ตอนที่ ๘
หลายวันต่อมาที่จวนหลี่มีขนมถูกส่งมาจากวังหลวงทุกวันแค่หลี่เฟยเย่กินคนเดียวก็คงจะกินไม่ไหวเพราะขนมนี้มาส่งที่จวนทุกวันแต่ละวันก็เยอะจนทานไม่หมดจึงต้องแจก จ่ายให้คนในจวนและบ่าวไพร่และมิวายเฟยเย่ต้องเก็บบางส่วนไปให้กับซิ่วเหอ
“ชูเฉียง....”
“ขอรับท่านแม่ทัพ”
“เ้าจงเอาขนมในจานนี้ไปให้จินซิ่วเหอกินแล้วกลับมาบอกข้าว่าเขาชอบหรือไม่”
“องค์ชายบอกว่ามิขอรับของจากท่านแม่ทัพหรือคนในจวนหลี่ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็ใครข้าต้องขออภัยท่านแม่ทัพด้วยขอรับข้าทำตามคำสั่งขององค์ชาย”
“เ้าช่างซื่อสัตย์ต่อนายของเ้าจริงๆเ้าเอาขนมนี้ไปให้ซิ่วเหอเถิด หากเ้ามิบอกว่าเป็ข้าให้ก็มิเป็อะไรแล้ว”
ชูเฉียงรับจานขนมนั้นไว้ในมือพลางครุ่นคิดในใจทำ ไมท่านแม่ทัพมิเอาไปให้องค์ชายเองเล่าถ้าจักง้อองค์ชายก็ต้องเอาไปให้เองไม่ใช่ข้าที่ต้องเอาไปให้ข้าหล่ะไม่เข้าใจพวกท่านเลย
“องค์ชายพะยะค่ะ....”
ชูเฉียงเดินเข้าภายในเรือนในมือถือจานขนมมาด้วยซิ่วเหอเหลือบไปมองเล็กน้อยก่อนจะทำเมินเฉย อาการเช่นนี้ของซิ่วเหอเป็มาั้แ่ทะเราะกับหลี่เฟยเย่แล้วเขาไม่เข้าครัวทำอาหารไม่ทำอะไรทั้งนั้นได้แต่เก็บตัวอยู่ในเรือนตลอดเวลา
“เ้ามีเื่อันใดชูเฉียง”
“กระหม่อมนำขนมมาให้องค์ชายพะยะค่ะ”
“ข้าไม่กิน...เ้าจงนำกลับไปเสียเถิด...”
“แต่ขนมนี้...ท่านแม่ทัพหลี่สั่งกระหม่อมนำมาให้องค์ชายพะยะค่ะ”
“สิ่งนี้ยิ่งต้องนำออกไปจากเรือนเสียหากยังเก็บไว้จะกลายเป็สิ่งที่ไม่ดี”
สิ่งสำคัญยิ่งคือของสิ่งใดที่เป็ของเฟยเย่ซิ่วเหอนั้นไม่เอาไว้ใกล้ตัวเหลือเพียงแค่รีบออกไปจากจวนนี้เขาก็จะเป็สุขใจอีกไม่กี่วันเท่านั้นราชโองการสมรสก็จะเริ่มขึ้นเขาก็จักได้ออกไปจากจวนแห่งนี้สักทีและไม่คิดที่จะหวนกลับมาเป็ครั้งที่สองเป็แน่
หลายวันต่อมา....
นานวันเข้าจินซิ่วเหอก็ยิ่งร้อนรนใจเหมือนคนกำลังจะเป็บ้าอีกสามวันหลี่เฟยเย่ก็จักเข้าพิธีสมรสกับหญิงสาวนามลูกขุนน้ำขุนนางเสียด้วย
ความเป็จริงแล้วซิ่วเหอต้องดีใจที่เขาจะได้ออกไปจากจวนแห่งนี้แต่มาวันนี้กับรู้สึกกระวนกระวายใจ ในหัวนั้นคิดแต่เื่ของหลี่เฟยเย่ตลอดเวลา
“องค์ชายพะยะค่ะ....ท่านแม่ทัพหลี่มา....”ไม่ทันที่ชูเฉียงจะพูดจบ
“ให้เขาเข้ามา....”
ท่าทางที่ดูลุกลี้ลุกลนของจินซิ่วเหอนั้นเกรงว่าอีกฝ่ายจะเห็นเขาจึงรีบทำตัวให้เป็ปกติดังเดิม
“ใครให้เ้าเข้ามา....”
