ตอนที่30
หน้ากากสะคราญโฉม
เหยาจิ้งเฟยเมื่อฝ่ามือทั้งสองลงมือไม่ประสบผลรีบเปลี่ยนกระบวนท่าใช้เท้าขวาเตะวูบเข้าหาไม้เท้าในมืออี้เซินจนไม้เท้าไถลออกไปราวหนึ่งวาเหยาจิ้งเฟยอาศัยจังหวะนั้นเคลื่อนกายเข้าใกล้ซื่อเหมี่ยนพร้อมฝ่ามือพุ่งออกฟาดใส่ไม้เท้าในมือซื่อเหมี่ยนอย่างหักโหมรุนแรงขณะเดียวกันนั้นอี้เซินวกไม้เท้าในมือกลับมาจี้ปราดพุ่งเข้าหาบริเวณชายโครงของเหยาจิ้งเฟยโดยหวังผล
เหยาจิ้งเฟยสองมือกำลังพัวพันอยู่กับไม้เท้าในมือซื่อเหมี่ยนในเวลาเดียวกันคล้ายกับมีตาหลังงอกเงยออกมาโดยมิได้เหลียวกลับมามองแต่อย่างใดเท้าซ้ายรีบเตะกราดเข้าหาไม้เท้าในมืออี้เซินซึ่งจี้เข้าชายโครงแต่หนนี้เหยาจิ้งเฟยบรรจุพลังวัตรสี่ส่วนมาพร้อมกับเท้าซ้ายเมื่อไม้เท้าในมืออี้เซินปะทะเข้ากับปราณพลังที่แผ่พุ่งมารับทราบถึงความรุนแรงเร่าร้อนของพลังสายนั้นแล้วบังเกิดเป็เสียงดังปงพร้อมกับไม้เท้าไม้ไผ่ในมืออี้เซินหักสะบั้นออกเป็สองท่อน
ซื่อเหมี่ยนเห็นเช่นนั้นไม่ลนลานรีบร้อนตวัดไม้เท้าในมือจากบนลงล่างแล้วเขี่ยไปยังข้อเท้าทั้งสองของเหยาจิ้งเฟย เหยาจิ้งเฟยขยับสลับเท้าซ้ายขวาอย่างแคล่วคล่องว่องไวหลบท่าไม้เท้าที่เขี่ยมาของซื่อเหมี่ยนไม่ยากเย็นพอหลบหลีกรอดพ้นแล้วใช้เท้าขวาเหยียบปลายไม้เท้าตรึงไว้กันพื้นเวทีจากนั้นเกรงพลังลมปราณไปที่เท้าซ้ายแล้วก้าวเหยียบไปตรงกลางของไม้เท้าในขณะเดียวกันซื่อเหมี่ยนกระชากไม้เท้าในมือกลับไปแต่ทว่าสายไปไม่ทันการเท้าซ้ายของเหยาจิ้งเฟยบรรลุถึงก่อนผลปรากฏไม้เท้าไม้ไผ่หักสะบั้นขาดออกเป็สองท่อนเช่นเดียวกับของอี้เซิน
แท้จริงแล้วอี้เซินกับซื่อเหมี่ยนนางทั้งสองไม่ค่อยถนัดกับอาวุธที่มีความยาวเท่าใดนัก ดังนั้นเมื่อไม้เท่าในมือหักออกเป็สองท่อนอี้เซินจึงเกิดปฏิภาณวูบร้องบอกต่อซื่อเหมี่ยนศิษย์พี่เบา ๆ โดยที่เหล่าขอทานด้านล่างมิอาจได้ยินว่า
“ศิษย์พี่ใช้ไม้เท้าที่หักแทนกระบี่ท่านกับข้าพเ้าประสานวิชากระบี่ดรุณีปราบมาร”
ซื่อเหมี่ยนเมื่อได้ยินอี้เซินร้องกล่าวพยักหน้ารับทราบรีบเปลี่ยนกระบวนท่าใช้ไม้เท้าส่วนที่เหลือแทนกระบี่กลับรู้สึกว่าถนัดและคล่องมือกว่าไม้เท้าที่ยาวเมื่อครู่หลายเท่านักทางด้านเหยาจิ้งเฟยความจริงที่ลงมือไปทั้งหมดนั้นมิได้ใช้พลังวิชาที่มีทั้งหมดออกมา เป้าหมายเพียงเพื่อ้ากระชากหน้ากากของทั้งสองออกเพื่อให้เหล่าขอทานด้านล่างได้เห็นโฉมหน้าอันแท้จริงของสองคนที่เหยาจิ้งเฟยมั่นใจว่าสวมใส่หน้ากากอยู่
