ยามที่เงยหน้ามองท้องฟ้า พระอาทิตย์ก็เริ่มจะหายไปแล้ว นางะโลงจากก้อนหิน แล้วรีบตรงกลับไปที่บ้าน
เมื่อมาถึงท่านแม่ของนางก็ต้มน้ำไว้รอนางเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่อาบน้ำเสร็จก็ได้เวลากินข้าว เมื่อเห็นโต๊ะที่ขาหายไปหนึี่งข้างนางก็ตบหน้าผากตัวเองด้วยความจนใจ
นางลืมไปได้อย่างไร พรุ่งนี้นางต้องบอกให้พวกนายช่างต่อโต๊ะให้สักตัวจะได้มาเปลี่ยนเอาตัวนี้ไปทิ้งเสียที
“ท่านแม่ พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปแต่เช้า ดูว่าจะได้อะไรติดมือกลับมาบ้าง”นางนั่งลงแล้วเริ่มคีบไก่ตุ่นมาไว้ในชามของตังเอง
“เ้าจะขึ้นไปอีกทำไม เนื้อไก่ก็ยังมีอยู่”ฟางเหมยลียังคงไม่ยินยอมเท่าไหร่นัก
“ท่านแม่ ตอนนี้เราเหลือเงินไม่เท่าไหร่แล้ว ข้าจะไปหาของบนูเาไปขายเสียหน่อย” นางเว้นไปสักพัก “พวกเราต้องใช้เงินในการล้อมรั้วอีก ท่านแม่ข้าเกรงว่ามันจะไม่พอ”ฟางเซียนเออร์พูดด้วยความกังวล
“แต่..”ฟางเหมยลีเงียบไป นางเข้าใจว่าตอนนี้พวกนางนั้นกำลังลำบาก บุตรสาวคนเดียวของนางต้องกลายมาเป็หัวหน้าครอบครัว นางมองบุตรสาวที่เติบโตเกินวัย ด้วยความเ็ป “ก็ได้ แต่เ้าต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากหน่อยนะ”
“ข้ารู้ท่านแม่”นางไม่มีทางบอกเด็ดขาดว่าเข้าไปในเมืองคราวที่แล้วนางโดนโจรปล้น ถึงจะไม่ได้าเ็ตรงไหน แต่ท่านแม่ของนางก็คงจะเป็ห่่วงอยู่ดี “น้ำแกงไก่ตุ๋นฝีมือท่านแม่อร่อยยิ่งนักเ้าค่ะ”
“เ้าเด็กตะกละนี่ ค่อยๆ กินยังเหลือในหม้ออีกเยอะ”ฟางเหมยลีคีบไก่ตุ๋นใส่จานของบุตรสาวเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น
ฟางเซียนเออร์หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
ยามอิ๋น ฟางเซียนเออร์ลุุกจากที่นอนและไปล้างหน้า ยามนี้อากาศค่อนข้างเย็นจัด นางสวมเสื้อคลุมอีกหนึ่งชั้น หยิบอาวุธและตะกร้าขึ้นมาแล้วออกจากประตูตรงไปยังูเา ระหว่างทางนางก็ฝึกวิชาตัวเบาไปด้วย หลังจากที่นางะโหนึ่งที่ นางก็จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้ราว 1 หลี่ (1 หลี่ เท่ากับ 500 เมตร)
เมื่อมาถึงริมน้ำ นางก็รวบรวมลมปราณสักพักหนึ่ง จนเมื่อผ่านไป 1 ก้้านธูป นางก็มีลมปราณเพิ่มขึ้นอีก
นางใช้วิชาตัวเบาะโข้ามแม่น้ำไปยังอีกฝั่งนึงอย่างง่ายดาย
ฟางเซียนเออร์เดินลึกเข้าไปในูเา มองหาสิ่งมีชีวิตที่สามารถนำไปขายได้ นางเดินเข้าไปลึกเรื่อยๆ หลังจากที่ข้ามหุบเขาลูกแรกมาได้ ต้นไม้ก็เริ่มหนาทึบขึ้น นางค่อยๆ สำรวจอย่างระมัดระวัง จนเจอเข้ากับครอบครัวหมูป่าที่อาศัยอยู่บริเวณนี้
