคนนั่งนิ่งๆ ส่วนวิศณีตุลย์นั้นเอามือมาปิดปากตัวของเธอเองไว้ทั้งสองมืออย่างแ่าเพื่อกันเสียงจะเล็ดลอดออกไป พวกเขานั่งนิ่งๆ.. เงียบๆ.. แทบไม่กระดุกกระดิกร่างกายในส่วนไหนเลย ในตอนนี้เสียงหัวใจเต้นของวิศณีตุลย์นั้นยังเต้นแรงและเสียงดังกว่าเสียงลมหายใจของเด็กทั้งสองคนอีก..
‘ โอ้ย.. ฉันจะหัวใจวายตายอยู่แล้วเนี่ย.. อะไรมันจะตื่นเต้นขนาดนี้กันเนี่ย หวังว่าพวกโจรมันจะไม่รู้นะว่าพวกเราแอบซ่อนพวกมันอยู่กันในนี้นะ!! โอ้ย..!! พ่อจ๋าแม่จ๋าลูกผิดไปแล้ว.. ได้โปรดคุ้มครองลูกด้วยเถิด ถ้าลูกรอดไปได้ลูกจะทำบุญให้ชุดใหญ่เลยจ้า.. ’
“ อ๊ะ!! อ่าว!! เฮ้ย!!!!! ”
“ ตึกๆๆๆๆ ” ( เสียงฝีเท้าของคนที่วิ่งออกไป )
ฟินลิปแอบมองผ่านช่องเล็กๆที่อยู่ตามร่องไม้ เขาทำมือให้อยู่เฉยๆก่อนสักครู่
“ ตึกๆๆๆๆ ” ( เสียงฝีเท้าของคนหลายคนเข้ามา )
“ มันหายไปไหนแล้ว ? ”
“ ใคร ? ใครแอบมาปล่อยนังผู้หญิงคนนั้น!? ”
“ ลองไปหาดูสิว่ามันไปแอบอยู่ตรงไหนกัน ”
เสียงพวกโจรทั้งสามคนที่จับเอาตัววิศณีตุลย์มานั้น พวกมันก็เริ่มเดินค้นหาตามกล่องและลังเก็บของต่าง ๆ เรื่อย ๆจนมาถึงตรงท้ายเรือที่พวกเด็กๆและวิศณีตุลย์ซ่อนตัวอยู่
“ เฮ้ย!!.. พวกแกกำลังทำอะไรกันอยู่!! ตอนนี้เรือถึงฝั่งตั้งนานแล้ว.. ถ้ามีสินค้าอะไร หรือข้าวของให้รีบนำออกไปได้แล้ว.. เพราะข้าจะได้นำเรือไปเข้าท่าที่อู่เรือทางอีกฝากฝั่ง ” เ้าของเรือโวยวาย
“ เอ่อ.. หลานสาวของข้าหายตัวไปน่ะ!! ไม่รู้ว่าหายไปไหน ข้าเลยเดินมาดูเผื่อนางจะเดินมานอนเล่นแถวๆนี้ ” เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรแสร้งพูดเพื่อหลอกเ้าของเรือ
“ แถวนี้ไม่มีใครหรอก.. แก ก็ดูซะสิ เห็นไหมว่าไม่มีอะไร ไปๆๆๆ รีบไปๆซะที ข้าเหนื่อยมามากแล้ว ไหนจะต้องมาขนของลงจากเรือนี่อีก ไปๆ อย่าเกะกะข้า!! ” เ้าของเรือแกล้งโวยวายและเขายังให้ลูกน้องอีก 5 คนมาขนของเพื่อเตรียมขนย้าย
“ แล้วหลานของข้าล่ะ เ้าจะว่ายังไง ? ” เ้าหัวหน้าโจรยังไม่ยอมละทิ้ง และ ออกไปอย่างง่ายๆ
“ อ่าว.. ข้าจะไปรู้ได้ยังไงว่าหลานของเ้าไปอยู่ที่ไหนกัน ? นางอาจจะไปยืนรอเ้าอยู่ที่ด้านนอกก็ได้.. แต่ที่นี่.. ตอนนี้.. ไม่มี.. เ้าก็เห็น ” เ้าของเรือเริ่มหงุดหงิดแล้ว
เ้าหัวหน้าโจรและพวกยังคงไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เ้าของเรือพูดสักเท่าไหร่นัก แต่พวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรกับเ้าของเรือได้ พวกโจรทั้งสามคนก็เลยต้องจำยอมถอยออกมากันก่อน พวกมันยอมเดินออกไปที่ด้านนอกเพื่อไปตั้งหลักกันก่อน..