หน้ากากที่ซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินสวมปกปิดใบหน้าก่อนที่จะตกแต่งให้แเีอีกชั้นหนึ่งนั้นเป็จ่านจือพกพาติดตัวมาจากหุบเขาผีเสื้อ ซึ่งทำมาจากยางไม้ชนิดหนึ่งจึงมีคุณสมบัติยืดหยุ่นเบาบางแนบกับใบหน้าหากไม่สังเกตให้ดียากที่จะดูออกแต่ทว่าเหยาจิ้งเฟยซึ่งแท้จริงคือเหยาเยี่ยนผิงนางชำนาญในด้านการปลอมแปลงโฉมดังนั้นหน้ากากของจ่านจือจึงมิอาจตบตาของนางได้
บนเวทีตอนนี้อี้เซินอยู่ในตำแหน่งด้านหลังของเหยาจิ้งเฟยส่วนซื่อเหมี่ยนหันหน้าประจันกับเหยาจิ้งเฟยพอดีอี้เซินวาดไม้เท้าต่างกระบี่เป็เงาบุปผาวงหนึ่งจู่โจมเข้าใส่ตำแหน่งสะโพกของเหยาจิ้งเฟยขณะเดียวกันซื่อเหมี่ยนทิ่มแทงปลายไม้เท้าแทนกระบี่เช่นกันเมื่ออาวุธถนัดมือจึงสามารถสำแดงกระบวนท่าได้แคล่วคล่องกว่าเดิมมากนักปลายไม้เท้าในมือซื่อเหมี่ยนตรงเข้าใส่บริเวณลำคอของเหยาจิงเฟยอย่างเร่งร้อนเหยาจิ้งเฟยรับทราบถึงกระบวนท่าของทั้งสองว่ามีความปราดเปรียวคล่องแคล่วขึ้นกว่าตอนที่ใช้ไม้เท้าซึ่งมีความยาวอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้นรีบหมุนกายเคลื่อนขวางออกมายังด้านข้างซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินพุ่งร่างตามติดพร้อมกับฟันไม้เท้าต่างกระบี่เข้าหาลำตัวของเหยาจิ้งเฟยโดยพร้อมเพรียงทางด้านเหยาจิ้งเฟยอาศัยความเหนือชั้นช่ำชองกว่าะโลอยตัวตีลังกากลับมาข้ามศีรษะของทั้งสองอีกรอบหนึ่งสองมือกางออกพร้อมกับตะปบเข้าใส่บริเวณราวกกหูของซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินอย่างรวดเร็วจนดูแทบมิทันแล้วกระชากหน้ากากของทั้งสองติดมือมาก่อนที่จะทิ้งร่างลงสู่พื้นเวทีอย่างสง่างาม
เหยาจิ้งเฟยเมื่อทิ้งร่างลงกลางเวทีในมือเพิ่มหน้ากากยางไม้มาสองชิ้น พร้อมกับยื่นแสดงชูขึ้นเหนือศีรษะให้บรรดาขอทานทั้งหลายด้านล่างได้เห็นโดยทั่วกันทางด้านมารนภาหม่าจิ้งเถากับมารธุลีต้าเอ่อคารีบสะอึกเข้าขวางร่างซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินเอาไว้ ป้องกันทั้งสองจะหลบหนีไปบัดนี้ทั้งสองเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงจากขอทานชราสองคน พอกระชากหน้ากากออกกลายเป็ดรุณีสะคราญโฉมสองนางเหยาจิ้งเฟยอาศัยโอกาสนี้ส่งเสียงดังกังวานว่า
“ท่านทั้งหลายความจริงได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้วทุกท่านต่างเห็นชัดแล้วว่าคนทั้งสองมิได้เป็ขอทานแต่อย่างใดแต่ไฉนจึงปลอมเป็ผู้เฒ่าทั้งสองมีจุดประสงค์อันใดแอบแฝงกันแน่? เห็นทีว่าจะปล่อยให้สองคนนี้หนีรอดไปมิได้ท่านผู้เฒ่าหว่านผู้เฒ่าเยิ่นท่านทั้งสองรีบคร่ากุมตัวมันสองคนเอาไว้แล้วนำตัวลงไปให้ขอทานทั้งหลายได้ลงโทษพวกมันทั้งสองด้วยมือของทุกคนเองท่านทั้งหลายด้านล่างเห็นว่าเป็เช่นไร?”
