หยางฮูหยินกลับมาถึงจวนเมื่อต้นยามอู่[1] ได้ยินสาวใช้มารายงานว่าบุตรชายถูกสามีลงโทษ นางก็รีบตรงไปยังเรือนของสามีเพื่อเจรจากับเขาในทันที ยิ่งรู้ว่าอนุจางอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย หยางฮูหยินก็ยิ่งเร่งฝีเท้าเพื่อจะได้ไปถึงเรือนของสามีให้เร็วที่สุด
“ท่านพี่! เกิดเื่อะไรขึ้น เหตุใดถึงได้ลงโทษเฉิงเอ๋อร์หนักขนาดนี้”
เมื่อเห็นหน้าสามี หยางฮูหยินก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ การที่หยางมู่ลงโทษให้บุตรชายของนางคุกเข่าที่หน้าศาลบรรพชนเป็เวลาสิบสองชั่วยามนั้น
เขาจะไม่ทำเกินไปหน่อยหรือ!
หยางมู่ละมือที่กำลังจัดการบัญชีร้านค้าต่างๆ ซึ่งเป็กิจการของจวนสกุลหยาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินเอกของตน
“ก็เพราะว่าเ้าสั่งสอนบุตรชายไม่ได้เื่อย่างไรเล่า ข้าถึงต้องลงโทษให้เขาสำนึกเสียบ้าง”
ได้ยินคำพูดของสามี หยางฮูหยินก็แค่นหัวเราะ เอ่ยว่า “เป็เพราะข้าสั่งสอนบุตรชายไม่ได้เื่ หรือเป็เพราะอนุคนโปรดของท่านกันแน่!”
หยางฮูหยินมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าสาเหตุที่บุตรชายของนางถูกสามีลงโทษต้องเกิดจากอนุจางอย่างแน่นอน เมื่อก่อนต่อให้หยางเฉิงจะทำตัวเถลไถลแค่ไหน หยางมู่ก็ไม่คิดที่จะมาสนใจเขาอยู่แล้ว แต่วันนี้เขากลับลงโทษบุตรชายของนาง หากไม่ใช่เพราะจางหลิน แล้วจะเป็เพราะอะไร!
หยางมู่เห็นว่าเซี่ยซินหลีกำลังกล่าวหาอนุคนโปรดของตน โทสะที่เพิ่งถูกระงับไปก็กลับมาพลุ่งพล่านอีกครั้ง
เขายกมือชี้หน้านาง เอ่ยว่า “เื่นี้เป็เพราะบุตรชายตัวดีของเ้าทำเื่งามหน้าเอาไว้ อย่าได้คิดที่จะโทษคนอื่นเด็ดขาด! หากเ้าไม่เชื่อก็ไปถามเอาความจริงกับบุตรชายของเ้าได้เลย!”
“เื่งามหน้า?” หยางฮูหยินขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย เื่งามหน้าที่สามีของนางกล่าวมาหมายถึงอะไร เหตุใดสาวใช้ถึงไม่ได้รายงาน พวกนางบอกเพียงแค่ว่าบุตรชายกับสามีของนางมีปากเสียงกันเพราะอนุจาง สาเหตุที่แท้จริงที่หยางเฉิงถูกลงโทษเป็เพราะอะไรกันแน่?
เมื่อเห็นร่างของมารดาเดินออกมาจากเรือนของบิดา หยางชิงหลิงที่รั้งรออยู่ด้านนอกก็รีบเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ “ท่านแม่ เหตุใดท่านพ่อถึงได้ลงโทษน้องสามหรือเ้าคะ?”
“ข้าไม่รู้ เื่นี้คงต้องไปถามหาความจริงจากปากน้องชายของเ้าเสียแล้ว” หยางฮูหยินเอ่ยตอบบุตรสาว พลางสาวเท้าตรงไปยังศาลบรรพชนเพื่อเค้นถามความจริงจากปากของบุตรชาย หากเื่นี้เป็เพราะบุตรชายของนางทำผิดก็แล้วไป แต่ถ้าหากว่าเกี่ยวข้องกับจางหลินเมื่อไหร่ นางไม่มีทางปล่อยสตรีนางนั้นไว้แน่!
