" เสียงดัง เรียกกูทำไมวะ ไอ้เยี่ยหลง ไหนบอกไม่มีอะไรแล้วไง " แคนะโกล่าว ก่อนที่ตัวคนจะโผล่มาดูว่าเยี่ยหลงเสียงดัง เรียกตนอีกทำไม
เมื่อคนเดินกลับมาโผล่ออกมาดูแล้ว แคนก็รู้ทันทีว่าเยี่ยหลงใอะไร
" มีอะไรวะ แคน " เสียงฟีนิกซ์ดังธรรมดาๆกล่าวถามแคน ก่อนที่ตัวคนจะโผล่ออกมาดูว่าที่ห้องรับแขกรับงานมีอะไร
เมื่อโผล่ออกมาดูแล้ว ฟีนิกซ์จึงกล่าวขึ้น " งานเสร็จแล้วเหรอ ไอ้ร่างแยก "
" อือ เสร็จแล้ว " ฟีนิกซ์ที่มาจากหน้าประตูร้านกล่าว
" ถ้างั้นก็ดี งั้นมารับภารกิจใหม่ไปเลย ไม่จำเป็ต้องเป่ายิ้งฉุบหรอก เพราะไงมึงก็แพ้อยู่ดี กระดาษภารกิจกูจัดเรียงไว้ที่โต๊ะในห้องแล้วนะ อยากเริ่มภารกิจไหนก่อน ก็เลือกได้เลย " ฟีนิกซ์ที่มาจากทางด้านทางประตูเชื่อมมิติกล่าว
" ไม่เอา อย่ามัดมือชกดิ กู้าเป่ายิ้งฉุบแบบเดิม ใครแพ้ไปทำภารกิจ " ฟีนิกซ์ที่มาจากทางด้านหน้าประตูร้านกล่าว
" เอาตามเดิมก็ได้ งั้นมาเริ่มกันเลย "
"" เป่า ยิ้ง ฉุบ "" ฟีนิกซ์ทั้งสองคนกล่าวพร้อมกัน ก่อนจะเสี่ยงมือออกมา
ฟีนิกซ์ทางด้านทางไปประตูเชื่อมมิติ ออกกรรไกร
ฟีนิกซ์ทางด้านหน้าประตูร้าน ออกกระดาษ
" เย่ เห็นมั้ยบอกแล้ว ว่ายังไงมึงก็แพ้อยู่ดี " ฟีนิกซ์ร่างหลักกล่าว
" โธ่ ทำไมกูต้องแพ้ตลอดเลยวะ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวกับตัวเอง ก่อนจะหันไปกล่าวกับแคนที่เป็ร่างแยก "
ชิบหายแล้วแคน กูแพ้อีกแล้ว "
" มึงนี่ก็นะ แพ้กี่ทีกี่ทีก็ไม่เคยจำ กูบอกมึงแล้วใช่มั้ยก่อนถึงร้านอะ ให้กูเป็คนเป่าเอง เป่าเอง ก็ไม่เชื่อเป็ไงล่ะ เหนื่อยอีกแล้ว " แคนร่างแยกกล่าว
แต่ก่อนที่ใครจะได้สนทนากันต่อ เยี่ยหลงก็กล่าวขึ้น " เออ ขอโทษนะครับ ช่วยอธิบายที นี่มันเื่อะไรครับ ทำไมคุณฟีนิกซ์กับคุณแคนถึงมีสองคนได้ "
" นี่คือเวทแบ่งร่าง ที่จะแบ่งร่างจริงออกเป็สองร่าง จำที่กูบอกได้มั้ยว่ามีสองวิธีที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งยังไงไม่ให้เสียงาน หนึ่งคือ เอนชานท์เวทมนต์ใส่รอยสักที่สักใส่บนิัตามตัว ตามที่บอกไป ส่วนอย่างที่สองก็คือเนี่ยแหละ เวทมนต์แบ่งร่างต้องห้าม " ฟีนิกซ์ร่างหลักกล่าว
เยี่ยหลงที่ได้ฟัง ก็เข้าใจในทันทีว่าจะใช้ร่างแยกแบบไหน แต่เพื่อความแน่ใจ คนจึงกล่าวทวนถาม " เวทมนต์แบ่งร่างใช้แบบนี้ใช่ไหมครับ คือ แบ่งร่างออกมา และให้ร่างแบ่งฝึกฝน ส่วนร่างจริงก็ไปทำอีกอย่างหนึ่งใช่ไหมครับ "
" ก็ใช่ตามนั้นเลย " ฟีนิกซ์ร่างหลักตอบ
" ว่าแต่เวทมนต์แบ่งร่าง มันเป็เวทมนต์ต้องห้ามได้อย่างไรกันครับ " เยี่ยหลงถามจุดที่สงสัย
