บาทหลวง : เป็เพราะเป็ความประสงค์ของพวกเธอที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน พวกเธอทั้งสองจงประสานมือขวา และประกาศความยินยอมต่อหน้าพระเ้าและสักขีพยานทุกคน
เ้าบ่าว : ผมเซี่ยลี่หยาง ขอรับคุณหลี่เหิงเยว่ เป็ภรรยาของผม ผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี ผมจะรักคุณและให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของผม
เ้าสาว : ดิฉันหลี่เหิงเยว่ ขอรับคุณเซี่ยลี่หยาง เป็สามีของดิฉัน ดิฉันสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี ดิฉันจะรักคุณและให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของดิฉัน
เซี่ยลี่หยางสวมแหวนแต่งงานให้เ้าสาวด้วยรอยยิ้ม หลี่เหิงเยว่เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ชายคนรักด้วยรอยยิ้มหวานละมุน ทั้งคู่คบหาดูใจกันั้แ่เซี่ยลี่หยางเรียนอยู่โรงเรียนนายร้อย และหลี่เหิงเยว่เรียนแพทย์อยู่ในมหาวิทยาลัยแพทย์ทหาร
ปัง ปัง ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นสร้างความแตกตื่นให้กับคนในงานไม่น้อย หลายคนอุ้มลูกจูงภรรยาเพื่อวิ่งหนีออกจากงาน เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งเข้าไปตะครุบตัวคนร้ายได้ทันท่วงที ส่วนเ้าหน้าที่คนอื่นเชิญแขกที่มาร่วมงานให้เดินทางกลับตามคำแนะนำของเซี่ยลี่หยาง เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น
“โจวเจิ้งซี! นายทำอย่างนี้ทำไม” เซี่ยลี่หยางเดินเข้าไปหาผู้ก่อเหตุ หลังจากแขกที่มาร่วมงานเดินทางกลับไปหมดแล้ว
“เหอะ...นายยังมีหน้ามาถามฉันอีกเหรอว่าฉันทำอย่างนี้ทำไม นายเพิ่งถูกแต่งตั้งให้เป็หัวหน้าหน่วยรบพิเศษ นายรู้ไหมว่าตำแหน่งนั้นมันควรเป็ของฉัน! ยังมีเธอ!” โจวเจิ้งซีชี้ไปที่หลี่เหิงเยว่ “นายก็รู้ว่าฉันรักเหิงเยว่มานาน แต่นายก็ยังมาแย่งเธอไปจากฉัน”
“ฉันกับเหิงเยว่รักกัน และเธอก็ไม่เคยรักนาย นายจะบอกว่าฉันแย่งเธอมาจากนายได้ยังไง”
“ก็ถ้าไม่มีนายสักคน เธอก็ต้องหันมามองฉัน” โจวเจิ้งซีหันไปมองหลี่เหิงเยว่ “เหิงเยว่...คุณก็รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ แต่ทำไมคุณถึงไม่หันมามองผม ถ้าไม่มีเซี่ยลี่หยาง คุณก็จะหันมามองผมใช่ไหม”
“เจิ้งซี เื่ระหว่างเรามันเป็ไปไม่ได้ ฉันไม่เคยรักคุณและฉันให้ได้แค่ความเป็เพื่อนกับคุณเท่านั้น” หลี่เหิงเยว่ตอบ
“ฮ่าๆๆ ในเมื่อวันนี้ผมไม่สมหวัง คุณก็อย่าหวังว่าคุณกับไอ้เพื่อนทรยศคนนี้จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขเลย” โจวเจิ้งซีชูรีโมทในมือแล้วกดมันลงไป ก่อนที่จะมีเสียงะเิดังขึ้นอย่างรุนแรง
เซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่รู้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว พวกเขากอดและจูบกันท่ามกลางเสียงะเิ
เซี่ยลี่หยาง : ไม่ว่าชาติไหนผมก็จะรักคุณคนเดียว
หลี่เหิงเยว่ : ไม่ว่าจะเป็ที่ไหน ฉันยินดีจะตามคุณไปทุกที่
