“ไม่มีใครช่วยคุณได้หรอกเก็บแรงไว้หายใจเป็นครั้งสุดท้ายจะดีกว่านะครับ”พนักงานหนุ่มยังคงพยายามลากร่างของทีปกรอย่างต่อเนื่องแต่ลากเท่าไรก็ยังไม่ไกลจากจุดเดิมเสียที
“ตัวเล็กแค่นี้ทำไมหนักจังเลยวะ” เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดออกมาจากไรผมและไหลซึมออกตามรูขุมขนบนร่างกายในขณะที่เครื่องปรับอากาศภายในห้องเย็นฉ่ำ
“หนูจะช่วยถ่วงเวลาให้พี่เองพี่ต้องรอดออกไปให้ได้หนูจะไม่ปล่อยให้พี่ต้องมาตายเพราะช่วยวิญญาณอย่างหนูแน่นอน”ทีปกรขยับเปลือกตาให้ลืมขึ้นเพื่อมองหาต้นเสียงจึงได้พบว่าเจ้าของเสียงหวานใสที่ได้ยินเมื่อครู่กำลังจับขาทั้งสองข้างของตนเพื่อรั้งไม่ให้พนักงานหนุ่มทำตามแผนการได้สำเร็จ
ชายหนุ่มร่างบอบบางทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มออกไปน้อยๆ เพื่อเป็นการขอบคุณในสิ่งที่วิญญาณสาวกำลังพยายามทำให้และชักไม่แน่ใจแล้วว่าตอนนี้ใครต้องช่วยใครกันแน่เมื่อสายตาเหลือบไปมองใบหน้าซีดเผือดของตนสะท้อนผ่านกระจกที่อยู่ตรงหน้ายิ่งเป็นการตอกย้ำว่าจะสามารถมีชีวิตรอดไปช่วยวิญญาณที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลยทั้งศีรษะก็ยังหนักอึ้งเต็มทนจนเหมือนจะระเบิดออกมาให้ได้หากแต่คิดว่าต้องหมดลมหายใจไปไม่กี่นาทีข้างหน้าคงจะเป็นไปได้มากกว่า
“พี่อย่าทำหน้าหมดหวังแบบนั้นสิขอเพียงแค่พี่ยังมีชีวิตอยู่ พี่ก็จะช่วยหนูได้ อดทนไว้นะพี่”วิญญาณสาวพูดให้กำลังใจชายหนุ่มร่างบอบบางที่กำลังหมดแรง
“ขอโทษนะพี่คงช่วยเธอไม่ได้” เสียงพูดเท่าเสียงกระซิบทำให้พนักงานหนุ่มต้องเหลือบตามองด้วยความสมเพช
“ไม่ต้องกลัวนะครับคุณไม่ตายอย่างโดดเดี่ยวแน่นอน เห็นห่อที่อยู่ตรงนั้นไหมล่ะ”พนักงานหนุ่มบุ้ยปากไปยังถุงพลาสติกสีดำที่อยู่ในช่องว่างของเตียงและหันกลับมาแสยะยิ้มให้กับทีปกร
“มันคือถุงห่อศพยังไงล่ะผมจะให้คุณอยู่ในนั้นจนลมหายใจสุดท้ายไปเลยเป็นไง อยากรู้อยากเห็นดีนักจุดจบก็ต้องเป็นแบบนี้แหละแต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ถ้าคุณตายไปแล้วผมจะหาถุงมาห่อศพของคุณอย่างดีเลยล่ะ…”
“เฮ้ย!”พนักงานหนุ่มร้องออกมาจนสุดเสียงด้วยความตกใจในขณะที่กำลังพล่ามถึงแผนการของตัวเอง เมื่อเห็นใบหน้าอีกผู้หนึ่งซ้อนทับกับคนที่อยู่เบื้องล่าง จึงทำให้มือไม้อ่อนแรงปล่อยข้อเท้าลงทันทีขาทั้งสองข้างของพนักงานหนุ่มก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะดุดเข้ากับขอบเตียงและหงายหลังไปทับกับห่อพลาสติกสีดำที่อยู่ด้านใน
"ฮะเฮ้ย!โอ๊ย!" ผู้กระทำความผิดร้องโวยวายเสียงดังยิ่งกว่าเดิมพร้อมทั้งดิ้นพล่านจนทำให้แผ่นไม้กระดานที่พิงอยู่ด้านข้างล้มลงมาปิดกับเตียงพอดิบพอดีจากผู้ที่เคยเป็นต่อบัดนี้กลับเสียท่าให้กับวิญญาณสาวเสียแล้วมือทั้งสองข้างทุบแผ่นไม้กระดานที่หนักอึ้งแต่ก็ทำได้เพียงแค่เผยอขึ้นมานิดเดียวและปิดสนิทดังเดิม
"ช่วยด้วยช่วยด้วย" เสียงดังก้องภายในคอกสี่เหลี่ยมเล็ก ๆแต่เล็ดลอดออกมาด้านนอกเพียงนิดเดียว
“ไม่มีใครช่วยคุณได้หรอกเก็บแรงไว้หายใจเป็นครั้งสุดท้ายน่าจะดีกว่า”จากเสียงหวานใสเมื่อคุยกับทีปกรแปรเปลี่ยนเป็นเสียงเย็นยะเยือกชวนขนลุกจนทำให้ผู้ที่ติดอยู่ด้านในใจหายวูบตกไปอยู่ตาตุ่มด้วยความกลัวยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้สึกว่าที่มาของเสียงอยู่ชิดติดริมใบหู
“รู้สึกคุ้น ๆกับประโยคนี้ไหมล่ะ” สายตาเจ้ากรรมดันอยากรู้อยากเห็นเหลือบไปมองเสียงนั้นโดยอัตโนมัติจึงทำให้ปะทะกับใบหน้าซีดเซียวของวิญญาณสาวซึ่งกำลังแสยะยิ้มอยู่ห่างจากใบหน้าของตนเองเพียงไม่ถึงคืบ
“อ๊ากกกกกกกกกกกก”เสียงร้องดังลั่นและพยายามดิ้นหนีสุดแรงเกิดภายในเตียงสี่เหลี่ยมทันทีที่นิ้วมือตะกุยโดนถุงพลาสติกสีดำที่อยู่ด้านข้างจนเกิดการฉีกขาดกลิ่นของศพก็คละคลุ้งฟุ้งกระจายออกมาแทบไม่เหลืออากาศบริสุทธิ์ให้หายใจกลิ่นเหม็นเน่าพุ่งทะลวงเข้าจมูกจึงทำให้ผู้ที่ติดอยู่ด้านในสำรอกของเก่าออกมาจนหมดไส้หมดพุงสลับกับร้องตะโกนโวยวายแทบจะจับความไม่ได้บัดนี้ผู้กระทำความผิดถูกขนาบข้างด้วยศพและวิญญาณเจ้าของร่างยิ่งทำให้รู้สึกสติแตกจนไม่สามารถควบคุมไม่ได้
‘โครม’