บทที่ 14 ปีนหน้าผาด้วยมือเปล่า
การกระทำนี้ไม่ได้เกิดจากความหัวร้อนเพียงชั่ววูบของเฉียวซู่ แต่มันเป็สิ่งที่เขาวางแผนไว้นานแล้ว
ไม่ได้อ้างอิงจากใครที่ไหน แต่คือแอนท์ฟอเรส*[1] อันน่าตื่นเต้นในชีวิตที่แล้วนั่นเอง
การที่ผู้ชมส่งของขวัญให้เ้าของไลฟ์ ถือเป็วิธีสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันอย่างหนึ่งของการไลฟ์สด จึงไม่ควรหาผลประโยชน์ส่วนตน
ทว่าผู้พิทักษ์ทะเลทรายก็ถือเป็ข้าราชการของชาติเช่นกัน การไลฟ์สดโดยรับการส่งของขวัญจะนำพามาซึ่งปัญหาและการถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่จำเป็ หากไม่ได้รับการอนุมัติ แม้แต่ห้องไลฟ์สดก็อาจถูกห้ามโดยองค์กร
ดังนั้นการนำเงินที่ได้รับจากการถ่ายทอดสดบริจาคให้กับองค์กรผู้พิทักษ์ทะเลทรายเพื่อแลกกับพื้นที่สีเขียวในทะเลทรายอันกว้างใหญ่นี้ ถือเป็ทางออกที่ดีที่สุด
และจากวิธีนี้ ตัวเฉียวซู่เองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย อย่างน้อยเขาก็ได้รับชื่อเสียงและเกียรติภูมิ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ขาดเงิน ผู้ชมเองก็สบายใจ องค์กรไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งยังได้รับประโยชน์จากมันอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว พอแบบนี้แล้ว ทำไมจะยังไม่ทำล่ะ?
[เชี่ย คำพูดประโยคนี้ของเ้าของไลฟ์เล่นเอาฉันติดกับซะแล้ว ต่อจากนี้ไปฉันคือแฟนตัวยงของคุณ]
[ไม่มีคำพูดจะเถียง เ้าของไลฟ์ใจกว้างมาก ๆ คนจริงสุด ๆ]
[เ้าของไลฟ์เป็คนฉลาด หากการไลฟ์สดมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ไม่ว่าเนื้อหามันจะดีแค่ไหน ความรู้สึกของผู้ชมก็ต้องเปลี่ยนไป การบริจาคนั้นคือทางเลือกที่ดีที่สุด]
[ต้นไม้ของฉันต้นนั้นสามารถเปลี่ยนเป็ต้นกระบองเพชรแทนได้ไหม แฟนของฉันพูดกับฉันทุกวันว่าฉันแทงเขา แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันหมายถึงอะไร...]
[เชี่ย ในป่าทะเลทรายจะมีต้นไม้ที่แขวนชื่อของฉันได้จริงเหรอ? แบบนี้ฉันก็ถือเป็บรรพบุรุษที่น่าภาคภูมิใจแล้วสิ?]
ไม่นาน ในห้องไลฟ์สดก็มีของขวัญถูกส่งมาอีกระลอกหนึ่ง
[หนุ่มเศร้า] ส่งเครื่องดื่มชูกำลัง x10 มาแล้ว!
[นกแปดปีก] ส่งจรวดแซงอันดับขึ้นมาแล้ว!
[จางซานที่้าตัวสำรอง] ส่ง 666 มาแล้ว!
