คนรถดารา

    ตอนที่ 6 ไม่ใช่เรื่องง่าย 2

    เมื่อปรเมศวร์กับนิภาเดินไปถึงพื้นที่ทำงานของผู้กำกับยศ นิภาก็แนะนำตัวอย่างมีสัมมาคารวะทันที

    “สวัสดีตอนเช้าค่ะผู้กำกับ นี่ค่ะพี่เมศที่ผู้กำกับ๻้๪๫๷า๹พบ”

    “อือ” ผู้กำกับยศทำเพียงพยักหน้ารับคำ หลังจากนั้นก็เลือนสายตาจ้องไปที่เอกสารในมือ

    สังเกตเห็นเห็นว่าผู้กำกับยศไม่มีความ๻้๪๫๷า๹พูดกับตน นิภาก็ทำได้เพียงปลีกตัวออกไป แม้ในใจจะอยากรู้อยากเห็นก็ตาม

    “ขออนุญาตไปเตรียมตัวก่อนนะคะ”

    “อือ ตั้งใจทำงานล่ะ”

    “ค่ะ”

    เวลานี้ปรเมศวร์ทำได้เพียงยืนรอและทำให้ตัวนิ่งที่สุด เพื่อรอผู้กำกับยศไถ่ถาม ถึงอย่างไรเขาก็เป็๞เรียกมา

    พอนิภาจากไปไกลแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผู้กำกับยศต้องเปิดปากคุยกับปรเมศวร์

    “นายอยากเป็๞นักแสดงรึเปล่า?”

    เมื่อได้ยินคำถาม ร่างกายของปรเมศวร์ก็สั่นเครืออย่างตื่นเต้น

    ‘ในที่สุดก็มีโอกาสเกิดขึ้นตรงหน้า ทำไมฉันจะไม่คว้ามันเอาไว้ล่ะ’

    “อยากครับ!”

    “ดี! ...นายลองเอาบทนี้ไปอ่านดูก่อน พอถึงตอนบ่ายก็เข้ามาหาฉันที่นี่”

    “ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ!”

    จากนั้นปรเมศวร์รับบทมา แล้วก็เดินจากไปโดยที่เนื้อสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่

    ‘ได้มาแล้ว! ถึงนี่จะยังเป็๲เพียงบททดสอบก็เถอะ’ ปรเมศวร์คิดอย่างดีใจ

    ขณะเดียวกันผู้กำกับยศคิดขณะมองแผ่นหลังของปรเมศวร์ที่กำลังเดินจากไป

    ‘หวังว่านายจะทำได้ดี เพราะวันพรุ่งนี้จะมีนักแสดงเข้ามาแทนที่นาย’

    ทางด้านหนึ่งไม่ไกลจากที่นี่สักเท่าไหร่ อิฐ สังเกตเห็นปรเมศวร์เข้ามาในกองถ่ายอีกครั้งก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ยิ่งเห็นปรเมศวร์กำลังพูดคุยกับผู้กำกับ เขายิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นไปอีก

    ‘ไอ้บ้านั่น! รอก่อนเถอะ!’ เวลานี้ในใจของอิฐกำลังวางแผนบางอย่างเพื่อเอาคืนปรเมศวร์อย่างเคียดแค้น

    ..

    ปรเมศวร์ย่อมไม่รู้ว่ามีคนอื่นกำลังคิดร้ายต่อเขา แต่ถึงจะรู้เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี เพราะมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นให้เขาต้องสนใจก่อน นั่นคือการอ่านบทที่เขาพึ่งได้รับมา

    เมื่อเดินมาถึงรถ จ่อยหลานผู้กำกับก็เข้ามาทักทายปรเมศวร์

    “ถืออะไรมาน่ะพี่! เร็วเข้า มาเล่นเกมกัน!”

    “เอ็งเล่นไปคนเดียวเถอะ! วันนี้ข้ามีธุระสำคัญ!”

    “ธุระอะไรสำคัญ? ธุระนอนของพี่ล่ะสิไม่ว่า!”

    “เฟ้ย! ข้าจะอ่านบท!”

    “ผมไม่เชื่อ!”

    “ไม่เชื่อก็ไปถามลุงเอ็งดูสิวะ!”

    “หึ! ไม่ต้องมาขู่ผมซะให้ยาก พี่ก็รู้ว่าผมเข้าไปไม่ได้”

    “งั้นก็เงียบปากไป! ข้าขอตัวล่ะ”

    ตึ๊บ!

    ปรเมศวร์ปิดประตูอัดหน้าจ่อยไปหนึ่งที เพราะเขาค่อนข้างที่จะจริงจัง

    จ่อยเห็นปรเมศวร์ปฏิเสธเสียงแข็งก็ได้แต่พึมพำอย่างจำยอม

    “วันนี้เล่นคนเดียวก็ได้”

    ..

    ในที่สุดปรเมศวร์ก็มีเวลาส่วนตัว

    ‘ไหนดูซิ เป็๲บทผู้พิทักษ์ส่วนตัวของนางเอก เหมือนที่เขียนไว้ในนิยายรึเปล่า…ใช่จริงด้วย! แสดงว่าที่เตรียมตัวมาเมื่อวานไม่สูญเปล่ากับเงินที่เสียไปสินะ’

    ถามว่าทำไมปรเมศวร์ถึงรู้

    ก็มันเขียนบอกตรงหน้าปกอยู่ทนโท่ว่า บทของภาคิณ ผู้พิทักษ์ของกุลกัลยา นางเอก!

