หอสมบัติของสํานักนั้นเป็ที่ที่ เหล่าศิษย์ต่างเฝ้ารอที่จะได้เย่จื่อเฟิงมเยียน
ตามกฎของสํานักแล้ว ศิษย์แต่ละคนสามารถเลือกได้ว่าจะเก็บแต้มของตนไว้ก่อน หรือเลือกที่จะเข้ามายังหอสมบัติในวันถัดไปเพื่อใช้แต้มแลกสิ่งของ เย่จื่อเฟิงนั้นไม่ใช่คนที่ชอบเก็บสะสมแต้ม ในความคิดของเขา ยิ่งได้ของรางวัลเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งทําให้การฝึกยุทธ์ของเขาก้าวหน้าเร็วขึ้นเท่านั้น การเพิ่มระดับการฝึกยุทธ์นั้นควรจะเป็เื่ที่ต้องทําก่อนเป็อันดับแรก
"ผู้ใดอยู่ตรงนั้น แจ้งชื่อ ระดับการฝึกยุทธ์ และจํานวนครั้งที่ทําภารกิจสำเร็จออกมา"
"เย่จื่อเฟิง ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 ครั้งแรก"
ผู้เฝ้าประตูหันไปมองหน้าคู่หูแล้วยิ้ม
"เด็กใหม่นี่เอง ไม่แปลกที่มันดูไม่คุ้นหน้า มันน่าจะมีแต้มอยู่ราวๆ 20 ถึง 30 แต้ม เหล่าตู้ พามันไปที่หอสมบัติชั้นแรก"
"ตามข้ามาเ้าเด็กใหม่" เหล่าตู้นั้นดูเหมือนคนเรื่อยๆ ไม่รีบเร่ง
"ช้าก่อน" เย่จื่อเฟิงเรียก "ข้ามี 460 แต้ม ข้าควรจะไปชั้นไหน? "
"460 แต้ม? ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 แถมนี่เป็ครั้งแรกที่เ้ามาที่นี่? เ้าล้อข้าเล่นหรือไร? ...." เหล่าตู้แสดงสีหน้าอึดอัดเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเด็กใหม่ผู้นี้เริ่มพูดคําโกหกคำโตออกมาเช่นนี้
ผู้เฝ้าประตูอีกคนที่ชื่อลู่ฝานส่ายหัว "ใช่แล้ว นั่นถือเป็แต้มผลงานที่มากพอๆ กับรางวัลจากการทําภารกิจขั้นที่ 7 ถึงแม้ว่าเ้าอยากจะโกหกพวกข้า อย่างน้อยก็ควรจะบอกประมาณ 100 แต้มสิ"
เย่จื่อเฟิงไม่อยากเสียเวลาคุยกับคนพวกนี้ จึงหยิบเอาเหรียญแลกเปลี่ยนจำนวนมากออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ทั้งสองดู การแสดงหลักฐานให้เห็นย่อมง่ายกว่าการพูดคุย
"นี่คือสิ่งที่ข้าได้มา" เย่จื่อเฟิงยิ้มแล้วบอกพวกเขา
"จะ...เ้า...." เหล่าตู้รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เมื่อตั้งสติได้ลู่ฝาน ก็ถามขึ้นว่า " เมื่อกี้เ้าบอกว่าตนเองชื่ออะไร? "
การที่ระดับก่อปราณขั้นที่ 3 สามารถทําภารกิจสำเร็จจนได้รางวัลเทียบเท่ากับขั้นที่ 7 ช่างเป็คนที่ร้ายกาจจริงๆ อีกไม่นานชายหนุ่มผู้นี้จะต้องกลายเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในเมืองเหลยโจว ลู่ฝานนั้นเป็คนฉลาดจึงได้ถามชื่อของเขา เพราะ้าจะสร้างความสัมพันธ์กับชายผู้นี้ หวังเก็บเกี่ยวผลกำไรในภายภาคหน้า
"เย่จื่อเฟิง"
เมื่อได้ยินแบบนั้นเหล่าตู้เกือบจะพลั้งปากพูดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ "ว่าไงนะ? เ้าคือไอ้ขยะนั่น...."