“กระหม่อมก็....”
“เ้าจะไล่ข้าออกจากเรือนใช่หรือไม่ถ้าเป็เช่นนั้นข้ามิได้มีปัญหาอีกสามวันจักมีฮูหยินคนใหม่ของจวนมาอยู่ที่เรือนของข้าส่วนอนุภรรยาอย่างข้านั้นพร้อมที่จะย้ายไปอยู่ท้ายจวนเช่นนี้แล้วเ้าจักได้สบายใจขึ้น...ข้าเอ่ยคำใดผิดหรือไม่”
ถูกหรือไม่หลี่เฟยเย่นั้นยงคงยืนนิ่งๆคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง สมแล้วกับคำว่าองค์ชายน้อยเขาไม่รู้เื่อะไรเลยด้วยซ้ำแถมยังเอ่ยวาจาแปลกประหลาดคาดเดาเื่ราวเอาเองไปเสียหมดหากความเป็จริงไม่ได้เป็อย่างนั้น
“อนุภรรยางั้นรึ...”
“ถูกต้อง...ข้าเป็ได้เพียงอนุภรรยาของเ้ามีสิ่งใดที่ข้านั้นมิรู้...บุรุษกับบุรุษแต่งงานกันอีกฝ่ายนั้นก็เป็ได้เพียงอนุภรรยาข้าพูดถูกใช่หรือไม่”
“นี่เ้ากล่าวตัดพ้อว่าตัวเ้าเองอย่างนั้นรึ”
“ข้ามิได้กล่าวตัดพ้อ...แต่ข้าพูดความจริงหลี่เฟยเย่เ้าฟังมิผิดสิ่งที่เ้าได้ยินนั้นข้าพูดจริง”
หมับ!!
“ครั้งนี้เ้าฟังข้าบ้าง....เป็ถึงโอรถของาาสิ่งนี้เ้าคงลืมสิ้นมีศักดิ์ถึงองค์ชายแม้จักเป็บุรุษที่ถูกแต่งเข้าจวน หลี่ ข้าก็มิอาจใช้คำเรียกเ้าว่าอนุภรรยาเพราะเ้าคือฮูหยิน!”
“....”
“ที่ข้ามาหาเ้าที่เรือนหากแต่เอาชุดมาให้เ้า”
“....”
“เ้าจงใส่ชุดนี้ให้ข้าเห็นในอีกสามวัน...”
หลี่เฟยเย่เอ่ยกับซิ่วเหอจบก็รีบเดินออกไปด้วยความหัวเสียเหลือเพียงซิ่วเหอผู้เดียวที่ยังคงยืนอยู่ภายในเรือน ดวง ตานั้นมองตามหลังคนที่กำลังเดินจากไปด้วยความงุนงง
“สิ่งที่ข้าได้ยินนั้น...เป็ความจริงอย่างงั้นรึ”
ทุกอย่างที่ซิ่วเหอนั้นคาดกาลไว้ล่วงหน้าได้ถูกพังทลายลงไปด้วยคำพูดของเฟยเย่แต่ในสารนั้นที่ฮ่องเต้เขียนบอกว่าจะรับตัวเขาเข้าวัง...คงจักเป็เื่จริงเพราะเขายัง ไม่มีอะไรกับหลี่เฟยเย่หากตอนนี้เขาเป็ฮูหยินหลี่แล้วจะกลับเข้าวังก็กระอยู่แล้วเขาจะกล่าวทูลกับฮ่องเต้ว่าอย่างไรดี
ไม่นานวันก็ถึงวันมงคลของหลี่เฟยเย่กับภรรยาคนใหม่สีหน้าของซิ่วเหอนั้นไม่ค่อยจะรับแขกเสียเลยเขาหมกตัวทำแต่อาหารอยู่ในครัวไม่ยอมออกมาถ้าออกไปแล้วเห็นภาพที่มันแสลงใจเขาจักออกไปให้ตัวเองเป็เช่นนั้นทำไมสู้อยู่ทำอาหารเสียดีกว่า
“องค์ชาย...จะไม่ออกไปแน่หรือพะยะค่ะ”ชูเฉียงขันทีคนสนิทเอ่ยถามเขาเห็นว่านายของตัวเองก็สวมชุดเพื่อจะเข้าไปร่วมพิธีอยู่แล้วหากคนเป็นายมาหมกมุ่นทำอาหารอยู่ในครัว
“ข้ามิไป...ถ้าเ้าอยากไปก็ไปได้ข้ามิห้ามเ้าหรอกชูเฉียง”
“เช่นนั้นกระหม่อมจะอยู่ที่นี่กับองค์ชายเองพะยะค่ะแต่องค์ชายไม่ทรงโกรธท่านแม่ทัพหรือพะยะค่ะที่กำลังจะแต่งภรรยาเข้ามาอีกคน”
“ข้าจะโกรธเกลียดอะไรเขาได้หากเป็พระประสงค์ของฮ่องเต้ผู้ใดเล่ากล้าขัด...”
