Ep. 5
"ขอโทษนนะมะนาว หวานขอแล้วแต่วินไม่อนุญาตหวานเองก็ไม่อยากทะเลาะ"
"ไม่เป็ไร มะนาวเข้าใจ เสียงหวานไม่ต้องคิดมากนะ" พูดกับเสียงหวานเสร็จฉันก็เหลือบไปมองเพื่อนสาวอีกคนที่นั่งไถมือถืออยู่คนเดียวเงียบๆแทน
"อะไร? อย่าแม้แต่จะคิดเชียว ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะแค่ลำพังงานฉันก็หัวหมุนมากพออยู่แล้ว" แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้ฉันเบ้หน้าอย่างหมดหวัง เรากำลังพูดถึงเื่ที่ฉันคิดจะชวนเสียงหวานมาเป็แขกรับเชิญที่ช่องฉันน่ะแต่วินแฟนเสียงหวานไม่ให้มา ฉันเองก็มีเผื่อใจไว้บ้างแล้วหละ เขาบอกว่าช่องยูทูปของฉันน่ะมีผู้ชายดูเยอะก็เลยหวงไม่อยากให้แฟนตัวเองมาโผล่ที่แชแนลของฉัน ส่วนผู้หญิงที่ปฏิเสธเมื่อกี้ก็คือขวัญนั่นเอง
ตอนนี้เราอยู่ที่ผับเดย์แต่นั่งแยกโต๊ะกับพวกผู้ชายเพราะเห็นว่าฝ่ายผู้ชายเองก็มีเื่ต้องคุยแบบส่วนตัว แล้วก็มีเพื่อนจากกลุ่มอื่นมาด้วยซึ่งพวกฉันก็ไม่ค่อยสนิทและแน่นอนว่าเมื่อผู้ชายอยู่ด้วยกันหลายคนก็ต้องดื่มหนักเป็ธรรมดา เครื่องดื่มบนโต๊ะก็คงจะแรงกว่าที่พวกฉันกำลังกินอยู่หลายเท่า เหล่าบรรดาแฟนหนุ่มของพวกเราเลยเสนอให้ผู้หญิงแยกมานั่งอีกโต๊ะแทนแต่ก็ยังอยู่ในสายตาของพวกเขา แถมเดย์ยังให้เด็กในผับสองคนมายืนเฝ้ากลุ่มพวกฉันไว้ด้วย เพราะฉะนั้นก็หมดห่วงปัญหาเื่ที่จะมีผู้ชายจากโต๊ะอื่นเข้ามาเกาะแกะได้เลย
"วินคงดื่มไปเยอะแล้วหละ" เสียงหวานมองไปยังโต๊ะกลุ่มผู้ชายที่นั่งกันอยู่เกือบสิบคนก่อนที่จะบ่นออกมาเมื่อเห็นว่าแฟนตัวเองเริ่มคุยเสียงดังกว่าคนอื่นในกลุ่ม พอเห็นอย่างนั้นฉันไม่ลืมที่จะสังเกตหมอเพ้นท์คนหล่อแฟนสุดที่รักของฉันด้วย เขายังปกติอยู่
"เฮ้ออออออ" เสียงถอนหายใจดังขึ้นมาจากคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ ขวัญปล่อยลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเดย์ยกโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นแล้วชี้มาที่ขวัญสลับกับชี้โทรศัพท์ในมือตัวเอง คงจะหมายถึงให้ขวัญเช็คมือถือดูว่าเขาได้ส่งข้อความมาหาอะไรประมาณนั้นนะ
"มีอะไรกันเหรอ?" ฉันเอียงตัวเข้าไปใกล้ขวัญเล็กน้อยเพราะความอยากรู้ว่าเดย์ส่งอะไรมา ฉันไม่ได้ชอบยุ่งเื่ชาวบ้านนะแค่อยากรู้นิดหน่อยเท่านั้นเอง ฮ่ะๆ แล้วขวัญก็คงจะรู้ว่าฉันกับเสียงหวานสงสัยใคร่รู้มากแค่ไหนเลยใจดีชูถือถือให้พวกฉันดู
"เดย์ส่งแบบนี้มางั้นเหรอ? น่ารักจัง^^" น่ารักของเสียงหวาน แต่ทำให้ขวัญต้องเหลือบตามองบนอย่างเหนื่อยหน่ายก็คือ สติ๊กเกอร์ส่งจูบดุ๊กดิ๊กถูกส่งมารัวๆจนถึงตอนนี้ก็ยังเด้งขึ้นมาไม่หยุดเลยน่ะสิ จากนั้นขวัญก็พิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยสีหน้านิ่งๆว่า 'เมาแล้วก็กลับ!!' ที่เห็นนี่ก็ไม่ใช่ฉันชอบยุ่งเื่ชาวบ้านซะหน่อย แค่ตอนนี้เรานั่งใกล้กันมากตามันก็เลยเหลือบไปเห็นเองน่ะ จริงจริ๊ง
"น่ารำคาญชะมัด!"