ส่วนลู่ฝานรีบปิดปากของตนแล้วยิ้มให้เย่จื่อเฟิง "อ้อ นายน้อยแห่งตระกูลเย่ เย่จื่อเฟิงนี่เอง นับถือ นับถือ" เขาเป็คนที่ฉลาดมาก แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับเย่จื่อเฟิง แต่จากที่เห็น ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องไม่ล่วงเกินชายผู้นี้เด็ดขาด
เย่จื่อเฟิงยังคงยิ้มต่อภายในใจก็คิดว่าตนเองคงจะอยู่กับที่นี้อีกยาวนาน
เขาจึงปลุกสติกลับมาสู่ความจริงแล้วถามว่า "ศิษย์พี่ทั้งสอง ข้าอยากรู้ว่าสมุนไพรหายากถูกเก็บไว้ที่ใดในหอสมบัติ? " นี่คือสิ่งที่เย่จื่อเฟิง้ารู้ที่สุด และเป็เหตุผลเดียวที่เขาเข้าร่วมภารกิจของสํานัก
ลู่ฝานรู้สึกประหลาดใจจึงไปถามกลับไปว่า "นายน้อยเย่จื่อเฟิง ท่าน้าส่วนผสมในการทํายาไปเพื่ออันใด? ในเมื่อภายในเมืองเหลยโจวไม่ได้มีนักปรุงยาผู้ยิ่งใหญ่มากนัก มีก็แต่นักปรุงยาระดับแรกเริ่มเพียงคนเดียวเท่านั้น อีกอย่างมันเป็การยากที่จะขอให้นางปรุงยาให้ท่านด้วย"
ปกติแล้ว เหล่าศิษย์ระดับก่อปราณที่มายังหอสมบัติมัก้าแลกแต้มของตนกับ อาวุธหรือวิชา บางคนก็นำมาใช้แลกโอสถวิเศษหรือหลินเยี่ยน แต่ไม่เคยมีศิษย์คนใดอยากใช้แต้มมาแลกกับส่วนผสมในการทํายาเลย
"ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้แนะ แต่ข้าตั้งใจเอาไว้แล้ว ข้าอยากแลกแต้มที่มีกับสมุนไพร ข้าหวังว่าศิษย์พี่จะช่วยนําทางข้าด้วย" เย่จื่อเฟิงพูดอย่างจริงใจ
"ไม่ว่ายังไง ก็อยากเอาสมุนไพรพวกนี้ไปขายทอดตลาดให้ได้สินะ ข้าพูดมากเกินไปแล้ว เหล่าตู้ในเมื่อเขามีแต้มมากขนาดนี้ก็พาเขาไปที่กรงสมบัติโอสถบนชั้นสาม"
"กรงสมบัติโอสถ? " เหล่าตู้คิดว่าในเมื่อเขามีแต้มภารกิจมากมายถึงเพียงนี้ ถ้าเย่จื่อเฟิงอยากจะไปที่กรงสมบัติโอสถเขาก็สมควรพาไป ถึงแม้เย่จื่อเฟิงจะอยู่ระดับก่อปราณขั้นที่ 3 ก็ตาม...
"เมื่อเป็เช่นนั้นคงต้องขอให้นายน้อยเย่จื่อเฟิง ตามเหล่าตู้ผู้นี้มา"
......
หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าตู้ก็พาเย่จื่อเฟิงตรงไปยังกรงสมบัติโอสถ
"ข้าได้บอกท่านเกี่ยวกับกฎก็แล้วกัน เมื่อท่านเลือกสมุนไพรเสร็จแล้วนํามันให้ถงเจี้ยนที่อยู่ตรงนั้น เขาจะรับแต้มของท่านแล้วอนุญาตให้ท่านออกไปพร้อมกับสมุนไพร "
"ขอบคุณศิษย์พี่มาก จื่อเฟิงเข้าใจแล้ว"
เหล่าตู้ยิ้มให้เย่จื่อเฟิงแล้วเดินไปหาศิษย์คนอื่นๆ
เย่จื่อเฟิงที่สะกดกลั้นความตื่นเต้นมาโดยตลอด เมื่อเหล่าตู้จากไป เขาก็ดีใจะโโลดเต้น!
" เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยมไปเลย! อย่างที่คาดไว้สมุนไพรของสํานักยุทธ์ิญญาครามนั้นหายากยิ่งกว่าของที่อยู่ในร้านยายโอสถมากนัก หญ้าเกล็ดเหมันต์ ,เถาฝันร้าย ,หญ้ารากพสุธา ,ตะไคร่สุสาน ,บุปผาเทวะ! ช่างเยี่ยมยอดจริงๆ! "
เมื่อเห็นว่าสํานักมีสมุนไพรพวกนี้ เย่จื่อเฟิงก็เปลี่ยนเป็คนละคน เขาไม่ได้เป็เย่จื่อเฟิงที่สงบเยือกเย็นอีกต่อไป ตอนนี้เขากลายเป็นักปรุงยาผู้ปราดเปรื่อง เย่จื่อเฟิงพร้อมจะวิ่งจูบสมุนไพรพวกนี้อย่างรักใคร่ถวิลหาเป็ที่สุด
เนื่องจากเป็คนที่หลงใหลในสมุนไพรอย่างที่สุด เมื่อเขาเห็นสมุนไพรพวกนี้ ก็ยิ่งทําให้เขารู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก นั่นเป็เพราะเขาสามารถใช้นอแรดที่เพิ่งได้มากับสมุนไพรพวกนี้มาทําเป็ยาที่เพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันธาตุสายฟ้าได้อีกด้วย สิ่งนี้จะทําให้เขาเข้าใกล้เป้าหมายของการขึ้นไปบนจุดสูงสุดของโลก อีกก้าวหนึ่ง
"ฮ่ะๆ เ้ามาจากบ้านนอกหรือไร? ไม่รู้แม้กระทั่งระดับของสมุนไพรพวกนี้ มาให้ข้าบอกเ้าเอง สมุนไพรระดับธรรมดาพวกนี้ ล้วนเป็ขยะในสายตาข้า ข้าไม่คิดที่จะใช้แต้มแลกกับสมุนไพรพวกนี้แม้แต่น้อย"
เย่จื่อเฟิงไม่คิดว่าจะมีคนอื่นอยู่ที่นี่ การกระทําที่ดูคลุ้มคลั่งเมื่อสักครู่ถูกผู้อื่นเห็น! เขาจึงเริ่มรู้สึกอายอยู่ไม่น้อย
เย่จื่อเฟิงเหลือบไปเห็นหญิงสาวในชุดสีเขียว ใบหน้าของนางดูราวกับพระจันทร์เต็มดวง ในขณะที่ดวงตาของนางดูราวกับน้ำค้างในฤดูใบไม้ผลิ ประดุจดั่งเทพธิดาผู้อ่อนช้อยงดงาม ผิวพรรณขาวผุดผ่องราวหิมะ กับดวงตาที่ใสราวกับชลธี บรรยากาศที่แผ่ออกมาให้ความรู้สึกถึงชนชั้นสูงที่สง่างาม เพียงแค่จ้องมองนาง ก็ทําให้เย่จื่อเฟิงถึงกับตัวแข็งค้าง
" อะไรของเ้า มองอันใดนักหนา เ้าไม่เคยเห็นนักปรุงยาที่รูปโฉมงดงามเช่นนี้หรือไร? "
"นักปรุงยา? "
เย่จื่อเฟิงได้สติในทันที เขานึกถึงสิ่งที่ได้ยินมาก่อนหน้านี้ แล้วถามเด็กสาวว่า "หรือว่า... เ้าคือนักปรุงยาระดับหวงแห่งเมืองเหลยโจวคนนั้น? "
สตรีชุดเขียวมองตาปริบๆ แล้วก็สำลักขำออกมาอย่างขบขัน " เ้านี่ตาแหลมมากที่จําข้าได้! ใช่แล้ว ข้าคือนักปรุงยาระดับหวงผู้โด่งดังแห่งเมืองเหลยโจว เ้าเรียกข้าว่าแม่นางปิงเชี่ยนก็ได้"
เย่จื่อเฟิงยิ้มตอบ เขาไม่ได้รังเกียจเด็กสาวประเภทนี้ แม้นางจะดูเย่อหยิ่งไปบ้าง แต่อย่างน้องนางก็เตือนให้เขาระวังเื่การแลกแต้มกับสมุนไพรระดับสามัญพวกนี้ ดูเหมือนว่านางจะไม่ใช่คนใจดําอันใด
"แม่นางปิงเชี่ยน..."
ปิงเชี่ยนหัวเราะเบาๆ "ข้าบอกให้เ้าเรียกแบบนั้น เ้าก็เรียกข้าแบบนั้นจริงๆ? แต่ข้าก็ชอบอุปนิสัยตรงไปตรงมาของเ้า บอกหน่อยสิว่าเ้าจะเอาสมุนไพรพวกนี้ไปทําอะไร? บางทีข้าอาจพอแนะนําให้เ้าได้บ้าง"
ในฐานะปรมาจารย์โอสถสุดปังยิ่งใหญ่เหนือผู้ใด จำเป็จะต้องให้แม่หนูน้อยอย่างเ้ามาชี้แนะเื่การปรุงยาให้งั้นเรอะ?
