ทันใดนั้นในโลกออนไลน์ก็เกิดข่าวลือแปลกๆขึ้นมาอย่างหนึ่ง
แต่ถ้านำมาเทียบกับข่าวกระแสใหญ่อย่างเรื่องราวอื้อฉาวของเหวินหลงและไป่ฟานเซียนที่ลากเอากลุ่มแฟนคลับของดาราหนุ่มและกลุ่มของผู้ฝึกตนมาร่วมด้วยอย่างช่วยไม่ได้แล้วนั้นมันก็ถือเป็นเพียงคลื่นใต้น้ำเล็กๆที่มีแค่คนที่มีผลได้ผลเสียเท่านั้นถึงจะทันรู้ตัว
“ทำไมเสี่ยวเสี่ยวถึงออกมาโพสแบบนั้นล่ะ?”
ในโซเชียลมีเดียนั้นสำหรับเหล่าคนดังแล้วก็มักจะมีช่องทางสักทางหนึ่งที่เอาไว้ติดต่อสื่อสารหรือประกาศข่าวสำคัญกับแฟนคลับหรือผู้ติดตาม เสี่ยวเสี่ยวเองก็เช่นกัน เธอเป็นดาราระดับ B ที่มีแฟนคลับติดตามในบัญชีทางการของเธอมากกว่าหนึ่งแสนคนดังนั้นไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรก็จะมีคนรับรู้อยู่ตลอด
เหล่าผู้ติดตามของเธอต่างประหลาดใจเพราะอยู่ๆเธอก็ออกมาโพสต์ข้อความขอโทษเหล่าแฟนคลับ. ก่อนหน้านี้เธอพึ่งโพสต์ว่าตนเองกำลังจะไปร่ำเรียนการฝึกตนจากอาจารย์จู้ที่เป็นผู้ฝึกตนระดับจอมยุทธถึงขนาดมีการลงทุนวางแผนสร้างเป็นเรียลลิตี้โชว์ตั้งแต่วันแรกและจะออกอากาศทุกสัปดาห์ แต่แค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเธอกลับประกาศขอเลื่อนการถ่ายทำทั้งหมดไปยังไม่มีกำหนดเสียอย่างนั้น
นอกจากเสี่ยวเสี่ยวแล้วเหล่าคนดังในสังกัดที่เคยมีแผนงานที่จะร่วมมือกับผู้ฝึกตนก็ล้วนออกมาประกาศในแนวทางเดียวกันนี้ทั้งสิ้นไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ในครั้งนี้
แต่ข่าวต่อมาต่างหากที่ทำให้วงการบันเทิงสั่นสะเทือนของจริง
บริษัทสตาร์ไลท์ที่เป็นบริษัทต้นสังกัดของเหวินหลงและดาราอีกนับสิบคนอยู่ๆก็ถูกบริษัทที่เป็นคู่ค้าสำคัญหลายบริษัทยกเลิกสัญญากะทันหัน ไม่เว้นแม้แต่บริษัทตระกูลหยางที่มีอิทธิพลต่อวงการในระดับที่ถ้าเขาเลือกจะแบนใครดาราคนนั้นก็เหมือนกับจะตายไปแล้วครึ่งตัว!
นั่นทำให้มูลค่าหุ้นบริษัทสตาร์ไลท์ในตลาดหลักทรัพย์ตกฮวบลงมาแทบจะในพริบตาเหล่านักลงทุนและผู้ถือหุ้นต่างรีบเทขายหุ้นที่ตนเองถือเอาไว้แล้วพากันตั้งคำถามเกี่ยวกับการบริหารงานของบริษัทกันเต็มไปหมด
เหล่าผู้บริหารของบริษัทและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องถูกเรียกมารวมตัวกันเพื่อประชุมอย่างเร็วที่สุด
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ประธานของบริษัทสตาร์ไลท์ประสานมือไว้กลางหน้าอกด้วยท่าทางเคร่งเครียดสองฝั่งของห้องประชุมคือเหล่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่นั่งล้อมวงอยู่ด้วยท่าทางแบบเดียวกัน
“ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน! คุณไปทำอะไรให้ตระกูลหยางไม่พอใจหรือเปล่า?” ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนหนึ่งคาดคั้นท่านประธานอย่างจับผิดสิ่งที่กระทบกับพวกเขาที่สุดไม่ใช่การที่เหล่าผู้ฝึกตนปฏิเสธที่จะร่วมงาน แต่เป็นการที่บริษัทของตระกูลหยางประกาศยุติสัญญาอย่างกะทันหันนั่นต่างหาก!
