เสียงนภากำลังร้องคำราม เมฆครึ้มเริ่มก่อตัวได้ไม่นาน ก่อนจะควบแน่นกลายเป็หยดน้ำมากมายตกลงสู่ผืนแผ่นดินเบื้องล่าง อาวุธของทวยเทพส่งเสียงกระหึ่มฟาดผ่าปรากฏตัวเป็ครั้งคราว เช้าของวันนี้ดวงอาทิตย์ถูกซ่อนอยู่เื้ัมวลเมฆาสีดำเทา ภายในบ้าน 2 ชั้นขนาดไม่ใหญ่มากที่สร้างขึ้นมาจากอิฐผสมศิลาสวยงาม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเขตใจกลางเมือง ภายในห้องลับใต้ดินมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนกำหมัดยกค้างเหนือหนังสือปกเขียวเล่มหนึ่ง ตลอดเวลาที่ยกหมัดค้างไว้เืสีแดงสดก็จะหยดลงไปอย่างไม่รีบร้อน
เป็ใครไปไม่ได้ มิเนอร์วาผู้ที่ทำให้แม้แต่ราชันย์เทวะยังต้องตกตะลึงนั่นเอง หลังจากการหยดเืสังเวยเสร็จสิ้น เด็กหนุ่มก็ได้ทราบว่าหลังจากที่ตัวเองตามหาพื้นฐานแห่งไม้เจอ ก็สามารถเรียกตัวเองว่าผู้วิเศษได้อย่างเต็มปาก
อีกทั้งเนื่องจากััิญญามีความแข็งแกร่งเกือบจะเทียบเท่าผู้วิเศษชั้นสูง ตัวมันจึงสามารถใช้ความสามารถของหนังสือปกเขียวได้เกือบทั้งหมด โดยที่ในตอนนี้การเก็บรักษาสิ่งของทุกชิ้นไว้ภายในหน้ากระดาษหรือนำออกมาใช้ล้วนสามารถทำได้อย่างง่ายดาย การใช้พลังเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพืชบนหน้ากระดาษยิ่งสะดวกมากกว่าเดิม
เวลานี้บนหน้ากระดาษสีเขียวปรากฏภาพวาดเสมือนของสิ่งต่างๆ ที่เคยวางกองไว้ภายในห้อง สิ่งของต่างๆ ภายในห้องลับแห่งนี้ทั้งหมดได้ถูกเก็บเข้าไปในหน้ากระดาษแผ่นนั้นแล้ว และยังดูเหมือนว่าจะยังมีที่ว่างที่สามารถเก็บเพิ่มได้อีกมากโข แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงวางอยู่ที่เดิมกล่องไม้บุฟองน้ำสีแดงหรูหราที่ด้านในตอนนี้มีลูกเต๋ากำหนดชะตาผู้มีอารมณ์ฉุนเฉียวสีดำลูกนั้นนั่นเอง
เป็เพราะคำแนะนำของแอสคลีเพียสที่บอกให้เด็กหนุ่มทำการเจรจาตกลงกับลูกเต๋าสีดำลูกนี้ให้ดี ก่อนที่จะลงมาเก็บของทั้งหมด จึงทำให้ตอนนี้กล่องไม้ใบนี้ยังคงวางอยู่ที่เดิมไม่ถูกเก็บรวมเข้าไป
"ท่านลูกเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ จะให้เกียรติไปพักผ่อนอยู่ในหนังสือของท่านอาจารย์ได้หรือไม่ ตัวข้าได้เก็บของทั้งหมดในห้องนี้ไปหมดแล้วและคงไม่มีเวลาได้ลงมาเยี่ยมท่านอีก ข้าไม่อยากให้ท่านต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ภายในห้องลับใต้ดินที่มืดมิดแห่งนี้"
"หึ! เ้าเด็กน้อยไสหัวไปไกลๆ ข้าจะพักผ่อน เก็บแผนตื้นๆ ของเ้าเด็กแห่งเพลิออนนั่นไปเถอะเสียเวลาเปล่าๆ"
เปลวเพลิงลุกโหมขึ้นอีกครั้งอย่างน่ากลัวมันมาพร้อมกับเสียงพูดอย่างเ็า ก่อนที่ทั้งห้องจะกลับสู่สภาวะปกติ มิเนอร์วาในตอนนี้ใบหน้าซีดเซียวความหวาดผวาจากเหตุการณ์ครั้งก่อนยังคงตามหลอกหลอน กลัวว่าจะไปกระตุ้นความไม่พอใจของอีกฝ่ายเข้าโดยไม่ตั้งใจ
"ฮ่า ๆ ๆๆ ตาแก่ทำไมท่านต้องขู่เด็กด้วย ไม่ไปก็คือไม่ไปสิ จะสิ้นเปลืองพลังที่พึ่งฟื้นคืนมาได้เพียงน้อยนิดไปทำไม ข้าจะบอกความลับบางอย่างให้เ้าเด็กนี่ทำลายพันธนาการครั้งแรกลงได้แล้ว แถมยังมีพื้นฐานไม้เหมือนกันกับเส้นทางของข้าอีกด้วย!"