ไม่ใช่ว่าไม่โกรธเกลียดแต่เขาทำอะไรมิได้ต่างหากแต่ถ้าวันนี้หลี่เฟยเย่เข้าห้องหอไปแล้วภรรยาผู้มาใหม่ผู้นั้นคงจักสามารถมีบุตรให้หลี่เฟยเย่ได้
อย่างไรเสียเขาก็ต้องกลับเข้าไปในวังหลวงเช่นเดิมแค่วันนี้สามารถผ่านไปได้โดยไม่มีเหตุอันใดเกิดขึ้นขอให้หลี่เฟยเย่มีความสุขกับครอบครัวที่สมบูรณ์ของเขา
ในระหว่างที่พิธีกำลังเริ่มขึ้นหลี่เฟยเย่เหลือบมองไปรอบๆเหมือนกำลังหาใครสักคนแต่คนผู้นั้นกลับไม่ได้มาร่วมงานเสียได้เขารู้สึกโกรธจนอยากตามไปลากตัวมาให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำเช่นนั้นมิได้
อย่าให้ข้ารู้...จินซิ่วเหอว่าเ้ากำลังแอบหนีข้า หากว่าข้าออกไปจากตรงนี้ได้เ้าเจอดีแน่
งานพิธีสมรสพระราชทานได้เริ่มต้นขึ้นแน่นอนว่างานนี้ไม่ใช่งานเล็กๆเพราะหลี่เฟยเย่เป็ถึงแม่ทัพใหญ่ขุนนางเล็กใหญ่ต่างมากันเนืองแน่น
“ยินดีกับท่านแม่ทัพหลี่ด้วย...”
เสียงแสดงความยินดีกึกก้องดังไปทั่วจวนดังไกลจนไปถึงโรงครัวที่ซิ่วเหอกำลังทำสำรับอาหาร เพราะเป็งานพิธีใหญ่มีขุนนางมากมายเลยต้องจัดทำเยอะเป็พิเศษ
งานเลี้ยงฉลองยังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องเหล่าบ่าวรับใช้ในโรงครัวต่างชุนละมุนวุ่นวายซิ่วเหอเองตอนนี้ได้กลับไปพักที่เรือนของตัวเองแล้ว
“ข้าสงสารองค์ชายซิ่วเหอนักท่านแม่ทัพเองก็กระไรมิเคยสนใจเลย”
“ข้าก็คิดเช่นเหมือนกับเ้านางผู้มาใหม่นี้จะใจดีเหมือนองค์ชายหรือไม่ แต่ตอนนี้ข้าอยู่ข้างองค์ชายซิ่วเหอพวกเ้าเล่าคิดอย่างไร”
บางส่วนนั้นก็จัดอยู่ข้างซิ่วเหออีกส่วนหนึ่งไม่ขออยู่ฝ่ายใดและขอดูท่าทีของนางผู้มาใหม่เสียก่อน
“ชูเฉียง...”
“ทะท่านแม่ทัพ มีอะไรให้ข้ารับใช้ขอรับ”
“ข้ามาตามจินซิ่วเหอเขาอยู่ในเรือนหรือไม่หากอยู่เ้าช่วยบอกให้เขาไปที่เรือนของข้า”
“องค์ชายเหนื่อยจากการเข้าครัวทำอาหารตอนนี้ทรงบรรทมแล้วขอรับ”
“งั้นข้า...จักเข้าไปหาเข้าไปหาเขาในเรือนเ้าจงเฝ้าไว้ห้ามผู้ใดเข้ามาเด็ดขาด เ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่”
“ขอรับ...”
