วันนั้นทั้งไทและชลันดา ที่เหมือนการหัดเตรียมเป็คุณพ่อคุณแม่มือใหม่กันอย่างไรพิกล ทั้งคู่ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับเื่แม่ตัวน้อย หัวแทบจะชนกันอย่างไม่รู้ตัว โดยมีเคนโทรมาเช็คเป็ระยะ ว่าสาวน้อยสุดที่รักของเขานั้น ลูกพี่ได้ดูแลดีหรือเปล่า แต่ก็ยังมิวายสั่งแล้วสั่งอีก แถมบอกกับลูกพี่ว่า หลวงปู่ตั้งชื่อมาให้แล้วเรียบร้อย จะเอาไปให้ลูกพี่เลือกว่าจะให้มู่น้อยชื่อจริงว่าอะไร
"ฉันมีเพื่อน ทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ เดี๋ยวจะปรึกษาดูว่า จะให้มู่น้อยจดเป็ลูกของนายได้หรือเปล่า เพราะไม่มีเอกสารอะไรมาเลย ฉันกลัวว่าเมียนาย..."
"อดีต"
ไทรีบขัดขึ้น คนพูดขึงตาใส่เขา แล้วกระแอม...
"นั่นแหละ ถ้าเขาเกิดคึกอยากรับตัวลูกสาวเขากลับ เราจะได้หาทางหนีทีไล่ไว้ เพราะมันจะต้องเป็เื่ใหญ่แน่นอน"
"ผมว่า..."
ไทยักไหล่ เขาเองก็พอจะรู้จักอดีตสาวของตนเองดี ลองประกาศไว้แบบนั้น ก็คงจะไม่กลับมาแล้วแน่นอน แล้วหล่อนเองก็มีลูกแล้วสองคน ทิ้งไว้ให้ตากับยายเลี้ยงก็ไม่เห็นจะกลับไปสนใจอะไร นับประสาอะไรกับมู่น้อย คงจะกลับมาทิ้งแล้วถาวรนั่นแหละ เขาไม่ได้เอ่ยว่าเด็กอาจจะไม่ใช่ลูกเขาด้วยซ้ำให้ชลันดาฟัง เพราะตอนนี้ใจของไท เด็กน้อยคือลูกสาวของเขานั่นแหละ
"คงจะไม่มีทางหรอก"
"นั่นแหละ เผื่อไว้ ต้องรอบคอบไว้ก่อน"
ชลันดาว่า เธอเป็อดีตของภรรยาทหาร มีเพื่อนและพอจะมีเส้นมีสาย มีคนในวงการราชการที่รู้จักอยู่บ้าง เธอเองก็อยากให้ไทเลี้ยงแม่ตัวน้อยอย่างถูกต้อง และไม่มีปัญหาอะไรในอนาคต
"อืม...ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอบคุณมากครับเจ๊ดา"
"ฉันกลับก่อนละกัน นี่ก็จะสามทุ่มล่ะ" เธอชะเง้อดูแม่ตัวเล็ก แล้วหันมาสั่ง
"นายก็ลุกมาให้นมตามเวลานะ ฉันตั้งนาฬิกาปลุกไว้เผื่อนายหลับ ก็ทนเอาหน่อยพักนี้ ถ้าพ้น่นี้ไปอีกสามสี่เดือน น้องก็ไม่ลุกมาตอนดึกๆ แล้วล่ะ"
"ขอบคุณอีกหนนะเจ๊"
ไทว่า ชลันดาตอนนี้เดินก้าวยาวๆ ไปที่ห้องของเขาเผื่อจะขอดูหน้าแม่ตัวน้อยอีกสักหนก่อนกลับบ้าน ั์ตายามมองเด็กทารกนั้น มีแววอ่อนโยนนัก
"พรุ่งนี้เจอกันล่ะ" ชลันดาคว้ากระเป๋า แล้วยิ้มให้เขา...นิดหนึ่ง รอยยิ้มนั้นทำให้คนมอง...รู้สึกแปลกๆ
เออ...
