บทที่ 1 พิษสุรากัดกร่อน
เฟยชิงหลีหน่วงหนึบไปทั้งร่าง นี่คงเป็ความรู้สึกหลังตกหน้าผาสินะ เปลือกตานูนสวยคลี่เปิดช้า ๆ มองเห็นแสงแรกอันพร่าสลัว มันเป็แสงจากเปลวเทียนไขอันริบหรี่ ภายในห้องแห่งนี้ทั้งอับและฉุนกลิ่นฝุ่น ดาราสาวอย่างเธอ ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่
ตัวเธอพยายามรวบรวมสติ ต่อด้วยประคองร่างผ่ายผอมของตัวเอง ให้นั่งพิงกับเนื้อโซฟาตัวเก่า เพราะแบบนี้จึงสังเกตเห็นขวดสุราจำนวนมาก วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะไม้ขนาดเล็ก ทันทีที่เห็นสิ่งเหล่านี้เฟยชิงหลี ก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดเื่เหนือธรรมชาติขึ้นกับเธอแล้ว
ปกติเธอไม่ใช่พวกผีสุรา ไม่มีทางที่จะดื่มของพวกนี้ลงท้องไปทีละมาก ๆ อาหารและเครื่องดื่มที่พวกดารากรอกลงปาก ส่วนมากจะเป็วิตามินบำรุงร่างกาย กับอาหารเสริมที่มีประโยชน์เท่านั้น
ตามหลักความเป็จริง มีสองอย่างที่น่าจะเป็ไปได้คือ อย่างที่หนึ่งหากยังไม่ตายจะต้องฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล อย่างที่สองหากตายแล้ว ฟื้นขึ้นมาก็ควรอยู่ที่งานศพ นรก หรือไม่ก็์ อะไรทำนองนั้นมากกว่า
แต่ที่เห็นอยู่นี้ มันเป็สถานที่ที่ไม่คุ้นตา ทั้งยังเหมือนเป็ที่อยู่อาศัยของคนปกติทั่วไป คงไม่ใช่นรกแน่ ๆ ทนอยู่กับความคับข้องใจได้ไม่นานนัก จู่ ๆ ก็มีความทรงจำมากมายของใครบางคน หลั่งไหลเข้ามาสมทบในโสตสมอง
ความทรงจำเ่าั้มันเข้มข้น หลากหลาย แปรปรวน หลายรสชาติ หลายความรู้สึก ซะจนตัวเธอแทบอาเจียนออกมา แต่ต่อให้ต้องอาเจียนออกมาจริง ๆ ในกระเพาะของเธอก็ไม่มีอะไรให้บ้วนออกมา เพราะร่างกายนี้ผอมแห้งแรงน้อยเหลือเกิน ถ้าไม่ััได้ว่ามีชีพจรเต้นอยู่ เธอคงคิดว่านี่คือร่างของคนที่ตายไปแล้ว…
เฟยชิงหลีซึมซับความทรงจำของร่างนี้มาจนหมดเกลี้ยง เธอถึงได้เข้าใจว่า…ตอนนี้เธอไม่ใช่เฟยชิงหลีคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอไม่ใช่ดาราสาวดาวรุ่งที่ใคร ๆ ต่างให้ความสนใจ แต่เธอเป็เหยาฟางหนิง แม่หม้ายสามีทิ้งในยุค 80
เพียงเท่านี้เฟยชิงหลีก็หัวเราะเยาะตัวเองปราดหนึ่ง เธอไม่คิดว่าเื่แบบนี้จะเกิดขึ้นกับเธอ พวกบทละครน้ำเน่า เกิดใหม่ ตายแล้วฟื้น หรือแม้แต่กลับชาติมาเกิด เธอเคยแสดงมาแล้วทั้งนั้น ไม่งั้นเธอจะได้รับฉายาดาราสาวดาวรุ่งได้ยังไง
เธอคิดว่าเื่แบบนี้จะมีแค่ในบทละครเท่านั้น!