เ้าของเรือให้คนงานของเขาขนของและสัมภาระต่าง ๆลงจากเรือไป และยังไม่วายที่เ้าพวกกลุ่มโจรทั้งสามคน ยังคอยยืนดูและวนเวียนอยู่ ณ บริเวณแถวๆนั้น เ้าของเรือสังเกตเห็นแต่แกล้งทำเป็ไม่สนใจ และพอขนสินค้าเสร็จ เ้าของเรือก็ไม่อยากให้เ้าพวกที่เฝ้าดูอยู่ทั้งสามคนนั้นรู้สึกผิดสังเกต เขาก็เลยให้คนงานนำเรือไปจอดที่อู่เพื่อกันให้คนนอกไม่สามารถเข้ามาได้ และเ้าของเรือก็ได้ลงไปที่ใต้ท้องเรืออีกครั้ง เพื่อไปถามสาเหตุกับเด็กทั้งสองคนว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น
ทันทีที่เ้าของเรือได้เปิดประตูของช่องลับออกมา เขาก็ได้พบกับเด็กทั้งสองคนและผู้หญิงแปลกหน้าที่หน้าตาแปลกประหลาดผิดจากมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในโลกของพวกเขากันในตอนนี้
“ เ้า!!.. พวกเ้า..!? ” เ้าของเรือรีบหันหลังกลับไป ดูด้านหลังว่ามีคนอื่นนอกเหนือจากเขาที่เข้ามาในเรือด้วยหรือเปล่า
“ พวกเ้าไปเอาตัวผู้ใดมาแอบซ่อนในที่ที่สมควรจะรู้แค่เรากัน.. แบบนี้ความลับของพวกเรามันจะไม่รั่วไหลอย่างนั้นเหรอ ? เ้าพวกโง่!!!! ” เ้าของเรือตวาดดุใส่พวกเด็กๆทั้งสองคน
“ เอ่อ.. ท่านมาร์ดีโล่ครับ นางน่าสงสารมากครับ โดนเ้าพวกคนร้ายจับตัวมาเรียกค่าไถ่ ” ฟินลิปพยายามอธิบายให้กับเ้าของเรือฟัง
“ หา!!! เ้าว่าอย่างไรนะฟินลิป ? เ้าจะบอกว่านางผู้นี้ถูกจับมาอย่างนั้นรึ!! ไม่ใช่ว่านางเป็ลูกเป็หลานของเ้าพวกพ่อค้าต่างถิ่นสามคนนั่นรึ ” เ้าของเรือยังคิดว่าเ้าพวกโจรสามคนที่ปลอมตัวเป็พ่อค้านั้นพูดความจริงอยู่อีก
“ ไม่ใช่ครับท่านมาร์ดีโล่.. เพราะตอนที่ข้ากับน้องสาวของข้าพบเจอผู้หญิงนางนี้นั้น นางถูกปลอมแปลงตนโดยมีผ้ามาโพกปกปิดผมของนางและเสื้อผ้ากับหน้าตาของนางก็ถูกปกคลุมไปด้วยดินโคลนและน้ำโสโครกที่เน่าเหม็น และนางยังถูกมัดด้วยเชือกอาคมเส้นนี้อยู่ด้วย ก่อนที่จะถูกม้วนร่างกายด้วยเสื่อ เพื่อปกปิดจากคนภายนอกว่านางเป็โรคร้ายใกล้ตายยังไงล่ะท่าน ” ฟินลิปยื่นเชือกอาคมที่ลงเวทมนตร์ดำให้แก่เ้าของเรือดู
มาร์ดีโล่รับเชือกเส้นนั้นมาส่องดูก็รับรู้ได้โดยทันทีว่ามันเป็เชือกที่ลงอาคมไว้อยู่จริงๆ เขาจึงเก็บเอาไว้ก่อนและหันไปถามวิศณีตุลย์
“ นี่เ้า!!.. เด็กๆพวกนี้น่ะ ช่วยชีวิตของเ้าเอาไว้นะ เพราะฉะนั้นเ้าจะต้องปิดปากเื่ที่พวกข้าทำงาน.. กันแบบนี้ เข้าใจไหม!? ไม่อย่างนั้นข้าเอาเ้าตายแน่!! ” เขาพูดกับวิศณีตุลย์เสร็จแล้วก็หันมาถามกับฟินลิปต่อว่า
“ แล้ว.. นางผู้นี้มันเป็ลูกหลานคนรวยคนไหนกัน!!! ทำไมข้าถึงไม่เคยเจอหรือรู้จัก ท่านเศรษฐีตระกูลไหนเลยที่มีสีผมและสีตาอย่างนางคนนี้ ” มาร์ดีโล่ยังคงสงสัยและเคลือบแคลงในตัวของวิศณีตุลย์