อากาศหนาวเย็นเข้ามากระทบร่างกาย เซี่ยลี่หยางลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ แสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านผนังไม้ระแนงทำให้เขาขมวดคิ้วก่อนที่เขาจะลุกขึ้นนั่งแล้วมองสำรวจไปรอบๆ
อาการปวดศรีษะทำให้เขาหลับตาลงอีกครั้ง และภาพในอดีตของร่างเดิมก็ฉายชัดเข้ามาในหัวของเขา เซี่ยลี่หยางนอนลงเพราะความอ่อนเพลีย แต่ก่อนที่เขาจะหลับสนิท เขาก็เอ่ยปากด่าทอเ้าของร่างเดิมเสียยกใหญ่ เพราะเ้าของร่างเดิมเป็ผู้ชายประเภทที่เขาเกลียดที่สุด และยังเป็ผู้ชายประเภทที่หลี่เหิงเยว่ ภรรยาผู้ที่เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะเข้าหอกับเธอเกลียดมากอีกด้วย
“พี่รอง เราคงไม่ได้ตีพี่ใหญ่ไปจนตายจริงๆ ใช่หรือไม่เ้าคะ” เซี่ยหรงซิ่งถามพี่ชายอย่างกล้าๆ กลัวๆ “เราเข้าไปดูพี่ใหญ่สักหน่อยดีหรือไม่ ข้า...ข้าไม่ได้อยากให้พี่ใหญ่ตายนะเ้าคะ”
“เ้าจะกลัวอะไร ถ้าพี่ใหญ่ตาย ท่านแม่กับพวกเราก็จะไม่ต้องมาคอยระวังเขาอีก หรือว่าเ้าลืมไปแล้วว่าพี่ใหญ่ตั้งใจจะขายเ้าให้ไปเป็อนุของรองนายอำเภอ” เซี่ยเหวินซูบอกน้องสาว
“ไม่! ข้าไม่อยากไปเป็อนุของตาแก่มากตัณหาคนนั้น แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่อยากให้พี่ใหญ่ตาย พี่รอง...เราไปเชิญท่านหมอให้มาดูอาการพี่ใหญ่สักหน่อยเถิดเ้าค่ะ”
เซี่ยเหวินซูส่ายหน้าอย่างลำบากใจ “ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากไป แต่ตอนนี้ที่บ้านของเรามีเงินเหลืออยู่ไม่มาก หากเราจะต้องเลือกว่าเราจะรักษาชีวิตของใครไว้ ข้าคิดว่าเราควรเลือกที่จะเอาเงินส่วนนั้นเก็บไว้รักษาท่านแม่”
“แต่ว่า...พี่ใหญ่...” เซี่ยหรงซิ่งน้ำตาไหล
ในขณะที่น้องชายกับน้องสาวยืนพูดกันอยู่หน้าห้องอย่างทำอะไรไม่ถูก เซี่ยลี่หยางก็ตื่นขึ้นมาแล้ว เขาเคยเป็ทหารหน่วยรบพิเศษจึงรู้ว่าร่างกายนี้ไม่ได้รับาเ็ร้ายแรง อาการาเ็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกทรมานเท่ากับท้องของเขาที่ประท้วงเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวันแล้ว ตอนนี้เขาหิวมาก
แต่ฟังจากการสนทนาของน้องๆ ทำให้เขารู้ว่าสถานการณ์การเงินในครอบครัวคงเลวร้ายมาก นั่นเป็เพราะความผิดของเ้าของร่างเดิม แต่เขาจะทำยังไงดีล่ะ ถึงแม้เขาจะอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็คนใหม่ แต่ในระยะเวลาอันสั้นหากยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เขาก็คงจะตายไปเพราะความอดอยากและความหิวเป็แน่
เซี่ยลี่หยางหลับตาลง ทันใดนั้นคฤหาสน์สุดหรูที่เขาเตรียมไว้เป็เรือนหอก็ปรากฏขึ้นในความคิด รอดแล้ว!
“พวกเ้าสองคนจะยืนอยู่ข้างนอกอีกนานไหม รีบเข้ามาช่วยข้าเร็วเข้า” เซี่ยลี่หยางะโเรียกน้องทั้งสองคน วันนี้อย่างน้อยเขาก็ต้องปรับความเข้าใจกับคนในครอบครัวให้ได้เสียก่อน
“พี่...พี่รอง ใช่เสียงพี่ใหญ่หรือไม่เ้าคะ” เซี่ยหรงซิ่งจับแขนพี่ชายคนรองไว้แน่น “พี่ใหญ่คงไม่โกรธเราใช่หรือไม่เ้าคะ”
“เขาจะโกรธเราเื่อะไร ก่อนหน้านั้นเขา้าทำร้ายท่านแม่ เราแค่ช่วยท่านแม่ไว้” เซี่ยเหวินซูบอกน้องสาวอย่างกล้าหาญ แต่ในใจเขากลับกลัวพี่ใหญ่ของเขามาก
