บทที่ 12
วีรสตรีช่วยบุรุษงาม…
เสียงเหล็กกระทบกันหลายครั้งคล้ายมีการกำลังต่อสู้ดังมาจากอีกฝั่งหนึ่งลึกเข้าไปในป่าหนาทึบมันดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงียบหายราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นซย่าเหมยจิงมัวจดจ่อกับความคิดจึงไม่ได้ยินเสียงดังกล่าวผิดกับหลี่หว่านเอ๋อร์นางมักจะอ่อนไหวกับเสียงนี้ แม้มักจะเหม่อลอยบ่อยครั้งทว่าประสาทััไวกว่าผู้อื่น
ตอนเด็กนางเคยถูกคนลอบสังหารหนีคมมีด คมกระบี่บ่อยครั้ง เสียงมันจึงฝังเข้าลึกถึงจิตใต้สำนึกพอได้ยินภาพเหตุการณ์นองเืก็ผุดขึ้นมาในหัว ภาพของเหล่านางกำนัลโดนไล่ฟันแม่นมที่รับกระบี่แทนนาง และนางวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเหตุการณ์มันปรากฏขึ้นในหัวอย่างห้ามไม่ได้...
หญิงสาวจึงตัดสินใจเดินไปดูเหตุการณ์ปล่อยซย่าเหมยจิงทิ้งไว้ ความสงสัยมักฆ่าคนตายเื่นี้นางเข้าใจดีแต่หากเกิดเื่อันตรายจริง องครักษ์ลับที่หลี่เหวินกวงคอยให้ติดตามคุ้มครองอยู่ห่างๆ ก็จะปรากฏตัวออกมาช่วยเหลือ
เื่นี้อาเฉียวเป็คนแอบบอกมาว่าเวลาออกนอกจวนอัครมหาเสนาบดีมักจะแอบให้องครักษ์ลับติดตามนางเสมอนางเชื่อว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้โกหก เพราะมีหลายครั้งที่นางกับอาเฉียวออกไปทำอะไรข้างนอกจวนบิดาเช่นหลี่เหวินกวงทำเหมือนทราบทุกอย่างดีบางครั้งถึงขั้นนำมาหยอกล้อบุตรสาวเล่น
เสียงต่อสู้หยุดเกือบหนึ่งเค่อแล้วเหตุการณ์น่าจะสงบลง
ทางเดินยิ่งเดินยิ่งมืดครึ้มหญ้าขึ้นรกหนา จนต้องค่อย ๆ ทางเดินไปช้า ๆ ด้วยความระมัดระวัง หากรีบร้อนอาจถูกกิ่งไม้เกี่ยวหรือเถาวัลย์พันได้ยิ่งเดินเข้าใกล้มากเท่าใดหญิงสาวยิ่งเดินช้าลงรองเท้าปักสีแดงเหยียบลงพื้นแ่เบาย่องตามทางมีเสียงครางครวญอย่างเ็ปลอยมา
คนผู้นั้นยังไม่ตาย...