ฟางเซียนเออร์หยิบคันธนูเตรียมเล่งไปที่หมูป่าที่อยู่ห่างจากฝูงของมัน นางยิงธนูรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า พริบตาเดียวหมูป่าตัวนั้นก็ล้มลงตายคาที่ ลูกธนูปักอยู่บริเวณหน้าผากของมัน
หมู่ป่าตัวนี้น่าจะหนักประมาณ 120 จิน น่าจะขายได้ราคาดีอยู่ นางยกหมูป่าใส่ตะกร้า พลางปาดเหงื่อที่ไหลบนหน้าผากของนาง แค่หมูป่าตัวเดียวก็เต็มตะกร้าแล้ว นางคงต้องแบกมันลงเขาไปก่อน แล้วจึงค่อยวกกลับมาใหม่
นางแบกหมูป่าที่น้ำหนังราว 120 จินลงจากเขาด้วยความทุลักทุเล กว่าจะมาถึงบ้านก็ใกล้จะสว่างแล้ว นางเปิดประตูเข้าไปในครัวแล้ววางหมูป่าลง
ฟางเหมยลีที่ตื่นนอนหลังจากที่นางออกไปได้สักพักกำลังทำอาหารเช้าอยู่ภายในครัว เมื่อเห็นบุตรสาวกลับมานางก็ละมือจากสิ่งที่ทำอยู่เดินเข้ามาหาบุตรสาวของนาง
นางมองหมูป่าตัวใหญ่ด้วยความตกตะลึง “นี่เ้าเป็คนล่ามันหรือ”
“เ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะเอามันไปขายในเมือง มันน่าจะขายได้หลายตำลึงเงินอยู่เ้าค่ะ” เมื่อพูดจบนางก็คว้าตะกร้าแล้วเตรียมจะออกไปอีกรอบ
“เ้า ยังจะออกไปอีกหรือ”
“เ้าค่ะ ข้าดักปลาเอาไว้เมื่อวานข้าจะไปดูสักหน่อยว่าจับได้ไหมเ้าค่ะ”
ฟางเหมยลีมองบุตรสาวของนางที่รีบเดินออกไป แล้วหันมามองหมูป่าตัวใหญ่ จากนั้นจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ขนาดหมูป่าที่ดุร้ายนางยังล้มมันได้ นางคงไม่ต้องกันวลแล้วว่า บุตรสาวของนางจะเป็อันตราย
หลังจากที่คิดได้ดังนั้นฟางเหมยลีก็หันไปทำกับข้าวต่อ
ฟางเซียนเออร์ที่มาถึงริมแม่น้ำแล้วก็ไปยังจุดที่นางวางชะลอมดักปลาเอาไว้ นางค่อยๆ ยกชะลอมขึ้นมา อย่างช้าๆ นางไม่แน่ใจว่ามันจะสำเร็จไหม
แต่เมื่อยกชะลอมขึ้นมาเกือบพ้นน้ำนางก็ได้ยินเสียงปลาดิ้นไปมาอยู่ภายในชะลอม นางยิ้มด้วยความตื่นเต้นนางจะมีปลาเอาไว้กินแล้ว
จากนั้นนางจึงไปดูกับดักที่เหลือที่นางวางทิ้งไว้อีกสองที่ผลคือ ทั้งสองที่ก็ดักได้ปลาได้เหมือนกัน นางยกชะลอมทั้งสามขึ้นแล้วมุ่งหน้าตรงกลับบ้านทันที
เมื่อมาถึงบ้านนางก็วางชะลอมทั้งหมดลงแล้วเทปลาที่อยู่ในชะลอมลงไปในถัง ฟางเหมยลีเดินมาดูปลาที่บุตรสาวของนางจับได้ หลังจากที่เทปลาลงในถัง นางก็ต้องรีบวิ่งไปอาเจียนตรงอ่างล้างหน้า สีหน้าของฟางเหมยลีซีดขาวยิ่งกว่าชามกระเบื้องเคลือบ
ฟางเซียนเออร์ ทิ้งชะลอมในมือของนางแล้ววิ่งไปประคองมารดาของนางด้วยความเป็ห่วง “ท่านแม่ ท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
