ความสงบสุขมักจะอยู่กับคนี้เีได้ไม่นานนัก... นี่คือสัจธรรมที่ กงจื่อสี่ เพิ่งจะได้เรียนรู้อย่างถ่องแท้
หลังจากได้รับบรรดาศักดิ์ "อ๋องนิทราไร้พ่าย" พร้อมหมอนไหมทองคำสิบสองใบ กงจื่อสี่ก็ใช้ชีวิตดุจเทพเซียนบนเตียงไร้แรงโน้มถ่วง เขาลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินอย่างเกียจคร้าน โดยมี ฉืออวี่ อดีตศิษย์เอกฝ่ายธรรมะที่บัดนี้ผันตัวมาเป็ 'หัวหน้าหน่วยพลาธิการผลไม้' กำลังใช้วิชากระบี่เมฆาคล้อยขั้นสุดยอดในการปอกเปลือกเงาะและคว้านเมล็ดออกอย่างประณีต เพื่อป้อนใส่ปากผู้เป็นายโดยไม่ให้น้ำเงาะหยดเลอะเทอะแม้แต่หยดเดียว
"อืม... วิชากระบี่ของเ้านี่พัฒนาขึ้นนะแม่นางฉือ คราวหน้าลองเปลี่ยนไปปอกทุเรียนดู ข้าอยากรู้ว่ากระบี่ของเ้าจะหั่นหนามมันได้เนียนแค่ไหน" กงจื่อสี่เคี้ยวเงาะตุ้ยๆ
ฉืออวี่มุมปากกระตุกเล็กน้อย "ขอบพระคุณที่ชมเ้าค่ะคุณชาย... แต่ข้าว่าท่านควรจะลุกขึ้นมาดู 'ของแถม' ที่องค์จักรพรรดิส่งมาพร้อมกับบรรดาศักดิ์ของท่านเสียหน่อยนะเ้าคะ"
นางชี้ปลายกระบี่ไปยังลานกว้างหน้าเรือนพัก ที่นั่นมี ขันทีคนสนิทของจักรพรรดิ ยืนยิ้มแห้งๆ พร้อมกับกองทหารองครักษ์ที่กำลังแบกหีบเอกสารสีทองคำขนาดใหญ่ถึงสามหีบเข้ามาวางเรียงกัน
จดหมายขู่จากโอรส์
"นี่มันขยะอะไรเนี่ย ข้าสั่งให้รับแต่หมอน ไม่ได้รับกระดาษพวกนี้นะ" กงจื่อสี่ปรือตามองหีบเ่าั้ด้วยความรังเกียจราวกับเห็นแมลงสาบ
ขันทีรีบคุกเข่ากางม้วนราชโองการลับออกอ่าน "ทูลท่านอ๋อง... องค์จักรพรรดิทรงมีพระราชสาส์นส่วนพระองค์ฝากมาถึงท่านโดยเฉพาะ พะยะค่ะ... อะแฮ่ม! เนื้อความว่า..."
"ถึง กงจื่อสี่ สหายรักผู้ี้เีที่สุดในแผ่นดิน... ข้าให้ยศอ๋องแก่เ้า ให้สิทธิพิเศษมากมาย หวังว่าเ้าจะชอบหมอนไหมทองคำนะ แต่ในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ... ตอนนี้คณะทูตจาก 'แคว้นเยว่ทมิฬ' ได้เดินทางมาเยือนต้าหลง พวกมันอ้างว่ามาเจริญสัมพันธไมตรี แต่แท้จริงแล้วตั้งใจมาข่มขู่และท้าประลองยอดฝีมือของเรา"
"พวกแคว้นเยว่ทมิฬถนัดวิชา 'ภาพมายาและคลื่นเสียงทำลายประสาท' ขุนนางบู๊ของข้าพ่ายแพ้ไปแล้วหลายคน ข้าจึงบอกพวกมันไปว่า แผ่นดินต้าหลงมียอดฝีมืออันดับหนึ่งนามว่าอ๋องนิทราไร้พ่ายพำนักอยู่ทางใต้ ให้พวกมันไปท้าประลองกับเ้าแทน!"