แคนร่างหลักตอบ " ก็เพราะจุดอ่อนของเวทมนต์นี้มีสองอย่าง คือ หนึ่ง เมื่อแบ่งร่างระดับพลังจะแบ่งครึ่งไปด้วย สอง หากร่างใดร่างหนึ่งตาย อีกร่างก็จะตายตามไปด้วยไง "
" อันตรายขนาดนั้นเชียว " เยี่ยหลงกล่าว
" รู้อย่างงี้แล้ว มึงยังอยากใช้วิธีนี้อยู่มั้ย " ฟีนิกซ์ร่างหลักกล่าวถาม
เยี่ยหลงตอบในทันควันไม่คิด " อยากครับ "
" ถ้าอยากเรียน กูคิดค่าสอนไม่แพง ชั่วโมงละห้าพัน " ฟีนิกซ์ร่างจริงกล่าว
เยี่ยหลงที่ได้ยินดังนั้นก็ใในราคาและกล่าวถาม " ทำไมมันแพงอย่างงั้นล่ะครับ คุณฟีนิกซ์ "
" ก็มันเป็เวทมนต์ต้องห้าม ค่าสอนมันก็เลยแพงแบบนี้แหละ " ฟีนิกซ์ร่างจริงกล่าว
" ใช่ ใช่ มันเป็เวทมนต์ต้องห้าม มันก็เลยแพงแบบนี้แหละ อย่าคิดอะไรมากเลย มีเงินจ่ายก็เรียน ไม่มีเงินจ่ายก็ไม่ต้องเรียน คิดแค่นี้พอ " แคนร่างจริงกล่าวบอก
เมื่อแคนร่างจริงกล่าวบอกกับเยี่ยหลงเสร็จ คนก็ดึงตัวฟีนิกซ์ร่างจริงมากระซิบ " ถ้าไอ้เยี่ยหลง มันตกลงเรียนค่าสอนที่มันจ่ายมึง มึงกะกูหารครึ่ง ไม่งั้นกูจะแฉว่าจริงๆ มันไม่มีค่าสอนอะไรหรอก มึงกะจะหลอกเอาตังค์มันเฉยๆก็แค่นั้น "
ฟีนิกซ์ร่างจริงตอบกลับ " โอเค ตามนั้น "
หลังจากฟีนิกซ์ร่างจริงกับแคนร่างจริงได้ข้อตกลงกันเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่เยี่ยหลงกล่าวถามขึ้น " แล้วเอนชานท์เวทมนต์ล่ะครับ ราคาเท่าไหร่ "
ฟีนิกซ์ร่างจริงกล่าวบอก " ราคาค่าเอนชานท์เวทมนต์ถูกกว่าค่าเรียนเวทแบ่งร่าง อยู่สามพัน แต่ต้องจ่ายหลายคน ที่แน่ๆก็มีไอ้อาทกับกูแล้วที่มึงต้องจ่าย หากมึงเลือกใช้วิธีนี้ มึงก็ต้องรอไอ้อาทกับกูว่างพร้อมกันอะถึงจะทำได้ "
" สรุปมึงจะเลือกวิธีไหน " ฟีนิกซ์กล่าวถาม
เยี่ยหลงคิดสักพัก ก่อนจะถามคำถามหนึ่งเพื่อประกอบการตัดสินใจ " ผมมีคำถามก่อนจะตอบอะครับ คุณฟีนิกซ์ คือ ค่าเรียนเวทแบ่งร่าง กับ ค่าเอนชานท์เวทมนต์ ผ่อนชำระได้ไหมครับ "
ฟีนิกซ์ร่างจริงตอบ " ก็ได้ "
เมื่อได้รับคำตอบแล้ว เยี่ยหลงก็กล่าวบอกความ้าของตนในทันที " ผม้าทั้งสองอย่างเลยครับ "
" เช็ดโด้ มึงมีเงินเดือนพอผ่อนเยอะขนาดนั้นเลยหรอวะ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวถาม
" ถ้ามึงไม่พูด กูนึกว่าพวกมึงไปแล้วนะเนี่ย " ฟีนิกซ์ร่างจริงกล่าวกับร่างแยก
" ก็อยู่ฟังด้วยไง ว่าไอ้เยี่ยหลงมันจะเอาแบบนี้ไหน " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าว
" ตอนนี้ก็รู้แล้วหนิ ไปพักผ่อนได้ยัง " ฟีนิกซ์ร่างจริงกล่าว
" โอเค ไปก็ได้ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวตอบกลับ ก่อนจะหันไปกล่าวกับแคนร่างแยก " ปะไปพักผ่อนกันแคน "
เมื่อร่างแยกของแคนและฟีนิกซ์เดินจากหายไปจากครรลองคนแล้ว ฟีนิกซ์ก็กล่าวบอกไล่หลังตัวคนร่างแยกไป " อย่าลืมล่ะ กระดาษภารกิจอยู่บนโต๊ะ "
ฟีนิกซ์ร่างแยกตอบกลับ " โอเค จำเอาไว้แล้ว "
ครั้นฟีนิกซ์ร่างจริงกับฟีนิกซ์ร่างแยกคุยกันเสร็จแล้ว ฟีนิกซ์ร่างจริงที่ยังอยู่กับเยี่ยหลง ก็กลับมาคุยกับเยี่ยหลงต่อ " สรุป มึงเอาทั้งสองอย่าง แน่ใจใช่มั้ย "
เยี่ยหลงตอบกลับอย่างหนักแน่น " แน่ใจครับ "
" ถ้ามึงจะเริ่มจากสักยันต์เอนชานท์เวทมนต์ก่อนคงไม่ได้ เพราะตอนนี้ไอ้อาทว่างรึเปล่าก็ไม่รู้ เดี๋ยวโทรถามให้พรุ่งนี้ ว่าจะว่างสักยันต์เอนชานท์เวทมนต์ให้ได้เมื่อไหร่ ขณะนี้ที่มึงทำได้อย่างเดียวคือ ฝึกเวทมนต์แบ่งร่าง " ฟีนิกซ์กล่าว
" มึงจะเริ่มที่ตรงนี้มั้ย หรือว่าจะรอสักยันต์เอนชานท์เวทมนต์ก่อน " ฟีนิกซ์ถาม
" เริ่มที่ตรงนี้เลยก็ได้ครับ " เยี่ยหลงตอบ
" แล้วจะให้สอนกี่ชั่วโมง " ฟีนิกซ์ถาม
" ผมเอาแค่หนึ่งชั่วโมงก่อนครับ เพราะผมน่าจะมีเวลาว่างประมาณนี้ " เยี่ยหลงตอบ
" เออจริง มึงต้องทำงานที่นี่และต้องไปต่อที่ร้านบอสกุ้งเผานี่หว่า ถ้างั้นมึงต้องเร่งเสร็จงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดก่อนหกโมงเย็นและไปรอกูอยู่ที่มหาพงไพรร้อยอสูรแล้วล่ะ ถึงจะมีเวลาเรียนโดยที่ไม่พะวงเื่ที่จะเสียเวลางาน เข้างานสายอะ " ฟีนิกซ์กล่าว
" ก็คงจะประมาณนั้นแหละครับ " เยี่ยหลงกล่าว
" ถ้าเป็แบบนี้ งั้นเอาเป็ว่า่ห้าโมงหกโมงเย็นกูจะเคลียร์ตัวเองให้ว่างก็แล้วกัน ส่วนตัวมึงเมื่อเสร็จงานเมื่อไหร่ก็โทรมาตามกู เอาตามนั้นนะ อ้อ แล้วอย่าลืมเงินค่าสอนด้วย ห้าพันบาท เตรียมไว้ให้พร้อม " ฟีนิกซ์กล่าวบอกเสร็จ คนก็กล่าวถามต่อ " มีอะไรอยากรู้อยากถามอีกมั้ย "
" อ๋อ ไม่มีแล้วครับ "
" งั้นกูไปนะ "
" ครับ "
หลังเยี่ยหลงตอบรับยืนยันว่าไม่มีอะไรแล้วเสร็จ ฟีนิกซ์กับแคนก็พากันเดินกลับทางด้านทางเดินไปยังประตูเชื่อมมิติในทันที
เวลา หกโมงเย็นกะอีกครึ่ง มาเยือน เยี่ยหลงที่ทำงานเสร็จแล้ว คนก็มุ่งไปยังประตูเชื่อมมิติและกดรหัสเพื่อให้ประตูเชื่อมมิติเชื่อมไปยังมหาพงไพรร้อยอสูร พอกดเสร็จ คนก็เปิดประตูและเดินเข้าไปพลางใช้สมาร์ทโฟนโทรหาฟีนิกซ์ เพราะว่าตนพร้อมแล้วที่จะเรียนเวทแบ่งร่าง
เยี่ยหลงลงมารอฟีนิกซ์อยู่ที่มหาพงไพรร้อยอสูรประมาณห้านาที ฟีนิกซ์จึงค่อยปรากฏตัวมา
เมื่อฟีนิกซ์มาแล้ว ฟีนิกซ์ก็ทวงถามเงินเป็อย่างแรก " ก่อนที่จะเริ่มสอน เอาเงินที่ตกลงกันเอาไว้มาก่อน "
เยี่ยหลงที่อยากฝึกมากก็ไม่ยึกยักลังเล รีบล้วงเงินในกระเป๋ากางเกงที่เตรียมไว้ และยื่นให้ฟีนิกซ์
ฟีนิกซ์ที่เห็นคนยื่นเงินมาจ่ายคน คนก็รีบรับ พอรับและเก็บเงินเข้ากระเป๋ากางเกงเสร็จ ฟีนิกซ์ก็กล่าวถาม " เริ่มกันเลยมั้ย "
เยี่ยหลงตอบทันควัน " เริ่มเลยครับ "
ครั้นเยี่ยหลงบอกให้เริ่มได้เลย ฟีนิกซ์ก็เดินไปหักกิ่งไม้จากต้นไม้ที่ใกล้ที่สุดมาสองกิ่งและยื่นให้เยี่ยหลง จากนั้นก็กล่าวบอก " เอากิ่งไม้ถือไว้ที่มือข้างละกิ่ง "
เยี่ยหลงที่ได้ยินก็ทำตาม คือ ถือกิ่งไม้ไว้ที่มือข้างละกิ่ง เมื่อเยี่ยหลงถือกิ่งไม้ไว้ข้างละกิ่งแล้ว ฟีนิกซ์ก็บอกต่อ " มึงใช้กิ่งไม้ข้างหนึ่งวาดวงกลม และอีกข้างหนึ่งวาดสี่เหลี่ยม วาดให้ประณีตที่สุดนะ เอาล่ะลองทำดู "
เยี่ยหลงที่ได้คำบอก คนก็ลองทำตามดูตามที่คนได้บอกแก่ตน เยี่ยหลงทำวนไปได้ยี่สิบห้านาทีก็ยังไม่เฉียดกับคำว่าประณีตเลย
ฟีนิกซ์ที่เห็นเยี่ยหลงเสียเวลามามากแล้ว คนก็บอกให้เยี่ยหลงหยุด " เยี่ยหลง พอแค่นี้ หยุดแค่นี้ก่อน "
เยี่ยหลงที่ได้ยินก็หยุดตามคำบอก จากนั้นก็กล่าวถามด้วยความสงสัยว่าให้หยุดทำไม " หยุด ทำไมล่ะครับ "
ฟีนิกซ์ตอบ " ที่กูบอกให้มึงหยุด ก็เพราะว่า กูคิดว่านะ สำหรับมึงการฝึกแบบนี้คงจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ อย่างมึงต้องเจอกับสถานการณ์จริงจึงจะได้ผล กูสันนิษฐานว่างั้นนะ "
" มึงจะลองเสี่ยงเริ่มใช้ โดยที่ตัวมึงยังฝึกควบคุมและแบ่งสมาธิยังไม่ได้เลยมั้ยล่ะ " ฟีนิกซ์กล่าวถาม
เยี่ยหลงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ " ลองเลยก็ได้ครับ "
เมื่อเยี่ยหลงกล่าวตอบตกลงว่าจะลอง ฟีนิกซ์จึงเริ่มกล่าวบอกขั้นตอนแรก " ขั้นตอนแรก นั่งขัดตะหมาดและตั้งใจฟังจนจบซะ "
เยี่ยหลงที่ได้ยินก็ทำตาม พอเยี่ยหลงนั่งขัดตะหมาดตั้งหน้าตั้งตาทำตามเสร็จ ฟีนิกซ์ก็กล่าวบอกต่อ " ขั้นตอนที่สอง ตั้งสมาธิกำหนดใช้ให้แมนน่าอยู่บริเวณท้องน้อย ขั้นตอนที่สาม แบ่งแมนน่าเป็สองสายและควบคุมให้มันหมุนวนขนานกันเหมือนหยินหยาง ขั้นตอนที่สี่ ยื่นมือข้างหนึ่งไปทิศใดทิศหนึ่งและโคจรแมนน่าไปที่มือข้างนั้น ขั้นตอนที่ห้า คิดสร้างภาพร่างตนอีกร่างขึ้นมาในใจ และขั้นตอนสุดท้าย ปล่อยแมนน่าออกไปจากมือข้างที่ยื่นออกให้สร้างร่างแยกจากทางนั้น ที่พูดมาทั้งหมดเข้าใจ จำได้ทั้งหมดนะ "
เยี่ยหลงตอบรับ " เข้าใจ จำได้ทั้งหมดครับ "
" ดี งั้นมึงเริ่มเลย "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังคำบอกให้เริ่มเลย คนก็เริ่มกำหนดใช้แมนน่าที่ท้องน้อยในทันที ผลปรากฏออกมาว่า คนผ่านไปได้ด้วยดี
เมื่อคนผ่านขั้นสองมาได้ด้วยดี คนก็มุ่งเข้าสู่ขั้นที่สามในทันที เมื่อคนเข้าสู่ขั้นที่สามแล้ว คนใช้เวลาพยายามแบ่งแมนน่าเป็สองสายอยู่นานประมาณสิบห้านาที แต่ก็ยังไม่สามารถแบ่งเป็สองสายได้ แต่สิ่งที่คนทำได้ก็คือทำให้แมนน่าหมุนวน แม้จะไม่ได้หมุนวนแบบหยินหยางก็ตาม คือ หมุนวนเป็วังวนแบบหลุมดำ
เมื่อคนทำให้แมนน่าหมุนวนได้แล้ว ด้วยความใจร้อน คนจึงเร่งความเร็วในการหมุนวนของแมนน่าที่ท้องน้อยและอัดเพิ่มใส่แมนน่าเพิ่มเข้าไปอีก เพราะคนคิดว่าทำแบบนี้แล้วอีกไม่นานวังวนแมนน่าจะค่อยๆแบ่งเป็สองสายด้วยตัวมันเอง
คนทำแบบนั้นอยู่ได้ประมาณสิบเก้านาที ก่อนที่แมนน่าที่สะสมภายในท้องน้อยและไม่ได้ปล่อยออก จะะเิขึ้นภายในท้องน้อย จนทำให้เยี่ยหลงกระอักเืออกมาคำใหญ่
ฟีนิกซ์ที่เห็นเยี่ยหลงาเ็ภายในจากแมนน่าสะสมะเิ คนก็เดินเข้าไปใกล้และถาม " ไหวมั้ยวะ "
เยี่ยหลงยังไม่ทันตอบ เสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงฟีนิกซ์ก็ดังขึ้น
ฟีนิกซ์ที่ได้ยิน ก็ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบสมาร์ทโฟนออกมาในทันควันและปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็กล่าวกับเยี่ยหลง " ครบหนึ่งชั่วโมง หมดเวลาที่กูจะสอนมึงแล้ว กูไปล่ะ "
ก่อนที่ฟีนิกซ์จะเดินจากไป เยี่ยหลงก็กล่าวรั้งพลางถามขึ้น " เดี๋ยวก่อนครับคุณฟีนิกซ์ บอกผมหน่อยได้มั้ยครับ ตอนนี้เวลากี่โมงแล้วครับ "
ฟีนิกซ์ถามกลับ " มึงจะรู้ไปทำไม "
เยี่ยหลงกล่าวบอก " ที่ผมอยากรู้ก็เพราะว่า ผมอยากรู้ว่ามีเวลาฝึกอีกเท่าไหร่น่ะครับ "
ฟีนิกซ์ตอบกลับ " หนึ่งทุ่มสามสิบสี่ "
" โอเค ขอบคุณมากครับ "
" กูว่ามึงเลิกฝึกก่อนเถอะ และรีบไปซื้อยาระดับหนึ่งขั้นปานกลางจากร้านมากิน เพราะอีกไม่นานงานที่ร้านบอสกุ้งเผาก็จะเริ่มแล้ว เดี๋ยวเข้างานสายเดี๋ยวโดนหักเงินไม่รู้นะเว้ย " ฟีนิกซ์บอก
" โอเค เข้าใจแล้วครับ คุณฟีนิกซ์ไปรอที่ร้านนั่งเล่นก่อนได้เลย เดี๋ยวผมตามไป ขอนั่งพักสักสองนาทีก่อน "
" เออ เออ ตามนั้น " ฟีนิกซ์ตอบรับ
หลังฟีนิกซ์ตอบรับและเดินกลับขึ้นไปถึงข้างบนร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนเสร็จ ทิ้งเวลาผ่านมาอีกหนึ่งนาที
ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่เยี่ยหลงพักครบสองนาทีพอดี พอคนพักเสร็จ คนก็เดินมุ่งกลับขึ้นไปข้างบนในทันที
ครั้นกลับมาถึงร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด เยี่ยหลงก็ไม่รอช้า เดินมุ่งไปยังที่สถานบริการเครื่องดื่มภายในร้าน เพื่อไปหาคนที่จะนำยาระดับหนึ่งขั้นปานกลางมาให้ตนซื้อกิน
เมื่อคนมาถึงสถานบริการเครื่องดื่มภายในร้านแล้ว คนก็ไม่เจอใครอื่นนอกจากอัลเบียนที่กำลังยืนชงเครื่องดื่มอะไรบางอย่างอยู่
พอเยี่ยหลงเห็น เยี่ยหลงก็เริ่มกล่าวถามทักทายเป็ฝ่ายแรก " คุณอัลเบียน ชงอะไรอยู่หรอครับ "
อัลเบียนหันมามองทางเสียงทักถาม จากนั้นจึงค่อยกล่าวบอก " ชงนมชมพูเย็นครับ "
พออัลเบียนกล่าวบอกตอบเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกับที่คนชงนมชมพูเย็นเสร็จและเทใส่แก้วน้ำแข็งพอดี
เมื่อคนชงเสร็จและเทใส่แก้วน้ำแข็งแล้ว คนก็นำหลอดดูดน้ำมาใส่แก้วและดูดชิมรสชาติน้ำหนึ่งอึก หลังจากนั้นจึงค่อยกล่าว " หวานกำลังพอดี "
" แต่ลิ้นผมอาจจะเพี้ยนก็ได้ เธอช่วยมาลองชิมให้หน่อยได้รึเปล่า " อัลเบียนกล่าวกับเยี่ยหลงพลางยื่นแก้วมาให้
" มันจะดีหรอครับ ให้ผมกินแก้วเดียวกับคุณอัลเบียนอะ " เยี่ยหลงกล่าว
" ดีสิ ทำไมจะไม่ดี ถือเป็การช่วยหัวหน้างาน ให้รู้ว่าฝีมือชงเครื่องดื่มตนตกลงไปรึเปล่าด้วยไง " อัลเบียนกล่าว
" ถ้าเป็งั้น ผมช่วยชิมก็ได้ครับ " เยี่ยหลงกล่าวเสร็จ คนก็หยิบแก้วน้ำที่อัลเบียนยื่นมา เอามาไว้ในมือตน
หลังจากนั้นก็กล่าวถาม " ให้ผมดูดหลอดนี้ ได้เลยหรอครับ "
" ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ " อัลเบียนตอบกลับ
เมื่ออัลเบียนบอกมาแบบนั้น คนก็ไม่พิรี้พิไรแต่ก็ไม่เร่งรีบ นำหลอดเข้าปากและบรรจงดูดน้ำ
เมื่อเยี่ยหลงนำหลอดเข้าปากแล้ว และดูดน้ำได้ประมาณสามสี่อึก อัลเบียนก็กล่าวบอกต่อ " ที่ผมให้เธอดูดหลอดน้ำเดียวกันกับผมได้ ก็เพราะว่าในความเชื่อของญี่ปุ่น ถ้าผมจำไม่ผิด เชื่อกันว่า การดูดน้ำหลอดเดียวกัน ถือเป็การจูบกันทางอ้อม ผมก็เลยอยากเป็จูบแรกของเธอ แม้จะเป็แบบอ้อมๆก็ตาม "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็น้ำนมชมพูเย็นแทบสำลักและพุ่งออกจากปาก
อัลเบียนที่เห็นคนมีอาการดังนั้น ก็ยิ้มและกล่าวบอก " ผมหยอกเล่น "
" แล้วนี่มาเอายารักษากินใช่มั้ย " อัลเบียนถาม
" ใช่แล้วครับ ว่าแต่คุณอัลเบียนรู้ได้ไงครับเนี่ย " เยี่ยหลงกล่าวถามกลับ
" ก็เพราะผมมองเห็นอนาคตไงครับ จึงรู้ได้น่ะครับ " อัลเบียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงดุจหยอกเล่น
" คุณอัลเบียนหยอกผมเล่นอีกแล้ว " เยี่ยหลงกล่าว
อัลเบียนที่ได้ยินว่าคนดูเหมือนจะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ คนก็ยิ้ม จากนั้นคนก็หยิบแหวนมิติเวทในลิ้นชักสำหรับเก็บของของสถานบริการเครื่องดื่มภายในร้านมา จากนั้นก็ใส่พลังแมนน่าตนเข้าไปในแหวนมิติเวท ในฉับพลันนั้น ขวดยาสามขวดก็ปรากฏโผล่ขึ้นบนที่วางแก้วเสิร์ฟของสถานบริการเครื่องดื่มภายในร้าน