บรรดาขอทานทั้งหลายด้านล่างเมื่อเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินว่าแท้จริงมิได้เป็ผู้เฒ่าลำดับแปดกับผู้เฒ่าลำดับเจ็ดอย่างที่เห็นก่อนหน้านี้ต่างแสดงอาการเกรี้ยวกราดโกรธแค้นออกมาต่างส่งเสียงะโร้องด่าพร้อมกับทำท่าคล้ายจะกรูถาโถมขึ้นมาบนเวทีเพื่อคร่ากุมตัวซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินลงไป
เหยาจิ้งเฟยกับมารนภาหม่าจิ้งเถาและมารธุลีต้าเอ่อคาต่างหันสบตากันวูบหนึ่งเมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดเป็ไปตามแผนการที่วางไว้ส่วนซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินตอนนี้สถานการณ์อยู่ใน่คับขันหวาดเสียวถึงที่สุดขณะที่ทั้งสองจะกำลังใช้ความคิดว่ากระทำเช่นไรต่อไปดี เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นก่อนพร้อมกับร่างสองสายพุ่งทะยานขึ้นมาบนเวที
“ช้าก่อนพี่น้องขอทานทั้งหลาย”
สิ้นเสียงร่างสองคนพลิ้วกายลงบนพื้นเวทีเสียงที่กล่าวเมื่อครู่มิใช่ผู้ใดซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินจดจำแม่นยำว่าเป็น้ำเสียงของจ่านจือนางทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงต่างแสดงสีหน้าดีใจและหายกังวลคล้ายผลักูเาออกจากอกปานฉะนั้นต่างระบายลมหายใจออกมาจากปากอย่างโล่งอกเมื่อมองออกไปเห็นจ่านจือประคองผู้เฒ่าท่านหนึ่งพลิ้วร่างขึ้นมาบนเวทีทั้งสองคาดเดาได้ทันทีว่าต้องเป็ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อซึ่งจ่านจือเคยเล่าให้ฟังอย่างแน่นอน
ซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินทั้งสองจึงรีบสะอึกเข้ามาหาจ่านจือกับผู้เฒ่าท่านนั้นทันทีพร้อมกับส่งเสียงเรียกจ่านจือเบา ๆ แล้วประสานมือคารวะแก่ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อ
“เซี่ยวจือ”
ทั้งซื่อเหมี่ยนและอี้เซินร้องเรียกจ่านจือพร้อมกันเมื่อคารวะผู้เฒ่าตรงหน้าแล้วนางทั้งสองส่งเสียงทักทายว่า
“ข้าพเ้าซื่อเหมี่ยนเป็ศิษย์พี่ใหญ่แห่งหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวขอคารวะท่านผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อ”
พอซื่อเหมี่ยนแนะนำตัวแล้วอี้เซินจึงแนะนำตัวเองบ้างว่า
“ข้าพเ้าเอวี้ยอี้เซินเป็ศิษย์น้องของหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวขอคารวะท่านผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อเช่นกัน”
ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อพยักหน้าต่อนางทั้งสองเป็การรับรู้พร้อมกับหันไปมองทางด้านเหยาจิ้งเฟยกับมารนภาหม่าจิ้งเถาและมารธุลีต้าเอ่อคาซึ่งตอนนี้รวมตัวกันอยู่มุมหนึ่งของพื้นเวทีทั้งสามคาดคิดไม่ถึงว่าผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อที่เข้าใจว่าตกหุบเขาเสียชีวิตไปแล้วนั้นกลับปรากฏกายขึ้นในเวลานี้ ซึ่งเหนือความคาดหมายของทั้งสามยิ่งนัก
เหยาจิ้งเฟยเพ่งมองมาอย่างคาดคิดไม่ถึงสุดท้ายสายตามาหยุดอยู่ที่ขอทานน้อยผู้ซึ่งนางเคยช่วยเหลือไว้ในความเข้าใจของเหยาจิ้งเฟยยังคงคิดว่าเมื่อครู่ที่ผ่านมาเป็ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อเป็ผู้หอบหิ้วร่างของเขาขึ้นสู่บนเวทีหากนางทราบว่าแท้จริงเป็จ่านจือต่างหากเล่า ที่เป็ผู้หอบหิ้วร่างของผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อขึ้นสู่บนเวทีนางจะมีความรู้สึกเช่นไร?
เมื่อผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อปรากฏตัวขึ้นสถานการณ์ย่อมเปลี่ยนไปจ่านจือรีบประคองท่านก้าวออกมาด้านหน้าเวทีพี่สาวทั้งสองของเขารีบก้าวตามติดมาไม่ห่างได้ยินเสียงบรรดาขอทานด้านล่างส่งเสียงเรียกท่านผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อดังมาไม่ขาดหูจากนั้นผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อส่งเสียงต่อบรรดาขอทานด้านล่างขึ้นว่า
“พี่น้องทั้งหลายข้าพเ้าผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อนับว่า์ยังมิทอดทิ้งโชคดีที่มีชีวิตรอดกลับมาพบกับพี่น้องทั้งหลายได้ในค่ำคืนนี้หากมิใช่น้ำใจของพ่อหนุ่มท่านนี้รวมถึงโกวเนี้ยน้อยศิษย์ทั้งสองของหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวช่วยเหลือไว้เห็นทีค่ำคืนนี้คงเป็คืนอัปยศที่สุดของบรรดาขอทานบุคคลทั้งสามจึงถือว่าเป็ผู้มีพระคุณใหญ่หลวงต่อข้าพเ้ารวมถึงพี่น้องขอทานทั้งหลายด้วยมิฉะนั้นแล้วหากมิได้โกวเนี้ยทั้งสองยื่นมือยับยั้งเอาไว้ก่อนพี่น้องทั้งหลายอาจจะหลงเชื่อคำพูดของคนชั่วสามคนแล้วย่อมเป็ได้สองคนที่ปลอมตัวแอบอ้างเป็ผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีกับผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมามันสองคนเป็ผู้ที่ร่วมมือกันทำร้ายข้าพเ้าตกหุบเขาไปหากมิได้พ่อหนุ่มท่านนี้ลงไปช่วยขึ้นมาข้าพเ้าคงไปท่องเที่ยวยังปรโลกแล้ว”
เมื่อผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อกล่าวจบจ่านจือจึงส่งเสียงกล่าวต่อบรรดาขอทานทั้งหลายด้านล่างว่า