"ห้ะ? อ๋อ.. น่ารักดีออก ขนาดตัวไม่อยู่ใกล้ยังส่งสติ๊กเกอร์มาอ้อน" ตอนแรกก็แอบมีสะดุ้งอยู่นะ นึกว่าขวัญด่าฉันซะอีกแต่พอเห็นขวัญมองเขม็งไปที่เดย์ถึงได้รู้ว่าที่บอกว่าน่ารำคาญน่ะหมายถึงรำคาญแฟนตัวเองต่างหาก
"ใช่ๆๆ น่ารักดีนะ หาไม่ได้จากวินหรอกนะแบบนั้นน่ะ น่าอิจฉาจัง"
"ขวัญอนุญาตให้เสียงหวานคบนายนั่นสักหนึ่งวันลองมั้ย? รับรองว่าเสียงหวานจะกลับคำแทบไม่ทันเลยล่ะ เฮอะ! อย่างนายนั่นเหรอน่ารัก..."
"ทำเป็พูด ถ้าไม่ใช่เสียงหวานเธอจะใจดีอนุญาตให้ลองมั้ยล่ะ?" ฉันแกล้งแหย่เพราะรู้ว่าจริงๆแล้วขวัญเองก็ชอบทุกอย่างที่เดย์ทำให้นั่นแหละ ถ้าไม่รักไม่ชอบจะทนคบมานานขนาดนี้ทำไมทั้งๆที่เดย์น่ะเพลย์บอยจะตายไป ทำให้เสียใจก็บ่อยแต่พอเขาง้อก็ยอมกลับมาคืนดีด้วยทุกที จริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้ชอบกับสิ่งที่เดย์ทำหรอกนะผู้ชายอะไรเ้าชู้ที่สุดขนาดขุนแผนยังต้องเรียกพี่ ขวัญก็เคยบอกเลิกหลายครั้งเพราะจับได้ว่าเดย์แอบนอนกับผู้หญิงคนอื่นแต่ก็อย่างที่บอก ไม่รู้ไปง้ออีท่าไหนขวัญถึงยอมใจอ่อนกลับมาทุกทีเลย ถ้าเป็ฉันนะ ครั้งเดียวก็เกินพอ! แต่ดีนะที่หมอเพ้นท์ไม่ใช่คนเ้าชู้ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบส่งสายตาสื่อความหมายให้ใครไปเรื่อย เพราะแฟนฉันน่ะทั้งหล่อ เท่ แล้วก็สุภาพบุรุษมากๆ บอกเลยว่าฉันแพ้ให้ผู้ชายอย่างหมอเพ้นท์แบบราบคาบั้แ่ครั้งแรกที่ได้เจอเลยหละ ตอนอยู่มหาลัยก็ตามจีบตามเต๊าะเขาอยู่ตั้งเป็เดือนกว่าจะยอมใจอ่อน ฮิฮิ คิดถึงตอนนั้นแล้วก็ตลกดี เป็เพราะกระโปรงนำโชคของฉันแท้ๆเลย
4 ปีก่อน
วี๊ดวิ้ว~~~~~
"คนสวย มานั่งรอแฟนเหรอครับ?"