หลี่หว่านเอ๋อร์ขยับตัวเข้าไปทีละคืบด้วยความระมัดระวังนางไม่คิดจะปรากฏตัวให้อีกฝ่ายเห็น แค่เพียงจะสำรวจดูว่าคนเจ็บคือผู้ใด
มือเล็กแหวกพุ่มไม้เป็รูเล็กๆ ดวงตากลมโตมองลอดเข้าไป เห็นชายหนุ่มชุดดำทั้งตัวนอนเือาบบนพื้นรอบข้างไม่มีผู้อื่นอีกเหมือนเขาจะสลบไปแล้วหรือไม่ก็สิ้นใจเพราะทนพิษาแไม่ไหว
หลี่หว่านเอ๋อร์มองอย่างไรก็มองไม่ชัดเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มสลบ จึงลุกขึ้นเดินออกจากที่ซ่อน ค่อย ๆย่างเท้าเดินเข้าไปใกล้ โดยไม่ลืมที่จะเตะกระบี่เล่มนั้นทิ้งให้ห่างชายชุดดำเพื่อความปลอดภัยของตัวนาง
ทว่าอย่างไรก็มองไม่ชัดทำให้ไม่ทราบว่าเป็ผู้ใดอยู่ดี เนื่องจากผมปิดหน้าจึงเห็นเพียงผิวขาวเนียนเลือนรางที่ดูคุ้นตา
ดวงตากลมมองซ้ายแลขวาหาสิ่งของเหมาะมือพบกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง จึงหยิบมันขึ้นมาเดินไปหยุดยืนห่างชายหนุ่มเกือบหนึ่งจั้ง[1] โน้มตัวใช้กิ่งไม้เขี่ยสะกิดอีกฝ่ายดูว่าสลบจริงหรือแสร้งทำ
"นี่ๆ หลับหรือยัง...หลับแล้วรึ"
ครั้นแน่ใจจึงขยับเข้าใกล้ใช้มือจับผมที่ปิดหน้าออก
ใบหน้าหล่อเหล่าคมเข้มคิ้วหนาดำดุจกระบี่ ริมฝีปากบางเฉียบซีดขาวปรากฏแก่สายตาหลี่หว่านเอ๋อร์เซถอยหลังล้มลง ดวงตาเบิกกว้างมองชายหนุ่มตรงหน้า
เขาคือเยี่ยนเฟยหรง
เหตุใดถึงถูกทำร้ายเล่า...
นางยื่นนิ้วชี้วางปลายจมูกััถึงลมหายใจอีกฝ่ายก็รู้สึกโล่งใจมองสำรวจาแจึงพบว่าไม่ร้ายแรงถึงชีวิต แม้ว่านางจะไม่ชอบเยี่ยนเฟยหรงแต่นางก็ไม่ได้อยากเห็นเขาตายต่อหน้า และไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเช่นกัน
ตอนนี้องครักษ์ลับกำลังมองนางอยู่แน่
"จะทำอย่างไรดี..."หลี่หว่านเอ๋อร์พึมพำกับตนเอง
องครักษ์ลับของหลี่เหวินกวงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วเขาคอยติดตามคุณหนูหลี่อยู่ตลอดขมวดคิ้วสงสัยปฏิกิริยาของหญิงสาว
แต่สิ่งที่น่าใยิ่งกว่าคือชายหนุ่มซึ่งนอนสลบบนพื้นคือองค์รัชทายาทเขาอยากรีบนำเื่นี้ไปรายงานใต้เท้าหลี่ทว่าหน้าที่หลักของเขาวันนี้คือการคอยคุ้มครองคุณหนูดังนั้นจึงไม่สามารถปลีกตัวไปได้เื่นี้จึงต้องแล้วแต่คุณหนูหลี่ว่าตัดสินใจทำเช่นไรต่อ
"อ๊ะละเื! "
หญิงสาวผงะร้องเสียงหลงท่าทางดูหวาดกลัวหลังจากจ้องมองชายชุดดำอยู่นานเหมือนกับนางเพิ่งสังเกตเห็นเืบนร่างกายของชายหนุ่ม
"ข้าจะทำอย่างไรดีๆ " ร่างกายเล็กสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้มือไม้ดูเกะกะสับสนวุ่นวาย
นี่สิถึงจะเป็ปฏิกิริยาปกติของหญิงสาวในห้องหอที่ควรจะเป็องครักษ์ลับพยักมองเหตุการณ์ คิ้วขมวดเป็ปมพลันคลายออก
แม้คุณหนูหลี่จะมีท่าทีตอบสนองช้าไปหน่อย...มันอาจเป็เพราะชุดสีดำจึงทำให้มองเห็นเืได้ไม่ชัดเจน
"ใช่แล้วต้องไปตามคนมาช่วย"
หลี่หว่านเอ๋อร์รีบลุกขึ้นมือยกขึ้นเตรียมปัดเศษหญ้าติดกระโปรงตามความเคยชินแต่นึกได้ว่าคนที่กำลังหวาดกลัวที่ไหนจะมีกะจิตกะใจปัดสิ่งสกปรกของจากตัวนางเกือบพลาดซะแล้ว รีบเปลี่ยนท่าทีคิดจะทำเป็วิ่งไปด้วยความหวาดกลัวแทน
แต่นางตัดสินใจช้าไปเสี้ยวลมหายใจั์ตาโศกลุ่มลึกลืมตาขึ้นจ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว
หญิงสาวและชายหนุ่มต่างสบตากันนิ่ง
หลังจากนั้นหลี่หว่านเอ๋อร์ก็กรีดร้องใยกมือขึ้นปิดใบหน้า แล้ววิ่งหนีสุดชีวิต
แย่แล้วเขาจะเห็นหน้านางหรือไม่!
