บทที่ 9
ฮวาเหมย
“ท่านพี่ ฮือ! ท่านพี่ช่วยท่านแม่ด้วยขอรับ!” เสี่ยวสือวิ่งหน้าตั้งมากอดขาร้องไห้
“เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่! เ้ารีบตอบข้ามา” ถังหลี่มี่ได้ยินว่ามารดาเกิดเื่ก็ยิ่งร้อนใจ
“ท่านแม่ถูกป้าสะใภ้จับตัวมาขายที่โรงค้าทาสขอรับ! ไม่รู้ว่าตอนนี้ถูกผู้อื่นซื้อตัวไปเป็ทาสแล้วหรือยัง! ฮือ! เป็เพราะข้า เป็ความผิดของข้าเองท่านพี่” เสี่ยวสือร้องไห้จนใบหน้าท่วมไปด้วยหยาดน้ำตา
“เสี่ยวสือเลิกโทษตัวเอง บอกพี่มา ป้าสะใภ้ขายท่านแม่ที่โรงค้าทาสใดกัน?” สิ่งที่นางเป็กังวลคือตอนนี้ท่านแม่เป็อย่างไร หากถูกผู้อื่นซื้อตัวไปแล้วต้องเป็เื่ยากมากที่จะพาตัวกลับมาได้
“โรงค้าทาสเจียนอู่ขอรับ!” เสี่ยวสือพยายามกลั้นสะอื้น เขาเองก็เป็ห่วงท่านแม่ จึงรีบวิ่งมาตามท่านพี่ไปช่วย
“พวกเรารีบไปกัน!” ถังหลี่มี่ฝากรถเข็นไว้กับคนเฝ้าประตูเมือง นางยัดเงินให้พวกเขาห้าอีแปะ ก่อนจะรีบวิ่งจูงมือน้องชายไปทางทิศใต้ของเมือง
“เป็เพราะข้า! น้องรองเห็นข้ากำลังแอบกินแผ่นแป้ง จึงเอาเื่ไปฟ้องป้าสะใภ้ นางโมโหมากที่ข้ากับท่านแม่แอบซ่อนของกิน นางด่าทอท่านแม่ หาว่าสิ้นเปลือง เก็บของดีไว้ให้ลูกตัวเองกิน ไม่สำนึกบุญคุณ อยู่ไปก็สิ้นเปลืองอย่างเปล่าประโยชน์ มิสู้นำไปขายแลกเงิน ถือว่าทำประโยชน์ครั้งสุดท้ายให้กับตระกูล นางตั้งใจขายข้าด้วย แต่ข้ายังเล็กนัก ราคาถูกเกินไป นางตั้งใจเลี้ยงให้โตก่อนค่อยขายเป็แรงงานชายในราคาสูง” เสี่ยวสือวิ่งไปฟ้องไป เจ็บใจตัวเองนักที่กินไม่ระวัง ทำให้น้องรองของป้าสะใภ้มาเห็นจนเกิดเื่ใหญ่เข้า น้องรองเป็พวกจมูกสุนัข เขาจับััได้ว่ามีคนแอบกินอาหาร
“นางเป็หญิงใจดำสารเลว จ้องหาเื่เล่นงานเ้ากับท่านแม่มาตลอด นางเคยมาขอเงินข้าอยู่หลายครั้ง แต่ข้าปฏิเสธ นางคงคิดว่ามีพวกเ้าสองแม่ลูกเป็ตัวประกันก็เปล่าประโยชน์ เรียกร้องเงินทองสิ่งของจากผู้ใดไม่ได้ แถมยังต้องอับอายผู้คนในหมู่บ้าน คนพวกนั้นคิดว่าเ้ากับท่านแม่แตกต่าง ไร้สาระสิ้นดี!” วิ่งไปบ่นไปในที่สุดก็มาถึงโรงค้าทาสเจียนอู่ทางทิศใต้
“ที่นี่แหละขอรับท่านพี่!”