เย่จื่อเฟิงหัวเราะอย่างขมขื่น " ข้าไม่อาจรบกวน ในฐานะที่แม่นางปิงเชี่ยนเป็ถึงนักปรุงยาอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหลยโจว เ้าคงมีอย่างอื่นให้ทําอีกมาก ไม่จําเป็ต้องมาเสียเวลากับคนต่ำต้อยอย่างข้าหรอก"
เมื่อได้ยินดังนั้นปิงเชี่ยนก็ถึงกับอึ้งแล้วนางก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
" เ้าช่างน่าสนใจจริงๆ ผู้อื่นเสนอเงินทองให้ข้ามากมายเพียงเพื่อให้ข้าแนะนําเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งข้าก็มักจะปฏิเสธไป แต่ว่าวันนี้ข้าจะให้คําแนะนําเ้าโดยมิเอ่ยปากเรียกสิ่งใด เ้ากลับเลือกจะปฏิเสธ? "
เย่จื่อเฟิงสะกดข่มความขุ่นเคืองใจของตนแล้วฝืนยิ้มออกไป
"เป็ความผิดของข้าเอง ข้าหวังว่าแม่นางปิงเชี่ยนจะอภัยให้ข้าด้วย"
ด้วยมุมมองและพฤติกรรมที่ดูแสนสุภาพอย่างไร้ที่ติของเขา มันช่างสมบูรณ์แบบทำให้นางไม่อาจตำหนิเขาได้เลย
ปิงเชี่ยนทอดถอนหายใจ "ก็ได้ หากเ้าไม่้าความช่วยเหลือจากข้า เช่นนั้นข้าก็ไม่ฝืนใจเ้าหรอก อย่างไรก็ตาม ข้าได้รับอนุญาตจากเ้าสํานักให้เข้ามาในหอสมบัติและปรุงยาได้ตาม้า หากเ้ามีคําถาม ก็สามารถเอ่ยถามข้าในครั้งหน้า ที่เข้ามา"
หนังตาของเย่จื่อเฟิงชักเริ่มกระตุกหงึกๆ " ถ้าเวลานั้นมาถึง ข้าคงต้องขอรบกวนแม่นางปิงเชี่ยนด้วย"
จากนั้นเขาก็มองสํารวจไปรอบๆ อีกครั้ง ในสถานที่อันกว้างใหญ่นี้ ไม่มีผู้ใดอื่นนอกจากพวกเขา เมื่อคิดเื่นั้น เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทําไมปิงเชี่ยนจึงอยากเข้ามาคุยกับเขา นางคงจะฝึกฝนด้วยตัวเองอยู่ในนี้คนเดียวเพียงลำพังเป็เวลานาน ก็คงจะเบื่อน่าดู ไม่แปลกใจเลยที่นางอาจจะกลัวว่าตนเองกลายเป็คนเสียสติเขาพูดคุยกับสมุนไพร เช่นเดียวกับเย่จื่อเฟิง
"บอกตามตรง ข้าอยู่ในหอสมบัตินี้มานานแล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าเห็นคนอื่นเข้ามาในกรงสมบัติโอสถ" ปิงเชี่ยนไม่้าหยุดการสนทนา ดูเหมือนนางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะคุยกับเย่จื่อเฟิง
เย่จื่อเฟิงมองไปที่สมุนไพรตรงหน้าแล้วตอบกลับว่า "ผู้คนส่วนมากมักมองเห็นแต่ประโยชน์ที่เห็นได้จริงและรวดเร็วจากของสิ่งนั้น เช่น อาวุธหรือวิชาระดับสูง ซึ่งสามารถเพิ่มพลังได้ทันทีเมื่อได้สิ่งเหล่านี้มา แต่พลังที่เพิ่มขึ้นมา นั้นเล็กน้อยมาก คนที่ฉลาดย่อมแลกแต้มของตนกับยา แต่มันก็ยังเทียบไม่ได้กับการแลกแต้มกับสมุนไพร ไม่มีผู้ใดคิดถึงผลลัพธ์ในระยะยาว และมัก้าเพียงแต่เพิ่มพลังของตนให้ได้ในเวลาอันสั้นเท่านั้น"
"เ้าเองก็คิดแบบเดียวกันหรือ? "
ดูเหมือนปิงเชี่ยนจะเจอคนที่มีความคิดเห็นตรงกันได้ในที่สุด นางรู้สึกดีใจมากเมื่อได้ยินคําตอบจากเย่จื่อเฟิง