"หู้ว~~ ผู้หญิงอะไรหุ่นดีเป็บ้า ขาก็สวย กูละอิจฉาแฟนน้องเขาจังโว้ย ได้นอนกอดผู้หญิงหุ่นมิยาบิแบบนี้ทุกคืน แม่ง คงไม่อยากลุกออกจากเตียง" กลุ่มผู้ชายสี่ห้าคนเดินลงมาจากตึก หนวดเครารกรุงรังแล้วก็เสื้อช็อปสีเืหมูแบบนี้คงจะเป็คณะวิศวะแน่นอน ฉันก้มหน้ากดมือถือต่อไม่ได้มองสบตาหรือแสดงออกว่าสนใจในสิ่งที่พวกนั้นพูด
"คนสวยแม่งหยิ่งด้วยว่ะ" ผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นแล้วยังทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้ เห็นอย่างนั้นฉันก็ตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูทันที
"ฮัลโหล~ ตัวเองกำลังลงมาเหรอ?"
"............"
"โอเคค่ะ รีบมาเลยนะ เค้าคิดถึง.. อยากจะซบกล้ามใหญ่ๆของตัวเองจะแย่แล้ว"
"............"
"ที่รักคะ! ขึ้นชกรอบนี้อย่าหนักมือเกินไปนะ เค้าสงสารคู่ชกของตัวเองน่ะ คนล่าสุดยังนอนโรงพยาบาล สองอาทิตย์แล้ว..จนป่านนี้ยังไม่มีกำหนดออกมาเลย"
"เฮ้ย! มึงรีบถอยออกมาให้ห่างเลย แฟนน้องเขาเป็นักมวย"
"แม่ง ต่อยคู่ชกจนต้องนอนโรงบาลสองอาทิตย์เลยเหรอวะ โหดสัส! หมัดคงหนักชิบหาย" ผู้ชายพวกนั้นเดินจากไปพร้อมกับเสียงพูดก็เริ่มเบาลงและเงียบไปในที่สุด ฉันปล่อยลมหายใจออกมาหนักๆแล้ววางมือถือที่แนบหูอยู่ลงบนโต๊ะ
"เฮ้อออ!!! แฟนนักมวยที่ไหนกันล่ะ" ฉันมานั่งรอหมอเพ้นท์ต่างหาก ผู้ชายที่ฉันเจอโดยบังเอิญที่ลานจอดรถเมื่อสองเดือนก่อน ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาแต่งตัวสะอาดสะอ้านเรียบร้อยดูดี เขาวาดขายาวๆภายใต้กางเกงสแล็คสีดำก้าวลงจากรถสปอร์ตหรู
"ผู้ชายอะไร หล่อเท่สเปคฉันเลย><" และภาพนั้นยังคงติดตาฉันอยู่จนทุกวันนี้ เพราะเขาคือรักแรกพบของฉัน และไม่มีอะไรที่มะนาวคนนี้อยากรู้แล้วไม่ได้รู้! สุดท้ายฉันก็ตามสืบจนรู้ว่าผู้ชายคนนั้นชื่อเพ้นท์ เรียนอยู่คณะแพทย์ และยัยมะนาวคนนี้จะไม่ยอมปล่อยให้ผู้ชายที่เป็รักแรกพบต้องไปตกอยู่ในมือชะนีนางอื่นแน่นอน รุกได้รุกค่ะแม่! จะมัวอายมัวเขินอยู่ทำไม ฉันไม่ใช่ผู้หญิงหน้าบางหรอกนะบอกเลย! เพราะโบกทั้งรองพื้น แป้ง และเครื่องสำอางราคาแพงแน่นหน้ามาเรียนทุกวัน ก็เพราะฉันสวยไงและคนสวยต้องมั่น จำไว้นะคะทุกคน
"อุ๊ย ปากฉันซีดขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ไม่ได้ๆ จะให้เพ้นท์เห็นฉันในสภาพนี้ไม่ได้เด็ดขาด" เมื่อเช็คดูหน้าตาตัวเองผ่านกล้องโทรศัพท์มือถือแล้วก็ต้องหยิบลิปสติกราคาเฉียดพันจากกระเป๋าขึ้นมาเติมปาก
เสียงเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินลงบันไดมาพร้อมกับเสียงพูดคุยกันเซ็งแซ่ ฉันเก็บของลงกระเป๋าแล้วรีบลุกขึ้นยืน นักศึกษาแพทย์คนอื่นๆมองฉันแล้วก็หันไปมองข้างหลัง เพราะสุดหล่อของฉันต้องเดินมาทีหลังเพื่อนทุกทีเลย พวกเขาเห็นภาพที่ฉันมานั่งรอผู้ชายจนชินตาแล้วล่ะเลยไม่มีใครพูดอะไร ฉันก็ส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตรกับทุกคนก่อนจะยืนรอคนที่อยากเจอด้วยใจจดใจจ่อ เดินมานั่นแล้วไง!