"ปล. หากเ้าปฏิเสธ หรือี้เีรับแขก ข้าจะส่งคณะบัณฑิตราชบัณฑิตยสถานจำนวนหนึ่งร้อยคน ไปตั้งแคมป์หน้าห้องนอนเ้า แล้วให้พวกเขาท่องบทกวีสรรเสริญคุณธรรมเสียงดังๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เป็เวลาหนึ่งเดือนเต็ม! รักและคิดถึง... จาก จักรพรรดิ"
สิ้นเสียงอ่านราชโองการ บรรยากาศรอบเรือนพักก็เย็นเยียบลงกะทันหัน กงจื่อสี่กำหมัดแน่นจนเงาะในมือแหลกคามือ แววตาของ [เนตรมารสยบฟ้า] ปรากฏประกายสีม่วงเข้มทะลุออกมา
"ตาแก่หัวล้านในวังนั่น... กล้าเอาการนอนของข้ามาข่มขู่เชียวรึ!" กงจื่อสี่กัดฟันกรอด "หานเสวี่ย! โม่ขวาง! ไปเตรียมรถม้า ข้าจะไปบุกวังหลวง ตบหน้าจักรพรรดิสักฉาด!"
"เอ่อ... คุณชายเ้าคะ" หานเสวี่ยที่ยืนเฝ้าประตูอยู่เอ่ยขัดขึ้นเบาๆ "ข้าเกรงว่าท่านจะไม่ต้องไปถึงวังหลวงแล้วล่ะเ้าค่ะ เพราะพวกคณะทูตแคว้นเยว่ทมิฬ... มาถึงหน้าประตูพรรคเราแล้ว"
คณะทูตมหาภัย และเสียงขลุ่ยคร่าิญญา
ที่หน้าประตูใหญ่ของพรรคมารทมิฬ บัดนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย กลุ่มคนสวมชุดคลุมสีดำปักลายจันทร์เสี้ยวจำนวนกว่ายี่สิบคน กำลังขี่สัตว์อสูรหมาป่าทมิฬยืนตระหง่านอยู่ นำโดยชายหนุ่มหน้าตาคมคายแต่แววตาหยิ่งผยอง "มู่หรงเยว่" องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเยว่ทมิฬ
มู่หรงเยว่หยิบขลุ่ยหยกสีดำสนิทขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปาก "ได้ยินว่าพรรคมารทมิฬเก่งกาจนัก แถมยังมีอ๋องนิทราอะไรนั่นที่จักรพรรดิต้าหลงโอ้อวด... ข้าอยากจะรู้นักว่า ถ้าเจอ 'เพลงขลุ่ยฝันสลาย' ของข้าเข้าไป พวกมันจะยังนอนหลับลงอีกหรือไม่!"
เขากำหนดลมปราณแล้วเป่าขลุ่ย เสียงบาดแก้วหูที่แฝงไปด้วยพลังปราณสายลวงตาแผ่กระจายออกไปเป็ระลอกคลื่น
วี้ดดดดดด!
ทันทีที่เสียงขลุ่ยดังขึ้น ศิษย์พรรคมารที่เฝ้าประตูต่างยกมือขึ้นกุมหัว ร่างกายโอนเอน ภาพหลอนของฝันร้ายในอดีตผุดขึ้นมาในหัว บางคนเริ่มร้องไห้ บางคนชักกระบี่ออกมาฟันอากาศอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่ยอดฝีมืออย่างหานเสวี่ยและฉืออวี่ยังต้องนั่งลงโคจรลมปราณต้านทาน ใบหน้าของพวกนางซีดเผือด
"ฮ่าๆๆ! นี่หรือยอดฝีมือต้าหลง ช่างอ่อนหัดนัก!" มู่หรงเยว่หัวเราะเยาะ
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง เตียงเหล็กไหลทมิฬ ก็ค่อยๆ ลอยแหวกอากาศออกมาจากประตูพรรคอย่างเชื่องช้า บนเตียงนั้นมีกงจื่อสี่กำลังนอนขมวดคิ้ว มือทั้งสองข้างอุดหูด้วยสำลี
"หนวกหูโว้ยยยย!" กงจื่อสี่ะโลั่น "ใครมันมาเป่านกหวีดไล่หมาแถวนี้แต่เช้าฮะ! คนจะหลับจะนอน!"