เสียงชราของแอสคลีเพียสเอ่ยออกมาอย่างชอบอกชอบใจ ตัวมันคิดเอาไว้แล้วว่าเผ่าพันธุ์โบราณที่พลังทิศแห่งโชคชะตา ย่อมไม่ยินดีนำพาตัวเองมาอาศัยอยู่ในพลังของเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่า แต่ที่ตัวตนลึกลับในลูกเต๋ากำหนดชะตาไม่รู้นั่นคือมิเนอร์วาเป็บุคคลที่พิสดารมากเกินไป เกรงว่าถ้าให้เหล่าทวยเทพในตอนนี้มารู้ความลับนี้เข้าก็ยังต้องเปลี่ยนสีหน้า
"หึ! แล้วไง? ตัวข้าเมื่ออายุ 15 ปี ใช้เวลา3วันก็ทุบทำลายพันธนาการแห่งชีวิตครั้งแรกลงแล้ว พื้นฐานของข้ายิ่งลึกซึ้งเกินกว่าสิ่งมีชีวิตอ่อนแอเช่นพวกเ้าจะเข้าใจได้"
เสียงแค่นอย่างผยองอวดโอ่ยังคงดังข่ม แอสคลีเพียสไม่ได้แปลกใจและอารมณ์ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงน้ำเสียงยังคงแสดงออกให้เห็นว่าตัวมันยิ่งอารมณ์ดีมากกว่าเดิมที่ได้หยอกล้ออีกฝ่าย
"ฮ่าๆ ๆ ภายในอาณาเขตหมู่เกาะอันมากมายแน่นอนตัวตนของท่านย่อมต้องโดดเด่นเหนือกว่าผู้ใดอยู่แล้ว แต่ช่างบังเอิญเสียเหลือเกินที่ทวีปเหนือแห่งนี้ ดันปรากฏตัวตนที่พิเศษกว่า และที่สำคัญตัวตนนั้นก็ดันเป็ ศิษย์รักที่ข้าตั้งใจอบรมสั่งสอนมากับมือ ขะ.."
"หยุด! เลิกยกหางกันเองได้แล้วมีอะไรก็รีบพูดมา! หากเ้ายังคงพูดจายื้อเวลาอยู่แบบนี้ระวังการกลืนกินแห่งโชคชะตาจะจ้องเล่นงานเ้า!"
ตัวตนลึกลับเริ่มรู้สึกรำคาญในความหน้าด้านของแอสคลีเพียส เห็นๆ กันอยู่ว่าตกลงรับมิเนอร์วาเป็ศิษย์ได้ไม่ถึง 10 วัน จะสั่งสอนไปได้มากมายแค่ไหนกันเชียว มันเอ่ยพูดขัดแอสคลีเพียสอย่างไม่ไว้หน้า
"อ้อ…ได้สิตั้งใจฟังให้ดีเถอะ! ลูกศิษย์สุดที่รักของข้า ค้นหาแก่นเจอั้แ่ครั้งแรกที่ทำลายพันธนาการแห่งชีวิต และใช้เวลารวมแล้วไม่เกิน 3 ชั่วโมงในการหาพื้นฐานไม้จนเจอ บนอาณาเขตหมู่เกาะอันมากมายท่านอาจมีพร์เก่งกาจ แต่บนทวีปเหนือแห่งนี้ ต่อให้นับรวมเผ่าเทพไปด้วยข้าก็ยังไม่เคยเห็นผู้ใดมีเชาวน์ปฏิภาณตระหนักรู้เหนือล้ำกว่ามิเนอร์วา ศิษย์ผู้สืบทอดแห่งข้า!"