"เพ้นท์คะ! ^^" ผู้ชายอะไรหล่อวัวตายควายล้มไปเลย แค่เดินเฉยๆยังหล่อขนาดนี้
"วันนี้เรียนเป็ไงบ้างคะ เหนื่อยมั้ย? มะนาวซื้อแซนวิชมาให้ด้วยนะเผื่อคุณหิว^^" ฉันไม่ได้แค่มารอเฉยๆหรอกนะ จะมาจีบผู้ชายทั้งทีต้องมีของติดไม้ติดมือมาด้วยสิ
"ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ต้องมารอผม คุณเป็ผู้หญิงมานั่งอยู่ที่มืดๆแบบนี้คนเดียวทุกวัน เกิดเป็อะไรขึ้นมาพ่อแม่คุณเขาจะเสียใจแค่ไหน"
"แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นมะนาวจริงๆ เพ้นท์จะไม่เสียใจบ้างเหรอคะ?" ฉันพูดเพราะอยากอ้อนเขา แต่คำตอบที่ได้ทำเอาฉันหุบยิ้มแทบไม่ทัน
"เราไม่ได้เป็อะไรกัน" แรงที่สุด คำๆนั้นมันกรีดลึกเข้ามาข้างในหัวใจฉันจนเป็แผลเหวอะหวะ
"แล้วเมื่อไหร่จะยอมเป็สักทีล่ะคะ เพราะคุณยังไม่ได้เป็ของมะนาว มะนาวก็หวงน่ะสิเลยต้องมาคอยตาม คอยเฝ้า รอคุณเลิกเรียนดึกๆแบบนี้ทุกวัน เพราะกลัวผู้หญิงคนอื่นจะมาคาบคุณตัดหน้าฉันไปซะก่อนน่ะ"
"มะนาว!" ฉันสะดุ้งแล้วเงียบเสียงลงก่อนจะเบ้หน้าน้อยๆเมื่อโดนเขาดุ ก็มันจริงนี่นาถ้ายอมตกลงเป็แฟนกับฉันสักที ฉันอาจจะเลิกมานั่งเฝ้าเขาแบบนี้ก็ได้...มั้ง
"ก็มะนาวพูดความจริงนี่คะ เพราะว่าคุณหล่อแถมยังเพอร์เฟคเป็ผู้ชายในฝันของผู้หญิงหลายคน มะนาวรู้นะคะแล้วก็ได้ยินผู้หญิงหลายคนที่คณะมะนาวั้แ่ปีหนึ่งยันปีสี่เลยหล่ะพวกนั้นพูดถึงคุณกันทั้งนั้น นี่ยังไม่รวมจากคณะอื่นด้วยนะ!" เขาหลับตาลงช้าๆแล้วถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วมองฉันั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนที่สายตาเขาจะหยุดอยู่ที่กระโปรงทรงเอของฉัน หัวคิ้วเข้มขมวดชิดติดกันเป็ปม
"แล้วนี่คุณมายังไงครับ?"