“ข้าพเ้ามีนามว่าจ้าวจ่านจือมีเื่สำคัญอยากเรียนแก่ท่านทั้งหลายว่าท่านาุโขอทานพเนจรหวงเกาฉือบัดนี้ท่านอยู่ในเขตจงหยวนและก่อนหน้านั้นท่านมิได้เดินทางลงใต้แต่อย่างใดเมื่อสองวันก่อนข้าพเ้าพร้อมกับพี่สาวทั้งสองได้มีโอกาสคารวะท่านพอดีท่านาุโมีธุระต้องไปกระทำเื่หนึ่งจึงได้ไหว้วานให้ข้าพเ้ากับพี่สาวทั้งสองเดินทางล่วงหน้ามาแจ้งข่าวแก่ทุกท่านกลับคิดไม่ถึงว่ามาจะเกิดเื่ราวขึ้นเสียก่อน”
ทางด้านเหยาจิ้งเฟยกับสองมารฟ้าดินเมื่อแผนการถูกเปิดโปงจึงเห็นต้องพ้องกันว่าก่อนจากไป ขอลงมือทำร้ายคนทั้งสี่ให้สาสมแก่ใจก่อนดังนั้นเหยาจิ้งเฟยจึงส่งเสียงกล่าวขึ้นว่า
“นึกไม่ถึงท่านผู้เฒ่าจะมีชะตากล้าแข็งนักขนาดถูกสองมารฟ้าดินทำร้ายจนตกเขาไป กลับยังมีชีวิตรอดกลับขึ้นมาได้อีกหากทราบเช่นนี้ั้แ่แรกข้าพเ้าคงลงมือเองั้แ่ต้นเสียดายที่ตอนนั้นมิทันได้คิดแต่ท่านเฒ่าอย่าเพิ่งด่วนดีใจไปในเมื่อข้าพเ้าขอยืมมือขอทานทั้งหลายของท่านผู้เฒ่ามิได้ข้าพเ้าเห็นทีต้องเข่นฆ่าเสียให้หมดสิ้นเพื่อจะได้ไม่เป็เสี้ยนหนามทิ่มตำในภายหลัง”
ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อรู้ดีว่าตัวท่านในตอนนี้คงไม่มีความสามารถที่จะรับมือกับสามคนร้ายได้แต่ท่านยังเชื่อมั่นว่าเหล่าบรรดาขอทานด่านล่างมีจำนวนถึงพันกว่าคนหากจะเข่นฆ่าให้หมดสิ้นลำพังคนสามคนหากระทำได้ จึงกล่าววาจาสวนกลับไปทันทีว่า
“น่าขันกล้ากล่าววาจามิอายปากท่านบอกว่าขอหยิบยืมแต่กลับใช้วิธีการสกปรกชั่วช้าหากท่านสามคนคิดว่ามีความสามารถลงมือเข่นฆ่าได้ง่ายดายเช่นนั้นท่านทั้งสามอาจจะดูแคลนบรรดาขอทานมากเกินไปแล้วหากเ้าสามคนคิดว่าจะหนีไปได้เชิญลงมือ”
เหยาจิ้งเฟยส่งเสียงกล่าวขึ้นว่า
“เฉาลู่ฟาง”
ทันใดนั้นปรากฏคนผู้หนึ่งพลิ้วร่างขึ้นมาบนเวทีเมื่อหยุดยืนต่อหน้าเหยาจิ้งเฟยแล้ว ประสานมือคราหนึ่งแล้วกล่าวขึ้นว่า
“นายน้อย ข้าพเ้าเฉาลู่ฟางอยู่นี่แล้วมีสิ่งใดให้ไปกระทำอีกหรือไม่?”
“สิ่งที่ข้าพเ้าให้ท่านไปกระทำเป็เช่นไร?”
เหยาจิ้งเฟยกล่าวถามคนผู้นั้นขึ้นคนผู้นั้นประสานมืออย่างนอบน้อม พร้อมกับตอบกลับมาว่า
“ทุกอย่างเรียบร้อยหามีสิ่งใดผิดพลาดแม้แต่น้อยนายน้อยโปรดวางใจ”
จ่านจือกับซื่อเหมี่ยนและอี้เซินเมื่อเห็นคนผู้นั้นจดจำออกโดยทันทีผู้ที่เรียกตัวเองว่าเฉาลู่ฟางที่แท้คือขอทานน้อยที่ชื่ออาฉินเมื่อตอนกลางวันนั่นเองทั้งสามคาดเดาไว้มิผิดว่าขอทานน้อยผู้นั้นจะต้องไม่รวบรัดธรรมดาจากปฏิกิริยาแววตาและท่วงท่าก้าวย่าง จะต้องเป็ผู้มีวรยุทธ์ไม่ต่ำทรามอย่างแน่นอน
จากนั้นเหยาจิ้งเฟยหันมาทางด้านจ่านจือกับผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นว่า
“ท่านผู้เฒ่าท่านคิดว่าตำแหน่งที่ตั้งของเวทีตรงนี้ทิศทางอยู่เหนือลมใช่หรือไม่?”
