ทันทีที่หลินเฟยประกาศชื่อสำนักออกมาทุกคนในห้องถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเกิดเสียงฮือฮาและกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้น
“สำนัก... ไม่สนใจอะไรเลย?”
“ช่างเป็ชื่อที่ลึกซึ้ง! ไม่สนใจ หมายถึงการปล่อยวางกิเลสตัณหา!อะไรเลย หมายถึงความเป็อิสระจากกฎเกณฑ์ของ์และโลก!ท่านเซียนากำลังชี้แนะถึงวิถีเต๋าแห่งการไม่ยึดติด!”
เ้าเมืองหลิงเฉิงพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความปลื้มปีติ
“ท่านผู้บรรลุ! ช่างเป็มหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่!การตั้งสำนักในโลกมนุษย์เพื่อชี้แนะพวกเรา! สำนักของท่านจะตั้งอยู่ที่ใดขอรับ!ศิษย์ยินดีถวายยอดเขาสูงสุดของเมืองให้ท่านทันที!”
หลินเฟยยิ้มอย่างฝืน ๆ เขาเพิ่งเข้าใจว่า ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรทุกอย่างก็ถูกตีความให้เป็เื่ลึกซึ้งไปหมด
“โอเค! ยอดเขาสูงสุดก็ได้! แล้วก็... ฉัน้าศิษย์ด้วยนะ!พวกนายช่วยหาคนที่ ‘ไม่สนใจอะไรเลย’ มาให้ฉันหน่อยสิ!”
เ้าเมืองและปรมาจารย์ต่าง ๆ หันมองหน้ากันด้วยความงุนงง...
“ศิษย์ที่... ไม่สนใจอะไรเลย?”
“ท่านเซียนหมายถึงศิษย์ที่มีสภาวะจิตว่าง ไม่มีความทะเยอทะยานทางโลกและมุ่งสู่เต๋าบริสุทธิ์กระนั้นหรือ?”
“แน่นอน! หาคนที่ดูแล้วไม่ค่อยอยากทำอะไรมาให้ฉันนั่นแหละ!”หลินเฟยบอกอย่างไม่ใส่ใจ เขาคิดว่าถ้าหาคนี้เีมาจะได้ไม่ต้องยุ่งยากสอนอะไรมาก
หนึ่งชั่วยามต่อมา...
ที่ลานกว้างใจกลางเมืองหลิงเฉิง การคัดเลือกศิษย์ของ 'สำนักไม่สนใจอะไรเลย' ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ!ผู้บำเพ็ญเซียนนับหมื่นต่างพากันมาเข้าแถวอย่างยาวเหยียดทุกคน้าเป็ศิษย์ของเซียนา แม้ว่าชื่อสำนักจะฟังดูประหลาดก็ตาม
หลินเฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ธรรมดา (ซึ่งถูกนำมาวางบนแท่นหยกศักดิ์สิทธิ์)เขากำลังใช้โทรศัพท์มือถือที่ชาร์จเต็มแล้ว พยายามค้นหาสัญญาณอินเทอร์เน็ต(ซึ่งแน่นอนว่าไม่มี)
เกณฑ์การคัดเลือกศิษย์ที่หลินเฟยวางไว้คือ: คนที่ดูแล้วไม่มีความกระตือรือร้นในการบำเพ็ญเพียร
เ้าเมืองหลิงเฉิงทำหน้าที่เป็ผู้คัดเลือกเบื้องต้น
ผู้สมัครคนที่ 1: ศิษย์เอกที่เพิ่งทะลวงระดับ"จิติญญา" มาหมาด ๆ
เ้าเมือง: “ศิษย์คนนี้มีความมุ่งมั่นแรงกล้า!พลังปราณแกร่งกล้า! ท่านเซียน...”
หลินเฟย: “ไม่ผ่าน! มุ่งมั่นเกินไป!ดูเหมือนคนทำงานหนัก! ฉัน้าคนที่ ‘ไม่สนใจอะไรเลย’”
ผู้สมัครคนที่ 2: อัจฉริยะที่หลับตลอดเวลาแม้จะมีการต่อสู้ใกล้ ๆ ก็ตาม
เ้าเมือง: “ศิษย์คนนี้...ตกอยู่ในการหลับใหลแห่งเต๋านับสิบปี! จิตใจสงบ ไม่หวั่นไหว!”
หลินเฟย: “ไม่ผ่าน! หลับเกินไป!ถ้าให้ทำงานจะไหวไหมเนี่ย? ไม่สนใจอะไรเลย ไม่ได้แปลว่าี้เีจนหลับนะ!”
ในที่สุด หลินเฟยก็พบคนที่ตรงตามเงื่อนไขที่เขา้า...
ชายหนุ่มรูปร่างผอมบาง สวมเสื้อผ้าที่ดูเก่า ๆ หลี่ซาน ชื่อของเขาดูแล้วไม่มีออร่าเซียนใด ๆ เลย ใบหน้าของเขาดูเบื่อหน่ายโลกและกำลังพยายามทำตัวให้เล็กลงในแถว
“หลี่ซาน” เ้าเมืองเรียกชื่อ“ความทะเยอทะยานของเ้าคืออะไร?”
หลี่ซานสะดุ้ง เขาเงยหน้าขึ้นอย่างงัวเงีย
“ความทะเยอทะยาน? เอ่อ...ข้าแค่ถูกเพื่อนลากมา... ข้าไม่ได้อยากเป็เซียนหรอกขอรับ... ข้าอยากหาที่เงียบ ๆ นั่งเล่นไปวันๆ... ถ้าทำได้ข้าก็อยากจะปลูกผักแล้วก็ทำขนมเปี๊ยะขายมากกว่า”
คำพูดของหลี่ซานทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับหายใจติดขัด!
นั่งเล่นไปวัน ๆ! ปลูกผัก! ทำขนมเปี๊ยะขาย! นี่คือสิ่งที่เซียนา้า!
“ช่างเป็วิถีแห่งความเรียบง่ายที่แท้จริง!”อาจารย์าุโท่านหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตัน
หลินเฟยตาเป็ประกายทันที!
“ผ่าน! นายผ่านแล้ว! หลี่ซาน! นายแหละคือศิษย์คนแรกของฉัน!”
หลี่ซานมองหลินเฟยด้วยความงุนงง “หะ? ข้าผ่านแล้วเหรอ?ทั้ง ๆ ที่ข้าไม่ได้มีความสามารถอะไรเลยเนี่ยนะ?”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉัน้า! นายมีความสามารถในการ ‘ไม่สนใจอะไรเลย’ ขั้นสูงสุด!”หลินเฟยกล่าวอย่างจริงจัง
หลินเฟยยื่นมือออกไปจับมือหลี่ซานแล้วส่งพลังเซียนาที่รั่วไหล (แต่หลินเฟยคิดว่าเป็แค่เหงื่อที่มือ)เข้าสู่ร่างกายของศิษย์คนแรกของเขา
ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!
หลี่ซานถึงกับตัวแข็งทื่อ! ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!พลังเซียนที่รั่วไหลจากหลินเฟยได้ชำระล้างเส้นชีพจรและรากฐานเซียนของเขาอย่างสมบูรณ์!
ภายในพริบตาเดียวหลี่ซานก็บรรลุถึงระดับผู้บำเพ็ญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!
แต่สิ่งที่หลี่ซานรู้สึก...
“อั่ก... ปวด... ปวดท้อง... ท่านเซียน! ท่านมอบยาถ่ายเซียนให้ข้าหรือขอรับ!ข้า... ข้ารู้สึกเหมือนข้าจะบรรลุ...”