ถึงมันจะทำให้ตระกูลหยางต้องจ่ายค่าชดเชยให้สตาร์ไลท์มหาศาล แต่จำนวนแค่นั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับอนาคตของบริษัทที่แทบจะดับสนิทแบบนี้
“ผมจะไปทำให้พวกเขาไม่พอใจทำไมเล่า!”
ท่านประธานเองก็เริ่มหัวเสีย วันนี้มันมีเรื่องให้เขาปวดหัวมากเหลือเกิน และสำหรับคนอายุเริ่มมากแบบเขามันไม่ดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน
“แต่เราไม่เคยไปมีข้อขัดแย้งกับตระกูลหยางเลยนี่นา?”
“ทางนั้นได้บอกเหตุผลที่ยกเลิกสัญญาหรือเปล่า?”
เหล่าผู้บริหารของบริษัทหันมาเถียงกันเซ็งแซ่ พวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาที่บริษัทอาจจะล้มละลายได้ตลอดเวลาดังนั้นอย่างน้อยพวกเขาก็อยากจะรู้ถึงสาเหตุที่ตระกูลหยางไม่พอใจสักหน่อย
“...เรื่องนั้นน่ะ” ก่อนที่ท่านประธานจะพูดจบเลขาของเขาก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องประชุม
“ท่านประธานครับ… ตระกูลหยางส่งข้อความมาข้อความหนึ่ง!”
เขามีท่าทีลังเลเล็กน้อยแต่ท่านประธานและผู้บริหารหลายคนต่างรีบเร่งรัดถามถึงข้อความนั้นจนเขาไม่มีทางเลือก
เลขาหนุ่มตัดสินใจฉายข้อความนั้นขึ้นบนจอ
‘พวกคุณไม่ได้ทำผิดอะไรหรอก...แต่มีคนของคุณ“คนหนึ่ง” กำลังหาเรื่องบุคคลที่ไม่ควรหาเรื่องอย่างยิ่งอยู่ ผมขอเตือนให้พวกคุณอยู่ให้ห่างจากเรื่องนี้สักหน่อย แล้วผมจะถือว่าพวกคุณไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในอนาคตพวกเราอาจจะยังร่วมงานกันได้อยู่...
จากหัวหน้าคนหนึ่งของเจ้าพวกงี่เง่าที่กำลังโกรธ’
เหล่าผู้บริหารล้วนจ้องมองข้อความด้วยความสับสน
แต่สิ่งที่ยืนยันได้ก็คืออีเมลล์ที่ใช้ส่งมามันคืออีเมลล์ทางการของบริษัทตระกูลหยางของแท้ของจริงแน่นอน!
“...เจ้าพวกงี่เง่านี่คืออะไรกัน?”
นี่คือคำถามของใครหลายๆคนในห้องนี้ แต่ท่านประธานของบริษัทสตาร์ไลท์กำลังรู้สึกหนาวเหน็บแปลกๆ ยิ่งยามที่เห็นคำว่า “คนของคุณคนหนึ่งกำลังหาเรื่องบุคคลที่ไม่ควรหาเรื่องอยู่”เขาก็พอจะนึกออกแล้วว่าคนที่ถูกพูดถึงนั้นเป็นใคร!
ในตอนนี้เหล่าดาราในสังกัดของบริษัทสตาร์ไลท์ที่กำลังมีข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งนั้นมีอยู่แค่คนเดียว!
เหวินหลง!
ท่านประธานถึงกับทำตัวไม่ถูกเขาหันไปหาเลขาของตนเองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังยิ่งกว่าฟ้าผ่า
“ต่อโทรศัพท์ไปถึงเหวินหลงเดี๋ยวนี้! ต่อให้มันกำลังจะตายก็ปลุกมันขึ้นมารับโทรศัพท์ให้ได้!!”
แต่ถึงเขาจะอารมณ์ร้อนรุ่มเพียงใดในใจก็ยังนึกสงสัยในตัวตนที่เรียกตนเองว่า “เจ้าพวกงี่เง่า” เหล่านี้อยู่ และนอกจากเขาแล้ว ตอนนี้ตัวตนของ“เจ้าพวกงี่เง่า” ก็เริ่มปรากฏขึ้นในพื้นที่สื่อแล้วเช่นกัน!
ในมุมหนึ่งของเมือง มีชายชราคนหนึ่งกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดที่เดินออกมาจากร้านอาหารโดยไม่มองหน้าใคร ด้านหลังของเขามีชายในชุดธุรกิจสองสามคนรีบวิ่งตามกันมาจ้าละหวั่น
“อาจารย์ซุน! อย่าพึ่งโกรธสิครับ ท่านไม่พอใจอะไรเราสามารถตกลงกันได้!” ชายใส่แว่นรีบเข้าไปพยายามทำให้ชายชราใจเย็นลง
“เหอะ! ถ้าพวกคุณอยากจะร่วมมือเรื่องโอสถกับผม ผมก็ยินดีที่จะสอนและเผยแพร่อย่างเต็มใจ”
คนที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาก็คืออาจารย์ซุนหมิงฉวน หรือที่ผู้คนในเว็บบอร์ดเกี่ยวกับการปรุงโอสถในชุมนุมของผู้ฝึกตนเรียกเขาอย่างเคารพว่า“อาจารย์ซุน”
หากยังมีคนจำไม่ได้อีกอาจารย์ซุนก็คือชายชราที่เกือบจะอกแตกตายเพราะโดนไป่ฟานเซียนถล่มกระทู้ถาม-ตอบปัญหาโอสถเสียยับเยินคนนั้นยังไงล่ะ!
ในครั้งนี้เขามาในฐานะตัวแทนคนหนึ่งของสมาคมนักปรุงโอสถเพราะเรื่องที่ผู้ฝึกตนถูกรับรู้โดยสาธารณะชนมันก็ย่อมกระทบพวกเขาเต็มๆเช่นกัน
หากจะฝึกตนก็ต้องพูดถึงโอสถหากพูดถึงโอสถก็ต้องหมายถึงสมาคมนักปรุงโอสถของพวกเขา! ไม่มีขุมอำนาจใดที่จะเอาชนะพวกเขาในเรื่องนี้ได้!
ยิ่งตอนนี้พวกเขามีจักรพรรดินีโอสถอยู่ด้วยยิ่งไม่มีทาง!
ดังนั้นเขาจึงถูกสมาคมโอสถส่งมาเจรจาเกี่ยวกับความร่วมมือในเรื่องการฝึกฝนและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับนักปรุงของสมาคมให้กับคนทั่วไปที่อยากจะเบนเข็มมายังเส้นทางนี้
แต่ในทันทีที่ชายชราได้ยินชื่อดาราที่จะมาทำหน้าที่โปรโมตหรือมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับโครงการนี้ เขาก็ทุบโต๊ะอาหารดังปังแล้วเดินออกมาจากร้านโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนแล้ว!
“ละ...แล้วทำไมท่านต้องโกรธ?”ชายใส่แว่นถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะซุนหมิงฉวนนั้นก็มีท่าทีปกติมาตลอดขนาดตอนพูดเรื่องส่วนแบ่งของการร่วมมือเขาก็ยังรับฟังอย่างเงียบๆเท่านั้น
“ฮึ่ม! สำหรับ “เจ้าพวกงี่เง่า” แบบผม! ดาราที่จะมาโปรโมตโครงการนี้จะเป็นใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เจ้าผู้ชายที่ชื่อเหวินหลงนั่น!”
นอกจากอาจารย์ซุนที่กำลังฉุนเฉียวแล้ว เหตุการณืคล้ายคลึงนี้กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันและมากขึ้นเรื่อยๆไปทั่วทั้งประเทศ
“คุณมาจากบริษัทสตาร์ไลท์เหรอ? งั้นเจ้าพวกงี่เง่าแบบผมไม่ให้คุณสัมภาษณ์แล้ว!”
“คุณอยากขอซื้อโอสถ? ได้สิ...เดี๋ยวก่อน หน้าคุณดูคุ้นๆนะ เป็นดาราสังกัดสตาร์ไลท์หรือเปล่า? พวกงี่เง่าแบบผมไม่ขายอะไรสักอย่างให้คุณแน่!”
“คุณจะมาขอสมัครเรียนกับผม...อะไรนะ?มีไอดอลคือเหวินหลง!? ออกไปซะก่อนที่เจ้าพวกงี่เง่าแบบผมจะตีคุณจนตาย!”
ตอนนี้กระแสสังคมล้วนได้ยินคำว่า“เจ้าพวกงี่เง่า” มาแล้วไม่ต่ำกว่าครั้งสองครั้ง พวกเขาพบว่าในแทบทุกเรื่องที่กำลังโด่งดังจนเป็นที่พูดถึงนี้มันจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า“เจ้าพวกงี่เง่า” นี้อยู่เสมอ
มันกลายเป็นกระแสและถูกค้นหาทางโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว พวกเขาล้วนอยากที่จะรู้ว่าพวกงี่เง่าพวกนี้เป็นใครถึงได้มีอิทธิพลต่ออะไรหลายอย่างในประเทศได้ถึงขนาดนี้!
ขณะเดียวกันเหวินหลงที่กำลังนอนดูโทรทัศน์อย่างสบายใจในห้องพักวีไอพีของโรงพยาบาลก็กำลังตาค้างกับสิ่งที่หมอของเขาพูดออกมาอย่างคาดไม่ถึง
“หมอ...หมอว่าไงนะครับ?”
“ผมจะไม่พูดซ้ำแล้วนะ โรงพยาบาลของพวกเราไม่สามารถที่จะให้คุณอยู่ได้อีกต่อไปแล้ว”
ชายชราสวมแว่นในชุดกาวน์พูดกับเหวินหลงอย่างเย็นชา เขาสั่งให้คนของเขาที่พามาด้วยรีบนำตัวของเหวินหลงออกจากโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
“หมอจะทำแบบนี้ไม่ได้! ผมเป็นผู้ป่วย! ผมได้รับบาดเจ็บมานะ!”
เหวินหลงพยายามหาเหตุผล เขายังไม่เข้าใจเลยสักนิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ปกติโรงพยาบาลเอกชนจะไม่ค่อยเรื่องมากเท่าไรถ้าผู้ป่วยอยากจะอยู่นานๆเพราะมันหมายถึงกำไรต่อวันที่พวกเขาจะได้รับมันจะมีมากขึ้น
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ!
“แผลถลอกแบบนั้นต่อให้เป็นเด็กไม่กี่ขวบก็ยังไม่ร้องไห้มาโรงพยาบาลเลยคุณ...” ชายหนุ่มที่กำลังพาตัวเขาไปหันมาพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
“ผมจะฟ้อง! ผมจะฟ้องโรงพยาบาลพวกคุณให้หมด! รอบริษัทผมรู้เรื่องพวกนี้ก่อนเถอะ!” เหวินหลงพยายามดิ้นทุรนทุราย ระหว่างทางเดินเขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตนเองกำลังถูกมือดีที่ “บังเอิญ”แอบถ่ายเก็บเอาไว้ทั้งหมด!
“บริษัทคุณ? นี่วันนี้ทั้งวันคุณได้ติดตามข่าวอะไรบ้างไหมเนี่ย?”
คุณหมอที่สวมแว่นหันกลับมามองชายหนุ่มอย่างแปลกใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีพวกเขาก็มายืนกันอยู่หน้าโรงพยาบาลแล้ว
เหวินหลงเริ่มรู้สึกแปลกๆ ทั้งท่าทีและน้ำเสียงของหมอและคนพวกนี้ดูจะไม่มีความเกรงอกเกรงใจเหมือนตอนแรกที่รู้ว่าดาราดังระดับประเทศแบบเขายอมมาใช้บริการที่โรงพยาบาลนี้เลย
ทันใดนั้นผู้ช่วยสาวของเขาที่ออกไปรับโทรศัพท์ก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เมื่อเห็นสภาพของดาราหนุ่มที่ถูกหิ้วปีกทั้งสองข้างอย่างหมดสิ้นสภาพเธอก็แทบจะเข่าอ่อน
“รีบมาช่วยฉันเร็วเข้า! คนพวกนี้เป็นบ้ากันไปหมดแล้ว!”
เหวินหลงดีใจที่ได้เห็นผู้จัดการของตนเองแต่ว่าแทนที่หญิงสาวจะรีบเข้ามาจัดการปัญหาให้เหมือนทุกที เธอกลับทรุดลงไปนั่งกับพื้นโดยไร้เรี่ยวแรง
“...เราจบแล้ว”
“อะไรนะ?” ชายหนุ่มยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ฉันเตือนนายแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำให้เรื่องมันบานปลายไปยิ่งกว่านี้!!!”
ราวกับว่านี่คือสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของเธอมานานผู้จัดการสาววีนแตกจนแม้แต่เหวินหลงยังตกตะลึง เธอด่าจนคล้ายกับจะเสียสติไปให้ได้แล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นมาหันหลังกลับ วินาทีที่เธอเปิดประตูแสงแฟล็ชจากกล้องถ่ายรูปก็สาดระรัวเข้ามาจนตาแทบบอด นักข่าวจำนวนมหาศาลรีบกรูเข้ามาในโถงชั้นหนึ่งของโรงพยาบาลทันทีเกือบหนึ่งร้อยคนเมื่อมารวมกับเหล่าคนมุงแล้วมันก็ไม่ต่างจากคลื่นมหาชนเท่าไรนัก
“คุณเหวินหลง! เป็นเรื่องจริงไหมครับที่คุณไม่ได้บาดเจ็บอะไรแต่กำลังแสดงละครเพื่อหลอกลวงประชาชน?”
“คุณเหวินหลงมีคนเก็บภาพวันที่คุณกลับมาจากบ้านพักของคุณไป่ฟานเซียนได้ไม่ใช่ว่าวันนั้นคุณยังเดินเหินสะดวกอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ?”
“คุณเหวินคะ มีนักข่าวถ่ายภาพวันที่คุณมาที่โรงพยาบาลนี้ได้ตอนนั้นคุณก็ยังแข็งแรงสมบูรณ์ดีนี่คะ?”
“คุณเหวิน มีคนนำหลักฐานที่คุณได้ทำการว่าจ้างให้กลุ่มคนในโลกอินเตอร์เน็ตไปปลุกปั่นและสร้างกระแสกับคุณไป่ฟานเซียนเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ?”
“นอกจากนี้ยังมีการขุดค้นการยักยอกเงินการหนีภาษี รวมถึงมีหลักฐานเกี่ยวกับการฟอกเงินในอดีตของคุณด้วยครับ”
“คุณเหวิน...ไม่ทราบว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ?”
คำถามสุดท้ายนั้นเป็นเหมือนสัญญาณ เหวินหลงที่ทั้งรับเรื่องราวไม่ไหวทั้งกลัวความผิดก็พลันสลบลงไปกลางอากาศสภาพน่าสังเวชของชายหนุ่มที่ตาเหลือกและต้องอาศัยคนพยุงปีกสองข้างตอนนี้ถูกถ่ายทอดออกไปจนทั่วโลกออนไลน์และโทรทัศน์สถานีหลัก
เรื่องราวทุกอย่างที่เขาพยายามปกปิดไว้ถูกขุดคุ้ยออกมาจนหมดตั้งแต่อดีต แม้แต่สมัยที่เขาพึ่งจะเข้าวงการใหม่ๆก็ยังถูกนำออกมาแฉจนหมดเปลือก!
ที่บ้านพักชายทะเล มีหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งดูฉากนั้นอยู่พอดี เธอหันมามองยัง “ท่านจอมพล” และ “ท่านพลเอก”สองคนที่จิบไวน์แดงเงียบๆ แต่เมื่อข่าวเกี่ยวกับเหวินหลงออกมาพวกเขาก็หันไปแอบยิ้มให้กันทีหนึ่ง
“เป็นพวกเจ้าลงมือ?”
ไป่ฟานเซียนไม่ได้หันไปมองแต่คำถามของนางก็ทำให้จอมพลอย่างจางเซียนหยวนสะดุ้งเบาๆ เขารีบกระแอมทีหนึ่งแล้วตอบเลี่ยงๆไปว่า
“ไม่ใช่ฝีมือพวกเราหรอกครับ...น่าจะเป็นเจ้าพวกงี่เง่าพวกนั้นมากกว่า”
“พวกเราก็แค่ใช้อำนาจเร่งรัดงานของทางการนิดหน่อย...”