ภายในเรือนนั้นซิ่วเหอกำลังนั่งร้องไห้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงป็นเช่นนี้มิได้ตั้งใจจะแอบมาร้องไห้แต่น้ำตากลับไหลออกมาเอง
“ซิ่วเหอ...”เสียงเรียกที่ดูคุ้นหูทำเอาซิ่วเหอสะดุ้งก่อนจะรีบเอามือปาดเช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้าแล้วหันไปเผชิญกับหลี่เฟยเย่
“เ้า...มาที่เรือนของข้าทำไม”
“จวนข้า...ข้าจักไปที่ใดก็ไม่แปลกเพราะเรือนของเ้าก็คือเรือนของข้าเหตุใดถึงไม่เข้าไปร่วมงานพิธีกับข้า เ้ากำ ลังคิดอะไรอยู่ซิ่วเหอ”
“หลี่เฟยเย่เ้าบังอาจเรียกชื่อของข้า....ไม่ ข้าคงไม่เหลือยศถาบรรดาศักดิ์เหมือนแต่ก่อนแล้วเ้าถึงไม่เคารพข้าเช่นนี้”
“ข้าไม่เคารพเ้าตรงไหนตำแหน่งฮูหยินใหญ่ข้าก็มอบให้แก่เ้า...เ้ายังหาว่าข้าไม่เคารพเ้าอย่างนั้นรึจินซิ่วเหอ”
เริ่มพูดคุยกันเื่ก็ลามไปจนกลายเป็ทะเลาะกันแม้ต่างฝ่ายต่างไม่ขึ้นเสียงใส่กันหากแต่มีความกดดันไม่น้อยจินซิ่วเหอตอนนี้ซ้ำใจยิ่งนัก ตำแหน่งฮูหยินที่ได้มาหากสำคัญไม่ถ้าคนผู้นั้นตั้งใจที่จะมอบมันให้เขาไม่ใช่เพราะฐานะเป็องค์ชาย
“วันนี้ข้ายินดีกับเ้าด้วยแต่ข้าไม่มีอะไรจะมอบให้แก่เ้านอกจากคำอวยพร....คืนนี้เ้าจงกลับเข้าหอไปเสียเถิดเ้าออกมาหาข้าเช่นนี้ต้องเป็สิ่งที่ไม่ดีเป็แน่...”
พรึ๊บ!!!
ซิ่วเหอไม่ทันที่จะตั้งตัวก็ถูกผลักให้ล้มนอนราบไปกับเตียงเสียแล้วแขนขานั้นดิ้นเพื่อตนจะได้หลุดจากการถูกจับ กุมหากแรงเพียงมดจักสู้แรงชายชาติทหารได้อย่างไร
“เ้าจักทำอะไรข้า...”
“คืนนี้ข้าจักร่วมเตียงกับเ้า...ฟอด....”
“เฟย....เ้า....ปล่อยข้า!!!!”
เช้าของวันต่อมาหลี่เฟยเย่ออกไปที่ค่ายทหารตามปกติ แต่วันนี้ดูเหมือนว่าท่านแม่ทัพจะอารมณ์ดีเป็พิเศษ เขาซื้อเหล้าไหไก่ตุ๋นเป็ดตุ๋นไปเลี้ยงทหารในค่ายลักษณะท่าทางเช่นนี้มิเคยมีให้เห็นนัก เหล่าทหารชั้นผู้น้อยต่างแปลก
ใจ
วันนี้ท่านแม่ทัพของพวกเขาเป็อะไรถึงมีจิตใจเอื้อเฟื้อเช่นนี้
“พวกเ้าจงกินให้อิ่ม...หากกินอิ่มแล้วจงไปฝึกต่อเถิดพี่น้องของข้า”
รอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้าแม้จะไม่เด่นชัดแต่ทุกคนในค่ายต่างรู้ว่าท่านแม่ทัพของพวกเขากำลังมีความสุขและมีรอยยิ้ม
ทางด้านซิ่วเหอนั้นยังคงนอนอยู่บนเตียงมีเพียงขันทีคนสนิทคอยปรนนิบัติไม่ห่าง
“องค์ชายพะยะค่ะ...เมื่อคืนนี้...”