“ นางบอกว่านางเป็คนต่างชาติ!! และตอนนี้ท่านอาเทนติยูสเป็ผู้ปกครองให้แก่ตัวนางอยู่.. ” ฟินลิปตอบมาร์ดีโล่อย่างที่เขาได้รับรู้มา
“ หา!!! นางคนนี้เนี่ยน่ะนะ ตายห่า ล่ะ นี่พวกเ้าทำอะไรลงไปกัน!! ” พูดจบมาร์ดีโล่ก็เปลี่ยนท่าทีกับวิศณีตุลย์ไปเลย
“ ท่าน.. เอ่อท่านผู้หญิง เอ่อ.. เลดี้ ? นี่ข้าจะต้องพูดว่าอะไรกันล่ะเนี่ย ? ” มาร์ดีโล่ไม่คุ้นเคยกับคำพูดที่ต้องเป็คำสุภาพกับพวกขุนนางหรือคนใหญ่คนโตเพราะเขาเป็แค่เ้าของเรือที่เดินเรือเข้าฝั่งขนย้ายสินค้าให้แก่พวกสามัญชนและพ่อค้าธรรมดาทั่วไปแค่เพียงเท่านั้น
“ เอ่อ.. เรียกฉานว่า.. อาไร้ก่อด้ายขา.. ฉานม่ายถึงอาไร้หลอขา.. ( เอ่อ.. เรียกฉันว่าอะไรก็ได้ค่ะ ฉันไม่ถืออะไรหรอกค่ะ ) ” วิศณีตุลย์พยายามบอกมาร์ดีโล่ไปอย่างสุภาพ
มาร์ดีโล่ถลึงตาและก็สำลักน้ำลายของตัวเองไปเสียเดี๋ยวนั้น!!..
“ พรูด…!!!!!! ”
เด็กๆทั้งสองคนอมยิ้มและขำในท่าทางของมาร์ดีโล่ในตอนนี้ไปเพียงเล็กน้อย แต่มาร์ดีโล่หันกลับมามองเด็กๆทั้งสองคนอย่างตาเขียวด้วยท่าทางที่ตำหนิ ( ประมาณว่าทำไมไม่บอกกันร่วงหน้าว่านางพูดจาผิดเพี้ยนกันแบบนี้ )
“ ข้าว่าข้าจะพานางไปให้หัวหน้าของข้าช่วยนาง เพื่อกลับไปยังบ้านเมืองของนางดีไหมล่ะท่านมาร์ดีโล่ ” ฟินลิปบอก
“ อืม.. จริงสิ ข้าก็ว่า.. ท่านกัสต้าน่าจะช่วยนางได้นะ ”
“ และนางสัญญาแล้วด้วยว่า ถ้าพาไปถึงที่บ้านจะจ่ายเงินให้กับพวกเราอย่างงามเลยล่ะ ” ทิวลี่บอกมาร์ดีโล่อย่างภูมิใจในความสามารถของเธอที่จะหากำไรจากการกระทำในครั้งนี้ได้เป็อย่างดี
มาร์ดีโล่จึงให้ผ้าที่สะอาดผืนใหม่แก่วิศณีตุลย์ เพื่อให้เธอได้โพกหัวของเธอเพื่อปกปิดเส้นผมและสีผมของเธอเอาไว้ก่อน และบอกกับนางว่า
“ เอาอย่างนี้นะท่านเลดี้ พวกข้าทั้งสามคนจะพาท่านไปหาท่านหัวหน้าของพวกเรา เพื่อที่จะให้เขาช่วยคิดหาวิธีช่วยท่านให้กลับไปยังบ้านเมืองของท่านได้ แต่ข้าจะต้องนำท่าน ใส่กล่องลังไม้นี้ไปนะท่าน เพื่อที่จะได้ไม่เป็ที่ผิดสังเกต เพราะตัวตนของท่านมันเด่นสะดุดตาจนเกินไป มันจะเสี่ยงต่อการถูกลอบปองร้ายและถูกจับไปอีกครั้ง ”
มาร์ดีโล่บอกวิธีการแก่วิศณีตุลย์เพื่อให้เธอเข้าใจว่า มันจำเป็ที่จะต้องทำแบบนั้นจริงๆ วิศณีตุลย์พยักหน้ารับรู้ว่าเธอเข้าใจแล้ว เพราะถึงอย่างไร ในตอนแรกเธอก็ถูกจับมาในกล่องลังไม้เหมือนกัน จะถูกจับใส่กล่องลังไม้อีกครั้งจะเป็ไรไป แต่ในคราวนี้ เธอไม่ได้ถูกจับมัดอย่างเช่นเดียวกับตอนขามานะ แต่เขาเรียกว่าแอบซ่อนเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นต่างหาก..