…
เฉียวซู่ขอบคุณแต่ละคนสำหรับของขวัญ แล้วจากนั้นก็ยัดเนื้องูเข้าปากต่อไป
เดิมทีเนื้องูตัวหนึ่งก็ไม่ได้มีมากนัก นี่ยังต้องแบ่งให้เ้าจิ้งจอกน้อยอีกสองสามชิ้นด้วย หลังจากกินเสร็จแล้ว เฉียวซู่รู้สึกว่าเขายังอิ่มไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าจะกินต่อ มนุษย์จะมีสภาวะี้เีขึ้นหลังการกินอิ่มจนเกินไป และเขายังมีภารกิจที่ต้องไปทำต่ออีก ไม่สามารถปล่อยตัวจนเกินไปได้
หลังจากดับกองไฟและเก็บขยะรอบ ๆ แล้ว เฉียวซู่ก็สะพายกระเป๋าเป้มองไปทางยอดเขา
ูเาแห้งแล้งแห่งนี้ไม่นับว่าสูงมาก แต่เมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไป เฉียวซู่มองเห็นได้ชัดเจนว่ามีทางที่สูงชันจากกลางูเาถึงยอดเขา
ทางสายนี้มีความลาดเอียงอย่างน้อย 70 องศา มันเต็มไปด้วยหินูเารูปทรงประหลาดที่ทั้งชันและนูนสูง นอกจากปีนขึ้นไปก็ไม่มีวิธีอื่น
ยิ่งไปกว่านั้นเฉียวซู่ไม่ได้พกอุปกรณ์ปีนเขาใด ๆ มาเลย หากเขา้าไปยังยอดเขาแห้งแล้งก็มีเพียงการปีนขึ้นไปด้วยมือเปล่าเท่านั้น
เฉียวซู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ช่างเถอะ มาก็มาแล้ว ค่อย ๆ ปีนไปทีละก้าวก็แล้วกัน
พอใส่อาหลีน้อยเข้าไปในเสื้อเสร็จ เฉียวซู่ก็เดินฝ่าแสงแดดที่ร้อนระอุขึ้นเขาไป
“หือ?” จู่ ๆ เฉียวซู่ก็ลงไปนั่งยองด้วยความประหลาดใจ
โดรนเครื่องเล็กนั้นรู้หน้าที่ มันลอยขึ้นไปข้างบน และบันทึกสภาพแวดล้อมรอบตัวเฉียวซู่ทั้งหมด
“พวกคุณดูหินก้อนนี้สิ มันมีแถบสีแดงใช่รึเปล่า?” เฉียวซู่หันข้างเพื่อนำสายตา “นี่คือรอยของหินที่ถูกน้ำซัด ูเาลูกนี้มีแหล่งน้ำอยู่จริง ๆ!”
“แหล่งน้ำเหล่านี้น่าจะเป็น้ำฝนที่ตกลงมาและยังระเหยไปไม่หมด แน่นอนว่าอาจเป็น้ำจากูเาด้วย แต่ความเป็ไปได้นั้นต่ำมาก”
เฉียวซู่หยิบดินและทรายละเอียดจากรอยแตกของหินออกมา ความรู้สึกเปียกชื้นที่มือทำให้เขายิ่งมั่นใจในการคาดเดาของตัวเองมากขึ้น
“ผมต้องขึ้นไปตามทางข้างบนนี้ ข้างหน้าต้องมีแหล่งน้ำที่ใหญ่กว่านี้แน่นอน”
ูเาแห้งแล้งนี้ไม่เคยได้รับการพัฒนา การที่มันไม่มีถนนบนเขาถือเป็เื่ธรรมดา การจะเดินหน้าต่อไปในแต่ละก้าวของเฉียวซู่ล้วนยากลำบาก
ความพยายามไม่ทรยศต่อผู้ที่มีใจ หลังจากปีนขึ้นไปนานกว่าสิบนาที ในที่สุดเขาก็พบบึงเล็ก ๆ ที่มีขนาดไม่ถึง 1 ตารางเมตร
น้ำในบ่อใสสะอาดจนสามารถมองเห็นข้างใต้ ราวกับกระจกที่สะท้อนเงาของเฉียวซู่
“แม้ว่าน้ำพวกนี้จะดูใสมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อย่าได้ดื่มมันเข้าไปในท้องโดยตรง” เฉียวซู่ชี้ไปยังดินทรายที่อยู่รอบบ่อแล้วบอกกับกล้องว่า
“พวกคุณมองรอบ ๆ นี้สิ นี่เป็รอยเท้าของสัตว์ชนิดอื่น ฟ้าย่อมรู้ดีว่าน้ำนี่เคยถูกสัตว์อะไรกินมาก่อน และฟ้าย่อมรู้ดีเช่นกันว่าในน้ำนี้มีเชื้อโรคและแบคทีเรียหรือไม่”
เฉียวซู่เพียงใช้น้ำในบ่อล้างมือแบบง่าย ๆ แล้วเดินต่อไปยังยอดเขา
ใน่เวลานี้ มีบ่อน้ำแห่งใหม่ปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ แต่เฉียวซู่กลับระวังตัวมากขึ้น อีกทั้งไม่ได้หยุดเติมน้ำที่บ่อใดเลย
ในที่สุดเฉียวซู่ก็พบแหล่งกำเนิดใกล้กับยอดเขา
แหล่งน้ำนี้ไหลมาจากรอยแตกของหินบนยอดเขา สะสมอยู่ที่ทางลาดเอียงใต้ยอดเขาจนเกิดเป็แอ่งน้ำขนาด 10 ตารางเมตร
คุณภาพน้ำในบ่อนี้ใสยิ่งกว่า ด้านล่างมีหินและทรายจำนวนมาก ซึ่งสามารถใช้เป็เครื่องกรองน้ำแบบธรรมชาติได้
น้ำแร่จากูเาแบบนี้ เรียกว่าเป็ไปตามมาตรฐานการดื่มและบริโภค
“เอาละ พวกเราก็เติมน้ำกันที่นี่ซะก่อน หลังจากนั้นค่อยคิดหาวิธีการพิชิตยอดเขา” เฉียวซู่หยิบขวดน้ำออกมาดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วจึงวางลงในบ่อเพื่อเติมให้น้ำเต็ม
อาหลีน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาก็ะโลงมา มันเบียดเข้าข้างขอบบ่อ และใช้ลิ้นเลียน้ำเข้าปาก
[เ้าของไลฟ์ระวังมากเลยนะ น้ำที่เห็นก่อนหน้านี้มันก็ดูใส]
[น้ำที่นี่ใสกว่าน้ำที่แม่น้ำหน้าบ้านผมมาก ที่แม่น้ำนั่นน้ำเขียวไปหมดแล้ว]
[บอกได้คำเดียวว่ารักชีวิตมากเลย ดูเหมือนว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดารทุกคนก็เป็แบบนี้นะ]
เฉียวซู่พูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่ว่าผู้เอาชีวิตรอดในป่าทุกคนจะเหมือนกับผมที่ระมัดระวังมากขนาดนี้ สาเหตุที่ทำให้พวกคุณเข้าใจผิดว่าเป็แบบนี้ ก็เพราะว่ามีผู้เอาชีวิตรอดที่ประมาทเสียชีวิตไปมากมาย...”
