“ฮิกันมานี่หน่อย”
ฉันไฮเดรนเยียคนขยันที่สุดในบ้านตื่นขึ้นมาขุดหลุมดิน เนื่องจากอาจารย์ที่สอนวิทยาศาสตร์ของฉันให้มาเก็บตัวอย่างดินให้อาจารย์
ฉันะโเรียกฮิกันบานะน้องสาวสุดี้เีผู้นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในบ้านให้มาช่วยฉันขุดหลุม
“แป๊บ”
แน่ะ! นี่ฉันก็บอกฮิกันบานะให้มาช่วยฉันสามครั้งแล้วนะที่ได้ยินว่าแป๊บ แม้นี่จะเป็งานของฉันก็เถอะ แต่ชั้นก็เหนื่อยมากแล้วนะที่ขุดมานี่ อาจารย์ก็ให้ขุดตั้งลึก ตั้งสามสิบเิเ แถมเจอหินอันบักใหญ่ระหว่างขุดอี๊ก ต้องเปลืองแรงมากขึ้นกว่าเดิม
“มี’ไรว่ามา”
“ช่วยขุดหน่อยนะ นะ นะ”
ฉันขอร้องอ้อนวอนน้องฮิกันบานะ ฮิกันบานะเห็นหินและอะไรซักอย่างที่ดูว่าน่าจะเป็อิฐ ฮิกันบานะจึงเอาเสียมไปจากมือของฉัน และขุดหลุมให้มันกว้างใหญ่กว่าเดิม
“ขยายมันได้ใช่มั้ยหนิ? ”
ฮิกันบานะถามทั้งๆ ที่ตัวเองจับเสียมขุดหลุมให้กว้างอยู่ เออ~ เป็แบบนี้ก็ไม่ต้องถามก็ได้นะฮิกันบานะ
ฉันพยักหน้าขึ้นลงอย่างช้าๆ แต่ฮิกันบานะก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาดูเลยซักนิด
ฮิกันบานะขุดหลุมจนหลุมกว้างมากพอที่จะเอาอิฐขึ้นมาได้ เธอเอามือควักดินในหลุมออกมาแล้วดึงอิฐก้อนนั้นขึ้นมา และเธอก็วิ่งไปเอาส้อมช้อนจากในครัวมาขุดร่องอิฐจนเจอกับกระจกพับ เธอวางมันลงพื้นและกลับเข้าห้องเล่นโทรศัพท์ต่อ
ฉันรีบเก็บตัวอย่างดินและเอาไม้บรรทัดมาวัดดินที่ได้ เมื่อขุดต่อจนถึงเิเที่้า ฉันเอาถุงมาเก็บตัวอย่างดินขึ้นมา แล้วถ่ายรูปสองถึงสามรูป
ฉันเก็บกระจกพับขึ้นมา ก่อนจะไปห้องนํ้า ไปล้างทำความสะอาดกระจกจนดินหมดไป ฉันค่อยๆ เซ็ดกระจกอย่างเบามือ ในที่สุด...ในที่สุดฉันก็จะมีกระจกซักที แม้กระจกมันจะเล็กมากเลยก็เถอะ แต่มันก็ดีจะได้ไม่ต้องส่องกระจกจากรถหรือจากโทรศัพท์ และโทรทัศน์อีกแล้ว^_^ เย้~~~>_<
เมื่อล้างทำความสะอาดต่างๆ เสร็จสิ้น ฉันใช้ผ้าขนหนูเช็ดกระจกอย่างเบามือกลัวกระจกจะแตก กระจก่นี้ยิ่งราคาแพงอยู่ สิบบาท สิบห้าบาทอัป
ฉันเปิดกระจกและส่องหน้าตัวเอง อยู่ๆ ตัวอักษรหนังสือที่เปรียบเสมือนแป้นพิมพ์ในโทรศัพท์ก็รอยอยู่ตรงหน้าของฉัน มีข้อความปรากฏว่า