“ชูเฉียง...เ้าจงหุบปากเอาไว้และรับรู้ว่าหลี่เฟยเย่ทำร้ายข้า...อึก...เขา...อึก...เขาขืนใจ..ข้า หือๆ”
“อึก..องค์ชาย....หือๆ”
ซิ่วเหอมิเคยถูกผู้ใดทำร้ายเช่นนี้มาก่อนแม้สักครั้งก็มิเคยเขาไม่รู้ว่าการกระทำเช่นนี้หลี่เฟยเย่ไปเรียนรู้มาจากไหนเขานั้นไม่รู้เลยสักนิดหากเมื่อคืนขัดขืนและหนีออกมาได้ คงไม่ระบมขนาดนี้เป็แน่
ก๊อกๆๆ!!
“องค์ชาย...หม่อมฉันเจียงลี่นำเครื่องเสวยมาถวายเพคะ...”
ซิ่วเหอและขันทีคนสนิทหยุดร้องไห้ก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาที่เปื้อนหน้าออก ก่อนจะบอกให้ชูเฉียงเดินไปเปิดประตู
“องค์ชาย...วันนี้หม่อมฉันทำซุบไก่มาถวายเพคะ”
“เหตุใดเ้าถึงได้....”
“เห็นองค์ชายมิได้เสด็จไปที่โรงครัว....หม่อมฉันจึงแปลกใจหากองค์ชายมิได้เสด็จไปก็แสดงว่า...องค์ชายนั้นกำลังป่วยเพคะเป็เช่นนั้นหม่อมฉันจึงทำซุบไก่มาถวาย...ทรงเสวยดูก่อนเพคะ”
ซิ่วเหอไม่รอช้าจึงรีบรับถ้วยซุบไก่มายกซดพอน้ำซุบแตะถูกลิ้นความรู้สึกผ่อนคลายก็กระจายไปทั่วร่างกาย
“ขอบใจเ้ามากเจียงลี่...”
“มิได้เพคะองค์ชายมันเป็หน้าที่ของหม่อมฉันอยู่แล้ว...”
“ชูเฉียง....ข้าวานเ้าออกไปซื้อเป็ดที่ตลาดให้ข้าสักสองตัวได้หรือไม่วันนี้ข้าว่าจะทำเป็ดตุ๋น”
“พะยะค่ะองค์ชาย....เจียงลี่เ้าจักไปกับข้าด้วยหรือไม่”
“ได้...ข้าจักไปกับเ้า”
ระยะทางจากจวนหลี่ไปยังตลาดยังถือว่ามิได้ไกลมากนักแต่ก็ใช้เวลาเกือบ*หนึ่งเค่อกว่าจะไปถึง ในตลาดซื้อขายมีของมากมายหากชูเฉียง้าจะซื้อเป็ดเขาจึงเดิน ไปหายังร้านที่ขายพวกเนื้อสัตว์หรือบางร้านก็ขายสัตว์ตัวเป็ๆ
“ชูเฉียงข้าว่าไปหาซื้อที่โรงเตี้ยมดีหรือไม่”เจียงลี่กล่าวความเห็น
“แล้วที่ใดถึงจะมีโรงเตี๊ยมเล่าข้ามิค่อยได้ออกมาข้างนอก”
“เช่นนั้นเ้าจงตามข้ามา...”
เจียงลี่เดินนำชูเฉียงมายังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในย่านตลาดลูกค้าในร้านก็ถือว่าเยอะพอสมควรโรงเตี๊ยมแห่งนี้ยังมีสิ่งที่ชูเฉียงสามารถซื้อกลับไปได้
“เฒ่าแก่.....”เจียงลี่เอ่ยเรียก
“ขอรับคุณหนู...ท่าน้าสิ่งใดหรือขอรับ”
“เฒ่าแก่มีเป็ดขายให้ข้าหรือไม่”
“มีขอรับ....”
“งั้นดี...ข้าจักซื้อสองตัวเฒ่าแก่ช่วยจัดการให้ข้าได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ....เชิญคุณหนูกับคุณชายนั่งรอด้านในก่อนเถิดขอรับ....”
โรงเตี๊ยมอย่างนั้นหรือชูเฉียงไม่เคยมาที่แห่งนี้เสียด้วยมองดูผู้คนมากมายหลายตาหากต่างคนต่างอยู่ รู้จักก็ทักทายกันตามประสาส่วนชูเฉียงนั้นเดินสำรวจไปทั่วบริเวณในโรงเตี๊ยม
ปึ๊ก!!!