"......"
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วห้อง มิเนอร์วาย่อมไม่ไปเอ่ยปากพูดขัดบทสนทนาระหว่างอาจารย์กับตัวตนลึกลับ เด็กหนุ่มพอจะคาดเดาได้บ้างบางส่วนว่า ตัวตนลึกลับที่สถิตอยู่ในลูกเต๋ากำหนดชะตาอย่างน้อยต้องมีระดับความแข็งแกร่งเทียบเท่าหรืออาจจะมากกว่าอาจารย์ของตน ดังนั้นการเงียบแล้วปล่อยให้ตัวตนโบราณทั้งสองพูดคุยกันเองจึงเป็ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กหนุ่ม เมื่อเห็นตัวตนลึกลับยังคงไม่หายตกตะลึงจากสิ่งที่พึ่งพูดไป แอสคลีเพียสยิ่งสุมไฟใส่เข้าไปเพิ่ม ให้ตัวตนลึกลับอิจฉาในความโชคดีของมันที่ได้มิเนอร์วาเป็ศิษย์
"หึ! อึ้งไปเลยสิตาแก่ ฮ่าๆ ๆ ๆ ตอนแรกที่ข้าจับสังเกตความผิดปกตินี้ได้ ข้าก็เป็เหมือนเ้านี่แหละ แต่เขาเป็ศิษย์ผู้สืบทอดของข้า ข้าก็ได้แต่ต้องทุ่มเทกายใจสั่งสอนให้มากขึ้น เ้าลองจินตนาการถึงภาพที่ศิษย์ข้าก้าวขึ้นไปสู่จุดที่สูงกว่านี้สิ ต้องมีสักวันแน่ที่ทั่วทั้งดินแดนศัตรูที่แท้จริงของข้าในโลกเบื้องล่างจะเกิดความโกลาหล หรือแม้แต่ท้องทะเลที่อสรพิษกลืน์ศัตรูของพวกเ้าปกครองอยู่ก็จะต้องพบกับความวุ่นวาย"
ดวงจิตในลูกเต๋ากำหนดชะตาคร้านจะไปต่อล้อต่อเถียงกับแอสคลีเพียส และเอ่ยคำถามแรก
"เด็กน้อยเอ๋ย ข้าขอถามเ้า 3 ข้อ ข้อแรกถ้าเกิดวันหนึ่งอาจารย์ของเ้าตกที่นั่งลำบากจากศัตรูที่แม้แต่ตัวเ้าเองก็ไม่มีปัญญาจะเอาชนะ เ้าจะทำอย่างไรเพื่อช่วยอาจารย์ของเ้า?"
ท่าทีราวกับเด็กพึ่งเคยได้ของเล่นครั้งแรกของแอสคลีเพียสช่างน่าสมเพช มันมองออกทันทีด้วยนิสัยไม่รู้จักโตเช่นนี้ ขณะแอสคลีเพียสที่ได้รู้ว่าศิษย์ของตัวเองมีพร์ระดับสัตว์ประหลาด ตัวมันที่เป็แค่อาจารย์อย่างน้อยๆ ต้องเกิดอารมณ์หดหู่ให้แก่ความลำบากในครั้งแรกของตัวเองอย่างแน่นอน
หลักฐานอันชัดเจนก็คือ แม้แต่ตัวมันเองที่ถือกำเนิดในเผ่าพันธุ์โบราณ เป็ถึงสัตว์เทวะผู้พิทักษ์แห่งโชคชะตาก็ยังเกิดความรู้สึกอิจฉาแต่ก็เกิดมาเพียงครู่เดียวเท่านั้น ครั้งแรกที่ััิญญาบอกว่ามีพลังของแก่นอยู่ในร่างกายของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าจริงๆ แต่เป็แค่เสี้ยวแก่นเล็กๆ ถ้าไม่เพ่งมองอย่างตั้งใจปกติก็จะััไม่ได้
แต่ที่มันััได้เพราะตัวมันมีััิญญาระดับราชันย์เทวะ! ถึงจะเป็แค่เสี้ยวแก่นเล็กๆ แต่ก็เป็แก่นของอะไรสักอย่างแน่นอน ตัวมันเดาว่าน่าจะเป็พื้นฐานไม้ที่ถนัดไปในทางพิษ เหมือนพิษพิสดารแน่นอน แก่นที่จะเติบโตไปในวันข้างหน้าก็คงจะมีความเกี่ยวข้องกับทางเดินในธาตุไม้
