ภายใต้การชี้นำของซินเยวี่ยอย่างเต็มที่หลินเต๋อหัวจึงเขียนจดหมายรักถึงหวังไฉ่เหลียน แต่เขาไม่กล้าที่จะนำไปให้เองจึงขอให้ซินเยวี่ยช่วยเป็ธุระ
แน่นอนว่าซินเยวี่ยเต็มใจ
เธอไม่ได้อ่านสิ่งพี่ชายเขียนถึงหวังไฉ่เหลียนด้วยความเข้าใจที่เธอมีต่อพี่ชาย คาดว่าคงเขียนถ้อยคำสวยงามเป็พิเศษออกมาไม่ได้ดังนั้นเธอจึงไม่สนใจที่จะรู้
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จซินเยวี่ยก็แอบไปที่บ้านของหวังไฉ่เหลียน
บ้านตระกูลหวังอยู่ห่างจากบ้านของซินเยวี่ยด้วยการเดินเท้าประมาณสิบกว่านาที
ตระกูลของหวังไฉ่เหลียนเป็เ้าของที่ดิน ใน่ปลดปล่อย(หลังการปฏิวัติคอมมิวนิสต์) ที่ดินทั้งหมดของพวกเขาถูกแบ่งให้กับชาวบ้านปู่ของหวังไฉ่เหลียนในฐานะเ้าของที่ดินผู้มั่งคั่งจึงต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากใน่เวลานั้น
ปู่ของหวังไฉ่เหลียนมีลูกชายสามคนและลูกสาวสองคน
ด้วยเพราะฐานะทางบ้านไม่ดีลูกชายทั้งสามคนของเขาจึงยากที่จะหาภรรยาได้ ท้ายที่สุดลูกสาวคนที่สองจึงต้องสละตัวเองเพื่อแลกภรรยาให้กับพี่ชายคนโตเื่นี้จึงทำให้มีหวังไฉ่เหลียนและพี่น้องหญิงอีกสี่คนน้าคนที่สองและสามของหวังไฉ่เหลียนเนื่องจากหน้าตาไม่ดี แถมฐานะทางบ้านก็ไม่ดีจึงไม่สามารถหาภรรยาได้ในบ้านก็ไม่มีน้องสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานเพื่อแลกภรรยาให้พวกเขาได้ดังนั้นจึงถูกทิ้งไว้อย่างนั้น
บ้านของหวังไฉ่เหลียนมีขนาดใหญ่มากตัวบ้านค่อนข้างเก่า สร้างขึ้นก่อนที่จะได้รับการปลดปล่อย
หน้าประตูบ้านมีสุนัขสีเหลืองตัวใหญ่อยู่ตัวหนึ่งเมื่อเห็นซินเยวี่ย มันก็เห่าเสียงดังจากระยะไกล ซินเยวี่ยกลัวสุนัขดังนั้นเธอจึงเตรียมไม้เท้าที่ทำจากไม้เนื้อแข็งเอาไว้แล้ว
เมื่อได้ยินเสียงสุนัขเห่าเสียงดังแม่ของหวังไฉ่เหลียนก็ออกมาจากบ้าน เมื่อเห็นว่าเป็ซินเยวี่ยเธอก็รีบยิ้มแย้มและกล่าวว่า “อ้าวนี่ซินเยวี่ยไม่ใช่เหรอ ไม่ได้มาเล่นที่บ้านนานเลยนะ เข้ามาก่อนสิ”
แม่ของหวังไฉ่เหลียนเป็คนตัวสูงใหญ่ดูเหมือนคนที่แข็งแรงมาก
ในปีนั้นที่เธอตกลงที่จะแต่งงานกับพ่อของหวังไฉ่เหลียนก็เพราะว่าการที่เธอแต่งเข้ามาจะทำให้พี่ชายที่อายุเกือบสี่สิบปีและพูดจาไม่ค่อยคล่องสามารถหาภรรยาได้เธอและพ่อของหวังไฉ่เหลียนอายุใกล้เคียงกันการที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันจึงไม่ถือว่าน่าอายอะไร แต่น้าหญิงของหวังไฉ่เหลียนแต่งงานกับน้าชายของหวังไฉ่เหลียนนั้นน่าอายมากเธอที่เป็หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่งดงามราวกับดอกไม้กลับต้องแต่งงานกับชายแก่ที่อายุเกือบสี่สิบปีและยังพูดติดอ่างอีกด้วยแต่ก็ช่วยไม่ได้ เพื่อให้พี่ชายสามารถหาภรรยาได้ น้าคนที่สองของหวังไฉ่เหลียนจึงต้องอดทนและแต่งงานเข้าไป
แม่ของหวังไฉ่เหลียนเป็คนใจดีกับทุกคนซินเยวี่ยรู้เื่นี้ดี เธอรีบยิ้มตอบว่า “อาคะฉันมาหาไฉ่เหลียน ฉันอยากจะขอยืมลายปักผ้าหน่อย เธออยู่บ้านไหม”
แม่ของหวังไฉ่เหลียนรีบบอกว่าอยู่ อยู่
จากนั้นซินเยวี่ยก็เดินตามหญิงชราเข้าไปในบ้านส่วนหวังไฉ่เหลียนเมื่อได้ยินเสียงก็ออกมาจากห้อง