“สรุปก็คือ ผมคือผู้พิทักษ์ทะเลทรายที่หวงแหนชีวิตมากคนหนึ่ง ซึ่งจะไม่ทำอะไรที่เป็อันตรายแบบนั้น”
หลังจากนั้น เฉียวซู่ก็พับแขนเสื้อขึ้น เดินไปที่กำแพงหินแล้วปีนขึ้นไป...
ผู้ชมในไลฟ์สดเป็อันอึ้งกิมกี่ วินาทีที่แล้วยังบอกว่าตัวเองหวงแหนชีวิต แต่วินาทีต่อมาเขาก็เริ่มปีนด้วยมือเปล่า?
อาหลีรีบวิ่งมาที่ตีนกำแพงหิน มันร้อง ‘หงิง ๆ ๆ’ ไม่หยุด
“อาหลี แกว่าง่าย ๆ แล้วรอตรงนี้ก่อน ข้างบนนั้นอันตรายเกินไป ฉันไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
มีทักษะการเอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดารระดับกลางคอยสนับสนุน เฉียวซู่มีความรู้ทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการปีนหน้าผาด้วยมือเปล่าของระบบอยู่ในสมอง
แต่ทฤษฎีก็เป็เพียงทฤษฎี และเสี่ยวจ้าว บุคคลเมื่อกว่า 2,000 ปีที่แล้วก็ได้แสดงผลลัพธ์ของการฝึกทหารให้ทุกคนชมแล้ว
เฉียวซู่จำเป็ต้องทุ่มเทสมาธิถึงสิบสองส่วนเพื่อพิชิตหน้าผาสูงชันที่สูงกว่า 10 เมตรนี้
เหล่าผู้ชมที่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง จ้องดูเฉียวซู่บนหน้าจออย่างใกล้ชิด
ร่างกายของเขามีความยืดหยุ่นราวกับชะมด นิ้วของเขาเหมือนจะติดเข้ากับก้อนหิน แก้มทั้งสองฝั่งของเขามีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ชุ่มอยู่เต็มไปหมด
ขาทั้งสองข้างปัดป่าย หาจุดที่ยื่นออกมาให้พอเหยียบได้บนหน้าผาสูงชัน เฉียวซู่รู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นเร็ว และลมหายใจก็กระชั้นมากกว่าปกติ
แต่เขาก็ไม่คิดที่จะหยุด การปีนผาด้วยมือเปล่าเป็การเค้นแรงทั้งหมดที่มีมาใช้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาหยุด แรงก็จะหายไปด้วย สุดท้ายก็เหลือเพียงหนทางไปสู่ความตาย
เมื่อเฉียวซู่ขึ้นไปถึงยอดเขา ิับนฝ่ามือของเขาถูกเสียดสีจนแตก เืสด ๆ ไหลซึมออกมาไม่หยุด
เขานอนอยู่บนยอดเขา หอบหายใจอย่างแรงโดยไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ ภายในใจก่อเกิดความรู้สึกภาคภูมิแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ทำการพิชิตตนเอง ทักษะ ‘ปีนหน้าผาขั้นพื้นฐาน’ ได้ถูกเปิดใช้งานแล้ว]
[ติ๊ง! โฮสต์ปลดล็อกทักษะด้วยตัวเอง ได้รางวัลเป็กรีนพอยต์ 5,000 แต้ม!]
[1] แอนท์ฟอเรส คือ โปรแกรมปลูกป่าสีเขียวและคาร์บอนต่ำที่เปิดตัวโดยอาลีเพย์ ซึ่งเป็แอปพลิเคชันการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของจีน