บทที่ 18 : ทะลวงขอบเขตสร้างรากฐาน เสียงระฆังเตือนภัยแห่งา!
วูบ! ครืนนน!
เหนือผืนป่าทึบที่อยู่ห่างจากสันเขาหมอกพิษนับพันลี้ ท้องฟ้าเบื้องบนพลันบิดเบี้ยวและฉีกขาดออกเป็รอยแยกมิติสีดำทะมึน ร่างในชุดคลุมสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นควัน พุ่งหลาวหลุดออกมาจากรอยแยกนั้นราวกับลูกเกาทัณฑ์ที่หลุดจากแหล่ง ก่อนจะตีลังกากลางอากาศและร่อนลงเหยียบยอดกิ่งไม้ใหญ่ได้อย่างแ่เบาประดุจขนนก
รอยแยกมิติเื้ัหดตัวและปิดสนิทลงในพริบตา ตัดขาดเสียงคำรามอันบ้าคลั่งของประมุขสำนักหมอกบรรพตเอาไว้อีกฟากฝั่งของมิติอย่างสมบูรณ์
ซูหลงอวิ๋นยืนหอบหายใจเล็กน้อย ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลง ใบหน้าหล่อเหลามีรอยซีดเซียวปรากฏให้เห็น การใช้ 'แิแห่งมิติ' ฉีกกระชากช่องว่างอวกาศเพื่อหลบหนีจากการล็อกเป้าหมายของยอดฝีมือขอบเขติญญาก่อกำเนิดนั้น ผลาญพลังปราณและพลังจิติญญาของเขาไปจนแทบเหือดแห้ง หากเขาช้าไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ร่างของเขาคงถูกฝ่ามือมารั์นั้นบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษเถ้ากระดูก
ทว่า แม้จะเพิ่งเฉียดผ่านความตายมาหมาดๆ ั์ตาสีดำล้ำลึกของเด็กหนุ่มกลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความตื่นเต้นและรอยยิ้มเย่อหยิ่งที่ประดับอยู่บนมุมปาก
"ขอบเขติญญาก่อกำเนิด... พลังอำนาจที่สามารถฉีกมิติและทำลายล้างขุนเขาได้ด้วยฝ่ามือเดียว ช่างเป็ขอบเขตที่น่าสนใจยิ่งนัก" ซูหลงอวิ๋นพึมพำกับตนเอง สายตาทอดมองกลับไปยังทิศทางของสันเขาหมอกพิษ ท้องฟ้าในบริเวณนั้นถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึนที่หมุนวนอย่างเกรี้ยวกราด บ่งบอกถึงแรงโทสะของตัวตนระดับสูงที่กำลังคลุ้มคลั่ง
"ทว่า ต่อให้เป็ิญญาก่อกำเนิด หากจับตัวข้าไม่ได้ ก็เป็ได้แค่สุนัขแก่ที่เห่าหอนอยู่หลังกำแพงเท่านั้น รอให้ข้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานเสียก่อนเถิด ตาเฒ่า... คอหอยของเ้า จะต้องกลายเป็ที่รองรับคมกระบี่ของข้าอย่างแน่นอน!"
เด็กหนุ่มหลับตาลง ตรวจสอบภายในจุดตันเถียนของตนเอง เมื่อพบว่า 'เตาหลอมเก้าักลืน์' สมบัติระดับเทวะขนาดย่อส่วน ยังคงลอยล่องอยู่อย่างสงบเงียบเคียงข้างคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ หัวใจของเขาก็พองโตด้วยความปีติ
ภารกิจเสี่ยงตายในครั้งนี้ คุ้มค่ายิ่งกว่าการปล้นชิงคลังสมบัติของตระกูลใหญ่ทั้งเมืองรวมกันเสียอีก!
ซูหลงอวิ๋นมิรอช้า เขาล้วงเอาโอสถฟื้นฟูปราณที่สกัดเองออกมากลืนลงคอ โคจรเคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาลเพื่อดูดซับพลังงานอย่างรวดเร็ว เมื่อลมปราณฟื้นฟูกลับมาได้ราวเจ็ดส่วน เขาก็ใช้วิชาตัวเบา 'ย่างก้าวเงามายา' พุ่งทะยานร่างหายลับไปในป่าทึบ มุ่งหน้ากลับสู่สำนักกระบี่์ด้วยความเร็วสูงสุด
...
สองวันต่อมา ณ หอภารกิจแห่งสำนักกระบี่์
บรรยากาศภายในหอภารกิจยังคงคึกคักและเต็มไปด้วยศิษย์ที่มารับส่งงาน ทว่าหัวข้อสนทนาหลักของทุกคนในยามนี้ ล้วนหนีไม่พ้นเื่ของ 'ซูหลงอวิ๋น' และภารกิจระดับสีม่วงที่เขารับไปเมื่อหลายวันก่อน
"พวกเ้าว่า ป่านนี้ศิษย์พี่ใหญ่ซูจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้าง? สันเขาหมอกพิษนั้นอันตรายยิ่งนัก แม้แต่ศิษย์สร้างรากฐานขั้นกลางยังเอาชีวิตไปทิ้ง นี่ผ่านมาหลายวันแล้ว ยังไม่มีวี่แววการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเลย หรือว่าเขาจะ..." ศิษย์สายนอกผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียดาย
"เฮอะ! พร์ระดับเก้าดาวแล้วอย่างไร หากอวดดีรนหาที่ตายั้แ่อยู่ขอบเขตรวบรวมปราณ ์ก็ไม่อาจช่วยได้! ข้าว่าป่านนี้ร่างของเขาคงถูกสัตว์อสูรในดงหมอกพิษกัดกินจนเหลือแต่กระดูกแล้วกระมัง" ศิษย์สายในอีกคนซึ่งเคยประจบประแจง 'เซียวถิง' แค่นเสียงเยาะเย้ย
ทว่า คำเยาะเย้ยของมันยังไม่ทันจางหายไปจากริมฝีปาก...
ตึง!
บานประตูไม้หอมิญญาของหอภารกิจพลันถูกผลักเปิดออกอย่างแรง! ลมปราณอันเย็นเยียบและหนักหน่วงประดุจขุนเขาพัดโชยเข้ามา กวาดต้อนความเงียบงันให้เข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงกว้างในชั่วพริบตา!
ร่างในชุดคลุมสีขาวขลิบทองที่แม้จะมอมแมมไปบ้าง ทว่าแผ่นหลังยังคงตั้งตรงดุจทวนเหล็กกล้า ก้าวเดินเข้ามาภายในหอภารกิจ ั์ตาสีดำสนิทกวาดมองผู้คนที่กำลังจับกลุ่มนินทาด้วยแววตาที่เ็าจนถึงกระดูก
"ศะ... ศิษย์พี่ใหญ่ซู! ท่านกลับมาแล้ว!"
ฝูงชนแตกฮือราวกับผึ้งแตกรัง ศิษย์ที่เคยเยาะเย้ยเมื่อครู่รีบหดคอก้มหน้า ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวว่าเด็กหนุ่มจะได้ยินคำพูดของตน
ผู้าุโคุมหอภารกิจที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่เื้ัโต๊ะหยก เบิกตากว้างจนแทบถลน รีบผุดลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยความตื่นตะลึง "ศิษย์หลานซู! ์คุ้มครอง! ท่านปลอดภัยกลับมา! ภารกิจที่สันเขาหมอกพิษเป็เช่นไรบ้าง ท่านได้เบาะแสของเหล่าศิษย์ที่สูญหายหรือไม่?"
ซูหลงอวิ๋นเดินตรงไปที่หน้าโต๊ะหยกโดยไม่สนใจสายตาของผู้อื่น เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ก่อนจะโยนวัตถุหลายชิ้นลงบนโต๊ะเสียงดังตึง!
กริ๊ก... เคร้ง...