เมื่อขวดยาปรากฏแล้ว อัลเบียนก็เก็บแหวนมิติเวทเข้าลิ้นชัก จากนั้นคนก็กล่าวกับเยี่ยหลง " ดูจากอาการเธอด้วยตาเปล่าแล้ว เธอน่าจะต้องใช้ยารักษาระดับหนึ่งนะ แต่ว่าเธอจะใช้ขั้นไหนล่ะ "
" ผมเอาเป็ขั้นปานกลางครับ " เยี่ยหลงกล่าวด้วยท่าทีมั่นใจว่าต้องใช้ยารักษาขั้นนี้
อัลเบียนที่ได้ยินก็ไม่ค้าน หยิบขวดยาระดับหนึ่งขั้นปานกลางมายื่นให้ และค่อยกล่าว " ถือว่ารู้ร่างกายตนเองดี ว่าจะต้องใช้ยาขั้น ไหน จะได้ไม่ต้องเสียตังค์ฟรีหรือเสียเงินเพิ่ม "
เยี่ยหลงที่รับขวดยาที่ยื่นให้มา คนก็เปิดขวดและกระดกดื่มในทันที
เมื่อคนดื่มหมดเสร็จ คนก็กล่าวลา " ผมรู้สึกโอเคดีขึ้นแล้วครับ งั้นผมขอตัวไปรอทำงานที่ร้านนั่งเล่นก่อนนะครับ "
เยี่ยหลงกล่าวลาเสร็จ คนหันหลังเตรียมจะเดินจาก แต่ก็ได้แค่หันเพราะอัลเบียนกล่าวรั้งคนเอาไว้ก่อน " เดี๋ยวก่อนครับเยี่ยหลง "
" มีอะไรหรอครับ คุณอัลเบียน " เยี่ยหลงหันมาถาม
" วันนี้เธอไม่ไปทำงานที่ร้านบอสกุ้งเผาไม่ได้หรอครับ " อัลเบียนกล่าวด้วยน้ำเสียงดึงอารมณ์เศร้า
" ทำไมหรอครับ ? "
" ผมรู้สึกว่า หากเธอไปทำงานในวันนี้ ผมอาจจะต้องเสียเธอเป็การชั่วคราวก็ได้ และที่สำคัญในอนาคตของเธอ เธออาจจะต้องเสียใจมากแน่ๆ ถ้าเกิดเธอไปทำงานในวันนี้ ก็แค่นั้นแหละครับ " อัลเบียนกล่าว
" งั้นเหรอครับ แต่ว่าไม่ได้หรอกครับ คุณอัลเบียนบอกผมช้าไป ผมไม่ได้ลาล่วงหน้าเอาไว้ เดี๋ยวเจ๊เพ็ญด่าเอา ว่าไม่มีความรับผิดชอบ แต่ถึงจะลาได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับการโกหก ผมไม่อยากโกหกครับ เพราะหากเจ๊เพ็ญจับได้ เดี๋ยวผมเสียความน่าเชื่อถือเอา " เยี่ยหลงกล่าว
" แม้ผมจะให้เงินเพิ่มสองเท่าหรอครับ "อัลเบียนกล่าว
" ใช่ครับ ผมถือคติที่ไปอ่านเจอมาจากเน็ต กินน้อยๆแต่อยู่ได้นานๆ "
" ถ้ายืนยันแบบนั้น ก็ไปเถอะครับ ผมจะพยายามรู้สึกคิดให้น้อยลงก็แล้วกัน ว่ามันไม่มีอะไรหรอก แต่จำคำผมให้ขึ้นใจนะ ระวังตัวเองด้วย โดยเฉพาะระวังใจ " อัลเบียนกล่าว
" เข้าใจแล้วครับ ผมจะมีสติระวังตัวเองให้มากๆ " เยี่ยหลงกล่าวรับทราบ
" คุณอัลเบียน มีอะไรอีกรึเปล่าครับ " เยี่ยหลงถาม
" มีคำถามสุดท้ายครับ " อัลเบียนกล่าว
" อะไรหรอครับ "
" นมชมพูเย็น เป็ไงบ้างครับ "
" อ๋อ เื่นั้นหวานกำลังพอดี เหมือนที่คุณอัลเบียนบอกเลยครับ "
" คุณอัลเบียน มีอะไรอีกมั้ยครับ "
" ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ " อัลเบียนตอบ
" งั้นผมไปนะ "
" เชิญครับ " อัลเบียนบอก
เมื่ออัลเบียนตอบรับคำกล่าวลาของเยี่ยหลงเสร็จ เยี่ยหลงก็มุ่งเดินไปที่ประตูเชื่อมมิติ พอมาถึง คนก็กดรหัสและเปิดประตูเดินเข้าไป
ครั้นเยี่ยหลงเข้ามา คนก็มุ่งไปเปิดประตูสู่ตัวร้านนั่งเล่นในทันที พอเข้ามา คนก็เจอฝัดที่ปัดฝุ่นอยู่ที่เคาน์เตอร์และฟีนิกซ์ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกำลังเล่นมือถืออยู่
พอเยี่ยหลงมาถึง คนก็ทักทายฝัด " สวัสดีครับพี่ฝัด "
ฝัดตอบรับ " เออ เออ " และกล่าวบอก " มึงมาก็ดีล่ะ มาช่วยกูเก็บร้านทีดิ "
" ได้ครับพี่ " เยี่ยหลงตอบ
หลังจากเยี่ยหลงตอบรับ คนก็ช่วยฝัดทำการเก็บร้านนั่งเล่นในทันที ใช้เวลาไม่นานประมาณถึง หนึ่งทุ่มห้าสิบเก้า คนก็เก็บร้านเสร็จ ปิดประตูร้านและล็อคประตูร้าน
สามสิบวินาทีต่อมารถคันเดียวที่ทั้งสามนั่งซ้อนกันก็ออกตัว ไม่นานประมาณสิบห้านาทีก็ขี่มาถึงร้านบอสกุ้งเผา
พอมาถึง ฟีนิกซ์ ฝัด เยี่ยหลง ก็พากันเดินไปสวัสดีทักทายเจ๊เพ็ญที่กำลังทำบัญชีอยู่ที่เคาน์เตอร์ร้านก่อน ก่อนที่จะไปตรวจทานเครื่องดนตรีว่าพร้อมใช้มั้ย
พอตรวจเสร็จและทราบแล้วว่าพร้อมใช้ เยี่ยหลงก็ไม่รีรอช้าใช้ไมโครโฟนกล่าวทักทายลูกค้า จากนั้นต่อมาจึงค่อยเริ่มขานร้องเพลงแรก
เยี่ยหลงร้องไปได้นานถึงสามทุ่มครึ่ง คนก็ปวดฉี่ จึงกล่าวบอกลูกค้า " ขอเวลาพักสักห้านาทีนะครับ นักร้องนักดนตรีขอไปทำธุระส่วนตัวก่อน "
พอกล่าวเสร็จ เยี่ยหลงก็เก็บไมโครโฟนไว้ที่วางไมโครโฟนและเดินมุ่งไปเข้าห้องน้ำในทันที เมื่อฉี่เสร็จ คนก็เดินออกมาจากห้องน้ำพลางเล่นสมาร์ทโฟน
ในขณะเดียวกันทางห้องน้ำหญิงซึ่งอยู่ขนานกับห้องน้ำชาย ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาพลางเล่นสมาร์ทโฟนเช่นกัน แต่ที่ต่าง คือคนใช้มือข้างเดียวเล่นเพราะอีกข้างถือพวกเครื่องสำอางอยู่
ด้วยความไม่มองทางด้วยกันทั้งคู่และเดินตรงเข้าหากัน จึงทำให้ทั้งคู่เดินชนกันอย่างไม่ได้ตั้งใจจนของที่ถือร่วง
" อุ๊ย ขอโทษค่ะ " " อุ๊ย ขอโทษครับ " เยี่ยหลงกับหญิงสาวกล่าวพร้อมเพรียง
เมื่อทั้งสองกล่าวเสร็จ ทั้งสองก็ย่อตัวลงเก็บของ เยี่ยหลงที่มีแค่มือถือตก เมื่อคนเก็บของตนเสร็จ คนก็ช่วยหญิงสาวเก็บของด้วยอีกแรง
คนทั้งสองช่วยกันเก็บ จนเก็บมาเหลือชิ้นสุดท้ายที่ยังไม่ได้เก็บ เยี่ยหลงและหญิงสาวที่เห็นดังนั้นก็ยื่นมือออกไปจับเก็บพร้อมๆกัน จนทำให้เกิดเหตุมือของทั้งคู่ััแตะต้องกัน ในฉับพลันนั้น คนทั้งสองก็เงยหน้าขึ้นสบตาประสาน