แต่เนื่องจากแก่นของมันไม่ได้มีทางเดินเกี่ยวข้องกับธาตุไม้จึงทำได้เพียงแค่คาดเดา ตัวมันคาดเดาไปก็ไม่มีทางรู้ทางเดินของผู้อื่นโลกใบนี้ใดๆ ล้วนเป็ไปได้ คงมีเพียงตัวตนระดับจักรพรรดิผู้พลังแห่งทิศโชคชะตาทั้งหลายเ่าั้ที่อาจจะสามารถมองทางเดินของสิ่งมีชีวิตที่ระดับต่ำกว่าตัวเองได้อย่างรางๆ
พลังการเปลี่ยนแปลง บิดผัน สับเปลี่ยนโชคชะตากาลเวลา แต่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ดั่งใจนึก สิ่งที่ต้องแลกมาก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นโดยทั่วไปเผ่าพันธุ์ผู้พิทักษ์โชคชะตาประจำทิศต่างๆ จะไม่ลงมือแก้ไขอะไรมั่วซั่ว นอกเสียจากสิ่งนั้นคือประสงค์ของพระเ้า เพราะทุกครั้งพระเ้ามักจะประทานของตอบแทนที่เท่าเทียมเสมอ บางครั้งถูกใจมากก็ได้เยอะกว่าปกติเล็กน้อย
"ข้าแด่ท่านเทพ เนื่องจากข้าไม่เคยต่อสู้มาก่อน และไม่เคยคิดว่าจะแข็งแกร่งเพื่อต้องต่อสู้กับใคร แต่จากที่ข้าได้ลองวิเคราะห์จากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดรอบตัว ถ้าอาจารย์ของข้าเกิดอันตรายข้าจะทุ่มสุดตัวช่วยเขา ดังเช่นที่เขาทุ่มสุดตัวช่วยเหลือข้า ไม่สำคัญว่าขณะนั้นข้าแข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน ตัวข้าเกรงกลัวความตาย แต่ไม่เคยคิดว่าความตายเพื่อครอบครัวนั้นคือความน่ากลัว"
"ถึงข้าตายอย่างน้อยข้าก็ตายเพื่อครอบครัวไม่มีอะไรให้เสียดาย แต่ถ้าเกิดข้าไม่ตายมันผู้นั้นที่ทำอะไรไว้กับข้าและครอบครัว พวกมันต้องพึงระวังตัวไว้ทุกห้วงจิตแม้แต่ยามนอน ทุกครั้งที่พวกมันหลับตาอย่างผ่อนคลายสักวันหนึ่งที่ข้าแข็งแกร่งมากพอ ข้าจะมอบความฝันที่น่ากลัวครั้งสุดท้ายให้พวกมัน แน่นอนถึงต่อให้เป็ตัวตนระดับเทพหรือปีศาจสักวันหนึ่งข้าก็จะกระชากพวกเขาลงจากบัลลังก์อย่างไร้ความปรานี"
มิเนอร์วาที่กำลังชำเลืองมองหนังสือปกเขียวที่ลอยอยู่ด้วยดวงตาอ่อนโยน กลับส่งจิตสังหารที่แม้แต่เ้าตัวก็ไม่รู้ออกมา ราวกับไปพบเจออะไรบางอย่างเข้าอย่างกะทันหัน! แอสคลีเพียสที่กำลังรอฟังคำตอบของเด็กหนุ่มกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงอารมณ์และสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ตัวมันกำลังเงียบเพื่อประเมินว่าลูกศิษย์ตนพบอะไรจนทำให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงกะทันหัน
กับคำตอบทั้งหมดตัวมันทั้งรู้สึกยินดี และดีใจที่ศิษย์รักมองเสี้ยวิญญาอย่างมันเป็ครอบครัว แต่ที่ตัวมันและดวงจิตลึกลับต่างรู้สึกตรงกัน ก็คือรู้สึกแปลกประหลาดที่คำพูดพวกนั้นดังออกมาจากที่น้ำเสียงเคยรู้สึกอ่อนโยนอบอุ่น แต่ยิ่งพูดจิตสังหารยิ่งปะทุขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อพูดจบเทพทั้งสองกลับเป็บื้อใบ้ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มไปเจออะไรเข้าจึงได้ปะทุจิตสังหารรุนแรงขนาดนั้น
ฉากที่เด็กหนุ่มผู้มีหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวเนียนยืนอยู่ในท่าก้มหน้ามองหนังสือที่ลอยอยู่ทางด้านซ้ายมือ ดวงตาแดงฉานให้ความรู้สึกอันตราย อาจจะเป็เพราะมีแสงจากเปลวไฟรอบห้องเข้าไปผสมด้วย ภาพดวงเนตรที่แดงก่ำดั่งโลหิตมีเปลวไฟร้อนแรงกำลังเต้นรำส่องสะท้อนออกมา
เนตรที่แม้แต่เหล่าปีศาจที่ขึ้นชื่อด้านความเลวทรามยังต้องสั่นสะท้านเมื่อได้จ้องมอง ดวงตาคู่นั้นค่อยๆ เบือนหน้ากลับมามองลูกเต๋ากำหนดชะตา มิเนอร์วาหลับตาปล่อยให้น้ำตาไหลอาบหน้า ไม่สนใจไยดีต่อเทพทั้ง 2 ด้วยความแปลกประหลาดนี้มันแปลกมากเกินไป เนื่องจากแอสคลีเพียสและศิษย์ได้ผ่านการย้ายจิตผูกร่าง แอสคลีเพียสจึงแผ่ััิญญาไปที่มิเนอร์วา เพื่อตามย้อนดูว่าศิษย์ตนกำลังเพ่งมองอะไรอยู่หรือไม่? ปล่อยให้ดวงจิตในลูกเต๋ามึนงงต่อไป
"เฮ้อ…ศิษย์ข้าไม่มีผู้ใดคงอยู่ชั่วนิรันดร์ แม้แต่ตัวข้าที่เคยชุบชีวิตให้แก่สิ่งมีชีวิตมามากมายก็ยังต้องมีวันที่กายดับจิตสลาย ก้มหน้ายอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นแล้วก้าวต่อไปซะ การล้างแค้นจะเริ่มหลังจากการก้าวเดินนั้นของเ้า"
ดวงจิตในลูกเต๋าไม่กล่าวอะไรออกมาเพียงแค่กำลังชมมอง ว่าระหว่างพวกมันศิษย์อาจารย์ไปเจอเหตุการณ์ใดเข้า ทางด้านแอสคลีเพียสที่ถอนััิญญากลับมาจากชั้นหนังสือในห้องทำงาน้า ก็ทำได้แค่เพียงถอนหายใจ เอ่ยปลอบอย่างปลดปลง แน่นอนในเมื่อนี่คือแค้นของเด็กหนุ่มที่มองว่ามันคือครอบครัว แค้นของศิษย์ก็คือแค้นของอาจารย์และคนที่มายุ่งกับครอบครัวของศิษย์ก็คือคนที่กำลังมายุ่งกับครอบครัวของมัน
'เ้าพวกสวะ! ฮึ่มมมมม! อย่าให้ข้ารู้เชียวว่าไอ้หน้าไหนเป็คนกล้าบังอาจมายุ่มย่ามกับครอบครัวของข้า ราชันย์เทวะพิษพิสดาร!'
