เปิดแอปพลิเคชันสนทนาขึ้นมา
กดเข้าไปที่โปรไฟล์ของชวีเสี่ยวปอ
เลื่อนประวัติการสนทนาไปด้านบน
หยุด
“ยังมีฉันอยู่นะ”
นี่คือประโยคที่ชวีเสี่ยวปอส่งมาให้เขาในคืนวันนั้นหลังจากที่เจอกับโจวเจ๋อหยวน
เซี่ยเจิงที่อยู่ในความมืดจ้องมองประโยคนั้นอยู่สักพักและสุดท้ายก็ก้มตัวลงไปประทับจูบบนหน้าผากของชวีเสี่ยวปอ
อากาศหนาวขึ้นมาเรื่อยๆแล้ว
แม้แต่แผงขายของเล็กๆตรงถนนหลังโรงเรียนก็ไม่รู้ว่ามีร้านขายมันเทศเผาเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
ชวีเสี่ยวปอที่แม้แต่ห้องเรียนก็ขี้เกียจจะออกไปด้วยซ้ำพลันนึกถึงเมื่อตอนเช้าที่เวินลี่เตือนให้เขาใส่กางเกงเลกกิ้งไปด้วยแต่เขากลับไม่ได้สนใจ ในตอนนี้จึงรู้สึกเสียใจภายหลังขึ้นมาแล้ว
เสียใจมากทีเดียวเลยละ
“ให้ตายเถอะแค่ไปเข้าห้องน้ำยังรู้สึกเหมือนนกจะแข็งจนบินตกลงมาแล้วเลย”เจียงอี้หยางเพิ่งกลับมาจากด้านนอก ตัวเขาสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ทั้งยังกระโดดไปมาอยู่ตรงด้านหลังห้องเรียน
“นี่เพิ่งจะขึ้นเดือนพฤศจิกาเองนะ !” ชวีเสี่ยวปอขยับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น“เมื่อไหร่ฮีตเตอร์จะมาสักที !”
“วันที่สิบห้าไหม?” มือของเซี่ยเจิงกุมแก้วเก็บความร้อนเอาไว้อยู่เขาเป็นหวัดขึ้นมาแล้ว เพราะตอนพูดเสียงของเขาขึ้นจมูกและทุ่มขึ้นมากเลยทีเดียว
“นี่นาย...”ชวีเสี่ยวปอมองเขาอย่างเป็นห่วง “ทำไมฉันรู้สึกว่านายเป็นหนักขึ้นกว่าเมื่อเช้าอีกล่ะ”ในขณะที่พูดเขาก็ยื่นมือไปอังที่หน้าผากของเซี่ยเจิงด้วย “ไม่ได้เป็นไข้ใช่ไหม?”
“ไม่ได้เป็น”เซี่ยเจิงขยับหลบไปด้านหลัง “เป็นไข้ไม่ได้รู้สึกแบบนี้ อยู่ห่างฉันหน่อยเดี๋ยวจะติดนายเข้า”
“เฮ้”เจียงอี้หยางกระโดดจนพอใจแล้ว จึงกลับมานั่งลงตรงที่นั่งของตัวเองพร้อมทั้งยื่นหน้าเขามาระหว่างพวกเขาสองคน “ปอเอ๋อร์ เซี่ยเจิงวันเสาร์นี้พวกนายอยากไปเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงด้วยกันไหม?”
“นายเป็นเด็กประถมหรือไงยังจะไปเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงอีก” ชวีเสี่ยวปอเขย่าขาหลังคิดดูแล้วจึงเลิกคิ้วขึ้นมา พลางพูดว่า : “นายอยากพาเซวียอวี่ไปด้วยใช่หรือ...”
“ให้ตายเถอะ !”เห็นได้ชัดว่าเจียงอี้หยางถูกเผยความคิดเข้าให้แล้ว ทั้งยังเอนตัวหลบไปด้านหลังเหมือนเด็กชายไร้เดียงสาอย่างไรอย่างนั้นสายตาของเขาสอดส่องไปรอบๆ แล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า : “ที่จริงฉันไม่ได้เจอเธอมานานมากแล้วละ”
“จิ๊จิ๊จิ๊”ชวีเสี่ยวปอหัวเราะพลางพูดขึ้น “นายไม่กล้าไปเดทกับเธอสองต่อสองหรือยังไง?”
“เธอไม่ยอม” เจียงอี้หยางพูดขึ้นอย่างหมดกำลังใจ“ปอเอ๋อร์ พูดตามตรงมาเลย ครั้งก่อนนายคิดว่าเธอรู้สึกสนใจฉันไหม?”
“ก็สนใจแหละมั้ง”ชวีเสี่ยวปอนึกอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันจำได้ว่าหลังจากนั้นพวกนายสองคนไม่ได้...”