์ไม่ยุติธรรมกับเธอเลยสักนิด ชาติที่แล้วพวกทวยเทพเฮงซวย มอบชะตาชีวิตบัดซบให้เธอไปแล้วครั้งหนึ่ง ยังไม่พอใจหรือไง พ่อมีชู้ หย่ากับแม่ ไปอยู่กินกับเมียใหม่ ส่วนแม่ก็ดันมาฆ่าตัวตาย กว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะเติบโตมาได้ แล้วมีชีวิตรุ่งเรืองขนาดนั้นไม่ใช่เื่ง่ายหรอกนะ
คราวที่ต้องเกิดใหม่ ยังให้เธอมาเกิดใหม่เป็สตรีนิสัยไม่ดี ชอบดื่มสุรา ปากร้าย สมองน้อยงั้นหรือ กับผู้หญิงแบบนี้...มันก็สมควรแล้วที่ต้องโดนสามีทอดทิ้ง ก็ทำตัวเองทั้งนั้น! เฟยชิงหลีส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างนี้บ้าง
หลังหย่าสามี...เธอย้ายมาอยู่ที่นี่เพิ่งครบสามเดือน เงินตั้งตัวที่สามีแบ่งให้ นอกจากไม่นำไปสร้างตัวเพื่อให้ตัวเองมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น เธอดันเอาเงินพวกนั้นไปหย่อนขวดสุราหมด เรียกได้ว่าแทบดื่มน้ำเมาแทนน้ำเปล่า ใครเห็นก็ไร้ซึ่งความเห็นใจ มีแต่คำว่าสมน้ำหน้าที่อยากจะมอบให้
เธอไม่โทษตัวเอง ไม่สำรวจว่าตัวเองบกพร่องตรงไหนบ้าง เอาแต่โทษฝ่ายชายอยู่ท่าเดียว แต่ว่ามาอย่างนี้ก็ใช่ว่าสามีของเธอไม่มีส่วนผิด สามีของเธอมีหน้าที่การงาน เป็ทหารยศทั่วไปในกองทัพ จึงผันตัวไปคบหากับลูกสาวหัวหน้ากองพล เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แน่นอนว่าตระกูลนั้น...สามารถมอบความก้าวหน้าในหน้าที่การงานให้ได้มากกว่า
ว่าง่าย ๆ ก็คือ ต่างฝ่ายต่างไม่เหมาะสมกัน ต่างฝ่ายต่างเข้ากันไม่ได้ แต่เข้ากันไม่ได้ก็ควรจะเจรจาหย่าไว้เสียั้แ่เนิ่น ๆ ไม่ควรคบชู้แล้วปล่อยให้เธอจับได้เอง นี่สินะวิธีแก้ปัญหาของพวกผู้ชายเ้าชู้
เหยาฟางหนิงแต่งงานมาแล้ว 3 ปี หลับนอนกับสามีแทบนับครั้งได้ ส่วนหนึ่งเพราะสามีเป็ทหาร นาน ๆ ครั้งจะกลับมาเยี่ยมสักครั้ง บ้างก็กลับมาปีละครั้ง่เทศกาลไหว้บรรพบุรุษ แต่ถึงอย่างนั้นเหยาฟางหนิงก็ยังลงรักปักใจต่อสามีมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาเป็ผู้ชายที่หล่อนหลงรักั้แ่วัยเด็ก
เพราะความรักบังตา แม้เขามีภรรยาอยู่แล้วหนึ่งคน หล่อนก็ยอมแต่งเข้าบ้าน เป็ภรรยาน้อยที่ต้องช่วยภรรยาใหญ่เลี้ยงดูบุตรสาว ต่อมาภรรยาใหญ่ป่วยตายด้วยโรคประจำตัวเก่า หล่อนจึงตกเป็มารดาเลี้ยงให้กับเด็กหญิงตัวน้อย ๆ ที่มีชื่อว่าโม่หลิน วัยสามขวบ
แต่งงานมานานไม่มีทายาทสืบสกุลสักที แม่สามีก็พลอยเหม็นขี้หน้าลูกสะใภ้อีก แต่เดิมแม่สามีก็ไม่ค่อยชอบนิสัยของหล่อนอยู่ก่อนแล้ว แต่ที่ต้องยอมรับหล่อนเป็สะใภ้ในบ้าน เพราะไม่สามารถขัดสามีได้ ยุคนี้ภรรยายังต้องเชื่อฟังสามี และหลาย ๆ บ้านจะยกให้สามีเป็ใหญ่ในบ้าน
ไม่ใช่แค่เหยาฟางหนิงที่ไม่ได้รับความรักจากครอบครัวสามี แม้แต่โม่หลินวัยสวมขวบก็ไม่เป็ที่รักเหมือนกัน คงหนีไม่พ้นเื่ค่านิยมที่อยากได้หลานชายไว้สืบสกุลนั่นแหละ พอหลังจากเหยาฟางหนิงต้องแยกตัวออกมาจากบ้านสามี แม้แต่เด็กวัยสามขวบก็ถูกเฉดหัวออกมาด้วย
ตอนนั้นเหยาฟางหนิงคนเก่าไม่สนใจหรอกว่า โม่หลินจะเป็แค่ลูกเลี้ยง เป็สายเืของเมียใหญ่ หรือเป็บุตรสาวของสามีเก่า หล่อนสนใจแค่ยอดเงินที่ได้เพิ่มมาสองเท่าต่างหาก จากที่ต้องออกมาใช้ชีวิตข้างนอกคนเดียว ก็ต้องจำใจพ่วงเด็กน้อยอีกหนึ่งชีวิตมาด้วย ั้แ่นั้นเป็ต้นมา...สองชีวิตก็กระเตงกันมาอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เก่า ๆ หลังหนึ่ง
นับวันเหยาฟางหนิงก็ทำตัวให้เป็ขี้ปากชาวบ้านไปทั่ว นอกจากไม่ออกไปทำงานหาเงินเหมือนแม่หม้ายคนอื่น ๆ ยังเอาแต่นั่งกินนอนกิน อาศัยบุญเก่า ทั้งยังดื่มสุราเมาหัวราน้ำ แล้วแบบนี้บุรุษดี ๆ ที่ไหนจะลดตัวลงมาเหลียวแลหล่อน
หวังมีสามีใหม่งั้นเหรอ บอกเลยว่าเป็ไปได้ยาก!