วิ่งได้ไม่เท่าไหร่พลันชนเข้ากับใครบางคนเข้านางเซถอยหลังพลางลดมือลงเพื่อมองดูอีกฝ่าย ก็เห็นเป็มู่หรงเหลียนอวี้ยืนจ้องนางอยู่ตรงหน้า
ด้านหลังคุณหนูแซ่มู่หรงยังมีซย่าเหมยจิงวิ่งมาเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง "หว่านเอ๋อร์เ้าเป็อันใด"
"คุณหนูหลี่เป็อะไรหรือไม่"
หลี่หว่านเอ๋อร์มองทั้งสองสลับกันไปมาก็ไม่เข้าใจมาทำไมซย่าเหมยจิงกับมู่หรงเหลียนอวี้ถึงมาอยู่ด้วยกันได้นางจึงแสร้งตัวสั่นเอ่ยอึกอักไม่เป็ภาษามือชี้ยังทิศทางที่เยี่ยนเฟยหรงนอนเจ็บอยู่
"เขาเขา มีคนเืออก นอนเจ็บอยู่ตรงนั้น..."
ดวงตาเข้มขรึมของมู่หรงเหลียนอวี้กวาดตามองหลี่หว่านเอ๋อร์ครู่หนึ่งจากนั้นจึงวิ่งไปยังทิศทางที่นางชี้ ส่วนซย่าเหมยจิงเข้ามาประคองสหายซึ่งกำลังตัวสั่นเทาแลดูน่าสงสารนางพยายามปลอบเสียงอ่อนโยน
"หว่านเอ๋อร์ข้าอยู่ตรงนี้แล้วไม่ต้องกลัว"
"...อืมเดี๋ยวอาจิงเ้าจะพาข้าไปไหน"
"ไปดูคนเจ็บอย่างไรเล่า"
"หา?"
ใจหนึ่งหลี่หว่านเอ๋อร์อยากบอกซย่าเหมยจิงเหลือเกินว่าคนที่นอนาเ็ผู้นั้นก็คือองค์รัชทายาทเยี่ยนเฟยหรงที่เ้าตัวไม่อยากแต่งให้อย่างไรแต่เอ่ยออกไปเช่นนั้นไม่ได้ เพราะตัวนาง 'หลี่หว่านเอ๋อร์' ผู้นี้เก็บตัวอยู่แต่ในจวนจะรู้จักหน้าตาองค์รัชทายาทได้อย่างไร
"ไม่ดีกระมังข้ากลัวเื"
"หว่านเอ๋อร์ถึงอย่างไรเ้าก็ถือว่าช่วยชีวิตเขาดูเหมือนจะมีบุพเพต่อกันเรียกได้ว่าวีรสตรีช่วยชายรูปงาม...เ้าต้องไปดูให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ตายสิ"
ซย่าเหมยจิงเ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร
นางอยากะโถามออกไปให้รู้แล้วรู้รอดอยู่ดี ๆ อีกฝ่ายก็เอ่ยสิ่งที่ไม่น่านำมาเชื่อมโยงกันได้ให้เป็เื่เดียววีรสตรีอะไรนางไม่อยากเป็!
ปล่อยให้หน้าที่เช่นนั้นเป็ของมู่หรงเหลียนอวี้ก็ดีแล้วนางไม่อยากแย่ง
"อาจิงข้า ข้า..."