"ตอนเช้ามะนาวนั่งแท็กซี่มาค่ะ"
"มาั้แ่เช้าเลยเหรอ? แล้วเรียนเสร็จั้แ่กี่โมงครับ?"
"สี่โมงค่ะ แล้วมะนาวก็มานั่งรอคุณที่นี่^^" ใช่ ฉันมานั่งรอเขาั้แ่เรียนคาบสุดท้ายเสร็จจนตอนนี้เกือบจะสองทุ่มแล้ว
หมับบบบ!!
"อ้ะ! จะพามะนาวไปไหนคะ?" ฉันแกล้งถามไปงั้นแหละทั้งๆที่อยู่แล้วรู้ว่าเขากำลังจะพาฉันไปที่ไหน เดินตามแรงจูงเขาไปเรื่อยๆจนถึงลานจอดรถ คนตัวสูงเปิดประตูออกก่อนจะยืนรอให้ฉันเข้าไปนั่ง
ปังงงงง!!
ฉันบิดยิ้มขอบใจแล้วมองตามเขาที่เดินอ้อมมาขึ้นฝั่งคนขับ เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงนั่งแท็กซี่มาเรียนเกือบทุกวันแล้วอดทนนั่งรอเขาจนค่ำมืดดึกดื่นเพราะสิ่งที่ฉันจะได้รับตอบแทนกับการนั่งหลังขดหลังแข็งตบยุงทุกวันมันสุดแสนจะคุ้มค่าอย่างนี้ไง เลิศที่สุด
รถสปอร์ตหรูขับออกมานอกมหาลัยไปตามถนนใหญ่เรื่อยๆโดยที่คนขับไม่ยอมเปิดปากพูดอะไร เอาแต่ขับไปเงียบๆ ฉันเหลือบตามองเพราะไม่แน่ใจว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน ตอนที่เห็นว่าฉันยืนรอเขาอยู่หน้าตึกถึงจะดุแต่ก็ไม่ได้แสดงออกว่าโมโหขนาดนี้สักหน่อย หรือว่าเขาจะไม่พอใจที่เห็นฉันใส่กระโปรงตัวนี้มาเรียน แบบนี้ฉันจะคิดเข้าข้างตัวเองมากไปรึเปล่านะ
"จะให้ผมไปส่งที่บ้านหรือคอนโดครับ?" ใช่ เรายังไม่ได้คบกันเพราะเขาไม่ยอมใจอ่อนสักที แต่ก็นั่นแหละ... ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาเขามาส่งฉันเกือบทุกวันจนรู้จักทั้งบ้านแล้วก็คอนโดฉันแล้ว
"มะนาวหิวค่ะ ยังไม่ได้กินอะไรเลย"
"งั้นแซนวิชที่คุณซื้อมาให้ผม เก็บไว้กินเถอะครับ"
"แต่...มะนาวอยากให้คุณกินนี่คะ มะนาวให้ด้วยใจนะ^^"
"แต่คุณบอกว่าหิว"
"ใช่ค่ะ งั้นเราแวะร้านอา...."