ฟางเหมยลีคิด เมื่อก่อนตอนที่ตั้งครรภ์นางก็เคยแพ้ท้องหนักแบบนี้ สาเหตุมาจากน้ำแกงปลา แต่ไม่คิดว่าแม้แต่กลิ่นปลานางก็อาเจียนออกมาด้วย “แม่แค่แพ้ท้อง เพราะได้กลิ่นปลาเท่านั้น”
ฟางเซียนเออร์มองใบหน้าที่ซีดเซียวของมารดาแล้วก็ต้องอุทานในใจ “ไอ้หยา” อวสานเมนูปลา ไม่นะปลาย่างเกลือ ไม่นะปลาทอดผัดพริกเสฉวน ของนาง ความรู้สึกเหมือนโดนของหนักกระแทกเข้าที่หน้าอก เจ็บจี๊ดไปถึงหัวใจเลยทีเดียว
“เดี๋ยวข้าจะเอามันไปขายในเมืองด้วยเลยเ้าค่ะ”
ฟางเหมยลีผงกหัว ด้วยใบหน้าซีดเซียว “แม่ต้องขอโทษเ้าด้วย ทั้งๆที่เ้าอยากจะกินมันแท้ๆ แต่ก็ต้องเป็เพราะแม่”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะไว้รอให้ท่านแม่คลอดน้องเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงตอนนั้นเราค่อยมากินมันด้วยกันนะเ้าคะ” นางพูดปลอบใจท่านแม่ของนางถึงภายในใจตอนนี้ จะกระอักเืออกมามากแค่ไหนก็ตาม
เมื่ออาการของฟางเหมยลีดีขึ้นแล้ว นางจึงลุกขึ้นไปจัดการกับปลาที่เหลือที่ด้านนอก โชคดีจริงๆ ที่วันนี้นางสามารถจับปลาได้ทั้งหมด 15 ตัวด้วยกัน มีแต่ตัวอ้วนๆ ทั้งนั้นเลย คิดแล้วก็เผลอเลียริมฝีปากตัวเองไป 1 ที
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฟางเซียนเออร์ก็ไปอาบน้ำแล้วจึงเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นางแต่งกายด้วยชุดเด็กผู้ชาย ที่นางซื้อมาจากในเมืองเมื่อคราวที่แล้ว
“เซียนเออร์ เ้ามากินข้าวก่อนออกไปด้วยนะ” วันนี้ท่านแม่ของนางทำบะหมี่น้ำไก่ตุ๋นเอาไว้ให้นาง นางเดินออกไปนั่งลงที่โต๊ะ แล้วยกตะเกียบคีบเส้นบะหมี่ที่หอมฉุยขึ้นมาเป่าเบาๆ จากนั้นจึงนำมันเข้าปาก รสชาติของน้ำซุปที่ทำให้รู้สึกสดชื่นพร้อมกับสมุนไพรที่ช่วยบำรุงกำลังวังชา ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของนางรู้สึกอบอุ่นขึ้น
“ท่านแม่ของข้าช่างทำอาหารเก่งจริงๆ เลยเ้าค่ะ”นางกินไปพร้อมกับพูดชมมารดาของนางไปด้วย
ฟางเหมยลีที่เดินออกมาจากครัว มองบุตรสาวตรงหน้าที่สวมชุดของบุรุษ นางก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ “เซียนเออร์ เ้าเป็สตรี จะเอาชุดบุรุษมาใส่ได้อย่างไร”
“ท่านแม่ที่ข้าต้องแต่งกายแบบนี้ก็เพราะว่า เป็สตรีนี่แหละเ้าค่ะ เพราะสตรีไปที่ไหนก็มีแต่ปัญหา ไม่สู้บุรุษที่ไม่ค่อยมีใครเข้ามาหาเื่นะเ้าคะ” นางบอกท่านแม่ของนางด้วยเหตุและผล นางตั้งใจแล้วว่าเมื่อออกไปข้างนอกนางจะแต่งกายเป็บุรุษ และแต่งกายเป็สตรียามนางอยู่ที่บ้านเท่านั้น
“กดติดตามไรต์แล้วหรือยัง ไรต์แอบดูอยู่นะ!”