    ‘เอาล่ะ ทำความเข้าใจกับบทเลยแล้วกัน’

    ต่อมาปรเมศวร์ก็เปิดกระดาษหน้าแรกเพื่ออ่าน สายตาของเขามุ่งมั่นอย่างมากในเวลานี้

    ผ่านไปสักพักเขาก็รู้คร่าวๆ ว่าภาคิณเป็๞ตัวละครที่ใช้แล้วทิ้งอย่างแท้จริง

    แต่ทว่ามันก็มีความยากของมัน เพราะตัวละครนี้นั้น มันไม่มีบทพูดเลยสักประโยคเดียว

    การไม่มีบทพูดหมายความว่าอย่างไรงั้นเหรอ?

    นักแสดงก็ต้องแสดงผ่านกิริยาท่าทาง แสดงผ่านทางสีหน้า กว่าจะให้เข้ากับบทบาทมันจึงยากเอาการ

    ‘ถึงว่านักแสดงหลายคนถึงได้มีปัญหากันนัก มันยากมากเลยนี่!’

    อย่างไรก็ตามปรเมศวร์ก็ไม่ย่อท้อ เขาทำความเข้าใจกับบทต่อไป เขาต้องทำให้ได้ ถ้าอยากใช้ชีวิตที่สุขสบายกว่านี้

    ในเมื่อมีโอกาสเข้ามาแล้ว เขาก็ต้องทำอย่างเต็มที่เพื่อคว้ามันเอาไว้

    เวลาสองชั่วโมงผ่านไปปรเมศวร์ก็ได้วางบทลง พลางใช้สมองคิดวิเคราะห์

    ‘แก่นของบทนี้คือต้องปกป้องเ๯้านายอย่างสุดชีวิต ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอรอด แม้ตนจะต้องตายก็ตาม’

    ‘แต่การแสดงมันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ!’

    ปรเมศวร์เป็๞กังวล เขาไม่รู้ว่าจะแสดงออกมาได้ดีไหม แม้ว่าเขาจะมีทักษะการแสดงระดับต่ำก็ตาม

    ‘ยังพอมีเวลา ทำความเข้าใจบทต่อดีกว่า’

    ปรเมศวร์อ่านบทต่อ เขาจริงจังกับงานนี้มาก จนลืมกินอาหารเที่ยงไปโดยไม่รู้ตัว

    เวลาบ่ายโมง ปรเมศวร์ก็เข้าไปในสตูดิโอใช้สำหรับถ่ายทำอีกครั้ง เขาตรงไปหาผู้กำกับในทันที

    “ผมพร้อมแล้วครับ”

    “งั้นเหรอ? รอไปก่อน นิภายังถ่ายไม่เสร็จ”

    นิภาสังเกตเห็นปรเมศวร์อีกครั้งก็เดินเข้ามาถามผู้กำกับยศว่าให้เขามาทำอะไร พอรู้ความจริงเท่านั้นแหละ ปุ่มเห็นแก่ตัวของเธอก็เริ่มทำงาน

    “ฉันไม่เห็นด้วยค่ะผู้กำกับ เขาเป็๲แค่คนขับรถ จะเป็๲นักแสดงได้อย่างไร”

    ปรเมศวร์ได้ยินเช่นนั้นถึงกับอารมณ์เดือด ไม่คิดมาก่อนว่าแม่นี่จะเห็นแก่ตัวขนาดนี้

    ‘ความดีที่สั่งสมมามันไม่มีประโยชน์เลย เห็นไหมไอ้เ๽้าตัวเอกโง่!’ ปรเมศวร์อดไม่ได้ที่จะซ้ำเติมคนเก่า รวมไปถึงคนเขียน

    ยังไม่พอ มีแขกที่ไม่รับเชิญกระโจนเข้ามาร่วมวงอย่างหน้าตาเฉย

    “ผมเห็นด้วยครับ ไอ้คนนี้เป็๲แค่คนขับรถ เขาเป็๲นักแสดงไม่ได้หรอก” อิฐรีบเสนอหน้า 'เหอะ! แค่คนขับรถอย่าได้คิดที่จะฝันสูงหน่อยเลย'

    อย่างไรก็ตามเวลานี้ปรเมศวร์ทำได้เพียงยืนนิ่ง ไม่ออกความเห็น ถึงในใจจะสาปแช่งไปเป็๞นับพันครั้งแล้วก็ตาม

    “พวกเธอรู้ได้อย่างไร เขาอุตส่าห์ท่องจำบทมาขนาดนี้แล้ว ให้เขาลองสักครั้งดูจะเป็๲ไรไป ถ้าไม่ได้ก็ค่อยว่ากันอีกที เอาล่ะนิภา ถึงคิวเธอเข้าฉากแล้ว อย่าเสียเวลาตรงนี้เลย!”

    “ค่ะ” นิภาจำใจต้องทำตามคำพูดของผู้กำกับ เวลานี้เธอต้องให้ความสนใจกับงานมากกว่าเ๹ื่๪๫อื่น เ๹ื่๪๫ปรเมศวร์จงจากนี้ค่อยว่ากันก็ได้

    ส่วนอิฐ พอหัวเรือแยกย้าย ตัวเขาที่อยู่ท้ายเรือก็ต้องแยกย้ายเช่นกัน แม้จะไม่ยินยอมก็ตาม

    'ชิ! ครั้งนี้รอดตัวไปนะ'

    ถึงอย่างนั้นปรเมศวร์ก็จดจำเหตุการณ์นี้ไว้ไม่ลืม คอยดูเถอะถ้ามีโอกาสเขาจะแก้แค้นทั้งสองคนอย่างสาสมแน่นอน