คุณนายหยางไม่ได้รับรู้ว่ายามนี้กำลังมีาทางสายตาของสองสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันเธอแค่เพียงแนะนำโจวเสี่ยวถงผู้เป็ลูกสะใภ้ของเธอให้คนอื่นในครอบครัวได้รู้จักอย่างเป็ทางการซึ่งสวีอี้ถงที่อยู่ในร่างขอโจวเสี่ยวถงก็สามารถทักทายบรรดาสมาชิกในครอบครัวของสกุลหยางอย่างสุภาพและเรียบร้อยแตกต่างจากภาพเ้าสาวที่ลงไม้ลงมือกับคนเมาภายในงานเลี้ยงเมื่อคืนนี้เป็อย่างมาก
“สวัสดีคุณอารองคุณอาสะใภ้รอง สวัสดีคุณอาสามและคุณอาสะใภ้สามค่ะยินดีที่ได้เป็ครอบครัวเดียวกันนะคะ” คำพูดของสวีอี้ถงทำให้คุณนายหยางพยักหน้าการทักทายที่ไม่มากจนเกินไปและไม่น้อยจนเกินไปนี้ทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจ
ความสัมพันธ์ของเธอกับบ้านรองและบ้านสามส่วนใหญ่ข้องเกี่ยวกันทางธุรกิจหลังจากที่สามีของเธอตายไปน้องชายคนรองและน้องชายคนที่สามของสามีก็ต่างพยายามเข้ามามีบทบาทในธุรกิจของสามีแต่ธุรกิจนี้ใช่ธุรกิจของครอบครัวหยางเป็เธอและสามีบุกเบิกมาร่วมกันเธอย่อมจะไม่มีทางให้พวกเขามาชุบมือเปิดอยู่แล้วดังนั้นแม้จะพูดได้ว่าเป็คนในครอบครัวแต่ก็ล้วนเรียกขานกันแค่พอเป็พิธีเพียงเท่านั้น
“เหม่ยหงไม่คิดว่าจะได้พบกับเธอที่นี่”เมื่อสวีอี้ถงทักทายเช่นนี้ซุนเหม่ยหงก็พลันยิ้มออกมาในทันที
“เธอคงจะไม่รู้ว่านอกจากฉันจะเป็เพื่อนสนิทของเจินเจินแล้วฉันยังเป็หลานสาวของคุณน้าลี่ฉุนอีกด้วย”เมื่อซุนเหม่ยหงพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็พลันเข้าใจได้ซุนลี่ฉุนคืออาสะใภ้บ้านรองและเป็แม่ของหยางรุ่ยและหยางสือสองพี่น้องที่มักจะคอยติดตามหยางจิ่วดุจเงาตามตัว
“ฉันเห็นว่าเหม่ยหงสนิทสนมกับทั้งเจินเจินและอาจิ่ว ฉันก็เลยชวนเหม่ยหงมาทานมื้อเช้าด้วยหวังว่าจะไม่ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจนะ”เมื่อซุนลี่ฉุนพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็พลันส่ายหน้าในทันที
“ทำไมจะต้องไม่พอใจด้วยคะก็แค่อาหารมื้อนี้เป็มื้อเช้ามื้อแรกที่ฉันได้กินข้าวกับครอบครัวของสามีในเมื่อคุณอาสะใภ้รองไม่ถือสาแล้วหลานสะใภ้เช่นฉันจะกล้าถือสาได้อย่างไรเล่าคะ”คำพูดของสวีอี้ถงทำให้คุณนายหยางเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นยิ้มในทันทีในที่นี้มีใครไม่รู้บ้างว่าซุนลี่ฉุนหวังจะให้ซุนเหม่ยหงแต่งเข้ามาเป็สะใภ้ของบ้านใหญ่เพียงแต่พอเธอไม่พยักหน้ามีหรือที่ซุนลี่ฉุนจะทำได้สำเร็จเดิมทีเธอไม่พอใจที่เมื่อวานนี้ลูกสะใภ้ของเธอก่อเื่ในงานเลี้ยงแต่พอมาวันนี้เธอรู้สึกว่าเด็กสาวโผงผางที่ไม่รู้จักเก็บงำกิริยาคนนี้บางครั้งก็ทำเื่ที่ทำให้เธอพึงพอใจมากทีเดียว
“ในเมื่อรู้จักกันแล้วก็กินข้าวกันเถิด”หยางเหอผู้เป็น้องชายคนรองของบ้านหยางพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของพี่สะใภ้ของตนเอง
เดิมทีหลังพี่ชายจากไปเขาเคยคิดว่าในฐานะน้องที่เป็น้องชายคนรองจะได้กิจการของพี่ชายคนโตติดก็แค่เพียงพี่สะใภ้คนนี้ที่คอยขวางทางเขาอยู่ทำให้เขาไม่ชอบคุณนายหยางผู้เป็พี่สะใภ้ของเขาเป็อย่างมากวันนี้เขาหวังจะหักหน้าพี่สะใภ้ด้วยการให้ภรรยาเชิญหลานสาวจากบ้านภรรยามาแล้วทำให้พี่สะใภ้ของเขาได้รู้ว่าลูกสะใภ้ที่เธอเลือกมากับมือสู้หลานสาวจากบ้านเดิมของภรรยาเขาไม่ได้แต่ตอนนี้เมื่อมองดูแล้วกลับกลายเป็ว่าสะใภ้ใหม่ที่พี่สะใภ้เลือกมานั้นไม่ธรรมดาเลยการต่อปากต่อคำไม่ได้แตกต่างจากพี่สะใภ้ของเขามากนักมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจที่บ้านใหญ่กำลังจะมีคนอย่างคุณนายหยางคนที่สอง
หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วซุนลี่ฉุนก็หันไปส่งสัญญาณให้หลานสาวของเธอซุนเหม่ยหงยิ้มออกมาหลังจากที่วางแก้วน้ำแล้วรอยยิ้มของซุนเหม่ยหงทำให้สวีอี้ถงพลันระมัดระวังตัวขึ้นมาในทันทีในใจก็ได้แต่คิดทบทวนว่าโจวเสี่ยวถงได้ทำอะไรที่จะทำให้ซุนเหม่ยหงนำมาพูดโจมตีเธอได้หรือไม่
“เสี่ยวถงเธอนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะโมโหร้ายและเกรี้ยวกราด ขนาดเมื่อวานเป็งานเลี้ยงในงานแต่งของเธอเธอก็ยังไม่รู้จักยั้งชั่งใจในฐานะที่พวกเราเคยเป็เพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันฉันอยากจะเตือนเธอสักหน่อยว่าคนที่ไม่รู้จักวิธีควบคุมอารมณ์ของตนเองมักจะทำสิ่งใดก็ไม่สำเร็จ”คำพูดของซุนเหม่ยหงทำให้สวีอี้ถงพลันทอดถอนใจออกมาในทันทีที่แท้ซุนเหม่ยหงไม่ได้นำเื่ของโจวเสี่ยวถงมาพูดจาทับถมเธอแต่กลับนำความผิดพลาดของเธอเมื่อวานนี้ชี้จุดผิดพลาดให้คนอื่นได้เห็นต่างหาก
“ซุนเหม่ยหงดูเหมือนว่าความจำของเธอจะมีความผิดพลาดไปเยอะเลยนะฉันไม่เคยโมโหร้ายและเกรี้ยวกราดเลยสักครั้งเื่การควบคุมอารมณ์ตนเองฉันไม่เคยมีจุดผิดพลาดมาก่อนเลยพึ่งจะมีเมื่อวานเพียงเท่านั้นที่ฉันทั้งเหนื่อยทั้งเมาและทนให้คนมาตำหนิคุณพ่อของฉันไม่ได้ เธอพูดราวกับว่าฉันเป็คนโมโหร้ายมาโดยตลอดเช่นนี้ออกจะเป็การจงใจให้ร้ายกันเกินไปหรือเปล่า”คำพูดอย่างตรงไปตรงมาทำให้ซุนเหม่ยหงทำสีหน้าไม่ถูกตามปกติด้วยนิสัยของโจวเสี่ยวถงไม่มีทางที่จะตอบโต้กลับคนที่ตั้งใจจะหาเื่เธอด้วยท่าทางและสีหน้าที่สงบและเ็าเช่นนี้
ส่วนสวีอี้ถงที่พอจะคาดเดาได้แล้วว่าสาเหตุที่หยางเจินไม่ชอบเธอนั้นน่าจะเป็เพราะคำพูดของคนที่บอกว่าเคยเป็เพื่อนร่วมชั้นของเธอมาก่อนอย่างซุนเหม่ยหงแน่จึงได้รีบตีหน้าเศร้าแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร
“เหม่ยหงเธอกับเพื่อนๆ ไม่ชอบฉันฉันรู้ดีเพียงแต่ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรพวกเธอจึงได้เกลียดฉัน แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วเป็เพราะพวกเธอรู้ว่าพอฉันเรียนจบก็จะได้แต่งเข้าบ้านหยางใช่ไหม”เมื่อสวีอี้ถงพูดเช่นนี้ซุนเหม่ยหงก็พลันปฏิเสธในทันที
“ไม่ใช่!เธออย่าได้ใส่ร้ายฉัน”ซุนเหม่ยหงพูดพลางหันไปขอความช่วยเหลือจากคุณน้าของเธอแต่สวีอี้ถงกลับไม่คิดจะให้โอกาสเธอหันไปพูดกับแม่สามีของเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดในทันที
“เื่เมื่อวานหนูต้องขอโทษด้วยนะคะคุณแม่แต่หนูทนให้คนพูดถึงคุณพ่อของหนูเช่นนั้นไม่ได้จริงๆอีกทั้งหนูไม่อยากให้คนพูดถึงการแต่งงานของหนูในทางที่ไม่ดีด้วย หนูก็เลยลงมือทำเื่ที่ขาดสติเช่นนั้น”เมื่อสวีอี้ถงพูดเช่นนี้แม่สามีของเธอก็พลันโบกมือในทันที
“อย่าใส่ใจเลยเื่คุณจางคนนั้นเดี๋ยวแม่จะไปจัดการเขาเองส่วนการกระทำของเธอถึงแม้ว่าจะบุ่มบ่ามไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้เกิดความเสียหายอะไรดังนั้นเธอไม่ต้องคิดมากหรอก”เมื่อแม่สามีพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็ยิ้มออกมาแถมรอยยิ้มของเธอยังเผื่อแผ่ไปถึงสองน้าหลานจากบ้านซุนด้วย
“ผมอิ่มแล้วขอตัวก่อน” หยางจิ่วพูดพลางขยับตัวลุกขึ้น
“พึ่งจะแต่งงานเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านสักวันสองวันเถอะ”เมื่อแม่สามีพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็หันไปมองหยางจิ่วเพื่อรอดูปฏิกิริยาของเขาเดิมทีเขาทำท่าว่าจะขัดขืนแต่เมื่อได้สบสายตากับเธอเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาบ่นว่าผมเอาแต่นอนทั้งวันก็แล้วกัน”เมื่อเขาพูดจบก็เดินจากไปทิ้งให้คนบนโต๊ะต่างก็มองตามหลังเขาด้วยสายตาที่แตกต่างกัน