“ก็ใช่น่ะสิ !” เจียงอี้หยางไม่ให้เขาได้พูดต่อ ทั้งยังตบต้นขาตัวเองไปทีหนึ่ง“ฉันเองยังคิดเลยว่าต้องมีหวังแน่นอน! พักก่อนก็คุยกันอยู่ดีๆ แต่แล้วเธอก็ไม่สนใจฉันไปซะงั้น”
“ให้ตายเถอะ?ทำไมล่ะ?” จิตวิญญาณซุบซิบของชวีเสี่ยวปอค่อยๆปะทุขึ้นมาแล้ว “เปลี่ยนใจไปหาคนใหม่แล้ว? ”
“ไม่ต้องพูดให้เจ็บขนาดนั้นก็ได้”เจียงอี้หยางขมวดคิ้ว “เธอบอกว่าเรียนหนักอะไรทำนองนั้นน่ะแต่ฉันรู้สึกว่าไม่น่าถึงขนาดนั้นหรอกมั้งต่อให้หนักจริงเวลาตอบข้อความสักหน่อยก็ต้องมีอยู่แล้วไหมแต่ฉันก็ไม่กล้าโทรไปหาเธอ กลัวเธอจะรู้สึกรำคาญ เฮ้อผู้หญิงทำไมถึงได้เป็นแบบนี้กันนะ”
“ฮะฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ——” ในที่สุดเซี่ยเจิงก็กลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ หัวเราะขึ้นมายกใหญ่
“เซี่ยเจิง !” เจียงอี้หยางทั้งโมโหทั้งรู้สึกอาย“เห็นใจกันหน่อยได้ไหมฮะ !”
“ได้ ได้เลยๆ ” ชวีเสี่ยวปอพูดแทนเซี่ยเจิง“ถ้างั้นครั้งนี้นายก็จะชวนเธอมาด้วยใช่ไหม? ”
“อืมดูก่อนแล้วกัน” เจียงอี้หยางยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผาก เป็นภาพที่ราวกับว่าเขาเป็นนักปราชญ์ด้านความรักที่“ถามใต้หล้าว่าความรักคือสิ่งใด ใช่สิ่งที่สอนให้คนรู้จักสัญญาใจระหว่างความเป็นความตายหรือไม่”อย่างไรอย่างนั้นเลย “แล้วตกลงพวกนายจะไปเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงด้วยกันไหม !”
ท่าทีตอบสนองแรกของชวีเสี่ยวปอก็คือหันไปมองเซี่ยเจิง“นายไปได้ไหม? ”
“แล้วนายอยากไปหรือเปล่า?” เซี่ยเจิงสูดจมูก
“ไปปีนเขา !” เจียงอี้หยางพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น“ขับเหงื่ออะไรทำนองนั้น ไม่แน่พอกลับมาเซี่ยเจิงอาจจะหายเลยก็ได้นะ! ปอเอ๋อร์ขานายก็หายดีแล้วไม่ใช่เหรอ?ต้องออกกำลังสักหน่อยจริงไหม! ”
“นี่นาย...จัดการให้พวกฉันพร้อมทุกอย่างแล้วเหรอเนี่ย”เซี่ยเจิงหันหน้าไปมองเจียงอี้หยางที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวัง “งั้นก็ได้เสาร์นี้ใช่ไหม? ”
“ใช่ !! !”เจียงอี้หยางกระโดดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “รถที่พักฉันเหมาเอง !”
“ต้องค้างคืนด้วย?” ชวีเสี่ยวปอเบิกตากว้าง“บนภูเขาเหรอ? กี่วัน? ”
“เปล่า เปล่าๆมันไม่ได้ทำให้ฉันดูใจป้ำหรอกเหรอ” เจียงอี้หยางเกาศีรษะอย่างทำตัวไม่ถูก“ยังไงซะพอถึงตอนนั้นพวกนายตามฉันมาก็พอ !”
“จริงสิ”ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “แล้วถ้างั้น เพื่อนของเซวียอวี่เธอคงไม่ได้ไปด้วยหรอกใช่ไหม? ”
“เธอ?” เจียงอี้หยางผงะไปจากนั้นก็ยิ้มขึ้นมาทันที “ไม่ใช่ว่าเธอ...”
“นายบอกมาแค่ว่าเธอไปไม่ไปถ้าเธอไปด้วยพวกฉันก็ไม่ไปแล้ว”ชวีเสี่ยวปอรู้ว่าเจียงอี้หยางเข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อผิดไป
“ในเมื่อนายพูดอย่างนี้แล้วงั้นก็ไม่ต้องให้เธอไปด้วยก็ได้” เจียงอี้หยางทำเสียงจิ๊ปากขึ้นมาสองครั้ง“ยังไม่เงื่อนไขอะไรอีก เสนอมาทำให้ได้หมดเลย !”
