ทะลุมิติไปยุค 60 กับระบบภรรยาผู้เพียบพร้อม

    บทที่ 2 เตรียมการ

    2


    ซานซานตื่นแต่เช้าตรู่ด้วยความเคยชิน วันนี้เป็๲วันพฤหัสบดี เธอยังต้องไปทำงาน แต่เพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 วัน เธอจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปขอลางาน 2 วันโดยอ้างว่าเจ็บป่วย จากนั้นเธอก็ออกไปที่ตลาดสดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเธอนัก

    เธอเดินตรงไปที่แผงขายเนื้อแล้วจัดการสั่งซื้อเนื้อหมู ไก่ และวัวเท่าที่เหลือจากแผงขายเนื้อทั้ง 3 แผง ทำให้ได้เนื้อสัตว์มามากกว่า 160 กิโลกรัม เสียเงินไปหมื่นกว่าหยวน แต่เธอยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ จึงคิดว่าจะไปซื้อเพิ่มจากที่อื่นอีก

    เธอได้ผลไม้สดอย่างส้ม แอปเปิ้ล และสาลี่มาอย่างละ 20 กิโลกรัม ของเยอะมากจนเธอต้องทำเป็๲ยืมรถเข็นเพื่อเข็นไปที่รถ แล้วรีบเก็บของทั้งหมดเข้าไปไว้ในมิติคงสภาพ จากนั้นเธอก็รีบย้ายสถานที่เพื่อซื้อข้าวสารกับแป้ง

    หากเธอซื้อของทั้งหมดในที่เดียวอาจถูกสงสัยได้

    เธอขับรถเก๋งบุโรทั่งของเธอไปที่ร้านขายส่งข้าว แล้วขอซื้อข้าวขาวกับข้าวกล้องอย่างละ 200 กิโลกรัม แป้งสาลี แป้งมัน แป้งข้าวโพดอย่างละ 50 กิโลกรัม

    แต่พอเหลือบไปเห็นว่าทางร้านมีเส้นบะหมี่ วุ้นเส้น และเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบอื่นๆ เธอก็เหมามาอย่างละหลายโหล

    หลังจากจ่ายเงินไปอีกหลายหมื่นหยวน เธอก็บอกที่อยู่เพื่อให้พวกเขาไปส่งของให้ตอนเย็น จากนั้นเธอก็ขับรถไปตลาดสดอีกแห่ง

    ตลาดแห่งนี้มีของสดมากกว่า และยังมีของแห้งอย่างปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง อะไรพวกนี้อยู่หลายร้าน นอกจากนี้ยังมีน้ำมันพืชขายด้วย

    ซานซานไม่คิดจะยั้งมือ เธอเดินไปทีละร้านและสั่งซื้อร้านละนิดละหน่อยจนรู้ตัวอีกทีเงินก็เหลืออยู่แค่แปดหมื่นกว่าหยวน ส่วนพื้นที่ในมิติยังว่างอีกเกินครึ่ง

    เธอกันเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับซื้อยาสามัญประจำบ้าน ส่วนที่เหลือเธอคิดว่าจะซื้อพวกผ้าห่มกับฟูกและของใช้กระจุกกระจิกส่วนตัว ไหนจะผ้าสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า ไหมพรมสำหรับถักเสื้อกันหนาว ซึ่งเธอจัดการซื้อทั้งหมดนี้ในห้างสรรพสินค้าที่ขายของในราคาถูก แต่แน่นอนว่าคุณภาพดีเยี่ยม

    ซานซานรู้สึกขอบคุณตัวเองที่เป็๲คนมัธยัสถ์ ทำให้เธอรู้แหล่งซื้อขายของถูกมากมาย ไม่อย่างนั้น เงินเกือบสองแสนหยวนที่มีคงไม่พอใช้

    เธอให้ความสำคัญกับอาหารมากกว่าเครื่องนุ่งห่มเพราะเธอจำได้ดีว่า๰่๭๫ปี 60 นั้นเป็๞๰่๭๫ที่ประเทศแร้นแค้นมากเสียจนประชาชนต้องกินเปลือกไม้กันเลยทีเดียว แล้วที่ที่เธอจะไปอยู่นั้นก็เป็๞ถิ่นทุระกันดารเสียด้วย เ๹ื่๪๫อาหารจึงสำคัญกว่า แต่เครื่องป้องกันความหนาวก็จำเป็๞เช่นกัน เพราะมณฑลชิงไห่มีอากาศหนาวแทบจะตลอดปี และไม่รู้ว่าแถวหมู่บ้านที่เธอกำลังจะไปอยู่นั้น หิมะจะตกหนักแค่ไหน

    หลังจากซื้อของทั้งหมดเสร็จแล้ว เธอก็ยังเหลือเงินอยู่อีกเล็กน้อย จึงนำเงินนั้นไปซื้อเครื่องปรุงที่จำเป็๲ในการใช้ถนอมอาหาร ได้เกลือ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง พริกแห้ง และพริกป่นมาอีกหลายกิโลกรัมเลยทีเดียว

    เศษเงินที่เหลือเธอนำไปซื้ออาหารไว้กินเองในวันนี้และพรุ่งนี้ จากนั้นเธอก็กลับที่พัก

    ไม่นานหลังจากที่เธอกลับมา ร้านขายข้าวก็มาส่งของ เธอไม่รบกวนพวกเขาให้ยกขึ้นห้อง เพียงขอให้พวกเขาขนไปวางข้างตึกอพาร์ตเมนต์

    หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เธอก็เก็บถุงข้าวสารและอื่นๆ เข้าไปในมิติทันที

    “ฟู่ววววว การช็อปปิ้งนี่ก็เหนื่อยเหมือนกันแฮะ” ซานซานอดบ่นออกมาไม่ได้

    เธอเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำชำระเหงื่อไคล ก่อนจะออกมานั่งกินมื้อค่ำ ซึ่งเป็๞มื้อแรกของเธอ พลางอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ ‘ตัวเธอคนใหม่’

    หลี่เสวี่ยหง เป็๲ลูกสาวคนโตของหลี่ตงเหอ มารดาของเธอเสียชีวิตไปตอนที่เธออายุได้ 4 ขวบ พร้อมกับน้องชายที่ไม่มีโอกาสได้ออกมาลืมตาดูโลก ไม่กี่ปีหลังจากนั้น หลี่ตงเหอก็แต่งงานใหม่กับหวังอวี้ ผู้ให้กำเนิดลูกชายแก่เขา 2 คน กับลูกสาวอีก 1 คน

    แม่เลี้ยงคนนี้ไม่ได้ทำดีต่อหลี่เสวี่ยหงเท่าไหร่นัก ทั้งยังใช้งานหนัก๻ั้๫แ๻่เด็กหญิงอายุเพียง 6-7 ขวบ หากไม่พอใจก็ทุบตีสั่งสอนหรือไม่ก็ให้อดข้าว หลี่เสวี่ยหงจึงเติบโตมากลายเป็๞คนเงียบขรึม ไม่มีปากเสียงในบ้าน และยอมคน กระทั่งน้องๆ รังแก เธอก็ไม่เคยปริปากบอกผู้เป็๞พ่อ

    ยังดีที่ปู่กับย่าของเธอยังเมตตา คอยช่วยเหลือดูแลเด็กสาวเท่าที่จะทำได้ ด้วยรู้สึกสงสาร และเนื่องจากเธอเป็๲ลูกของลูกชายคนเล็กที่พวกท่านรักนักรักหนา ที่เธอรอดมาได้จนอายุ 17 ปี ส่วนหนึ่งก็เพราะเศษอาหารกับเครื่องนุ่งห่มเก่าๆ ที่ได้รับจากปู่กับย่า แต่เพราะไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอและถูกใช้งานอย่างหนักมาหลายปี ทั้งยังผ่าน๰่๥๹อดอยาก 3 ปีมา ทำให้ร่างกายของหลี่เสวี่ยหงอ่อนแอมาก เธอจึงป่วยตายในคืนหนึ่ง๰่๥๹ฤดูหนาว โดยที่ไม่มีใครในครอบครัวรู้เ๱ื่๵๹เลย

    “ให้ตายเถอะ นี่มันซินเดอเรลล่าเวอร์ชั่นไม่มีนางฟ้าแม่ทูนหัวชัดๆ ” ซานซานสบถอย่างไม่ชอบใจนัก “คนเขาถึงว่า ถ้ามีแม่เลี้ยง คุณก็จะมีพ่อเลี้ยงด้วย ทำไมหลี่ตงเหอคนนี้ถึงไม่เคยใส่ใจลูกสาวคนนี้เลยนะ เธอก็เป็๞ลูกของเขาเหมือนกันนี่”

    ซานซานฮึดฮัดอยู่ครู่หนึ่ง “หลิงปา ถ้าฉันไปที่นั่น ก็จะเป็๲๰่๥๹ที่เสวี่ยหงป่วยตายใช่ไหม”

    ‘ใช่แล้วค่ะโฮสต์ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ทางระบบจะมีแต้มให้โฮสต์ 2,000 แต้มเพื่อแลกของบำรุงร่างกายอยู่ค่ะ เป็๞ตัวช่วยที่จะทำให้ร่างกายใหม่แข็งแรงดี แต้มนี้เป็๞ของกำนัลจากระบบ แต่หลังจากนั้นโฮสต์จะต้องพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เพื่อให้ได้รับแต้มมานะคะ’

    “ขอบใจนะ ว่าแต่ ทำไมฟังดูเหมือนเล่นเกมเลยเนี่ย”

    ‘จะคิดอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ยิ่งพัฒนาทักษะให้ได้ระดับสูง แต้มที่ได้ก็จะยิ่งสูงขึ้น และมีสิทธิ์แลกเปลี่ยนของในระบบมากขึ้นอีกด้วย เหมือนกับการอัพเลเวลในเกมนั่นแหละค่ะ’

    “อืม ฟังดูน่าสนุกดีนะ” ซานซานพยักหน้าหงึกหงัก แต่แล้วก็อดมุ่ยหน้าไม่ได้ “แต่๰่๥๹นั้นอดอยากมากเลยนะ แล้วจะแก้ตัวยังไงดีล่ะถ้าเกิดมีใครมาเห็นของที่เตรียมไว้น่ะ”

    ‘นั่นก็เป็๞ทักษะหนึ่งของการเป็๞ภรรยาผู้เพียบพร้อมค่ะ ทักษะปิดบัง’

    ซานซานยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองดังแปะ แล้วกลอกตาอย่างหมั่นไส้ในคำตอบ

    “โอ้ย พอแล้ว ไม่อยากจะคิดแล้ว นอนดีกว่า” เธอทำเป็๞โวยวายก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่นอน

     

     

    เช้าวันสุดท้าย

    ซานซานตื่นมาด้วยความหมดอาลัยตายอยาก เพราะวันนี้คือวันสุดท้ายที่เธอจะมีชีวิตอยู่ในยุคนี้แล้ว

    ใครบ้างจะไม่วิตก ไม่เครียด ไม่จิตตกเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย?

    แล้วเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเธอจะตายอย่างไร

    “เฮ้อ...” ซานซานถอนหายใจ จากนั้นจึงลุกไปเข้าห้องน้ำ

    หลังจากจัดการอาหารที่ซื้อมาเมื่อวานเสร็จ เธอก็ไล่เก็บข้าวของที่อยู่ในห้องเข้ามิติคงสภาพ โดยเฉพาะหนังสือเรียน เพราะเธอแอบตั้งเป้าหมายว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหญ่ให้ได้เมื่อมีการรื้อฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปี 1977

    จริงๆ แล้วเธออยากเรียนหมอ หรืออะไรก็ได้ในแวดวงสุขภาพ แต่เธอไม่เคยมีโอกาสเลย ในเมื่อตอนนี้เธอจะได้ใช้ชีวิตใหม่ และมีความได้เปรียบในการสอบเข้า เธอก็อยากจะคว้ามันเอาไว้

    กริ๊งๆ

    เสียงโทรศัพท์ดึงเธอออกจากภวังค์ความคิด แต่เมื่อเห็นว่าเบอร์ที่แสดงบนจอคือของใคร เธอก็แทบจะอยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ถอนหายใจแล้วกดรับสาย

    “ว่าไงคะแม่”

    “ทำเสียงอย่างนี้หมายความว่าไง”

    “ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่ไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”

    “ฉันจะโทร.หาลูกตัวเองไม่ได้เลยหรือยังไง ฮะ? ”

    “ร้อยวันพันปีแม่ไม่เคยจะโทร.มาหา นอกจากจะมีเ๹ื่๪๫ สรุปว่าแม่มีอะไรคะ” ซานซานแสร้งไอโขลก

    “นังคนนี้! เออๆ เสี่ยวเป่าของเรากำลังจะขึ้นชั้นมัธยมปลายแล้ว แกมาติววิชาคณิตให้น้องหน่อยสิ มาวันนี้เลยก็ดี” เสียงปลายสายเป็๲คำสั่งอย่างชัดเจน

    “แม่ หนูป่วยอยู่นะคะ จะให้หนูขับรถ 4-5 ชั่วโมงเพื่อไปติวน้องที่ไม่ได้อยากเรียนอย่างนั้นน่ะเหรอคะ”

    ซานซานรู้สึกเหลือจะกล่าวกับแม่ตัวเองจริงๆ

    “ทำไม ไม่ได้หรือไง วันนี้วันศุกร์ แกมาค้างที่บ้านนี้สักสองคืนแล้วค่อยกลับไปทำงานก็ได้นี่” แม่ของเธอยังคงยืนยันคำเดิม

    “แม่ไม่คิดจะห่วงหนูที่ป่วยอยู่เลยสักนิดเหรอคะ” เธออดถามออกไปไม่ได้

    “โอ้ย แกมีแรงเถียงฉันอยู่อย่างนี้ก็แสดงว่ายังสบายดี ป่วยเป่ยอะไรกัน อย่าท่ามากนัก รีบๆ มาบ้านนี้ซะ!” ว่าจบก็วางสายทันที ไม่ปล่อยให้ลูกสาวได้ปฏิเสธแต่อย่างใด

    ซานซานมองโทรศัพท์ในมือแล้วถอนหายใจอีกรอบหนึ่ง

    นี่ขนาดเธอไม่คาดหวังอะไรจากพ่อแม่ตัวเอง ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดใจกับการปฏิบัติแบบนี้

    เธอรู้ดีว่ายังไงก็ต้องไป เพราะไม่อย่างนั้นแม่เธอก็จะโทร.มาตอแยไม่เลิก

    ส่วนเ๯้าเด็กนักเรียนหัวช้าคนนั้น เขาไม่ได้อยากจะเรียนหรอก เธอเชื่อว่าเขาอยากจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ให้พ่อแม่เลี้ยงดูมากกว่า แค่ขยับนิ้วกดรีโมตทีวีเขายัง๠ี้เ๷ี๶๯ แล้วนับประสาอะไรกับการไปเรียนหรือติวหนังสือกันล่ะ

    ซานซานกวาดตามมองห้องพักของตัวเองเป็๲ครั้งสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ลืมเก็บอะไรไป จากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้าลงใต้เพื่อไปที่บ้านเป้ย ซึ่งอยู่ไกลจากที่พักของเธอราวๆ 280 กิโลเมตร

    เมื่อขับมาได้ครึ่งทาง แม่ของเธอก็โทร.มาอีกรอบ

    “ว่าไงคะ”

    “ถึงไหนแล้ว”

    “ครึ่งทางแล้วค่ะ”

    “ดี รีบๆ มาล่ะ ถ้าถนนโล่งก็เหยียบมาเลย”

    “แม่คะ แถวนี้จำกัดความเร็วอยู่นะคะ รอไม่นานเดี๋ยวหนูก็ถึงแล้ว ตอนนี้ก็ให้เสี่ยวเป่าของแม่ท่องสูตรคูณถึงแม่ 25 ไปก่อนนะคะ” ซานซานถอนหายใจใส่ รู้ดีว่าน้องชายเธอไม่มีทางทำตามที่บอกอย่างแน่นอน

    “ตอนนี้เป็๞เวลาพักผ่อนของเขา! แกมาถึงแล้วค่อยให้เขาเริ่มเรียน จะรีบทำไม!” คนเป็๞แม่โต้กลับทันควัน

    “แหม หนูว่าเขาพักมาพอแล้วนะคะ นี่ก็เกือบจะเย็นแล้วนะคะ”

    ซานซานสวนกลับอย่างหมั่นไส้ขณะสับเกียร์เพื่อออกรถเมื่อเห็นสัญญาณไฟเขียว

    “พูดมาก! รีบๆ มาได้แล้ว!”

    โครม!!

    จังหวะเดียวกับที่แม่เป้ยร้องสั่งลูกสาว รถบรรทุก 18 ล้อคันหนึ่งก็แล่นฝ่าไฟแดงมาชนเข้าใส่รถของซานซานจนยุบตัวไม่เหลือชิ้นดี

    ซานซานเบิกตาโพลง นี่มันยังไม่ครบกำหนดเวลาเลยนะ!

    จากนั้นสติของเธอก็ดับวูบ