เมื่อตกลงวิธีการกันได้แล้ว ทางเ้าของเรือมาร์ดีโล่ก็ไปบอกให้ลูกน้องของเขาให้นำกล่องลังไม้อันใหญ่มาใส่สินค้าที่พวกเด็กๆขโมยมา และให้วิศณีตุลย์แอบลงไปอยู่ในลังไม้ขนสินค้านั้นด้วยเลย
เสร็จแล้วพวกเขาก็ให้ลูกน้องมาขนลังไม้ออกไปเพื่อที่จะได้นำไปยังที่บ้านของท่านหัวหน้าของพวกเขาต่อไป..
……
ทางด้านเ้าพวกโจรสามคน
เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรเริ่มกระวนกระวายที่ตัวเขาได้ทำแหล่งกองเงินกองทองของพวกเขาหาย.. ไปในเพียงพริบตา โดยที่ไม่รู้ว่า นางผู้หญิงคนนั้นที่ถูกจับมัดไว้ด้วยเชือกอาคมมันได้หายไปที่ไหนกัน!? มันทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า เ้าของเรือจะรู้เห็นในเื่ครั้งนี้ด้วย โจรทั้งสามคนยังคงปักหลักอยู่ที่ท่าน้ำทางชายฝั่งเขตแดนแคว้นของ ฮัมเบิร์ต
“ ข้าไม่เชื่อว่า.. คนที่ถูกมัดด้วยเชือกอาคมจะหายตัวไปได้เอง มันจะต้องมีคนมาช่วยมันอย่างเป็แน่ ” เ้าหัวหน้าโจรพูดอย่างมั่นใจ
“ ข้า.. ก็คิดอย่างที่พี่ว่านั่นแหละ มันจะเป็ไปได้ยังไง ในเมื่อนางถูกข้าที่เป็คนมัดนางเองกับมือ ” เ้าคนเสียงเล็กแหลมบอก
“ ไม่ใช่ว่าเ้ามัดนางไม่แน่นหรอกหรือ ? ” เ้าคนเสียงห้าวๆบ่น
“ เอ๊ะ!!.. นี่เ้ามาใส่ร้ายว่าข้ามัดนางคนนั้นไม่แ่าอย่างนั้นรึ !? ” เ้าคนเสียงแหลมเริ่มโวยวาย
“ ก็มันจริงๆนี่!! ข้าว่าข้าเคยเห็นเ้ามัดมือของนางแบบหลวมๆนะ ถ้าข้าจำไม่ผิด ” เ้าคนเสียงห้าวเริ่มโต้เถียง
“ นี่!!! พวกเ้า.. พอกันได้แล้ว!!!!!!!!!!! ข้ากำลังใช้ความคิดอยู่ ข้าไม่น่าพาพวกเ้ามาเลย พับผ่าสิ!! ” เ้าหัวหน้าโจรโมโห
“ โธ่.. ท่านพี่ก็ดูมันสิ!!.. มาหาว่าข้ามัดนางผู้นั้นไม่แน่น มันต่างหากล่ะที่น่าสงสัย!? เพราะมันเป็คนเอานางผู้นั้นไปวางไว้ที่ใต้ท้องเรือแค่เพียงคนเดียว ไม่ใช่ว่ามันแอบเอานางผู้นั้นไปซ่อนเพื่อเก็บเอานางไว้แต่เพียงผู้เดียวและจะได้นำนางไปมอบให้ท่านผู้นำไรเทนต์ และรับเงินรางวัลไปเพียงคนเดียวหรอกนะท่านพี่ ” เ้าคนเสียงแหลมพูดให้เ้าหัวหน้าได้คิด
เ้าหัวหน้าโจรได้ฟังดังนั้นก็เดินอาดๆตรงดิ่งไปยังเ้าเสียงห้าวๆ และกระชากคอเสื้อของมันผู้นั้นอย่างไม่เกรงใจ
“ จริงอย่างที่ไอ้เสียงแหลมพูดรึเปล่า วะหา!!! ” เ้าหัวหน้าโจรโมโหจนลืมตัว
“ จะเป็อย่างที่มันพูดได้ยังไงล่ะพี่ ข้าไม่มีวันทรยศต่อพี่ได้อย่างแน่นอน ” เ้าเสียงห้าวพูดด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว
ในตอนนี้พวกโจรทั้งสามคน มันเริ่มระแวงกันเองไปแล้ว.. และเ้าหัวหน้าโจรก็ยังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงต่อไปดี แต่ที่แน่ๆพวกมันยังคงปักหลักรอดูความเคลื่อนไหวของเ้า.. เ้าของเรือ.. เผื่อว่า.. ไอ้เ้าของเรือคนนี้มันจะรู้เห็นว่านางผู้หญิงที่พวกมันจับเอาตัวมา นั้นอยู่ที่ไหน..