วันแรกของการเปิดรับสมัครนักเรียนใหม่
อาจารย์าุโสูงสุดจิ้นซื่อมารับลี่หยางและลี่หลินไปด้วยตัวเอง ทั้งสองถือเป็ศิษย์เอกของเขาเพียง 2 คนเท่านั้น ชุดของลี่หลินและลี่หยางรูปแบบเหมือนกับชุดของลูกศิษย์คนอื่น ๆ ทั่วไป แตกต่างที่สีชุดทั่วไปเป็สีขาวแถมน้ำเงิน ส่วนชุดของศิษย์เอกนั้นเป็สีม่วงการปรากฏตัวของลี่หลินและลี่หยางสร้างความฮือฮาให้แก่เหล่าศิษย์เก่าทั้งหลายเป็อย่างมาก ด้วยหน้าตาที่เหมือนกันและอายุน้อยที่สุดในบรรดาศิษย์ในสถานศึกษาแห่งนี้ ชุดสีม่วงหมายถึงสิ่งใดกัน มีใครบ้างที่จะไม่รู้ ชุดสีม่วงใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันที่อยากจะใส่ แต่ใช่ว่าอยากใส่แล้วจะได้ใส่ คนที่สามารถใส่ได้นั้นต้องเป็ศิษย์เอกและมีความโดดเด่น มีพร์ เป็เด็กอัจฉริยะเท่านั้นที่จะใส่ได้ แต่ที่ปกเสื้อปักรูปเหยี่ยวนั้นคืออะไร ศิษย์พี่! ดูจากหน้าตาและส่วนสูงคงไม่เกิน 8 ขวบปี นี่พวกเขาต้องเรียกเด็กอายุ 8 ขวบปีว่าศิษย์พี่ใหญ่
ลี่หลินและลี่หยางเดินตามจิ้นซื่ออย่างสุขุม ท่าทางไม่บ่งบอกสักนิดว่าเป็เด็ก ที่นี่รับนักเรียนทั้งชายและหญิง และวันนี้คนมาสมัครเข้าเรียนค่อนข้างมาก ก่อนที่จะได้เป็นักเรียนของเทียนชงอวี้นั้น ทุกคนต้องเข้ารับการทดสอบก่อน วันแรกส่งใบสมัครก่อน วันที่สองให้มาสอบคัดเลือกอีกครั้ง วันที่สามประกาศผล ที่นี่ไม่มีการใช้เส้นสาย ไม่ว่าจะสูงส่งขนาดไหน องค์ชายหรือองค์หญิงก็ต้องมายื่นใบสมัครด้วยตัวเองหากใครให้สาวใช้มายื่นใบสมัครจะถูกตัดสิทธิ์ทันที
“อาจารย์ลุงขอรับ พรุ่งนี้พวกข้ามาด้วยนะขอรับ ข้าอยากดูการทดสอบ”
ลี่หยางเมื่อรู้ว่าจะมีการทดสอบจึงอยากมาดูด้วย การทดสอบของเทียนชงอวี้นั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ได้สิข้าจะไปรับเ้ามาเอง เอาล่ะกลับกันเถอะ พวกเ้าต้องกลับไปฝึกต่ออีก”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
ลี่หลินและลี่หยางกลับมายังหุบเขา วันนี้จิ้นซื่อให้เด็กแฝดทำอาวุธเวทขั้นสูงให้ดู 1ชิ้น ลี่หลินทำแส่จากกระดูกงูที่ได้จากซากสัตว์อสูรที่เสียวไป๋พาไปเก็บเกี่ยว ลี่หยางทำธนูเวทจากเขากวางสัตว์อสูรเช่นเดียวกัน จิ้นซื่อตรวจดูก็พนักหน้าลูบเคราที่มีอยู่อันน้อยนิดของตนเอง
"เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้ เ้าทั้งสองเรียนกับอาจารย์ลุงชิงิต่อเถิด เหมือนว่าเขาจะพาใครสักคนมาสอนพวกเ้าเป็พิเศษ "
วันนี้ชิงิพาปรมาจารย์ท่านหนึ่งมาช่วยสอน วิทยายุทธ์หมัดมวยกำลังภายในให้แก่ลี่หลินและลี่หยาง วันนี่ลี่หลินและลี่หยางฝึกฝน ปรมาจารย์ท่านนี้คือหยางเยว่ ปรมาจารย์ชื่อดังที่สุดในปฐีนี้ ปรมาจารย์ท่านนี้ได้ออกท่องยุทธ์ไปทั่ว ไม่รับลูกศิษย์และไม่อยู่กับที่นาน ๆ ซึ่งปรมาจารย์ท่านนี้ได้รู้จักกับชิงิโดยบังเอิญ และเพื่อตอบแทนบุญคุณจึงได้รับปากที่จะสอนเด็กน้อยวัย 8 ขวบปี 2 คน ปรมาจารย์และชิงินั้นมาถึงนานแล้วและได้เห็นเด็กน้อยทั้งสองสร้างอาวุธเวทนั้นั้แ่ต้นจนจบ เมื่อปรมาจารย์หยางเยว่เห็นหน่วยก้านของเด็กแฝดก็ถูกใจยิ่งนัก
“ดี ๆ เอาล่ะข้าจะอยู่ที่นี่อีก 1เดือน ข้าจะสอนวิชาหมัดมวยให้พวกเ้าเองนับั้แ่วันนี้”
“ขอบคุณขอรับท่านปรมาจารย์”
“เรียกข้าว่าท่านปู่เยว่ก็พอ”
“ขอรับ/เ้าค่ะท่านปู่เยว่”
ลี่หลินและลี่หยางมีพื้นฐานพละกำลังที่ดีอยู่แล้วจึงเป็เื่ง่ายในการร่ำเรียน วิชาหมัดมวยใช่ว่าจะไม่สำคัญ บางครั้งอยู่ในที่ใช้เวทมนต์คาถาไม่ได้ ก็ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็อย่างดี วันนี้ทั้งวันทั้งสองได้ฝึกร่ายรำวิชามวยที่น้ำตก ขาและแขนมัดถุงทรายเอาไว้ ทั้งคู่ฝึกได้รวดเร็วจนน่าแปลกใจ หยางเยว่ไม่เคยพบเห็นเด็ก 8 ขวบปีจะมีพละกำลังมากมายเพียงนี้ ทำให้ใจของหยางเยว่หึกเหิมมีความกระหายอยากจะสอนเด็กทั้งสองมากขึ้น
“เอาล่ะค่ำแล้ว เรากลับกันเถอะ”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
“ท่านปู่เยว่ท่านออกท่องเที่ยวสนุกไหมเ้าคะ”
ลี่หลินผู้ชอบผจญภัยถามด้วยความตื่นเต้น หยางเยว่ยิ้มด้วยความเอ็นดู
“ไม่สนุกหรอก ข้านอกนั้นมีอันตรายมากมาย”
“อันตราย! เช่นนั้นท่านปู่เยว่ก็เก่งมากสิเ้าคะ ท่านปู่ไม่เป็อะไรเลย”
“เป็สิทำไมจะไม่เป็เล่า สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ไม่เช่นนั้นจะมารู้จักกับอาจารย์ลุงเ้ารึ”
หยางเยว่พาเด็ก ๆ เดินกลับบ้านพัก และเล่าเื่ข้างนอกให้ฟัง เด็ก ๆ ก็ฟังอย่างตื่นเต้นและถามเป็ระยะ ๆ หยางเยว่พึ่งจะรู้ว่าการมีลูกหลายตัวน้อย ๆ ล้อมหน้าล้อมหลังมันรู้สึกดีเช่นนี้ เ้าเด็กสองคนนี้ก็เป็เด็กที่ฉลาดมาก ช่างพูดช่างเจรจา น่าลุ่มหลง มิน่าล่ะทุก ๆ คนที่นี่จึงรักและหาสิ่งดี ๆ ให้กับเ้าเด็กแฝดนี่ ทั้งสามเดินมาถึงเรือนพักรับรองของหยางเยว่ พบไป๋เหยียนยืนรออยู่นานแล้ว
“ท่านพ่อ/ท่านพ่อ”
“เอาล่ะพวกเ้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมากินข้าว พ่อรออยู่”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
พูดจบทั้งคู่ก็วิ่งปรู๊ดไปทันที
“เชิญท่านปรมาจารย์ที่ห้องโถง ข้ามีเหล้าชั้นดีเก็บไว้บ้างนิดหน่อย วันนี้พวกข้าสี่พี่น้องจะดื่มกับท่านขอรับ”
“ได้สักครู่ข้าจะตามไป”