สัญญาณไฟจราจรจากสีส้มได้เปลี่ยนเป็สีแดงในชั่วพริบตารถบนถนนค่อยๆ ชะลอลดความเร็วและจอดกลางถนนเพื่อปฏิบัติตามกฎของจราจร
เสียงเพลงที่ฮิตใน่เวลานี้ถูกเปิดได้ทัน่เวลาที่ทำให้คนขับไม่ต้องจดจ่อกับการมีสมาธิในการขับรถและเปลี่ยนมาร้องเพลงรอ
“เป็ไงเหนื่อยน่าดูเลยสิเรา นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา”
“เหนื่อยมากค่ะ”
เด็กหนุ่มหัวเราะพฤติกรรมของน้องสาวที่หมดฤทธิ์ไปกับการออกค่ายอาสาในครั้งนี้
“พี่ตะวันอยากกินอะไรเย็นๆ อ่ะ”
“จะไปไหนบอกมาเลยครับสาวน้อย” เขาทำหน้าทะเล้นใส่น้องสาว
“แวะคาเฟ่ข้างหน้าได้ไหมคะอยากกินเค้กด้วย”
เด็กหนุ่มตีไฟเลี้ยวข้างซ้ายเมื่อสังเกตเห็นป้ายสีขาวมีตัวอักษรเขียนว่า ‘สุขใจ คาเฟ่’ เป็ร้านคาเฟ่เล็กๆไสตล์มินิมอล ของใช้ภายในร้านถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาว ทำให้บรรยากาศรอบๆ ดูสบายตา
“ไปที่นั่นเค้าไม่มีข้าวให้กินรึไงกลับมาหิวเหมือนคนอดอยาก” พี่ชายบ่นน้องสาวที่สั่งเค้กมาสองชิ้น
“เสียพลังงานไปเยอะต้องเอาคืนบ้างสิ เดี๋ยวจะผอมเอา”น้องสาวหัวเราะทำหน้าตาอ้อนพี่ชาย
“กินขนาดนี้จะกินข้าวเย็นได้มั้ย?”
“ได้อยู่แล้วค่ะนี่แค่ของว่างเอง”
“กินเยอะจริงๆ เลย”
“พี่ตะวันหนูมีเื่จะถาม”
“ว่ายังไง”
“พี่รู้จักคนที่ชื่อคิมมั้ย?เรียนอยู่ปีหนึ่ง คนที่ตัวสูงๆ ขาวๆ”
“พี่คิมหรอ คนนี้มั้ย?”เขาหยิบมือถือให้น้องสาวดู มีรูปที่ตะวันและคิมถ่ายด้วยกันตอนไปเล่นฟุตบอล
“ใช่ค่ะๆ คนนี้แหละ”
“ว่าแต่เราไปรู้จักเขาได้ยังไง”
“หนูเจอพี่เค้าที่ค่ายก็เลยได้คุยกันนิดหน่อย”
“ก็พี่เค้าบอกว่าหนูคุ้นๆเหมือนเคยเจอ พอบอกว่ามีพี่ชาย เค้าก็ยื่นมือถือให้หนูดูแบบนี้เลย”
“เมื่อก่อนไปเล่นฟุตบอลด้วยกันบ่อยพอพี่ย้ายไปก็เลยไม่ค่อยได้ติดต่อกัน”
“ค่ะ”
คำตอบของพี่ชายไม่ได้ทำให้เธอดูตื่นเต้นหรือใอะไรมากเพราะนาทีนี้เค้กแสนอร่อยที่อยู่ตรงหน้า ก็ไม่สามารถทำให้เธอละสายตาหรือไปสนใจอย่างอื่นได้
เมื่อทานเสร็จทั้งสองก็ขับรถกลับบ้าน เสียงพ่อและแม่ก็ต่างถามไถ่ลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งกลับมาเด็กสาวรีบเข้าไปอ้อนแม่บอกว่าเธอคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่มากก่อนที่จะรีบขึ้นไปอาบน้ำและลงมาทานข้าวด้วยกันอย่างพร้อมหน้า
เช้าวันจันทร์
เพลงชาติไทยถูกบรรเลงโดยวงโยธวาทิตดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณโรงเรียนแต่ก็ยังไม่สามารถกลบเสียงร้อง ของนักเรียนเกือบสี่พันคนที่ร้องประสานเสียงได้ สิ้นเสียงครูกล่าวอมรมเหล่าบรรดานักเรียนก็ต่างเดินเข้าห้องเรียน
“’ง่วงนอนจังเลย” กัสฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
“เมื่อคืนนอนยังไม่พอหรอจ้ะ”ไนร่าถามเพื่อนสาว
“นอนทั้งวันก็ยังไม่พอเลยขอวันหยุดสับสิบวันได้มั้ยคะครู”
“ไม่เอาหรอกนะเหงาแย่เลย”หวานพูดและหันหลังยื่นปากกาสีน้ำเงินคืนไนร่า
เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้น ไนร่าหยิบมือจากกระเป๋าขึ้นมาดู
“สวัสดีครับ น้องไนร่า”
“พี่คิมเองนะ”
“ค่ะ” เธอตอบแล้วส่งสติกเกอร์ยิ้ม
“ทำอะไรอยู่ครับ”
“กำลังจะเรียนแล้วค่ะ”
“ลืมเลยพี่ขอโทษนะครับทักมาแบบนี้”
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“ว่าแต่พี่มีอะไรไหรือเปล่าคะ?”