สิ่งแรกที่กลิ้งออกมา คือป้ายหยกประจำตัวศิษย์สำนักกระบี่์นับสิบชิ้น ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเืสีคล้ำ
"ศิษย์ที่ถูกส่งไปก่อนหน้านี้ ตกตายหมดแล้ว พวกเขาถูกนำไปเป็เครื่องสังเวยในค่ายกลมาร" ซูหลงอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ
ผู้าุโคุมหอกำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเคียดแค้น ทว่าสิ่งที่ซูหลงอวิ๋นโยนลงมาเป็ชิ้นถัดไป กลับทำให้ผู้าุโและศิษย์ทุกคนที่มุงดูอยู่ ต้องสูดลมหายใจเย็นะเืจนปอดแทบ
ฉีก!
มันคือ 'ศีรษะ' ที่ถูกตัดขาดของชายชราผู้หนึ่ง! ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ิัมีรอยไหม้เกรียมจากพิษของตนเอง ซ้ำยังมีกลิ่นอายของขอบเขตแก่นแท้ทองคำหลงเหลืออยู่จางๆ!
"นะ... นี่มัน! ผู้าุโพิษมรณะ แห่งสำนักหมอกบรรพต! ยอดฝีมือขอบเขตแก่นแท้ทองคำขั้นต้น!"
ผู้าุโคุมหอภารกิจชี้มือสั่นเทิ้มไปยังศีรษะที่นองเื "ท่าน... ท่านเป็คนสังหารมันงั้นรึ!"
"ตาเฒ่านี่เป็ผู้อยู่เื้ัการลอบสังหารศิษย์สำนักเรา ข้าเห็นว่ามันเกะกะสายตา จึงเด็ดหัวมันกลับมาเป็หลักฐานการส่งมอบภารกิจ... อ้อ ยังมีศิษย์สร้างรากฐานขั้นสูงสุดของพวกมันอีกสี่คน ทว่าพวกนั้นอ่อนแอเกินไป ถูกกระบี่ของข้าฟันจนร่างแหลกเป็ผุยผง ไม่เหลือแม้แต่ซากศพให้เก็บกลับมา" ซูหลงอวิ๋นอธิบายหน้าตาเฉย ราวกับกำลังพูดถึงการบี้มดแมลงริมทาง
ลานหอภารกิจตกอยู่ในความเงียบงันระดับที่แม้แต่เสียงเข็มตกก็ยังได้ยิน!
ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้า... สังหารยอดฝีมือแก่นแท้ทองคำขั้นต้น และสร้างรากฐานขั้นสูงสุดอีกสี่คน! หากเื่นี้หลุดออกไป มหาทวีปเทียนหยวนคงต้องจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่! สัตว์ประหลาดผู้นี้ ไม่ใช่แค่อัจฉริยะ แต่คือเทพสังหารที่กลับชาติมาเกิดชัดๆ!
ซูหลงอวิ๋นเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหยก ปลุกผู้าุโให้ตื่นจากภวังค์ "ภารกิจสีม่วง ถือว่าลุล่วงแล้วใช่หรือไม่? ช่วยโอนแต้มผลงานห้าหมื่นแต้มลงในป้ายหยกของข้าด้วย ส่วนสิทธิ์ในการรับหินปราณ ข้าไม่้า ข้า้าขอเข้าพบท่านเ้าสำนักเดี๋ยวนี้ มีเื่ด่วนระดับคอขาดบาดตายที่ข้าต้องรายงาน!"
เมื่อเห็นแววตาจริงจังและเด็ดขาดของเด็กหนุ่ม ผู้าุโคุมหอก็รู้ทันทีว่าเื่นี้มิใช่เื่เล็กน้อย ท่านรีบประทับตราอนุมัติภารกิจ ก่อนจะส่งศิษย์คนสนิทให้นำทางซูหลงอวิ๋นไปยังยอดเขาสูงสุดของสำนักทันที!
...
ณ ตำหนัก์เร้นกาย ยอดเขาสูงสุดอันเป็ที่พำนักของเ้าสำนัก
กลิ่นกำยานิญญาหอมกรุ่นลอยอวลอยู่ภายในโถงกว้าง เ้าสำนักกระบี่์ในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหยก ด้านข้างมีผู้าุโเจี้ยนและผู้าุโสูงสุดอีกสองท่านนั่งอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เมื่อซูหลงอวิ๋นก้าวเข้ามาและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สันเขาหมอกพิษให้ฟังอย่างละเอียด (ยกเว้นเื่เตาหลอมเทวะ ที่เขาอ้างว่าเป็เพียงคัมภีร์าชิ้นหนึ่งที่ถูกเปิดออกและพังทลายไปพร้อมกับมิติลับ) บรรยากาศภายในตำหนักก็หนักอึ้งประดุจถูกูเากดทับ!
"ประมุขสำนักหมอกบรรพต ส่งร่างจำแลงเจตจำนงิญญาก่อกำเนิดลงมาด้วยตนเอง... การที่มันยอมสิ้นเปลืองพลังชีวิตถึงเพียงนี้ แสดงว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมิติลับนั้นต้องสำคัญต่อพวกมันมาก!" เ้าสำนักลืมตาขึ้น ั์ตาแฝงไปด้วยรังสีแห่งกระบี่ที่แหลมคม "และด้วยนิสัยที่อาฆาตมาดร้ายของตาเฒ่าเฒ่าพิษนั่น การที่เ้าทำลายแผนการนับร้อยปีของมัน ซ้ำยังหลบหนีมาได้ มันจะต้องไม่ยอมเลิกราอย่างแน่นอน!"
ผู้าุโเจี้ยนตบโต๊ะดังปัง "หลบซ่อนพรางตัวมาเนิ่นนาน บัดนี้พวกสำนักหมอกบรรพตถึงกับกล้าสังหารศิษย์สืบทอดของเราอย่างเปิดเผย นี่คือการประกาศา! ท่านเ้าสำนัก พวกเราไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป!"
"ใช่แล้ว! รวบรวมกำลังพลศิษย์และผู้าุโทั้งหมด เปิดค่ายกลกระบี่สังหารขั้นสูงสุด! หากพวกมันกล้าก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของเรา ข้าจะให้พวกมันได้รู้ว่า คมกระบี่์ที่แท้จริงเป็เช่นไร!" ผู้าุโสูงสุดอีกท่านสนับสนุนด้วยความโกรธเกรี้ยว
เ้าสำนักพยักหน้าช้าๆ ท่านทอดสายตามองซูหลงอวิ๋นที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า "ซูหลงอวิ๋น เ้าทำผลงานได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่เพียงแต่เปิดโปงแผนชั่วของศัตรู แต่ยังสามารถเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของิญญาก่อกำเนิดกลับมาได้ สำนักกระบี่์เป็หนี้เ้าครั้งใหญ่!"
"ท่านเ้าสำนักกล่าวเกินไป ข้าเพียงแค่ทำในสิ่งที่ศิษย์ผู้หนึ่งพึงกระทำ" ซูหลงอวิ๋นประสานมือถ่อมตน "ทว่า จากกลิ่นอายของประมุขสำนักหมอกบรรพต ข้าััได้ว่ามันอาจจะเคลื่อนทัพใหญ่มาโจมตีเราในไม่ช้านี้ ข้า้าเวลาและสถานที่ที่สงบเงียบที่สุด เพื่อใช้ผลึกประสบการณ์จากการสู้รบในครั้งนี้ ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานขอรับ!"
เ้าสำนักเบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ "ดี! ยอดเยี่ยม! เพิ่งจะเข้าสำนักมาไม่กี่วัน ก็สามารถััถึงคอขวดแห่งการสร้างรากฐานได้แล้ว! ยอดเขาัผงาดของเ้า มีค่ายกลคุ้มกันแ่าที่สุดอยู่แล้ว ข้าจะสั่งห้ามมิให้ผู้ใดเฉียดก้าวเข้าไปใกล้รัศมีร้อยลี้จากยอดเขาของเ้าอย่างเด็ดขาด เ้าจงไปปิดด่านบ่มเพาะให้สบายใจเถิด เื่รับมือกับกองทัพหมอกบรรพต ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกตาแก่กระดูกผุอย่างพวกข้าเอง!"