มู่หรงเยว่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของ "อ๋องนิทรา" "เ้าคือยอดฝีมือที่จักรพรรดิส่งมางั้นรึ? ดูเหมือนคนใกล้ตายมากกว่านะ!"
"เ้าเป็ใคร ข้าไม่สน" กงจื่อสี่ถ่มสำลีออกจากหู "แต่ที่เ้ายืนเป่าลมบ้าๆ นั่น มันทำให้คลื่นสมอง่อัลฟ่า (Alpha Waves) ของข้าตอนกำลังจะหลับลึกถูกรบกวน เ้ารู้ไหมว่าการกลับไปเริ่มวงจรการนอนใหม่มันใช้เวลาตั้ง 90 นาที! เ้าต้องรับผิดชอบ!"
วิทยาศาสตร์แห่งการนอน: ระบบ Active Noise Cancellation (ANC)
มู่หรงเยว่แค่นเสียง "ไร้สาระ! รับเพลงขลุ่ยขั้นสุดยอดของข้าไปซะ!" เขาเดินลมปราณถึงขีดสุด เสียงขลุ่ยทวีความแหลมเล็กจนก้อนหินรอบๆ เริ่มปริแตก คลื่นเสียงที่มองเห็นด้วยตาเปล่าพุ่งตรงเข้าใส่เตียงของกงจื่อสี่ดั่งหอกแหลมนับร้อย
กงจื่อสี่ไม่ได้ขยับตัวหลบ เขาเพียงแค่ลืมตาขึ้นเต็มตา [เนตรมารสยบฟ้า] เรืองแสงสีทองคำ
"ระบบ... ข้าี้เีลุกไปตบมัน เปิดโหมดคำนวณคลื่นเสียง หักล้างเสียงน่ารำคาญนี่ทิ้งที"
[ติ๊ง! ตรวจพบคลื่นเสียงโจมตีความถี่ 15,000 Hz]
[ทำการวิเคราะห์ฟังก์ชันคลื่น (Wave Function) และสร้างคลื่นเสียงเฟสตรงข้าม (Anti-phase Sound Wave) เพื่อหักล้างอย่างสมบูรณ์:]
$$P_{total}(x,t) = P_{enemy} \sin(kx - \omega t) + P_{system} \sin(kx - \omega t + \pi) = 0$$
เมื่อระบบคำนวณเสร็จสิ้น กงจื่อสี่อ้าปากกว้าง... แล้ว "หาว" ออกมาหนึ่งที
ฮ่าวววววววว~
เสียงหาวของกงจื่อสี่ไม่ได้ดังสนั่นหวั่นไหว แต่มันแฝงไปด้วยคลื่นปราณสีม่วงที่ถูกปรับแต่งความถี่มาอย่างแม่นยำให้ตรงข้ามกับเสียงขลุ่ยของมู่หรงเยว่แบบ 180 องศา!
ทันทีที่คลื่นเสียงหาวปะทะกับคลื่นเสียงขลุ่ย ปรากฏการณ์ "การแทรกสอดแบบหักล้าง" (Destructive Interference) ก็เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ!
ฟุ่บ!
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสงัด... เงียบจนน่าขนลุก! เสียงขลุ่ยที่เคยบาดทะลุแก้วหูหายวับไปราวกับถูกลบออกจากโลกนี้ ไม่ใช่แค่นั้น พลังลมปราณของมู่หรงเยว่ที่อัดแน่นอยู่ในขลุ่ยกลับถูกตีกลับเข้าหาตัวเองเนื่องจากคลื่นเสียงสูญเสียสมดุลกะทันหัน
เปรี๊ยะ! บึ้ม!