แอสคลีเพียสปลดปล่อยจิตสังหารออกมาแวบหนึ่งก่อนจะถูกกดข่มลงไปอย่างรวดเร็ว ดวงจิตในลูกเต๋ากำหนดชะตาก็สังเกตเห็นเช่นกันแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมายังคงนิ่งเงียบรอคอยให้เด็กหนุ่มตั้งสติ จนกระทั่งมันเห็นเด็กหนุ่มหยุดร้องและลืมตามามองมัน ดวงเนตรโลหิตคู่นั้นช่างน่าขนลุก มันจึงเอ่ยปลอบอย่างสงสาร
"เด็กน้อยข้าไม่รู้ว่าเ้ากำลังพบเจอกับอะไรหรือ คำถามของข้าได้ไปสะกิดบางอย่างจนเ้าเกิดแผลใจ แต่ข้าอยากจะบอกเ้าไว้สักเื่หนึ่ง ผู้ที่จมอยู่กับอารมณ์ด้านลบเป็เวลานานมักจะไม่สามารถลบอารมณ์เ่าั้ได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลาอารมณ์เ่าั้มักฉวยโอกาสเข้าครอบงำจิตใจของผู้ที่เผลอประมาทมันจะส่งผลต่อเ้าอย่างร้ายแรง!"...ความเงียบเข้าปกคลุมพวกมันทั้งสามอีกครั้ง หลายอึดใจต่อมาลูกเต๋ากำลังชะตาก็ถามต่อ
"เ้าคิดว่าที่แท้แล้วตัวเ้าสามารถแข็งแกร่งได้ถึงระดับไหน?"
"ถ้าเป็ตัวข้าเมื่อก่อนหน้านี้คงจะไม่ได้สนใจไขว่คว้าหาความแข็งแกร่งมากนัก เพราะยังไม่รู้จักการสูญเสียมากดีพอ แต่ถ้าเป็ตัวข้าในเวลานี้แม้ไม่อาจพูดได้เต็มปากอย่างมั่นใจว่าสามารถกลายเป็เทพได้ แต่ข้ามั่นใจเป็อย่างมากว่าข้าจะทำทุกวิธีเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งกว่าศัตรู"
เสียงพูดกัดฟันอย่างอาฆาตของมิเนอร์วายิ่งส่งผลให้เห็นถึงความเจ็บแค้นที่พยายามสะกดข่มไว้ไม่ให้ปะทุขึ้นมา เป็ท่าทางแทนคำพูดที่ปรากฏขึ้นราวกับกำลังจะบอกว่า
เจอคนแค้นคน! เจอเทพแค้นเทพ!
"คำถามสุดท้าย เ้ากล้าต่อสู้กับตัวตนระดับราชันย์เทวะหรือไม่?"
แอสคลีเพียสเดาได้ทันทีหลังจากฟังคำถาม ตัวมันตกตะลึงพอจะเดาความคิดอีกฝ่ายออก จึงแค่นเสียงเหยียดเอ่ยดักคออีกฝ่ายอย่างหงุดหงิดไม่สบอารมณ์
"หึ! ตาเฒ่าเ้าเล่ห์ ทำไมเ้าถึงหน้าด้านกล้าแย่งศิษย์ผู้สืบทอดของข้า"
ลูกเต๋ากำหนดชะตาไม่กล่าวตอบมันเพียงเงียบรอคำตอบจากเด็กหนุ่มไม่สนใจไยดีแอสคลีเพียสแม้เพียงน้อย
"ข้าไม่รู้ว่าระดับราชันย์เทพคือตัวตนเช่นไร แต่อย่างไรก็ตามถ้าเขาลงมือกับครอบครัวข้าแม้ไม่รู้ว่าจะมีอนาคตเช่นไรรออยู่ แต่แค้นนี้ข้าไม่ลืมแน่นอน"
มิเนอร์วาไม่กล้าคุยโวว่าตนสามารถต่อสู้กับตัวตนในตำนานแบบนั้นได้เพราะรู้ดีว่าตัวเองในตอนนี้ไม่มีความสามารถมากขนาดนั้น พูดออกไปก็ทำให้ตัวเองโดนดูแคลนเสียเปล่าๆ
"ดี! มาเป็ศิษย์ของข้าซะ!"
เสียงของเต๋ากำหนดชะตายังคงดังออกมาอย่างไม่แยแสต่อท่าทีตอบสนองของแอสคลีเพียสเช่นเดิม
"หึ! หน้าไม่อาย คราวก่อนเ้ายังกล้าข่มขู่ศิษย์ของผู้อื่นอยู่เลย วันนี้จะมารับเป็ศิษย์ไม่ละอายบ้างรึ!"...แอสคลีเพียสที่เดาไว้แล้วยิ่งโมโหเข้าใหญ่
"ท่านเทพ ข้ามีอาจารย์อยู่แล้วและข้านับถือเฉพาะอาจารย์ผู้ที่รักทุ่มเทเอาใจใส่ข้าเท่านั้น"
เด็กหนุ่มตอบอย่างซื่อตรงไม่ทำให้แอสคลีเพียสผิดหวัง
"นั่นปะไร! ัเฒ่าเ้าเห็นหรือไม่ศิษย์รักของข้าคนนี้นั้นช่างเป็เด็กกตัญญูนักไม่เหมาะกับเ้า ัแก่เ้าเล่ห์"
นี่คือคำเตือนจากแอสคลีเพียสที่ส่งไปหาศิษย์เป็การบอกใบ้ว่าถ้าคิดจะเลือกกราบดวงจิตในลูกเต๋าเป็อาจารย์ นั่นเท่ากับกำลังจะกราบัมาเป็อาจารย์ มิเนอร์วาไม่ใช่คนโง่แค่ได้ยินก็รู้ได้ทันทีว่าอาจารย์ของตนกำลังจะสื่ออะไรแต่ตกตะลึงมากกว่าที่ได้รู้ว่าันั้นมีอยู่จริง ในโลกคนธรรมดาเื่ลึกลับเหนือธรรมชาติดังเช่นนิทานก่อนนอนนั้นจะอย่างไรก็มีเพียงเื่เล่าน้อยคนนักจะพบเจอด้วยตนเอง
"ก็แล้วมันยังไง มีอาจารย์ 2 คนแล้วมันผิดตรงไหน? เ้านับถือเฉพาะอาจารย์ที่ทุ่มเทให้เ้า? เ้าเด็กพิษนั่นมันทุ่มเทสอนอะไรให้เ้าบ้าง? เป็ศิษย์ข้าแน่นอนข้าย่อมสอนไม่ให้น้อยหน้าเ้าเด็กพิษบ้านั่นหรอก เ้ารู้หรือไม่ครั้งหนึ่งข้าเคยเป็ถึงตัวตนในเผ่าผู้พิทักษ์ทิศโชคชะตาแห่งั สิ่งมีชีวิตโบราณเช่นข้า ด้อยกว่าเ้าเด็กพิษรุ่นหลังนั่นตรงไหน? หรือเ้าแอสคลีเพียสก็คิดอยากจะจำกัดอนาคตของเ้าหนูนี่เหมือนกัน?"
แอสคลีเพียสที่ได้ยินดังนั้นก็เถียงไม่ออกใบ้กิน หาเหตุผลมาเถียงไม่ได้ เพราะตามหลักแล้วการที่คนหนึ่งคนจะมีอาจารย์มากกว่าหนึ่งคนนั้นไม่ใช่เื่แปลก แต่ที่ในตอนแรกมันโวยวายใส่ดวงจิตแห่งเต๋ากำหนดชะตานั่นเพราะมันกำลังกลัวว่าศิษย์รักของมันจะถูกแย่งตัวไป
"เฮ้อ...ข้ายอมแล้ว! มันไม่ใช่เื่แปลกจริงๆ นั่นแหละที่จะมีอาจารย์หลายคน มิเนอร์วาเ้าก็ตัดสินใจเอาเองเถอะ เ้าสามารถถามหาเหตุผลจากตาแก่นั่นได้ ถ้าเหตุผลที่มันให้เ้าไม่เพียงพอ เ้าก็ไม่ต้องกังวลไม่มีใครในที่นี้สามารถบังคับเ้าได้"
แอสคลีเพียสต้องยอมจำนนด้วยเหตุผลของดวงจิตลึกลับ ตัวมันเองก็หวังเป็อย่างยิ่งว่ามิเนอร์วาจะเลือกกราบอีกฝ่ายเป็อาจารย์เพราะอย่างน้อยอีกฝ่ายในอดีตก็มีพลังในขอบเขตทำลายล้าง เมื่อนำมารวมกันกับพื้นฐานไม้ที่เด็กหนุ่มมีไม่แน่แก่นอาจจะกลายร่างไปสู่อีกรูปแบบหนึ่งเป็รูปแบบที่แม้แต่ตัวมันเองก็ไม่สามารถเดาได้ อีกทั้งมันยังเชื่อว่าสมบัติและความรู้จากาของอีกฝ่ายย่อมมีค่ามากกว่าของมันไปไกลโข แต่ถ้าอีกฝ่ายให้เหตุผลที่ไม่เพียงพอต่อมิเนอร์วา มันก็จะไม่ยอมให้ลูกศิษย์ของตนโดนบังคับเป็อันขาด