“อืม!” ถังหลี่มี่รีบเข้าไปด้านใน นางได้พบกับเ้าของโรงค้าทาสนามว่าซูฉือ
“แม่นางน้อย เ้า้าขายทาสใช่หรือไม่?” ซูฉือเห็นการแต่งกายของหญิงสาวที่เดินเข้ามา นางเดาได้ทันทีว่ามาขายตัวเป็ทาสมากกว่าจะมาซื้อทาส เด็กชายที่นางพามาด้วยดูคุ้นหน้า เหมือนเพิ่งเคยเห็นหน้า
“เปล่าเ้าค่ะ ข้ามาเพื่อซื้อทาส ทาสที่เพิ่งถูกขาย นางเป็หญิงวัยกลางคน หน้าตาดูดี ร่างกายผอมแห้ง นางมีนามว่าฮวาเหมย” ถังหลี่มี่รีบบอกรูปลักษณ์ของมารดา
“มี มี! นางเพิ่งถูกขายมาเมื่อเช้า ตอนนี้กำลังรอถูกเลือกซื้อ แม่นางรอสักครู่ ตอนนี้สาวใช้จากจวนนายอำเภอกำลังเลือกแม่ครัว ฮวาเหมยก็เป็หนึ่งในตัวเลือก” ใบหน้าซูฉือคลี่ยิ้มออก เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ามาซื้อมิใช่มาขาย
“ท่านน้า! ท่านช่วยเอาตัวมารดาข้าออกมาก่อนได้หรือไม่ ข้ามีเงินซื้อนางจริง ๆ นะเ้าคะ” หากคนจากจวนนายอำเภอต้องตามารดานางละก็ นางอาจไม่ได้เจอหน้าท่านแม่อีกต่อไป!
“ข้ารู้ว่าแม่นางน้อยมีเงิน เพียงแต่มันเป็กฎของโรงค้าทาส คนมาก่อนย่อมได้เลือกก่อน เ้าอย่าร้อนใจไปเลย ทาสของข้ามีแม่ครัวฝีมือดีหลายคน มารดาของเ้าไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ย่อมถูกมองข้าม” ซูฉือยังพูดไม่ทันขาดคำ แม่บ้านจากจวนนายอำเภอเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก มีคนเดินตามหลังนางมาสองคน หนึ่งในนั้นคือฮวาเหมย!
“ข้า้าทาสสองนางนี้ ราคาเท่าไรกัน?” แม่บ้านรูปร่างอ้วนท้วนพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง นางเชิดหน้าจากนั้นหยิบถุงเงินออกมา
“เอ่อ… ฮวาเหมยนางเป็เพียงสาวชาวบ้าน ไม่มีความรู้เื่การทำอาหาร มิสู้ท่านเลือกคนอื่นที่เคยเป็แม่ครัวมาก่อน ดีไหมเ้าคะ?” ซูฉือเป็คนค้าทาสก็จริง แต่นางรับซื้อและขายทาสอย่างเป็ธรรม พอทราบว่าฮวาเหมยมีบุตรสาวมาไถ่ตัว นางอยากช่วยอีกแรง
เื่ครอบครัวพลัดพราก เพราะถูกจับตัวมาขายเป็ทาสมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง อาณาจักรต้าลู่มีการส่งทาสออกไปขายยังแคว้นต่าง ๆ มากมาย เหตุที่ทาสของต้าลู่ขายดีจนเรียกว่าเป็สินค้าชั้นเยี่ยม เป็เพราะทาสของต้าลู่ยอมทำตามคำสั่งของผู้เป็นายทุกประการ เรียกได้ว่าสั่งให้ไปตายก็ต้องไป! การฝึกทาสชั้นดีใช้เวลาหลายปี และทาสเ่าั้จะมีราคาหลายสิบตำลึง!
“ไม่ล่ะ ข้า้านางนี่แหละ ลดราคาให้ข้าด้วยล่ะ นางทั้งผอมแห้ง ทั้งบอบบาง งานครัวก็ไม่ได้เื่” แม่บ้านจวนนายอำเภอกล่าวอย่างรำคาญ นางซื้อตัวแม่บ้านมาหนึ่งคน ส่วนอีกคนเลือกสตรีที่ราคาถูก คงจะเหลือเงินเข้ากระเป๋านางหลายอีแปะ!
“ใช่ ๆ งานครัวนางไม่เอาไหน ข้าเพิ่งซื้อนางมาเมื่อเช้า กฎระเบียบข้าก็ยังไม่ได้สอนสั่ง ขอให้ท่านเลือกคนอื่นแทนเถิดเ้าค่ะ หากขายนางให้จวนนายอำเภอ ข้าคงขายหน้าแย่” ซูฉือพยายามเกลี้ยกล่อม
ถังหลี่มี่ลอบมองมารดา นางไม่แสดงออกว่า้าซื้อตัวฮวาเหมย
ฮวาเหมยก้มหน้ามองพื้น ตอนถูกขาย คนที่โรงค้าทาสสั่งห้ามเดินเชิดหน้าชูตา ต้องก้มหน้าก้มตามองพื้น เป็กฎเบื้องต้นของคนเป็ทาส ฮวาเหมยเจ็บแปลบในอก ได้ชื่อว่าเป็หญิงงามเมืองแล้วยังต้องมาเป็ทาสให้ผู้อื่นโขกสับตามใจชอบ ชีวิตนางเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดหลายคราเหลือเกิน
เสี่ยวสือกลั้นน้ำตา ท่านแม่ถูกเลือกแล้ว ถูกเลือกซื้อไปแล้วจริง ๆ ต่อไปนี้เขาจะไม่ได้เจอท่านแม่อีกแล้ว!
“ข้าจะเอานาง! บอกราคามา” แม่บ้านจวนนายอำเภอเริ่มโมโหที่ถูกทำให้เสียเวลา
“นางสองคนราคาคนละห้าตำลึงเ้าค่ะ” ซูฉือใช้ไม้ตายสุดท้าย เรียกราคาแพงเกินจริง
“คนละห้าตำลึง!? เ้าคิดว่าบ่าวจวนนายอำเภอเช่นข้าจะยอมให้คนชั้นต่ำเช่นเ้าเอาเปรียบง่าย ๆ เช่นนี้รึ!?” บ่าวจวนนายอำเภอชี้หน้าซูฉือ นางได้เงินค่าซื้อทาสมาสิบตำลึง ขนาดเลือกทาสแก่ท่าทางไม่ได้เื่ยังราคานี้ นางจะเหลืออะไรเล่า!
“มิกล้า! มิกล้า! ข้าไหนเลยจะมีความกล้ามากมายเช่นนั้น เพียงแต่บ่าวคนนี้ข้าซื้อนางมาในราคาแพงลิบ แม้ตอนนี้นางจะดูผอมขี้โรค ไม่รู้ระเบียบ ไม่มีความสามารถพิเศษ แต่หากข้ามีเวลาบ่มเพาะ ต้องเป็บ่าวชั้นเลิศ ข้าจึงกล้าทุ่มเงินซื้อนางมาเ้าค่ะ!”
“เ้านี่มันช่างโง่เขลา! ข้าไม่เคยพบโรงค้าทาสแห่งไหนยอมจ่ายเงินหลายตำลึง เพื่อทาสไม่ได้เื่เช่นนี้! ข้าไม่ซื้อแล้ว! ไม่ซื้อมันทั้งสองคน!” พูดจบบ่าวจวนนายอำเภอสะบัดหน้าเดินจากไป ไม่วายกล่าวทิ้งท้ายว่า “เฮอะ! ต่อไปจวนนายอำเภอของเรา คงต้องเปลี่ยนโรงค้าทาสใหม่ที่มีคุณธรรมและความคิดมากกว่านี้ มิเช่นนั้นจะถูกเอาเปรียบได้!”
ซูฉือถอนหายใจ ดูท่าการค้าครั้งใหญ่นี้จะหลุดมือไปเสียแล้ว
“ท่านแม่!” ถังหลี่มี่และเสี่ยวสือวิ่งเข้าไปกอดมารดา
ฮวาเหมยเงยหน้าทันที เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย “หลี่มี่! เสี่ยวสือ! พวกเ้ามาได้อย่างไร!?”
“ท่านแม่! ข้าตามท่านพี่มาช่วยแล้ว” เสี่ยวสือกอดมารดาพูดทั้งน้ำตา
“ขอบคุณท่านน้าที่ช่วยท่านแม่ข้าไว้ บุญคุณครั้งนี้ ถังหลี่มี่จะไม่มีวันลืม!” ถังหลี่มี่คารวะซูฉือ โชคดีจริง ๆ ที่นางมาเจอเ้าของโรงค้าทาสจิตใจดี เห็นอกเห็นใจผู้อื่น
“ไม่เป็ไร เมื่อเช้าข้าซื้อแม่เ้ามาในราคาสองตำลึง เ้าก็ไถ่ตัวนางในราคาเดิมนั่นล่ะ” ซูฉือโบกไม้โบกมือ
“ขอบคุณท่านน้า ข้าจะไถ่ตัวมารดาในราคาห้าตำลึง ครั้งนี้ทำท่านเสียการค้ากับจวนนายอำเภอเสียแล้ว ไม่รู้จะขออภัยอย่างไรดี” ถังหลี่มี่รู้สึกเกรงใจเป็อย่างมาก ไม่คิดเลยว่าโรงค้าทาสแห่งนี้จะเห็นค่าคนตัวเล็ก ๆ อย่างพวกนาง
“หาใช่ความผิดของเ้า แค่จวนนายอำเภอ ไม่ทำให้การค้าตลอดห้าชั่วรุ่นของตระกูลข้าล่มสลายได้หรอก เ้าวางใจเถิด” ซูฉือโบกมือไม่ใส่ใจ บ่าวเพียงคนเดียวของจวนนายอำเภอ ไม่อาจสั่นะเืโรงค้าทาสแห่งนี้ได้ “เ้าให้ข้าเพียงสองตำลึงพอ ข้ายังไม่ได้สั่งสอนมารดาของเ้า อาหารสักมือก็ยังไม่ได้ให้”
“เช่นนั้นขอบคุณท่านน้ามาก ข้าติดหนี้บุญคุณท่านอย่างใหญ่หลวงนัก” ถังหลี่มี่นำเงินเก็บสองตำลึงออกมาไถ่ตัวมารดา
ถังหลี่มี่พามารดาและน้องชายออกไปหาที่พัก “ท่านแม่ ข้าจะพาท่านไปหาบ้านเช่า ทางเหนือมีบ้านเช่ามากมาย ท่านอย่าเป็กังวลไปเลย”
“เป็เพราะแม่ไม่เอาไหน ทำเ้ากับน้องเดือดร้อนกันไปหมด เสียเงินสองตำลึงโดยใช่เหตุ สองตำลึง สองตำลึงเชียว! เ้าต้องหากี่วันถึงจะได้เงินมากมายเพียงนี้!” ฮวาเหมยเศร้าสร้อยเมื่อคิดถึงจำนวนเงิน นางเป็เพียงตัวถ่วงของลูก ๆ
“ท่านแม่ ข้ามีเงินเก็บอยู่จำนวนหนึ่ง ท่านอย่ากังวลใจไปเลย ข้าได้การค้าใหญ่มา ต่อไปคงหาเงินได้ไม่น้อย พวกเราไปดูบ้านกันเถอะเ้าค่ะ” นางยิ้มให้มารดาคลายกังวล รอยยิ้มสดใสนี้คล้ายกับมารดาถึงแปดส่วน
ฮวาเหมยเห็นแล้วชะงักเล็กน้อย นางคิดถึงชีวิตวัยสาวอันแสนสั้นของตนเอง หากเลือกได้อีกครั้ง… นางขอเป็สาวเทื้อ[1]ไร้สามีเสียยังดีกว่า!