‘กระจกบานนี้เป็กระจกพิเศษหาก้าให้กระจกบานนี้ใหญ่ขึ้นก็ทุบกระจกบานนี้ให้แตกละเอียดและนำผงกระจกไปโรยกระจกที่ใหญ่กว่าเติม *หมายเหตุ ไม่จำเป็ต้องเป็กระจกพับ โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์ หรือกระจกหน้ารถก็ย่อมได้’
ฉันอ่านข้อความนี้ด้วยความทึ่งเล็กน้อย ฉันคุ้นคิดด้วยความหนักใจ คนอื่นๆ จะเห็นข้อความนี้มั้ยนะ? คนอื่นๆ จะเห็นรึเปล่า หากทุกคนเห็นฉันจิ้มอากาศธรรมดากันล่ะ
แม้จะหนักใจที่จะต้องทำลายกระจกแต่ฉันก็เสี่ยงดูว่ามันจะเป็กระจกพิเศษไปกว่ากระจกธรรมดาอย่างไร มันจะมีอะไรให้ ไม่รอช้าเมื่อฉันและความอยากรู้ของฉันว่ามันพิเศษยังไง เมื่อคิดว่ามันจะมีอะไรให้ แล้วฉันก็เข้าไปในห้องครัวหยิบโทรศัพท์ไปด้วย
และเอากระจกใส่ถุงฉันถือสากมาตำกระจกให้มันระเอียดพอมันระเอียดแล้ว ฉันก็เอาผงของกระจกมาโรยใส่โทรศัพท์ ผงกระจกซึมเข้าไปในโทรศัพท์ได้อย่างหน้าอัศจรรย์ผงที่เหลือที่โรยไปไม่หมดฉันเก็บใส่ถุงไวเผื่อได้ใช้ในครั้งหน้า
ฉันโทรศัพท์เลื่อนๆ ไปเรื่อยๆ จนเจอกับแอปที่จำไม่ได้เลยว่าตัวเองเคยติดตั้ง จึงกดเข้าไป และแอปนี้ก็มีชื่อว่าMentor
“พี่เลี้ยง ผู้แนะนำ ที่ปรึกษา”จึงกดเข้าไป
ฉันพูดความหมายของชื่อแอปนี้ขึ้นมา
‘จากกระจกบานที่แล้ว ท่านMentorเลือกที่จะโอนย้ายเข้าโทรศัพท์ กรุณากรอกชื่อและที่อยู่ของท่าน’
ฉันกรอกชื่อของตัวเองทั้งชื่อเล่นชื่อจริง และที่อยู่ของตัวเอง
‘สิ่งตอบแทน จะหักวันล่ะ20บาทต่อหนึ่งวัน จะเริ่มให้เงินั้แ่100,000บาทดังนั้นเมื่อวันแรกที่รับงาน ท่านMentorโปรดให้คำปรึกษาเหล่าตัวละครในนทานอย่างจริงจังและจริงใจที่สุด เลือกนิทาน ♦สโนว์ไวท์ ♦รัมเพลสติลสกิน’
เอ๊ะงั้นMentorก็แปลว่าที่ปรึกษา ผู้แนะนำน่ะสิ แต่มันได้เงินด้วยลองทำเล่นๆ ฆ่าเวลาว่าไปก่อนก็แล้วกัน ถ้ามันได้เงินจริงก็ดีสินะ
____________________________
สวัสดีค่ะผู้หลงเข้ามาอ่าน^_^
ไรท์อยากขอให้ทุกคนคอมเมนต์กันหน่อยจะได้มีกำลังใจในการแต่ง5555
ไรท์คิดหนักมากเลยจ้าา จะเอานิทานเื่อะไรดีระหว่างสโนว์ไว้กับรัมเพลสติลสกิน คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะขอร้องละ Please หรือจะให้เอาทั้งสองเื่ดี แต่ลิสต์รายชื่อนิทานของไรท์มีเป็ร้อยนี่สิที่ไรต์จะเอามาเสริมเติมแต่ง