ฉินหลิวซีลงจากเขาชิงหลงเป็ครั้งที่สอง พร้อมด้วย พลังหยิน์ ที่ถูกปลุกให้ตื่นเต็มที่จากการ บำเพ็ญเพียรคู่ กับอาจารย์และศิษย์พี่ใหญ่ในอารามเต๋า ความรู้ใหม่ที่ได้คือการเข้าใจถึง แก่นแท้แห่งราคะ ที่สามารถนำมาใช้เป็พลังในการบำเพ็ญเพียรได้
นางเดินทางมาถึงเมือง จินหลิง เมืองที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดิน ตามคำทำนายที่ว่า "ดวงชะตาแห่งหยิน์จะนำพาเ้าสู่เมืองแห่งทองคำ เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และปลดเปลื้องพันธนาการแห่งโลกีย์"
ข่าวลือเกี่ยวกับ ปรมาจารย์น้อยๆ แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว และไม่นานนัก เศรษฐีหวัง ผู้มั่งคั่งที่สุดในเมืองก็ส่งคนมาขอความช่วยเหลือ เศรษฐีหวังป่วยเป็อัมพาตมานานหลายเดือน ฉินหลิวซีใช้ จิตัั ตรวจสอบและพบว่าเขาเพียงแต่ แสร้งทำ ทว่านางไม่ได้เปิดโปงความจริงนั้น นางเพียงแต่กล่าวว่า "อาการของท่านเกิดจาก ปราณหยาง ที่ถูกกักเก็บไว้มากเกินไป จนทำให้เส้นลมปราณติดขัด ข้าจะใช้เข็มเงินเพื่อกระตุ้นและปลดปล่อยพลังที่ถูกกักเก็บนั้น"
เศรษฐีหวังนอนอยู่บนเตียงไม้จันทน์เนื้อดี ใบหน้าซีดเซียว แต่ดวงตาเป็ประกายเมื่อมองมาที่ฉินหลิวซี ข้างกายเขามี สาวใช้คนสนิท นามว่า เสี่ยวเหมย คอยปรนนิบัติอย่างใกล้ชิด เสี่ยวเหมยเป็หญิงสาวรูปร่างอวบอิ่ม ผิวสีน้ำผึ้ง ั์ตาฉายแววเฉลียวฉลาดและเย้ายวน
"ท่านเศรษฐี ท่านต้องถอดเสื้อผ้าส่วนบนออกทั้งหมด เพื่อให้ข้าสามารถฝังเข็มในจุดสำคัญได้" ฉินหลิวซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เศรษฐีหวังทำตามอย่างว่าง่าย เสี่ยวเหมยช่วยปลดเปลื้องอาภรณ์ของเ้านายออก เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่ยังคงแข็งแรงสมบูรณ์
ฉินหลิวซีเริ่มลงมือฝังเข็ม นางใช้ปลายนิ้วที่อ่อนนุ่มและเย็นเฉียบของนาง ลูบไล้ ไปตามแผ่นหลังและแผงอกของเศรษฐีหวัง เพื่อค้นหาจุดฝังเข็มที่ถูกต้อง การััของนางเต็มไปด้วยพลังปราณที่บริสุทธิ์และเย้ายวน
เมื่อปลายนิ้วของฉินหลิวซีลูบไล้ลงไปถึงบริเวณหน้าท้องส่วนล่างของเศรษฐีหวัง ร่างกายของเขาก็เริ่มมีปฏิกิริยา ปราณหยาง ที่ถูกกักเก็บไว้เริ่มปั่นป่วน และ แท่งเนื้อ ที่อยู่ใต้ผ้าห่มก็เริ่ม แข็งตัว อย่างรวดเร็ว จนผ้าห่มนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
เสี่ยวเหมยเห็นดังนั้นก็ไม่ได้แสดงอาการใ นางยิ้มเล็กน้อยอย่างรู้ทัน แล้วหันไปกระซิบกับฉินหลิวซีด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เย้ายวน "คุณหนูฉิน ไม่ต้องใเ้าค่ะ นี่เป็เื่ปกติที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่นายท่านรู้สึก อึดอัด หรือ ตื่นตัว "
นางหันไปหาเศรษฐีหวังที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความ เขินอาย ที่แสร้งทำ และ จนใจ ที่ไม่อาจควบคุมร่างกายได้ "นายท่าน ท่านคงจะ อึดอัด มากแล้วกระมังเ้าคะ"
เสี่ยวเหมยค่อยๆ เลิกผ้าห่มออก เผยให้เห็น แท่งเนื้อ ที่แข็งตัวเต็มที่ของเศรษฐีหวัง ฉินหลิวซีเหลือบมองด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน แท่งเนื้อ นั้นมีสี ดำคล้ำ ทั้งลำราวกับถูกหล่อหลอมด้วยเหล็กกล้าที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน แม้ขนาดจะไม่ใหญ่โตเท่า คว...ั์ ของศิษย์พี่ใหญ่ แต่กลับให้ความรู้สึก ดิบ และ น่าเกรงขาม อย่างประหลาด ความยาว ของมันดูเหมือนจะท้าทายสายตา และมี หัว ที่บานใหญ่คล้าย ดอกเห็ด สีม่วงเข้ม ดู ทมึน และ น่าหลงใหล ราวกับเป็ อาวุธ ที่ถูกสร้างมาเพื่อปลดปล่อยความปรารถนาโดยเฉพาะ
เสี่ยวเหมยไม่รอช้า นางใช้มือที่นุ่มนวลและชุ่มชื้น โอบรัด แท่งเนื้อนั้นไว้ แล้วค่อยๆ ก้มลง ไป ปรนนิบัติ เ้านายของนางอย่างชำนาญ ลิ้น ของนางตวัดเลียรอบ หัวเห็ด อย่างช้าๆ ก่อนจะ ดูดกลืน ส่วนปลายเข้าไปในปากอย่างลึกซึ้ง มือ อีกข้างก็ รูดรั้ง ลำแท่งเนื้อสีคล้ำนั้นขึ้นลงเป็จังหวะที่เชื่องช้าแต่เร้าอารมณ์ เสียง จ๊วบจ๊าบ และเสียง เนื้อกระทบเนื้อ ดังขึ้นเป็จังหวะในห้องที่เงียบสงบ
ฉินหลิวซีพยายามรวบรวมสติ นางยังคงฝังเข็มต่อไปที่จุดต่างๆ บนร่างกายของเศรษฐีหวัง แต่ดวงตาของนางก็อดไม่ได้ที่จะ ชำเลืองมอง การปรนนิบัติที่เร่าร้อนนั้น
"อืมมม... เสี่ยวเหมย... ดี... ดีมาก... คุณหนูฉิน... ข้า... ข้าขออภัยที่ทำให้ท่านต้องเห็นภาพเช่นนี้" เสียงครางต่ำๆ ของเศรษฐีหวังดังขึ้น ขณะที่เขามองมาที่ฉินหลิวซีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกปลดปล่อยและแสร้งทำเป็ละอาย
"นายท่านไม่ต้องกังวลเ้าค่ะ ข้าจะช่วยระบายความอึดอัดนี้ให้ท่านเอง" เสี่ยวเหมยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดีที่จะรับใช้
ฉินหลิวซีรู้สึกถึง ความร้อนรุ่ม ที่พุ่งพล่านขึ้นมาในร่างกาย พลังหยิน์ ของนางถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงด้วยภาพตรงหน้า กลิ่น คาว และ ความชื้น ที่ลอยอบอวลในอากาศทำให้นางนึกถึง บทรัก ที่เร่าร้อนกับอาจารย์และศิษย์พี่ใหญ่ในอารามเต๋า ภาพของ คว...ั์ ที่ทั้งใหญ่และยาวกว่าของเศรษฐีหวังหลายเท่า ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างห้ามไม่ได้
นี่คือ โลกีย์วิสัย ที่อาจารย์้าให้ข้าเรียนรู้หรือ? ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ ความปรารถนาที่โจ่งแจ้งและไร้การปิดบังเช่นนี้... มันช่าง ยั่วยวน และ น่าหลงใหล ยิ่งกว่าวิชาอาคมใดๆ ที่ข้าเคยฝึ กฝนมา
นางรู้สึกถึง ความขัดแย้ง ภายในใจอย่างรุนแรง ความปรารถนาทางกาย ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการบำเพ็ญเพียรคู่ กำลังเรียกร้องให้นางเข้าร่วมในฉากที่เร่าร้อนตรงหน้า นางอยากจะทิ้งเข็มเงินลง แล้วเดินเข้าไปัั แท่งเนื้อ สีคล้ำนั้นด้วยมือของนางเอง อยากจะลิ้มรส ความดิบ และ ความเร่าร้อน ที่เสี่ยวเหมยกำลังมอบให้ แต่ คำมั่นสัญญา ที่จะใช้พลังของนางเพื่อช่วยเหลือผู้คนก็ยังคงตรึงนางไว้
ข้าต้องหักห้ามใจ! ข้ามาที่นี่เพื่อบำเพ็ญความดี ไม่ใช่เพื่อสนองตัณหา! นางพยายามท่องในใจ แต่ภาพของ แท่งเนื้อ ที่ถูกปรนนิบัติอย่างเร่าร้อนก็ยังคงดึงดูดสายตาของนาง
นางเร่งมือฝังเข็มให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว พยายามไม่สนใจเสียงครางและเสียง จ๊วบจ๊าบ ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานนัก เศรษฐีหวังก็ ปลดปล่อย ออกมาในปากของเสี่ยวเหมย เสียงครางสุดท้ายของเขาดังขึ้นอย่างโล่งอก เสี่ยวเหมยเงยหน้าขึ้นมาเช็ดปากอย่างเรียบร้อย แล้วหันมายิ้มให้ฉินหลิวซีอย่างเป็มิตร
"คุณหนูฉิน ท่านคงจะในะเ้าคะ" เสี่ยวเหมยกล่าว "นี่เป็เื่ปกติเ้าค่ะ นายท่านต้องระบายความอึดอัดนี้ วันละครั้ง ไม่เช่นนั้นอาการอัมพาตของท่านจะกำเริบหนักกว่าเดิม"
ฉินหลิวซีถอนเข็มเงินออกอย่างรวดเร็ว นางเก็บเข็มใส่ย่ามอย่างใจเย็น แต่ใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำเล็กน้อย
"ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว" นางกล่าว "การฝังเข็มครั้งแรกเสร็จสิ้นแล้ว ข้าจะกลับไปพักผ่อน และนัดหมายการฝังเข็มครั้งต่อไปในวันพรุ่งนี้"
นางรีบเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เศรษฐีหวังและสาวใช้คนสนิทอยู่กันตามลำพัง ขณะที่นางเดินออกมาจากคฤหาสน์อันโอ่อ่า ความร้อนรุ่ม ในร่างกายของนางก็ยังไม่จางหายไป นางรู้ดีว่า บทเรียนแห่งโลกีย์ ในเมืองจินหลิงนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น