"ขอบพระคุณท่านเ้าสำนัก"
ซูหลงอวิ๋นประสานมือคารวะ ก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินออกจากตำหนัก์เร้นกาย แผ่นหลังของัหนุ่มเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและอำนาจที่พร้อมจะะเิออกทุกเมื่อ
...
เมื่อกลับมาถึงยอดเขาัผงาด ซูหลงอวิ๋นก็สั่งการผ่านป้ายหยกประจำตัว ปิดผนึกค่ายกลพิทักษ์และ 'ค่ายกลดาราจักรกลืน์' ขั้นสูงสุดทันที ทั่วทั้งยอดเขาถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีทองที่ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่ิญญาก่อกำเนิดก็มิอาจส่งจิตััสอดแนมเข้ามาได้
เด็กหนุ่มเดินตรงไปยังสระปราณวารี์ที่ด้านหลังตำหนัก สถานที่แห่งนี้มีปราณิญญาบริสุทธิ์หนาแน่นที่สุด เหมาะสมอย่างยิ่งแก่การทะลวงขีดจำกัด
ซูหลงอวิ๋นนั่งขัดสมาธิลงบนโขดหินริมสระ เขาสูดลมหายใจลึก ปัดเป่าความคิดฟุ้งซ่านทั้งปวงให้มลายหายไป
"ขอบเขตสร้างรากฐาน... คือรากฐานที่แท้จริงของการก้าวเดินบนวิถีแห่งความเป็ะ! ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป ใช้เพียงปราณฟ้าดินในการควบแน่นสระลมปราณในจุดตันเถียน ทว่าข้าคือผู้สืบทอดแห่งจักรพรรดิเทพยุทธ์ ข้าจะใช้ความว่างเปล่าเป็แม่พิมพ์ ใช้กฎเกณฑ์เป็รากฐาน และใช้เพลิงเทวะเป็แสงสว่างนำทาง!"
ตู้ม!
ซูหลงอวิ๋นสะบัดมือขวา 'เตาหลอมเก้าักลืน์' สมบัติระดับเทวะที่เพิ่ง่ชิงมาได้ พุ่งทะยานออกจากจุดตันเถียน ขยายขนาดใหญ่โตโอ่อ่าขึ้นเบื้องหน้าของเขา ลวดลายัทั้งเก้าบนผิวเตาแผ่กลิ่นอายความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ กดทับพื้นที่มิติรอบกายจนเกิดเสียงสั่นะเื!
"วันนี้ ข้าจะใช้เตาหลอมระดับเทวะ เป็ตัวช่วยในการปรุง 'โอสถสร้างรากฐานระดับ์' โอสถที่แม้แต่โลกใบนี้ก็ยังไม่เคยมีบันทึกการคงอยู่ของมันมาก่อน!"
ซูหลงอวิ๋นโบกมืออีกครั้ง ทรัพยากรล้ำค่ามหาศาลที่กวาดต้อนมาจากคลังสมบัติตระกูลหลิน และของที่ยึดมาจากผู้าุโหมอกบรรพต ก็ลอยคว้างขึ้นสู่อากาศ สมุนไพริญญาระดับสามและระดับสี่นับร้อยชนิด ส่องประกายหลากสีสันละลานตา ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุด คือ 'แก่นอสูรัเพลิงา' สีแดงฉานที่ส่องสว่างประดุจดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ!
"ไป!"
สมุนไพรนับร้อยและแก่นอสูรา พุ่งทะยานเป็สายรุ้งตกลงสู่ใจกลางเตาหลอมเก้าักลืน์!
"เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก... จงจุดประกายแห่งการสรรค์สร้าง!"
ฟู่!!!
เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ถูกพ่นออกจากฝ่ามือของซูหลงอวิ๋น พุ่งเข้าไปในช่องรับไฟของเตาหลอมเทวะ! ทันทีที่เพลิงปฐีัักับเตาหลอม ลวดลายัทั้งเก้าก็ราวกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ พวกมันเปล่งแสงสีทองอร่าม ว่ายวนไปรอบๆ เตาหลอม ส่งเสียงคำรามก้องประดุจกำลังเริงระบำ!
เตาหลอมระดับเทวะนั้นมหัศจรรย์เกินบรรยาย มันมิได้ใช้ความร้อนแผดเผาสมุนไพรอย่างป่าเถื่อน ทว่ามันกลับใช้กฎเกณฑ์แห่งมิติและกาลเวลาที่สลักอยู่ภายใน แยกแยะโครงสร้างของสมุนไพรแต่ละชนิด ดึงเอาเฉพาะ 'แก่นแท้แห่งสัจธรรม' และ 'ปราณบริสุทธิ์' ออกมาอย่างละเมียดละไม ไร้ซึ่งกากเดนหรือสิ่งเจือปนใดๆ หลงเหลือ!
แก่นอสูรัเพลิงที่แข็งแกร่งดุจเพชร เมื่ออยู่ภายใต้อำนาจของเตาหลอมเก้าั มันกลับถูกหลอมละลายอย่างนุ่มนวล แปรสภาพเป็ของเหลวสีแดงทองที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานามหาศาล!
ซูหลงอวิ๋นประทับอิน (มุทรา) ขีดเขียนอักขระค่ายกลแห่งการหลอมรวมลงบนความว่างเปล่า ส่งเข้าควบคุมกระบวนการปรุงยาอย่างแม่นยำระดับเส้นผม หยาดเหงื่อเริ่มผุดพรายบนหน้าผาก การควบคุมเตาหลอมระดับเทวะแม้เพียงเสี้ยวเดียว ก็สูบพลังจิติญญาของเขาไปอย่างมหาศาล
หนึ่งวัน... สองวัน... สามวันผ่านไป...
ภายในเตาหลอม เสียงคำรามของัและเสียงคลื่นสมุทรดังสอดประสานกัน ของเหลวหลากสีสันถูกอักขระวิถีเทวะบีบอัดและควบแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขัดเกลาจนบริสุทธิ์ถึงขีดสุด!
ในวันที่เจ็ด...
วิ้งงงง!!!
ลำแสงสีทองอร่ามพุ่งทะลวงออกจากฝาเตาหลอมเก้าักลืน์ พุ่งตระหง่านขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุม่านเมฆ! กลิ่นหอมหวนที่ลึกล้ำและศักดิ์สิทธิ์เหนือจินตนาการ แผ่กระจายไปทั่วยอดเขาัผงาด ดอกไม้และใบหญ้าที่เหี่ยวเฉา พลันกลับมาเบ่งบานและมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งเพียงแค่ได้ัักลิ่นนี้!
เม็ดโอสถสีทองคำประกายรุ้งขนาดเท่าผลอิงเถา พุ่งทะยานออกจากเตาหลอม มันมีชีวิตจิตใจ พยายามจะบินหนีขึ้นสู่สรวง์ ทว่าบนพื้นผิวของมัน ปรากฏลวดลาย 'ัทองเก้าตัว' พันเกี่ยวกันอยู่อย่างวิจิตรบรรจง!
"โอสถสร้างรากฐานระดับ์... ลายัเก้าวิถี! สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ!"
ซูหลงอวิ๋นหัวเราะก้อง เขากางกรงเล็บลมปราณคว้าจับโอสถเม็ดนั้นเอาไว้ในฝ่ามือ ความร้อนแรงและพลังงานที่บ้าคลั่งเต้นตุบๆ อยู่ภายในเม็ดโอสถ ราวกับมีจักรวาลขนาดย่อมถูกบีบอัดอยู่ภายใน!