หน้าศาลบรรพชน
หยางเฉิงคุกเข่าสำนึกผิดเป็เวลาเกือบสองชั่วยามแล้ว แต่กระนั้นเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้าหรือหมดแรงไปเสียก่อน ต่างจากอวี้เจินที่ตอนนี้ใกล้จะเป็ลมแดดเข้าไปทุกที
“คุณชายไม่หิวน้ำหรือเ้าคะ ตอนนี้ข้ารู้สึกคอแห้งไปหมดแล้ว”
หยางเฉิงรู้สึกรำคาญสตรีด้านข้างเต็มทน เกือบสองชั่วยามแล้วที่นางเอาแต่พร่ำบ่นกับเื่ไม่เป็เื่ หากนางจะรู้สึกคอแห้งก็หาใช่เื่แปลก
“หากเื่แค่นี้เ้ายังทนไม่ไหว เหตุใดต้องเสนอหน้ามารับโทษกับข้าด้วย!”
คำพูดของหยางเฉิงทำให้อวี้เจินเอ่ยอะไรไม่ออกชั่วขณะ ก็จริงอยู่ที่นายท่านหยางไม่ได้สั่งลงโทษนาง แต่นางก็มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้หยางเฉิงได้รับโทษ อย่างน้อยนางก็ควรจะได้รับโทษเพื่อไม่ให้ตนเองรู้สึกละอายใจไปมากกว่านี้สิ
“หากคุณชายไม่ป้อนยาให้ข้าด้วยวิธีนั้น ท่านกับนายท่านก็คงจะไม่ต้องมีปากเสียงกันเช่นนี้หรอก” อวี้เจินคิดมาถึงจุดนี้ก็อดที่จะเอ่ยตำหนิหยางเฉิงไม่ได้ หากเขาไม่ทำเื่พิเรนท์พรรค์นั้นต่อหน้าคนทั้งโรงครัว บิดาของเขาก็คงจะไม่โกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้
หยางเฉิงหันไปมองตัวต้นเื่ พลางย้อนถามนาง “แล้วใครใช้ให้เ้าไม่ยอมดื่มยานั่นละ”
“ก็...” อวี้เจินรู้สึกเหมือนน้ำท่วมปาก ถ้าหากพูดไปพูดมา อย่างไรนางก็นับว่าเป็คนผิด ตอนนั้นถ้านางรับยามาดื่มแต่โดยดี เื่ร้ายแรงเช่นนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นกับหยางเฉิง บางทีการพูดขอโทษออกไปก็คงจะดีกว่าการพูดแก้ตัว
นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะหันหน้าไปเอ่ยกับหยางเฉิง “ข้าขอโทษเ้าค่ะที่ทำให้คุณชายต้องมาเดือดร้อนเช่นนี้ ต่อไปท่านสั่งให้ทำอะไร ข้าจะยอมทำตามอย่างว่าง่าย จะไม่ขัดขืนโดยเด็ดขาด”
หยางเฉิงหันมองสตรีด้านข้างอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดวันนี้อารมณ์ของนางถึงได้แปรปรวนไปมา หรือว่ายาที่เขาให้นางดื่มหาใช่ยาห้ามครรภ์?
“โอ๊ะ! คุณชาย ตรงมุมปากของท่านเหมือนจะมีเืออกด้วย เจ็บหรือไม่เ้าคะ?” เมื่อสังเกตใบหน้าของหยางเฉิงดีๆ อวี้เจินก็เพิ่งเห็นว่าตรงมุมปากของเขามีรอยฟกช้ำจางๆ และคราบเืติดอยู่ ด้วยความหวังดีนางจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วยื่นให้เขา ทว่าหยางเฉิงกลับเบือนหน้าหนี ไม่คิดจะรับความหวังดีที่นางมอบให้
“เอาออกไป!”
“ดื้อดึง” อวี้เจินได้แต่บ่นพึมพำ แต่กระนั้นนางก็ยังไม่ละความหวังดีที่มีต่อหยางเฉิง นางยื่นมือออกไปเพื่อหวังจะซับคราบเืให้เ้านายผู้ดื้อดึงของตน ในตอนนั้นเอง เสียงตวาดของใครบางคนก็ดังขึ้นเสียก่อน
“สตรีแพศยา! เป็เ้าใช่หรือไม่ที่ทำให้บุตรชายของข้าต้องถูกลงโทษ!!!”
[1] ยามอู่ คือ่เวลาั้แ่ 11.00 – 12.59 น.