ขลุ่ยหยกดำในมือขององค์รัชทายาทแคว้นเยว่ทมิฬะเิแตกเป็เสี่ยงๆ! มู่หรงเยว่กระอักเืคำโต ร่วงหล่นลงจากหลังหมาป่าทมิฬลงไปกองกับพื้นด้วยความตกตะลึงสุดขีด
"กะ... เกิดอะไรขึ้น! วิชาคลื่นเสียงของข้าถูกทำลายได้ยังไง! เ้าใช้ค่ายกลไร้เสียงประเภทใดกัน!" มู่หรงเยว่ชี้หน้ากงจื่อสี่ด้วยมือที่สั่นเทา
เคลมไว ส่งกลับไว สไตล์พรรคมาร
กงจื่อสี่แคะขี้หูเบาๆ "ค่ายกลบ้าบออะไรกัน... ข้าก็แค่ใช้หลักการฟิสิกส์พื้นฐาน 'ส่งคลื่นไปหักล้างคลื่น' แค่นั้นเอง พวกเ้านี่มันล้าหลังจริงๆ เอาแต่ท่องคาถาไม่รู้จักอัปเดตความรู้เลย"
บรรดาทูตที่เหลือต่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของพวกเขาถูกจัดการด้วย "การหาวเพียงครั้งเดียว" ภาพลักษณ์ของอ๋องนิทราในสายตาของพวกเขากลายเป็ปีศาจเฒ่าที่จำแลงกายมาในร่างคนหนุ่มที่เก่งกาจเกินหยั่งถึง
"หานเสวี่ย โม่ขวาง..." กงจื่อสี่กวักมือเรียก "จับพวกมันมัดรวมกันให้หมด แล้วจับยัดใส่กล่องไม้ ตอกตะปูให้แน่น"
"รับทราบ! จะให้นำไปฝังที่ไหนดีขอรับคุณชาย?" โม่ขวางควงกระบองเตรียมทุบ
"ฝังอะไรล่ะ เลอะเทอะ!" กงจื่อสี่กลอกตา "ข้าบอกแล้วไงว่าข้าจะส่งไปเคลม... เอาพวกมันยัดใส่กล่อง จ่าหน้าซองถึง 'จักรพรรดิต้าหลง ณ วังหลวง' แล้วผูกติดหลังม้าเร็วส่งกลับไปเมืองหลวงซะ! อ้อ... อย่าลืมเขียนจดหมายแนบไปด้วยว่า 'รับแขกเสร็จแล้ว หากส่งใครมารบกวนเวลานอนข้าอีก ข้าจะเอาเตียงไปตั้งกลางท้องพระโรงจริงๆ ด้วย'!"
[ติ๊ง! ภารกิจ 'ปิดเสียงรบกวน' สำเร็จอย่างงดงาม]
[ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 15,000 แต้ม]
[ปลดล็อกสิทธิพิเศษ: ม่านพลังกันเสียงรบกวนอัตโนมัติรอบเตียง 10 เมตร]
กงจื่อสี่ยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินเสียงระบบ "เอาล่ะ... โลกเงียบสงบแล้ว ฉืออวี่ กลับไปปอกเงาะต่อได้ ข้าจะนอนฟังเสียงลมสักหน่อย"
เตียงเหล็กไหลลอยกลับเข้าไปในเรือนพักอย่างนุ่มนวล ทิ้งให้หน่วยเงาของพรรคมารจัดการแพ็คกล่อง "พัสดุรัชทายาทแคว้นศัตรู" เพื่อส่งกลับไปให้องค์จักรพรรดิปวดหัวเล่นต่อไป เป็การแก้แค้นแบบเจ็บแสบสไตล์คนี้เีที่ไม่ยอมออกแรงแม้แต่หยดเหงื่อเดียว!
***
Wisan-Mars
ปล. ใครชอบและติดใจอ๋องนิทราส่งของขวัญมาได้นะหรือจะรีวิวในความี้เีแต่เทพของกงจื่อสี่ 555 และเื่จะจบภาคแรกแล้วในอีกไม่กี่ตอน หากใครอยากให้มีตอนพิเศษเพิ่มส่งท้ายภาคแรกโพสบอกได้เลยครับหากมีจำนวนคนที่โพสบอกมากพอจะมีตอนพิเศษส่งท้ายแน่นอน