ดังนั้นก็เดาได้ไม่ยากว่า...เ้าของร่างนี้ตายเพราะอะไร ผีสุราแบบหล่อน คงตายเพราะพิษสุรากัดกร่อนนั่นแหละ เ้าตัวยังขนาดนี้ ไม่รู้ว่าโม่หลินจะขนาดไหน
เหยาฟางหนิงขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อนึกถึงอีกหนึ่งชีวิต เธอไม่เสียเวลามานั่งไล่เรียงเื่ราวสุดบัดซบของร่างนี้อีกแล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือความเป็อยู่ของเด็กหญิงวัยสามขวบต่างหาก หลังจากตั้งสติได้อย่างมั่นคง ฟางหนิงลองหย่อนเท้าลงพื้นไม้เกลี้ยง แล้วย่างแต่ละก้าวราวคนหัดเดิน ส่วนหนึ่งก็เพราะหล่อนยังไม่คุ้นเคยกับร่างนี้สักเท่าไหร่ ร่างนี้น่าจะอดอาหารมานาน ถึงได้ผอมเกินมนุษย์แบบนี้
เรี่ยวแรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิด เดินไปคว้าเทียนไขที่ถูกจุดไว้บนกระป๋องสังกะสีชิ้นหนึ่ง อนุมานว่าโม่หลินน่าจะจุดทิ้งไว้ แค่นี้ก็เบาใจไปแล้วปราดหนึ่ง งั้นก็แสดงว่าโม่หลินยังมีชีวิตอยู่...
“เห้อ เลวร้ายถึงขั้นต้องจุดเทียนเลยเหรอ นอกจากค้างค่าเช่า คงค้างค่าน้ำค่าไฟด้วยสินะ”
ฟางหนิงเดินย่องเบาไปถึงหน้าประตูห้องนอนขนาดเล็ก ซึ่งอิงจากความทรงจำเก่า มันเป็ห้องนอนของเธอกับโม่หลิน แต่ส่วนมากเธอจะดื่มสุราแล้วหลับบนโซฟาไปทุกที สำรวจแล้วว่าโม่หลินปลอดภัยดี เพียงแค่ร่างกายผ่ายผอมไม่ได้ต่างจากร่างนี้มากนัก ฟางหนิงก็สบายใจขึ้นมาบ้าง
นั่งเงียบอยู่ข้างเตียงได้พักหนึ่ง...ก็อดสงสารใบหน้าจิ้มลิ้มดวงนี้ไม่ได้ ท่านย่าไม่้า ท่านแม่ล้มหายตายจาก บิดาไปทำงานเป็ทหารอยู่ต่างถิ่นไม่สนใจบุตรสาว ช่างเป็่ชีวิตที่แสนอาภัพของเด็กคนนี้ซะจริง เพราะเธอเองก็เคยผ่าน่เวลาชีวิตที่เลวร้ายแบบนี้มาก่อน หล่อนจึงเข้าใจความรู้สึกของโม่หลินอย่างลึกซึ้ง
“วางใจเถอะนะโม่หลินน้อย ฉันจะเป็แม่ที่ดีให้เธอเอง”
ฟางหนิงแอบเอื้อมมือลงไปลูบหัวทุยของบุตรสาวบุญธรรมเบา ๆ ก่อนจะเริ่มสังเกตเห็นแสงดวงอาทิตย์รำไรค่อย ๆ สาดแสงสีทองสลัวลอดบานหน้าต่าง...เข้ามากระทบใบหน้าของเธอ
แม้ว่าเื่เหล่านี้จะยากทำใจยอมรับ แต่ท้ายที่สุดแล้วเธอรู้ดีว่าเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ สิ่งที่พอจะเปลี่ยนแปลงได้ ก็คืออนาคต… เพราะงั้นเธอจะไม่ยอมเป็เหยาฟางหนิงที่ไม่เอาไหนคนนั้นอีก เธอจะเป็เหยาฟางหนิงที่ใครหลายคนต้องอิจฉา
ในไม่ช้าจะกลายเป็เหยาฟางหนิงในอุดมคติของผู้ชายหลาย ๆ คน สามีตัวดีของร่างเดิม จะต้องเสียใจน้ำตาเช็ดหัวเข่า ที่จดทะเบียนหย่าร้างกับร่างเดิม