“บรรลุแล้ว! หลี่ซานบรรลุระดับเซียน์แล้ว!” เ้าเมืองกรีดร้องด้วยความตกตะลึง
หลินเฟยรีบปล่อยมือทันที
“เฮ้ย! ฉันไม่ได้ให้ยาถ่ายนะ! นายเป็อะไรไป? ทำไมตัวร้อนจี๋เลย!”
หลี่ซานทรุดลงกับพื้น แต่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรัศมีแห่งเซียนเขาเริ่มมองเห็นภาพโลกที่ต่างไปจากเดิม แต่สิ่งที่เขาสนใจที่สุด...
“ข้า... ข้าได้พลังเซียน... ข้าจะสามารถใช้พลังนี้... ทำขนมเปี๊ยะได้ดีขึ้นไหมขอรับ?”
ทุกคนถึงกับล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความชื่นชม! นี่แหละ! คือการไม่ยึดติดที่แท้จริง!
หลินเฟยส่ายหัวอย่างหมดปัญญา
“โอเค! นายสนใจแต่ขนมเปี๊ยะ! ดีมาก! นายคือศิษย์ที่เพอร์เฟกต์!ทีนี้... ศิษย์คนที่สอง... ฉันอยากได้คนที่ ‘ติดเกม’!”
ทันใดนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งในชุดศิษย์เซียนที่ดูเซอร์ ๆวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน
มู่หาน ชื่อของเธอ
“ท่านเซียน! ท่านกำลังมองหาศิษย์อีกคนใช่ไหมเ้าคะ!ข้าสมัครเ้าค่ะ!”
“ความทะเยอทะยานของเ้าคืออะไร?” หลินเฟยถาม
มู่หานตอบอย่างหนักแน่นด้วยสีหน้าที่จริงจังที่สุด
“ข้า้าที่จะเล่นเกมให้จบทุกเกมในทุกภพ! ข้ากำลังติดเกมฝึกฝนเซียนที่ใช้ชีวิตประจำวันเป็หลัก!ข้าต้องหาไอเทมหายาก! ข้าต้องไปสำรวจดันเจี้ยนลับ!”
หลินเฟยถึงกับอ้าปากค้างด้วยความใ!
“ติดเกม? สำรวจดันเจี้ยน? นี่มันอะไรกันวะเนี่ย! ในโลกเซียนก็มีคนติดเกมเหมือนกันเหรอ!”
“ผ่าน!” หลินเฟยประกาศอย่างตื่นเต้น“ในที่สุดฉันก็เจอคนบ้านเดียวกันแล้ว!”
มู่หานถึงกับน้ำตาไหล
“ขอบคุณท่านเซียน! ท่านเข้าใจข้า! ข้าสัญญาว่าจะตั้งใจเล่น...เอ่อ... ตั้งใจฝึกฝนอย่างที่สุดเ้าค่ะ!”
หลินเฟยตบไหล่มู่หานเบา ๆ
“ไม่ต้องฝึกฝนหรอก! มาช่วยฉันหาทางกลับบ้าน! แล้วก็...ฉันอยากสร้างระบบอินเทอร์เน็ตในสำนัก! นายสนใจไหม?”
มู่หานตาเป็ประกาย
“อินเทอร์เน็ต! ระบบที่ใช้เชื่อมต่อข้อมูลจากทุกภพ!นั่นคือสุดยอดวิชาที่ข้าตามหา! ข้าจะสร้างมันให้ท่านเองเ้าค่ะ! ท่านเซียน!”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ 'สำนักไม่สนใจอะไรเลย'ที่มีศิษย์เอกที่สนใจแต่ 'ขนมเปี๊ยะ'และศิษย์รองที่สนใจแต่ 'อินเทอร์เน็ตและเกม'ส่วนปรมาจารย์ (หลินเฟย) ก็สนใจแค่ 'บะหมี่และทางกลับบ้าน'เท่านั้น
โปรดติดตามตอนต่อไป...