เมื่อเห็นว่าซินเยวี่ยมาหวังไฉ่เหลียนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยเธอคิดว่าวันนี้ซินเยวี่ยมาคงเป็เพราะเื่ของเธอกับหลินเต๋อหัวแน่ๆเธอรู้ว่าปกติแล้วซินเยวี่ยไม่ค่อยมาเยี่ยมบ้านใครโดยไม่มีเหตุผล
หวังไฉ่เหลียนพาซินเยวี่ยเข้าไปในห้องนอนของเธอเธอตั้งใจจะปิดประตู แต่ซินเยวี่ยรีบบอกว่า “อย่าปิดประตูเลยมันร้อนเกินไป แล้วถ้าพวกเราปิดประตูคุยกันแบบนี้ อาอาจจะเข้าใจผิดได้”
หวังไฉ่เหลียนหัวเราะเบาๆ“เธอนี่รอบคอบจริงๆ”
ซินเยวี่ยหยิบกระดาษที่พับเป็สี่เหลี่ยมเล็กๆจากกระเป๋ากางเกงออกมา แล้วยัดใส่มือของหวังไฉ่เหลียน“พี่ชายของฉันฝากมาให้เธอ”
หวังไฉ่เหลียนชะงักไปเล็กน้อยแล้วก็เข้าใจขึ้นมาทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำราวกับแอปเปิลแดงสุก
ซินเยวี่ยหันหลังให้เธอรอให้หวังไฉ่เหลียนอ่านจดหมายฉบับนั้นให้จบ
ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นหวังไฉ่เหลียนจึงคลี่กระดาษโน้ตที่พับเป็สี่เหลี่ยมเล็กๆ ออกแล้วอ่านอย่างละเอียด
ลายมือของหลินเต๋อหัวนั้นหวัดมากหวังไฉ่เหลียนต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอ่านเนื้อหาให้จบ
หลังจากอ่านจดหมายรักที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆของหลินเต๋อหัวจบ หวังไฉ่เหลียนก็รู้สึกเขินอายจนใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาพร่ามัวเธอก้มศีรษะลงช้าๆ กระดาษในมือถูกพับอย่างดีแล้วกำไว้แน่น
เมื่อเห็นว่าหวังไฉ่เหลียนเงียบไปนานซินเยวี่ยก็รีบหันกลับมา เมื่อเห็นสีหน้าของหวังไฉ่เหลียนซินเยวี่ยก็รู้ว่าจดหมายรักของพี่ชายได้ทำให้เธอประทับใจไปแล้วแม้จะไม่รู้ว่าพี่ชายเขียนอะไร แต่ซินเยวี่ยก็สามารถคาดเดาได้ประมาณเจ็ดแปดส่วน
“ไฉ่เหลียนเธอจะไม่ตอบจดหมายพี่ชายฉันหน่อยเหรอ” ซินเยวี่ยอยากให้หวังไฉ่เหลียนตอบจดหมายพี่ชายหรือจะฝากคำพูดอะไรกลับไปก็ได้
หวังไฉ่เหลียนก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากอย่างขวยเขินว่า “เธอกลับไปบอกพี่เต๋อหัวด้วยนะว่าฉันเต็มใจที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต ฉันเชื่อว่าเขาจะดีกับฉันอีกสองวันฉันจะไปตลาดในเมืองเพื่อขายเห็ดป่า เขา—”
หวังไฉ่เหลียนพูดคำที่เหลือไม่ออกในยุคสมัยนี้ค่อนข้างจะหัวโบราณอยู่
ซินเยวี่ยยิ้มแล้วตบไหล่ของหวังไฉ่เหลียนเบาๆและพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่ต้องห่วงพี่ชายของฉันจะไปตลาดแน่นอน”
ทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยเื่ส่วนตัวซินเยวี่ยขอลายปักผ้า แล้วก็ออกจากบ้านของหวังไฉ่เหลียนไป
หลังจากกลับถึงบ้านซินเยวี่ยก็ไปหาหลินเต๋อหัวแล้วเล่าปฏิกิริยาของหวังไฉ่เหลียนหลังจากที่ได้อ่านจดหมายรักและคำพูดที่เธอพูดออกมาทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด
เมื่อได้รับคำตอบเชิงบวกจากหวังไฉ่เหลียนทำให้หลินเต๋อหัวมีความสุขมาก ใบหน้าที่ซื่อๆของเขาเต็มไปด้วยความยินดีที่บอกไม่ถูก
“พี่ สองวันก่อนฉันฝันร้ายฉันฝันว่าพี่ได้รับาเ็แล้วกลายเป็คนพิการ พี่หาภรรยาไม่ได้แล้วพ่อกับแม่ก็เอาฉันไปแลกภรรยาให้พี่ แต่งงานกับไอ้สารเลวคนหนึ่งเวลาที่มันเมาเหล้า มันก็จะทำร้ายฉัน พี่ ฉันกลัวมาก กลัวจริงๆ” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ซินเยวี่ยก็ร้องไห้ออกมา