"แล้วเ้าล่ะ? " ปิงเชี่ยนถามออกมาด้วยความสงสัย " เหตุใดเ้าถึงมาเลือกสมุนไพรเหล่านี้? อย่าบอกนะว่าเ้าจะเอามันกลับบ้านไปทําอาหารหรืออันใดสักอย่าง นั่นมันเสียของมากเลยนะ! "
"ไม่ใช่อยู่แล้ว! " เย่จื่อเฟิงตอบกลับอย่างเรียบง่าย
ทันใดนั้น ดูเหมือนปิงเชี่ยนจะนึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วหัวเราะคิกคัก
เย่จื่อเฟิงมองไปที่นางด้วยความประหลาดใจ
"เ้าขําอันใด? "
นางจ้องไปที่เขาด้วยแววตาที่ดูลึกลับ
"ข้ารู้แล้วว่าทําไมเ้าเข้ามาเอาสมุนไพรที่นี่"
เย่จื่อเฟิงพยักหน้าด้วยความสงสัย
"อ้อ? ทําไมเรอะ? ไหนเ้าลองว่ามาสิ"
"เ้าอาจจะได้ยินมาว่า ข้ามักอยู่ในนี้ก็เลยพยายามอย่างหนักเก็บสะสมแต้มมากพอที่จะเข้ามาใกล้ข้า แล้วหลังจากนั้นเ้าก็มาทําให้ข้าสนใจ...เ้าอยากจะมาเป็ลูกศิษย์ของข้าใช่ไหม? "
เย่จื่อเฟิงรู้สึกตกตะลึงจนใบหน้าแข็งค้าง แม้แต่ความสนใจในการชื่นชมสมุนไพรก็ยังลดลงไปเท่าหนึ่ง
เมื่อปิงเชี่ยนเห็นสีหน้าเขา นางก็หัวเราะดังลั่น " ฮ่าๆๆ ดูหน้าเ้าสิ ดูเหมือนข้าจะเดาถูกซะด้วย"
เย่จื่อเฟิงนั้นแอบคิดในใจว่าเด็กสาวผู้นี้คงมีปัญหาทางสมอง ทั้งยังหลงตัวเองมากกว่าที่เย่จื่อเฟิงคาดคิดไว้เสียอีก
"ข้าคงต้องขอโทษด้วย ข้าไม่รู้ว่าเ้าคือใคร แต่ข้าก็ไม่อยากเป็ศิษย์ของเ้าเหมือนกัน หลังจากเก็บรวบรวมสมุนไพรที่้าได้แล้ว ข้าก็จะรีบไปทันที"
เย่จื่อเฟิงรู้สึกว่าตนเองต้องบอกความจริงออกไป เขาไม่้าให้นางเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ หากนาง้ารับเขาเป็ศิษย์จริงๆ ล่ะก็ เย่จื่อเฟิงคงฆ่าตัวตายดีกว่าต้องเรียกนางว่าอาจารย์
"เ้า! ก็ได้ ข้าไม่สนเ้าอีกแล้ว! " นางมีแววตาที่เ็า นางรู้สึกว่าเย่จื่อเฟิงกําลังดูถูกความภาคภูมิใจของ หลังจากนั้นนางก็แสร้งมองหาสมุนไพรแล้วเดินจากไป
เย่จื่อเฟิงไม่อยากเสียพลังไปกับคนอย่างนาง เขารีบเก็บรวบรวมสมุนไพรของตน
สมุนไพรในกรงสมบัติโอสถแห่งนี้มีราคาไม่แพงมาก แต่ละชนิดมีค่าใช้จ่ายแค่ประมาณ 10 แต้มเท่านั้น พริบตาเดียว กระเป๋าของเย่จื่อเฟิงก็อัดแน่นไปด้วยสมุนไพร จนเกือบจะต้องเดินออกไปหยิบกระเป๋าใบใหญ่กว่าเดิมมาใส่
ปิงเชี่ยนที่ยืนอยู่ห่างออกไป แอบมองไปที่เย่จื่อเฟิงอยู่สองสามครั้ง เมื่อเห็นกระเป๋าของเขา นางรู้สึกใมาก คนที่ใช้แต้มผลงานทั้งหมดที่ตนมีไปกับส่วนผสมทางยา คนผู้นั้นย่อมต้องเป็นักปรุงยาผู้มีพร์ พวกเขาเ่าั้ต่างก็เป็นักปรุงยาปราดเปรื่องเช่นเดียวกัน!
"คนผู้นี้จะต้องมีพร์ ความพากเพียรอดทนในการปรุงยาอย่างแน่นอน รอก่อนเถอะ ข้าปิงเชี่ยนจะต้องทําให้เ้ากลายเป็ศิษย์ของข้าให้ได้! "
จบตอน