“อ้อพอดีว่าเย็นนี้พี่นัดตะวันว่าจะไปกินข้าวกัน”
“ว่าจะมาชวนไนร่าไปด้วยไนร่าว่างมั้ยครับ”
“เดี๋ยวไนร่าขอตัวเรียนก่อนนะคะครูมาแล้ว”
“ครับตั้งใจเรียนนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
หลังจากจบบทสนทนากับคิมด้วยความสงสัยเธอจึงกดมือถือจะโทรไปหาพี่ชาย แต่ก็พบว่าแจ้งเตือนมีสายที่ไม่ได้รับจากเขาเธอจึงรีบโทรกลับทันที
“พี่ตะวันจะไปกินข้าวกับพี่คิมหรอ”
“ใช่ รู้ได้ไง พี่โทรหาเราแล้วไม่รับว่าจะชวนไปด้วย”
“ก็พี่คิมไลน์มาชวน”
“เดี๋ยวแอบมีไลน์กันด้วย”
“ก็คิดว่าพี่คิมจะถามเื่พี่ไงเลยให้ไป”
“แล้วยังไง จะไปรึป่าว”
“ไปค่ะ”ไนร่าแสดงท่าทีครุ่นคิด ก่อนที่จะตอบตกลงพร้อมกับแผนการที่อยู่ในหัว
“งั้นตอนเย็นรอหน้าโรงเรียนนะเดี๋ยวพี่ไปรับ”
“ค้าบผม” เธอตอบพี่ชายแล้วกดวางสายไป
ระหว่างวันผ่านไปอย่างรวดเร็วไนร่าเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะเร่งมือเก็บของใส่กระเป๋า และเดินมารอพี่ชายที่หน้าโรงเรียน
“พี่ไปส่งมั้ย?”เสียงสกายที่เดินมาจากข้างหลัง ทำให้ไนร่ารีบถอยตัว
“ไม่เป็ไรค่ะวันนี้มีคนมารับ” เธอตอบและพยายามชะเง้อหารถของพี่ชาย
ระหว่างนั้นก็มีเด็กนักเรียนหญิงเดินเข้ามาเกาะแขนสกาย
“พี่สกายขา แพรวไม่มีรถกลับบ้านไปส่งแพรวหน่อยได้มั้ยคะ?”
“เอ่อ คือว่า”
ฮอนด้าซีวิคสีขาวเคลื่อนตัวมาจอดน้าโรงเรียนก่อนจะปรากฏร่างเด็กหนุ่มมหาลัยที่เจอวันไปออกค่าย
“ไนร่ารอนานหรือป่าวครับขอโทษนะครับที่พี่มาช้า”
“ไม่นานค่ะพี่คิม”เธอยิ้มให้เขา
“งั้นไปกันเลยนะครับ”
“ค่ะ”
คิมเดินนำไนร่า เขาเปิดประตูข้างคนขับก่อนที่ร่างเล็กๆ จะเข้าไปในตัวรถ ประตูก็ปิดลงและขับออกไป
สกายยืนมองเหตุการณ์ด้วยความสงสัย ก่อนที่จะแสดงสีหน้าไม่พอใจโดยไม่สนใจผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขาแทบอยากจะเดินไปขวางทั้งสองคนแล้วคว้าผู้หญิงตัวเล็กกลับมาหาตนเอง และรีบเดินไปที่บิ๊กไบค์คันโต ขับออกไปด้วยความเร็ว