เจ๊ดาอะไรนี่ ก็...น่ารักดีแหะ ปรกติเห็นแต่แว้ดๆ หน้าบูดหน้าตึง แต่พอยิ้มแบบนี้ ทำไมน่ารัก หน้าอ่อนจังหว่า รอยยิ้มนี่ทำให้ผู้หญิงดูสวยขึ้นแหะ
ไทคิดในใจ เขายังไม่ทันเอ่ยบอกอะไรเธอ หญิงสาวก็ก้าวเดินจากไปเสียแล้ว
"คืนนี้...อย่าอาละวาดอีกนะลูกนะ"
ไทเอ่ยบอกกับคนตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ย แล้วรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำแบบชนิดทำลายสถิติ เพราะไม่อยากปล่อยแม่หนูให้ห่างสายตานานนัก ทั้งเคนทั้งชลันดา อบรมเขามายาวเหยียด ทำยังกับเขาไม่ได้เื่ได้ราวอย่างนั้นแหละ
ไทที่หอมฟุ้งในเวลาอันรวดเร็ว เดินย่องๆ มาใกล้ 'ลูกสาว' เหมือนว่าชีวิตของเขาค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากวิถีเดิม ั้แ่มีตัวเล็กนี่เข้ามา ปรกติแล้วเวลานี้ เขาก็คงจะหาร้านเหล้าสักที่ดื่ม หรือถ้าร้านเหล้าปิด เขาก็จะแวะหาที่ดื่มสังสรรค์ ผ่อนคลายจนได้ แต่นี่เขาแทบไม่ได้แตะต้องมันเลย ไหนจะงานการของตนอีก เขาไม่กล้าทิ้งแม่หนูน้อยไว้กับชลันดาแล้วหนีไปทำงาน เพราะยังเกรงใจหล่อน อีกอย่างหนึ่ง เลี้ยงเด็กอ่อน มันงานหนักไม่ใช่เล่น ที่ไม่ควรจะโยนให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบเสียทีเดียว เขากะว่าวันสองวันนี้จะลองจัดการงานให้เข้าที่เข้าทางดู เพราะเคนจะกลับมาพรุ่งนี้ จะได้ปรึกษากันดูว่าจะไปตามหนี้ เก็บเงินกันอย่างไรดี อาจจะให้ลูกค้าโอน หรือรวบวันไปเก็บ ถ้าเกิดว่าลูกค้าไว้วางใจกันได้
ไทยอมเสียงาน ยอมเสี่ยงที่จะเจ๊งเสียเงิน ก็เพราะแม่ตัวน้อยที่มาเป็ภาระกะทันหันนี่แหละ สายใยบางอย่างถูกถักทอขึ้น แม้จะไม่ใช่สายเื แต่เขา...ก็อยากจะดูแลเด็กคนนี้ เหมือนกับลูกแท้ๆ คนหนึ่ง
ไททรุดลงนั่งใกล้ๆ กับเตียงเตียงคอกของแม่ตัวน้อย ที่กำลังนอนหลับปุ๋ย เขายิ้มนิดๆ พร้อมกับอดไม่ได้ ที่จะเอื้อมมือเขี่ยแก้มยุ้ยเป็พวงนั่น
ลูกพ่อ...น่าเอ็นดูเหลือเกิน วาสนาพาให้มาเป็ลูกพ่อนะมู่น้อยนะ พ่อจะทำหน้าที่ให้ดีเท่าที่จะทำได้หนูเอย...
ทันทีที่มือของเขาแตะโดนผิวใส แม่ตัวน้อยที่อยู่ ก็ค่อยลืมตาขึ้น ไทถึงกับกะพริบตาปริบๆ รีบชักมือออก ตาโตแป๋วแหววสีสวย มองสบตากับั์ตาคมกริบของไท แล้ว...
ปากอิ่มย้อยก็ค่อยๆ เบะ
โอ...ไม่นะลูกกก เวลาเดิมเมื่อคืนเลยย
ความทรงจำเมื่อคืนย้อนเข้ากลับมา จนทำให้ไทตาเหลือก
"แง้งง"