หลี่หว่านเอ๋อร์พลันคิดอะไรไม่ออกตัดสินใจล้มตัวลงแสร้งทำเป็ลมสลบไปยังดีที่ซย่าเหมยจิงประคองนางอยู่ก่อนจึงไม่ล้มไปกับพื้น
"หว่านเอ๋อร์!"แม้จะพยายามเขย่าร่างเท่าไหร่นางก็ไม่ตื่นจนซย่าเหมยจิงร้อนใจะโลั่นป่า
"ใครก็ได้ช่วยที!"
องครักษ์ลับคอยดูอยู่ไกลๆ ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจึงรีบแสดงตัวต่อหน้าหญิงสาวทันที
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ภายในอารามวัดสุยเสวียนหลี่หว่านเอ๋อร์ที่แสร้งสลบทว่าดันหลับไปจริงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียสิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้ากังวลของซย่าเหมยจิงผู้เป็สหายอีกฝ่ายยิ้มเมื่อเห็นหลี่หว่านเอ๋อร์ฟื้น
"หว่านเอ๋อร์เ้ารู้สึกอย่างไรบ้างหมอบอกว่าเ้าเพียงแค่ใเกินไป ทั้งร่างกายอ่อนล้า"
"ไม่เป็ไรแล้วชายที่าเ็เป็อย่างไร"
เมื่อได้ยินคำถามซย่าเหมยจิงเค้นเสียงขึ้นจมูกไม่พอใจมุมปากแสยะยิ้มหลี่หว่านเอ๋อร์งุนงงไม่เข้าใจว่าขณะนางหลับมันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นถึงทำให้สหายของนางมีท่าทีเช่นนี้
"ไปดูสักหน่อยไหมล่ะ"ซย่าเหมยจิงเข้าไปช่วยพยุงหลี่หว่านเอ๋อร์ขึ้นจากเตียงแล้วพาไปอีกห้องหนึ่ง
มีผู้คนมากหน้าหลายตาเพิ่มเข้ามาคือชายหนุ่มร่างกำยำในเครื่องแบบองครักษ์วังหลวงยืนคุ้มกันอยู่หน้าประตูข้างในยังมีชายวัยกลางคนน่าจะเป็หมอดูอาการคนเจ็บบนเตียงหน้าเครียด และหญิงสาวอีกคนมองอยู่ด้านข้างถ้าไม่ใช่มู่หรงเหลียนอวี้แล้วจะเป็ผู้ใด
องครักษ์หลวงไม่ได้ขวางทางหญิงสาวทั้งสองที่มาใหม่อีกทั้งยังเปิดทางให้ หลี่หว่านเอ๋อร์ชำเลืองมองบนเตียง
"เขาเป็อย่างไรบ้าง..."
มู่หรงเหลียนอวี้หันมาขมวดคิ้วเอ่ยเสียงตำหนิ "พวกท่านไม่ควรเข้ามารบกวนขณะท่านหมอกำลังรักษา"
"แล้วเ้ามีสิทธิ์อะไรมาเอ่ยปากในห้องนี้"ซย่าเหมยจิงแย้งกลับทันควัน ปรายตามองอีกฝ่ายั้แ่หัวจรดเท้า
หลี่หว่านเอ๋อร์แอบปรบมือให้ซย่าเหมยจิงในใจภายนอกนางยิ้มบางเอ่ยสุภาพ "พวกข้าเพียงมาดูอาการเขาเท่านั้นเมื่ออยู่ในมือหมอแล้วก็วางใจ ขอตัวกลับก่อน"
"พวกท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าจะช่วยดูแลเขาให้ดีอาการไม่ได้หนักมาก แต่ถ้าหากคุณหนูหลี่ช่วยรักษาเบื้องต้นอาการน่าจะกว่านี้"มู่หรงเหลียนอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้มเป็มิตรนางรู้ว่าหญิงสาวทั้งคู่เป็ใคร และมองว่าทั้งสองไม่ต่างจากคุณหนูทั่วไป ที่แค่เห็นเืนิดหน่อยก็กลัวจนหัวหด