เขาไม่รอช้า อ้าปากกลืนโอสถสร้างรากฐานระดับ์ลงคอในทันที!
ตู้มมม!!!
วินาทีที่โอสถตกถึงท้อง พลังงานที่เทียบเท่ากับดาวหางพุ่งชนโลกก็ะเิออกภายในร่างกายของเขา! ปราณาอันบริสุทธิ์และทรงพลังมหาศาล ทะลักล้นเข้าไปในเส้นชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าสายประดุจคลื่นสึนามิที่กวาดล้างทุกสรรพสิ่ง!
"อ๊ากกก!"
ซูหลงอวิ๋นเชิดหน้าขึ้นฟ้า เส้นเืทุกเส้นปูดโปน ร่างกายขยายตัวขึ้นจนแทบจะปริแตก ิัของเขาปริร้าว เผยให้เห็นแสงสีทองที่ส่องสว่างออกมาจากภายใน ความเ็ปแสนสาหัสประดุจถูกม้าแยกร่างนับหมื่นครั้ง โจมตีเข้าใส่จิติญญา!
"เคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล... โคจรให้ถึงขีดจำกัด! จุดตันเถียนวังวนทำลายล้าง... บดขยี้มันซะ!"
ซูหลงอวิ๋นกัดฟันจนห้อเื ดวงตาสาดประกายแสงสว่างเจิดจ้า เขาสะกดกลั้นความเ็ป บังคับให้คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์แผ่ขยายอาณาเขตการควบคุม ดึงดูดพลังงานที่กำลังอาละวาดทั้งหมดให้มารวมศูนย์อยู่ที่จุดตันเถียน!
ภายในจุดตันเถียน ปราณยุทธ์สีทองที่เคยเป็เพียงหมอกควันและหยดน้ำ บัดนี้ถูกพลังโอสถระดับ์กระแทกและบีบอัดอย่างรุนแรง! อักขระสีทองนับล้านตัวจากคัมภีร์เทวะ ทำหน้าที่เป็ค้อนเหล็ก ทุบตีและควบแน่นหยดน้ำเ่าั้ให้หลอมรวมกัน!
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงะเิดังก้องจากภายในร่างอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่เกิดเสียงะเิ จุดตันเถียนของเขาจะขยายใหญ่ขึ้น และของเหลวสีทองก็จะหนาแน่นขึ้น ทะเลลมปราณกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ!
ทะเลลมปราณของผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป มักจะเป็สีขาวขุ่นหรือสีตามธาตุ ทว่าทะเลลมปราณของซูหลงอวิ๋น กลับกลายเป็ 'มหาสมุทรสีทองคำ' ที่หนักหน่วงประดุจปรอท! เพียงแค่หยดน้ำปราณของเขาหยดเดียว ก็หนักอึ้งยิ่งกว่าขุนเขาทั้งลูก! มีอำนาจทำลายล้างที่เหนือล้ำกว่าปราณปกติถึงร้อยเท่า!
กระบวนการผลัดเปลี่ยนกระดูกและสร้างรากฐานกินเวลาไปอีกสามวันเต็ม
จนกระทั่งในวันที่สิบของการปิดด่าน...
ซูมมมม!!!
รัศมีพลังงานอันมหาศาลและลึกล้ำหาใดเปรียบ ะเิออกจากร่างของเด็กหนุ่มชุดขาว! คลื่นพลังนี้กวาดล้างเมฆหมอกบนยอดเขาัผงาดจนเหือดหายไปในพริบตา น้ำในสระปราณวารี์ถูกกระแทกจนเกิดคลื่นั์สาดกระเซ็นสูงหลายสิบจั้ง!
ซูหลงอวิ๋นลืมตาขึ้น ั์ตาสีดำสนิทแฝงไปด้วยความว่างเปล่าของเอกภพและประกายแสงของดวงดาวที่แตกดับ! เขากำหมัดแน่น ััได้ถึงมหาสมุทรสีทองคำที่เดือดพล่านอยู่ในจุดตันเถียน พละกำลังในยามนี้ มหาศาลจนเขารู้สึกว่าสามารถต่อยทะลุผืนฟ้าและฉีกกระชากผืนปฐีได้ด้วยมือเปล่า!
ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น... ทะลวงสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ!
"นี่สินะ... พลังของขอบเขตสร้างรากฐานที่ก่อตัวจากรากฐานระดับ์! หากข้าพบเจอิญญาก่อกำเนิดในยามนี้ ต่อให้เป็ร่างจริง ข้าก็มั่นใจว่าสามารถใช้กระบี่กลืนดารา สับสังหารมันให้ตกตายได้อย่างแน่นอน!"
ซูหลงอวิ๋นลุกขึ้นยืน รัศมีแห่งความเป็ราชันย์แผ่กระจายออกมาอย่างปิดไม่มิด เขาสะบัดเสื้อคลุมเบาๆ ฝุ่นผงแห่งการบ่มเพาะก็มลายหายไปจนสิ้น
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเดินออกจากสระน้ำเพื่อทดสอบพลัง...
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียง 'ระฆังทองแดงา' ซึ่งตั้งอยู่ ณ ลานประลองหลักของสำนักกระบี่์ พลันถูกลั่นให้ดังกังวานก้องสะท้านะเืไปทั่วทั้งเก้าสิบเก้ายอดเขา!
เสียงระฆังดังติดต่อกันถึงเก้าครั้ง!!
นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดของสำนักกระบี่์ สัญญาณที่หมายถึง 'การรุกรานจากศัตรูที่สามารถล่มสลายสำนักได้'!
ตามมาด้วยเสียงตวาดก้องของผู้าุโคุมกฎที่ใช้ปราณยุทธ์ขยายเสียงให้ดังไปทั่วทุกสารทิศ
"ศิษย์สำนักกระบี่์ทุกคนจงฟัง! กองทัพแห่งสำนักหมอกบรรพต นำโดยประมุขสำนักและผู้าุโสูงสุด ได้บุกทะลวงทำลายค่ายกลประตูนอกเข้ามาแล้ว! พวกมันมาเพื่อล้างเืและทำลายล้างพวกเรา! เปิดค่ายกลกระบี่เก้าสิบเก้าวิถีสังหาร! เตรียมพร้อมประจัญบาน!"
บรรยากาศอันเงียบสงบของสำนักกระบี่์ ถูกฉีกกระชากจนขาดสะบั้น เปลวเพลิงแห่งาได้ปะทุขึ้นอย่างเป็ทางการ!
ซูหลงอวิ๋นที่ยืนอยู่บนยอดเขาัผงาด ทอดสายตามองลงไปยังขอบฟ้าทิศเหนือ ที่ซึ่งกลุ่มควันสีดำและหมอกพิษมรณะกำลังคืบคลานกลืนกินท้องฟ้าประดุจคลื่นสึนามิแห่งความตาย
แทนที่จะหวาดวิตก รอยยิ้มอำมหิตและกระหายเืกลับค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของัหนุ่ม
เขายกมือขวาขึ้น คว้าด้ามกระบี่กลืนเงาสีดำสนิทที่แผ่นหลัง นิ้วหัวแม่มือดันโกร่งกระบี่ให้เปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นประกายแสงสีดำทมิฬที่อัดแน่นไปด้วยเจตจำนงกระบี่า
"มาได้จังหวะพอดิบพอดี... หินลับมีดชั้นเยี่ยม กำลังรอให้ข้าไปทดสอบความแหลมคมของรากฐานใหม่นี้อยู่พอดี"
ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น
"ประมุขสำนักหมอกบรรพต... วันนี้ ข้าจะใช้เือุ่นๆ และิญญาก่อกำเนิดของเ้า มาสังเวยให้แก่กระบี่กลืนดาราของข้า!"
พรึบ!
ร่างในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าประดุจดาวตก พุ่งตรงดิ่งเข้าสู่ใจกลางของพายุหมุนแห่งาที่กำลังเดือดพล่าน