“ยังไม่เข้ามาอีก!” เซี่ยลี่หยางะโขึ้นอีกครั้ง “หรือจะให้ข้าออกไปจัดการกับพวกเ้าเอง”
เซี่ยเหวินซูกับเซี่ยหรงซิ่งไม่มีทางเลือกอื่น พวกเขาเดินเข้าไปในห้องเก็บฟืนช้าๆ ถึงอย่างนั้นเซี่ยเหวินซูก็ไม่ลืมที่จะหยิบไม้หน้าสามติดมือเข้าไปด้วย
เซี่ยลี่หยางมองดูน้องชายกับน้องสาวชัดๆ ในร่างนี้เขาเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบหกปี ส่วนน้องชายและน้องสาวฝาแฝดคงมีอายุแค่สิบสามปีเท่านั้น
“ทำไม...ตั้งใจจะเอาไม้ในมือนั่นมาตีข้าอีกหรือ” เซี่ยลี่หยางอยากจะหัวเราะ น้องชายเขาถือไม้ท่อนใหญ่อยู่ในมือก็จริง แต่มือน้อยๆ นั้นกลับสั่นจนแทบจะจับไม้ไว้ไม่อยู่แล้ว แต่เขาก็ยังกวักมือเรียกน้องชาย “มาพยุงข้าไปพักที่ห้องของข้าที”
“ท่าน...ท่านต้องสัญญากับข้าก่อนว่าท่านจะไม่ตีข้า”
เซี่ยหรงซิ่งเดินไปคุกเข่าและก้มศีรษะต่อหน้าพี่ชายคนโต “พี่ใหญ่ ข้ารู้ว่าข้ากับพี่รองไม่ควรตีท่านรุนแรงเช่นนั้น แต่ที่เราทำไปเพราะไม่อยากให้ท่านทำร้ายท่านแม่ หากท่านจะทำโทษพี่รอง ท่านก็ทำโทษข้าด้วยเถิดเ้าค่ะ”
“พวกเ้าคิดกันไปถึงไหนแล้ว ข้าแค่อยากกลับไปนอนบนเตียงให้สบายกว่านี้เท่านั้น”
“ท่านจะไม่ทำโทษเราสองคนจริงๆ หรือเ้าคะ”
เซี่ยลี่หยางรู้ว่าน้องชายกับน้องสาวทำไปเพราะความจำเป็ และความผิดทั้งหมดก็เกิดจากความประพฤติของเ้าของร่างเดิม “ข้าไม่รู้ว่าพวกเ้าสองคนจะเชื่อคำพูดของข้าหรือไม่ ก่อนอื่นเลยข้าอยากจะขอโทษพวกเ้า และข้าสัญญาว่าต่อจากนี้ข้าจะเปลี่ยนตัวเองเป็คนใหม่ จะไม่ยอมให้ท่านแม่และพวกเ้าต้องลำบากอีกแล้ว”
เซี่ยเหวินซูกับเซี่ยหรงซิ่งหันไปมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน คำขอโทษอันแสนไพเราะหลุดออกมาจากปากของพี่ชายคนโตได้อย่างไร ทั้งคำพูดที่สุภาพเรียบร้อยไร้ซึ่งคำด่าทอนี้ก็เป็สิ่งที่พี่ชายคนโตไม่เคยใช้พูดกับพวกเขามาก่อน ทั้งสองคนลุกขึ้นแล้วเดินถอยหลังไปที่ประตูด้วยท่าทางใ
“เ้า...เ้าเป็ปิศาจจำแลงที่มาสิงอยู่ในร่างของพี่ชายข้าใช่หรือไม่” เซี่ยเหวินซูะโถามพร้อมกับยกไม้ในมือขึ้น “เ้ารีบออกไปจากร่างของพี่ชายข้าเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะใช้ไม้ในมือตีเ้า”
เซี่ยหรงซิ่งวิ่งไปคว้าไม้มาถือไว้เช่นกัน “เ้าิญญาร้าย เ้ารีบออกไปเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เชื่อข้าจะตีเ้าให้ตาย”
เซี่ยลี่หยางยกมือขึ้นกุมขมับอย่างจนปัญญา นี่เ้าของร่างเดิมต้องเลวร้ายขนาดไหนกัน แค่คำพูดธรรมดาไม่กี่คำกลับทำให้น้องชายกับน้องสาวเข้าใจผิดคิดว่าผีร้ายมาสิงร่างของเขาเสียแล้ว
“ไม่มีิญญาร้ายที่ไหนมาสิงร่างของข้าทั้งนั้น ข้าเพิ่งบอกพวกเ้าไปไม่ใช่หรือว่าข้าจะเป็พี่ชายคนใหม่และจะปฏิบัติกับพวกเ้าอย่างดี เพราะฉะนั้นข้าถึงเริ่มแก้ไขคำพูดของข้าเป็อย่างแรก หรือพวกเ้าอยากให้ข้ากลับไปพูดจาแย่ๆ แบบเมื่อก่อน”
“ท่าน...ท่านไม่ใช่ิญญาร้ายจริงๆ หรือเ้าคะ”
“ถ้าข้าเป็ผีร้าย ข้าคงจับพวกเ้าหักคอทิ้งไปนานแล้ว”
เซี่ยเหวินซูดึงน้องสาวให้มาอยู่ด้านหลัง ก่อนที่เขาจะเดินออกไปเปิดประตูเพื่อให้แสงแดดส่องมาที่ร่างของพี่ชายคนโต