ซย่าเหมยจิงเห็นสหายยืนนิ่งไม่โต้ตอบรู้สึกขัดใจจึงดึงนางมาหลบด้านหลัง แล้วนางยืนเผชิญหน้ากับมู่หรงเหลียนอวี้แทน
"หว่านเอ๋อร์ไม่ใช่หมอจะรักษาคนเป็ได้อย่างไรคราวหน้าจะเอ่ยอะไรควรกลั่นกรองให้ดีสิคุณหนูมู่หรงใช่ว่านางอยากจะให้เขาอาการแย่เสียเมื่อไหร่" เอ่ยเสียงราบเรียบทว่าดวงตาเ็า
"ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายขออภัยหากทำให้เข้าใจผิด"
ขณะนั้นเองท่านหมอที่รักษาทำแผลให้เยี่ยนเฟยหรงซึ่งสลบอยู่เสร็จ เดินออกมาห้ามทัพ "อย่าทะเลาะกันเลยคนเจ็บไม่เป็อะไรแล้วอีกไม่นานก็คงฟื้น โชคดีที่แม่นางผู้นี้ช่วยห้ามเืไว้ อาการจึงไม่แย่"
หมอวัยกลางคนยิ้มอธิบายหันมองมู่หรงเหลียนอวี้สายตาชื่นชม
"ความสามารถเล็กน้อยเท่านั้น"
"ยังมีคนไข้รออีกมากข้าขอตัวก่อน" ท่านหมอยิ้มบอกลา สะพายยามบนบ่าเดินจากไปไม่กล่าวอะไรอีกดูท่าทางแล้วเขาคงไม่รู้ว่าผู้ที่ตนรักษาเป็ใคร
"อาจิงพวกเราเองก็ไปกันเถอะ"หลี่หว่านเอ๋อร์กระตุกแขนเสื้อเรียกสหายเมื่อเห็นนางเอาแต่จ้องตากับมู่หรงเหลียนอวี้
ซย่าเหมยจิงปรายตามองชายหนุ่มบนเตียงก่อนมองหน้าหญิงสาวใบหน้าอ่อนโยนตรงหน้า พลันยกมุมปากแสยะยิ้มแล้วจึงประคองหลี่หว่านเอ๋อร์ออกจากห้องโดยไม่กล่าวสิ่งใด
เมื่อทั้งสองขึ้นรถม้าจวนตระกูลหลี่เตรียมกลับจวนหลี่หว่านเอ๋อร์ก็เอ่ยถามเื่ที่สงสัยก่อนหน้า
"อาจิงมู่หรงเหลียนอวี้มาอยู่กับเ้าได้อย่างไร"
"ข้ารอเ้าอยู่นานเมื่อได้ยินเสียงร้องจึงวิ่งตามหา พอไปถึงก็พบนางเข้าพอดี"
"แล้วตอนข้าสลบเกิดอันใดขึ้นเหตุใดเ้าดูหงุดหงิด"
"เฮอะ!นางคิดว่าตนมีวิชาแพทย์นิดหน่อยเก่งนักหรือ เ้ากี้เ้าการสั่งนั่นสั่งนี่นางคงคิดจะขโมยความดีของเ้าด้วย แต่พอข้าเห็นหน้าชายผู้นั้นเลยปล่อยให้นางได้ใจไป"
"ชายผู้นั้นทำไมหรือ"หลี่หว่านเอ๋อร์เอ่ยถามสีหน้างุนงง ซย่าเหมยจิงถอนหายใจโน้มหน้ากระซิบข้างหู
"ชายผู้นั้นคือองค์รัชทายาท"
"หา!" ดวงตากลมโตเบิกขึ้นด้วยความตื่นตระหนก มือเอื้อมปิดปากตนเอง ท่าทางดูไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
"ที่แท้เขาคือองค์รัชทายาทหรือนี่..."
[1] หนึ่งจั้ง ประมาณ 2.5เมตร