หลิวเยี่ยนเฟยยิ้ม เขาขอตัวออกไปนั่งเล่นที่ริมทะเลกับพวกเด็กๆและราชินีมังกร ตอนนี้นางค่อนข้างที่จะมีความสุขกับชื่อ“แดงน้อย” และชีวิตที่สงบเช่นนี้ไปเสียแล้ว
หญิงสาวทอดถอนหายใจ นางสะบัดมือคราหนึ่งคอมพิวเตอร์พกพาที่นางใช้เป็นประจำก็ลอยเข้ามานางเปิดเว็บไซต์ชุมนุมของผู้ฝึกตน แม้แต่ตอนนี้ก็ยังมีคนพูดคุยกันอยู่จนข้อความเด้งระรัวไม่หยุด
ไป่ฟานเซียนลังเลเล็กๆยามที่เข้าไปในกลุ่มแฟนคลับของท่านจักรพรรดินี นางไม่รู้ว่าจะพิมพ์อะไรเพื่อขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของพวกเขา
เสียงต๊อกแต๊กดังขึ้นไม่นาน ไป่ฟานเซ๊ยนในที่สุดก็ตัดสินใจส่งข้อความไปข้อความหนึ่ง
ความคิดเห็นที่14,587 (จักรพรรดินีโอสถ)
- ขอบคุณ...ลำบากพวกเจ้าแล้ว
ทันทีที่ขอความนี้ปรากฏ ความคิดเห็นที่กำลังเด้งระรัวก็หยุดนิ่งราวกับถูกหยุดเวลา เว็บบอร์ดแฟนคลับของท่านจักรพรรดนีนี้เหมือนจะร้างไปประมาณห้าวินาที
ทันใดนั้นข้อความมหาศาลก็ปรากฏขึ้น
ความคิดเห็นที่14,587 (โอสถของข้าอยู่ในกระเป๋าเจ้า)
- ใครแฮ็คบัญชีของท่านจักรพรรดินี!
ความคิดเห็นที่14,588 (พวกงี่เง่าเกรดพรีเมี่ยม)
- เอาท่านจักรพรรดินีตัวจริงคืนมา! เอาคืนมา! เอาคืนมา!!!!
ความคิดเห็นที่14,596 (โอสถคือชีวิต)
- รีบส่งคนไปตรวจสอบหมายเลข IP ของท่านเร็วเข้า! หาให้ได้ว่าตอนนี้เจ้าหัวขโมยมันเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านไปไว้ที่ไหน!?
ความคิดเห็นที่14,621 (นักปรุงมือใหม่)
- พี่ชายหยาง! ผมกำลังส่งข้อความไปหาเจ้าพวกงี่เง่าคนอื่น!
ความคิดเห็นที่14,713 (อาจารย์ซุน)
- ฮึ่ม! ฉันอยู่ที่เมือง A พอดี จะรีบใช้อำนาจของสมาคมตรวจสอบให้!
ข้อความเกือบร้อยข้อความเด้งระรัวขึ้นมาในไม่กี่วินาที หญิงสาวรู้สึกเหมือนเส้นอะไรบางอย่างขาดผึงข้างในหัว หวงจื่อหานที่คอยรับใช้อยู่ข้างๆสะดุ้งขึ้นมาเพราะบรรยากาศอันเย็นเยียบชั่วพริบตาที่นายหญิงของเขาปล่อยออกมามันทำให้เขาขนลุกเกรียว!
พ่อบ้านขรารู้สึกว่าเขาเห็นนายหญิงของตนตากระตุกแปลกๆ มือที่กำเครื่องคอมพิวเตอร์ก็แน่นขึ้นจนไม่รู้ตัว
หลังจากนั้นไป่ฟานเซียนก็หันไปพิมพ์อะไรต๊อกแต๊กบนคอมพิวเตอร์เพียงแต่จิดสังหารที่นางปล่อยออกมาเหมือนกับว่านางจะต้องการให้มันทะลวงผ่านหน้าจอไปจนถึงอีกฝั่งอย่างไรอย่างนั้น
ความคิดเห็นที่14,587 (จักรพรรดินีโอสถ)
- เจ้าพวกงี่เง่า...กำลังยั่วโมโหข้ากันอยู่ใช่หรือไม่?
“ท่านจักรพรรดินีกลับมาแล้ว!”
“เป็นท่านจักรพรรดินีจริงๆ!”
“ฟู่ว! เกือบไปแล้ว ผมกำลังจะรีบจองตั๋วไปเมือง A เมื่อกี้นี้เอง”
“...”
เจ้าพวกงี่เง่านี่!!