"ถ้าข้ากราบท่านเป็อาจารย์ข้อเรียกร้องของท่านคือสิ่งใดและข้าจะได้สิ่งใดตอบแทนจากท่าน?"...เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบตกลงในทันทีแต่ก็ยังคงไม่ลืมการลองถามเพื่อหยั่งเชิง
"เ้าหนูตัวข้าคือเสี้ยวดวงจิตสุดท้ายของ ราชันย์เทวะั์อนธการ อีฟริท เทวะสัตว์วิเศษผู้รับใช้จักรพรรดิเทวะั์อนธการ เทพผู้รักษาความสงบแห่งโชคชะตาทิศั ราชันย์เทวะผู้นำพาความมืดมิดมาสู่ศัตรูของ์อนธการ นอกจากแก่นของโชคชะตาทิศัที่ไม่สามารถถ่ายทอดให้แก่กันได้ ตัวข้าสามารถให้เ้าได้ทั้งหมด สมบัติ ความรู้ สิ่งของมีค่า สิ่งใดที่แอสคลีเพียสมีให้เ้า ข้าย่อมต้องให้มากกว่า ความปรารถนาเดียวของข้าไม่ใช่การกลับมามีชีวิตอีกครั้ง"
"แต่เป็การล้างแค้นราชันย์เทวะผู้หนึ่ง เ้าไม่ต้องกังวลว่าจะสู้กับพวกมันได้ยังไงในตอนนี้ เพียงแค่ให้โชคชะตาไหลไปตามกระแส ต่อให้อายุขัยของเ้าหมดลงหรือตัวข้ากายจิตดับสลายไปก่อน ถ้าหากเ้ามีพร์ความสามารถไม่เพียงพอ แน่นอนตัวข้าย่อมไม่เปิดเผยรายละเอียด บังคับส่งให้ศิษย์ของตัวเองไปตายอย่างไร้ค่า ข้าเพียงหวังให้เ้ายึดถือคำพูดของตัวเ้า ถ้าวันหนึ่งเ้าเห็นข้าเป็ครอบครัว ข้าแค่อยากให้เ้ารู้ไว้ว่าอาจารย์ของเ้ายังคงมีปรารถนาสุดท้ายนี้อยู่"
ราชันย์เทวะัน้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ในความเป็จริงตัวมันค่อนข้างปลงตกกับเื่การแก้แค้นแล้วจะอย่างไรทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากเหตุและผลแห่งโชคชะตา ถ้าศิษย์พร์สูงขนาดนี้ไม่สามารถเป็ราชันย์เทวะได้ นั่นก็ได้แต่โทษตัวเองแล้วที่ไม่สั่งสอนศิษย์ให้ดี ปล่อยให้คนมีพร์ต้องเสียอนาคต แต่จะร้ายดีอย่างไรเทวะั์อนธการเช่นมันก็ไม่เคยฝืนบังคับให้ศิษย์พาตัวเองไปตาย เื่รู้ไปถึงไหนมีแต่จะทำให้ชื่อเสียงของมันที่เคยมีมาต้องมัวหมองเสียเปล่าๆ
ดังนั้นแล้วการปล่อยให้ศิษย์ค่อยๆ เติบโตไปตามเส้นทางที่ศิษย์เลือกย่อมต้องดีกว่าเสมอ มีแค้นต้องชำระ แต่ถ้าแข็งแกร่งไม่พอ เื่แค้นไม่ต้องชำระก็ได้! นี่คือบทสรุปที่มันคิดได้เมื่อนานมาแล้ว แตกต่างกับแอสคลีเพียสที่ในใจลึกๆ ถึงแม้จะไม่หวังให้มิเนอร์วาไปแก้แค้นให้โดยตรง แต่ตัวมันก็หวังว่าศิษย์ของตนจะสามารถชุบชีวิตให้มันอีกครั้งได้ ส่วนเื่แค้นตัวมันย่อมมีวิธีจัดการในแบบของตัวเอง และแน่นอนคำถาม 3 ข้อของอีฟริท ย่อมถามเกี่ยวกับจุดประสงค์ของมันและแอสคลีเพียสเพื่อจะวัดส่วนได้ส่วนเสียหากตัวมันจะเสี่ยงวางเดิมพัน