“หลี่มี่ เ้าจะให้แม่กับน้องอยู่บ้านเช่าหรือ? เช่นนั้นแม่จะช่วยเ้าขายของอีกแรง เช่นนี้คงช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายเ้าได้บ้าง”
“เช่นนั้นดียิ่ง การค้าใหญ่ที่ข้าได้มา เป็การแกะสลักด้ามปืน ข้าตั้งใจให้ลี่อิงมาขายแทน หากได้ท่านแม่มาช่วย ข้าก็เบาใจ” ในที่สุดป้าสะใภ้ก็ปล่อยท่านแม่หลุดมือมา ช่างเป็เวลาที่เหมาะเจาะจริง ๆ “เพียงแต่ว่า…”
“มีอะไรหรือ?” ฮวาเหมยเลิกคิ้วมองบุตรสาว มือลูบแผ่นหลังของบุตรชายที่ยังสะอื้นด้วยความใ
“บ้านใหญ่จะปล่อยท่านแม่ไปง่าย ๆ เช่นนี้จริงหรือเ้าคะ? แล้วยังจะเสี่ยวสืออีก ข้าไม่คิดว่าเื่มันจะง่ายดายเช่นนี้” ถังหลี่มี่พอจะรู้จักนิสัยใจคอของป้าสะใภ้ นางไม่มีทางปล่อยให้มารดาและน้องชายหลุดมือไปง่ายดายเช่นนี้
“เ้าอาจจะยังไม่รู้ ั้แ่แม่กับน้องกลับบ้านเดิม พวกเขาถอดชื่อแม่ออกจากสายวงศ์ตระกูล ทั้งยังไม่ยอมให้เสี่ยวสือมีป้ายชื่อในตระกูล ฮวา แม่กับน้องไร้วงศ์ตระกูลมานานแล้ว” ฮวาเหมยปาดน้ำตา คนไร้ญาติขาดมิตร ไม่ต่างอะไรกับหมาจนตรอก
“เช่นนั้นก็ดี ถือว่าท่านและเสี่ยวสือตัดขาดกันบ้านเดิมเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปเลือกบ้านกันเถิด ท่านอยากได้แบบไหนเ้าคะ!?”
“แบบไหนก็ล้วนดีทั้งสิ้น ขอแค่ราคาถูก แม่ก็นอนหลับแล้ว”
ถังหลี่มี่ไม่ได้กล่าวอะไร นางเข้าใจว่ามารดากังวลเื่เงิน นางไปหานายหน้าปล่อยเช่าบ้าน ทุกอย่างนางเป็คนเลือกเอง มารดาและน้องชายเดินตามหลังเงียบ ๆ
“ท่านพี่! นี่คือบ้านของข้ากับท่านแม่หรือ!?” เสี่ยวสือไม่อยากจะเชื่อ ดวงตาบวมแดงของเขามองบ้านชั้นเดียวหลังเล็กแต่ดูแข็งแรงตรงหน้า เมื่อวานเขายังนอนกับหมู แต่วันนี้กลับมีบ้านที่ทนลมทนฝน มือเล็กตบหน้าตัวเองเบา ๆ สองที นี่ไม่ใช่ความฝัน!
“ใช่! ต่อไปนี้มันคือบ้านของเ้าและท่านแม่ เ้าต้องช่วยท่านแม่ดูแลมันนะ แม้จะเป็บ้านเช่า แต่เราต้องอยู่กับมันไปอีกนาน ยิ่งทำให้มันน่าอยู่มากเท่าไร เ้ากับท่านแม่ก็จะอยู่อย่างมีความสุข” ถังหลี่มี่ยิ้ม มองน้องชายน้องชายวิ่งสำรวจบ้านทางโน้นที ทางนี้ที นางไม่เคยเห็นน้องชายมีความสุขเท่านี้มาก่อนในชีวิต
“น่าอยู่มากจริง ๆ แต่ค่าเช่าเดือนละสามตำลึง แพงเกินไปหรือไม่?” ฮวาเหมยยังคงกังวลเื่เงิน
“ท่านแม่ ต่อไปข้าไม่ต้องหาเงินเพียงลำพังแล้ว มีท่านแม่กับลี่อิงช่วยอีกแรง ในอนาคตพวกเราสามารถหาเงินได้อีกเยอะนะเ้าคะ”
ฮวาเหมยเห็นด้วย ต่อไปนางสามารถช่วยลูกสาวหาเงิน และสามารถเลี้ยงดูลูกชายด้วยตัวเองได้แล้ว
[1] สาวแก่ ขึ้นคาน