"ไม่ครับ เราจะไม่แวะที่ไหนนอกจากที่บ้านหรือไม่ก็คอนโดคุณ"
"ทำไมล่ะคะ?" ฉันไม่เข้าใจจริงๆนะ หิวก็ต้องกินข้าวสิ ทำไมถึงแวะร้านอาหารไม่ได้ เขาไม่ได้ตอบคำถามฉันแต่ปรายตามองกระโปรงฉันอีกครั้งด้วยสายตาเหมือนกับตอนอยู่ในมหาลัยก่อนจะปล่อยลมหายใจออกมายาวๆ
"แวะเซเว่นข้างหน้าแล้วกันนะครับ คุณอยากกินอะไรผมจะลงไปซื้อให้"
"แต่มะนาวอยากไปกับคุณ"
"อยากกินอะไรครับ?!" ถ้าจะดุกันขนาดนี้ก็ยอมเป็แฟนฉันสักทีเถอะพ่อคุณ นี่ฉันยอมเขามากแค่ไหนให้ผู้ชายที่ไม่ได้มีสถานอะไรกันทั้งดุทั้งขู่ขนาดนี้น่ะ
"อะไรก็ได้ค่ะ -_-" ได้รับคำตอบนั้นเขาก็เปิดประตูลงรถไป แถมก่อนไปยังปรายตามองเคืองใส่กระโปรงฉันอีกรอบ คิดเป็อย่างอื่นไปไม่ได้แล้วค่ะนาทีนี้ ยอมรับว่ากระโปรงตัวนี้มันสั้นเกินไปจริงๆนั่นแหละ แต่ทำไงได้ล่ะก็เมื่อเช้าฉันรีบนี่ คว้าตัวไหนได้ก็ใส่ตัวนั้น มันเป็กระโปรงที่ฉันซื้อมาเมื่อหลายเดือนก่อนตอนนั้นยังตัวผอมบางกว่านี้เยอะ อ่ะๆๆ อย่าเข้าใจผิด คิดว่าตอนนี้ฉันอ้วนเป็ตุ่มใส่น้ำล่ะ แต่่นี้ฉันออกกำลังกายบ่อยขึ้น ตอนแรกนึกว่าคิดไปเอง..ว่าก้นฉันมันเพิ่มขนาดขึ้นเล็กน้อยจนได้มาใส่กระโปรงตัวนี้อีกครั้งนั่นแหละถึงได้รู้ว่า ฉันไม่ได้คิดไปเองแต่มันใหญ่ขึ้นจริง คงจะได้ใส่ครั้งสุดท้ายแล้วล่ะกระโปรงตัวนี้
แกร๊กกกกก!!
"ซื้ออะไรมาบ้างเหรอคะ? ^^" ฉันถามคนที่เพิ่งเข้ามานั่งในรถ ในมือเขาถือของกินเยอะแยะเต็มไปหมดทั้งนม ขนมปัง โยเกิร์ต ซาลาเปา ก่อนที่จะวางทั้งหมดลงที่หน้าตักฉัน ปลายนิ้วแกร่งที่บังเอิญแตะโดนหน้าขาทำเอาฉันใจเต้นแรงและรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งหน้า
"มะนาวครับ"
"คะ? -/////-"
"คุณรู้สึกยังไงกับผม?"
"เอ๋? มะนาวก็..ชอบคุณไงคะ แต่ถ้าได้เป็แฟนกันมะนาวถึงจะพูดว่ามะนาวรักคุณ แต่ตอนนี้ยังพูดไม่ได้เพราะเราไม่ได้เป...."
"ผมจะยอมเป็แฟนกับคุณ แต่! คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ใส่กระโปรงตัวนี้อีกเด็ดขาด"
"คะ? 0_0"
"ว่าไงครับ? ถ้าคุณรับปาก ผมตกลงคบกับคุณ"
"ได้สิคะ! ถึงบ้านเมื่อไหร่มะนาวจะรีบถอดกระโปรงตัวนี้แล้วเผาไฟทิ้งไปเลยค่ะ! จะไม่ใส่มันอีกแล้ว ^^"
********* to be continued
เื่ของหมอเพ้นท์กับมะนาว ไรท์ไม่ได้เขียนต่อเนื่องจากเื่ที่แล้วน๊า แต่จะเป็เื่ราวของทั้งสองคนจากั้แ่ตอนเป็แฟนกัน ก่อนที่จะหมั้น (ในเื่ คุณแฟนแสนห่วย วิน-เสียงหวาน) จนถึงหลังหมั้นเลยค่ะ และเหตุการณ์ต่างๆที่ทั้งสองคนต้องเผชิญ ฝากติดตามและเป็กำลังใจให้ด้วยนะคะ ❤️❤️❤️❤️