“ไม่มีแล้ว”ชวีเสี่ยวปอถอนหายใจอย่างรู้สึกโล่งอก แล้วจึงชำเลืองมองเซี่ยเจิงไปครั้งหนึ่งในขณะนั้นเซี่ยเจิงยักคิ้วให้เขา พร้อมทั้งทำปากพูดว่า “คิดรอบคอบมาก”ชวีเสี่ยวปอจึงหัวเราะหึๆ ขึ้นมา แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อแล้ว
เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันเสาร์ชวีเสี่ยวปอก็โทรศัพท์หาเซี่ยเจิงก่อนเป็นอันดับแรก
“ฮัลโหลวันนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว? ”
“ดีขึ้นมากแล้วละ”เซี่ยเจิงยังคงสูดจมูกอยู่ แต่เสียงขึ้นจมูกไม่ได้หนักเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว“นายจะออกจากบ้านแล้วเหรอ? ”
“อืมเมี่อกี้เจียงอี้หยางโทรมาเร่งแล้ว” ชวีเสี่ยวปอพูดไปด้วย พลางสวมรองเท้าไปด้วย“ซือจวิ้นบอกว่าเดี๋ยวเขาจะมาหาฉันก่อน แล้วนายล่ะ? เรียกรถไปเลยเหรอ? ”
“อืมฉันต้องบอกแม่สักหน่อยน่ะ” เซี่ยเจิงพูดขึ้น “โอเค เดี๋ยวไว้เจอกัน”
“ได้เลยใส่เสื้อผ้าหนาๆ หน่อยนะ เดี๋ยวเจอกัน” ชวีเสี่ยวปอเปิดประตูเดินออกมาพร้อมทั้งทำเสียงจุ๊บใส่โทรศัพท์ไปครั้งหนึ่ง
ในตอนที่ชวีเสี่ยวปอและซือจวิ้นมาถึงสถานที่ที่เจียงอี้หยางนัดเอาไว้ก่อนเวลาคิดไม่ถึงว่าจะเห็นเจียงอี้หยางยืนอยู่แค่คนเดียว
“คนอื่นล่ะ?” ชวีเสี่ยวปอเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกประหลาดใจ“เซวียอวี่ไม่มาเหรอ? ”
“ใช่”ใบหน้าของเจียงอี้หยางเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หลังจากพูดจบก็นั่งยองๆลงไปกับพื้นทันที ทั้งยังขยับโทรศัพท์ไปมาอย่างรู้สึกหงุดหงิด“เมื่อคืนเธอบอกฉันว่าขอคิดดูก่อน ฉันก็นึกว่าวันนี้เธอจะมาซะอีก! ”
“ไม่ใช่มั้ง”ครั้งนี้แม้แต่ซือจวิ้นก็ทนดูไม่ไหวแล้ว “คำพูดนี้ของเธอเห็นชัดๆ ว่ากำลังปฏิเสธนายไม่ใช่หรือไง?”
ชวีเสี่ยวปออดไม่ได้ที่จะสะกิดซือจวิ้นไปทีหนึ่งพร้อมทั้งกระซิบว่า : “ไม่ต้องพูดตรงขนาดนั้น !”
“อา————”เจียงอี้หยางอดไม่ได้ที่จะร้องออกมาด้วยความเสียใจ“แต่เธอบอกว่าคิดดูก่อนไม่ใช่หรือไง! ทำไมคิดดูก่อนถึงกลายเป็นปฏิเสธฉันไปได้ล่ะ! ”
“เพื่อนรัก”ชวีเสี่ยวปอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรเหมือนกัน บางทีถ้าเซี่ยเจิงอยู่ที่นี่เขาก็ยังสามารถปลอบใจเจียงอี้หยางได้เมื่อเผชิญกับภาพเหตุการณ์อันน่าเวทนาเช่นนี้แต่ชวีเสี่ยวปอกลับทำได้เพียงตบไปที่บ่าของเจียงอี้หยางเบาๆ “ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร”
เจียงอี้หยางยังคงร้องคร่ำครวญ : “ปอเอ๋อร์นายว่าฉันอกหักแล้วหรือเปล่า?”
“นายแบบนี้...”รอยย่นปรากฏขึ้นมาจนเต็มหน้าผากของชวีเสี่ยวปอ“แบบนี้เรียกว่ายังไม่ทันได้คบเลยต่างหาก”
เจียงอี้หยาง : “......” พูดแทงใจดำมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
เซี่ยเจิงมาช้าเกินไปจึงไม่ทันได้เห็นฉากจวนจะเป็นจะตายนี้ของเจียงอี้หยางแต่เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถก็ยังคงรู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันอึมครึมนี้อยู่เมื่อเห็นว่าเซวียอวี่ไม่ได้มาด้วย เขาจึงเข้าใจขึ้นมาในทันทีเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
“พวกเราต้องปลอบเขาหน่อยไหม”ชวีเสี่ยวปอซบลงไปบนตัวของเซี่ยเจิง พร้อมทั้งพูดพึมพำขึ้นมาเสียงเบา “เจียงอี้หยางน่าสงสารมากเลย”พูดจบเขาก็ชะเง้อคอขึ้นไปมองด้านหลังศีรษะอันโดดเดี่ยวของเจียงอี้หยางที่นั่งอยู่แถวหน้า“นายไม่เห็น เมื่อกี้ฉันนึกว่าเขาจะร้องไห้ออกมาแล้วด้วย”