“ถูกต้องท่านกล่าวมิผิด ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อกล่าวตอบไป”
“ฮาฮา หากเป็เช่นนั้นข้าพเ้าต้องแสดงความเสียใจต่อบรรดาขอทานทั้งหลายของท่านด้วย ข้าพเ้าเรียนต่อท่านตามตรงว่าในกองไฟทั้งสองกองนั้นคนของข้าพเ้าได้ใส่ผงหอมหวนสิบทิศลงไป ตอนนี้คิดว่าผงหอมหวนสิบทิศคงกระจายไปตามควันไฟและสายลมขอทานทั้งหลายของท่านอยู่ตำแหน่งใต้ลม ถูกต้องหรือไม่?”
เหยาจิ้งเฟยหัวร่อด้วยความเ้าเล่ห์พร้อมกับกล่าววาจาอย่างเย้ยหยันแม้แต่จ่านจือยังนึกไม่ถึงว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้จะอำมหิตโเี้ถึงเพียงนี้ให้คนซึ่งคือเฉาลู่ฟางแอบโปรยผงหอมหวนสิบทิศลงไปในกองไฟแรงลมและเปลวไฟที่โหมกระหน่ำทำให้ผงหอมหวนสิบทิศกระจายได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเหยาจิ้งเฟยกล่าววาจาต่ออีกว่า
“ภายในสิบสองชั่วยามหากไม่มียาถอนพิษพิษทั้งหมดจะกระจายไปทั่วร่างและเสียชีวิตในที่สุดส่วนตอนนี้ผู้ที่สูดพิษเข้าไปเพียงหมดสิ้นเรี่ยวแรงอ่อนล้าสูญเสียพลังวัตรชั่วคราวท่านผู้เฒ่ายังคิดว่าข้าพเ้าดูแคลนบรรดาขอทานของทานอยู่อีกหรือไม่?”
“ท่าน...ท่านช่างอำมหิตโเี้นัก ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อส่งเสียงด่าทอเหยาจิ้งเฟยอย่างระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่”
ตอนนี้ด้านล่างหน้าเวทีบรรดาขอทานทั้งหลายต่างเริ่มทยอยทรุดกายลงนั่งกับพื้นอย่างคนหมดสิ้นเรี่ยวแรงทางด้านมารนภาหม่าจิ้งเถากับมารธุลีต้าเอ่อคา กล่าวขึ้นกับเหยาจิ้งเฟยว่า
“นายน้อยคนพวกนี้จะให้กระทำเช่นไรกับพวกมัน? ข้าพเ้าว่าเก็บมันทั้งสี่คนไว้จะเป็ขวากหนามได้ในภายหลังทางที่ดีควรลงมือสังหารเสียให้สิ้น”
“ได้จัดการตามที่ท่านว่าท่านสองคนรวมทั้งเฉาลู่ฟางจัดการกับสามคนนั่นส่วนขอทานน้อยผู้นั้นข้าพเ้าขอลงมือจัดการเอง”
เหยาจิ้งเฟยกล่าวตอบไปบอกให้มารฟ้าดินกับเฉาลู่ฟางสามคนลงมือต่อซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินและผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อส่วนนางจะลงมือต่อจ่านจือเองกล่าวจบคนทั้งสี่ต่างดาหน้าเข้าหากลุ่มของจ่านจือโดยมิรั้งรอ
แต่ก่อนที่ทั้งสี่คนจะบรรลุถึงห่างราวห้าหกก้าวทันใดนั้นเงาสองร่างปรากฏขึ้นพร้อมกับพุ่งร่างฝ่าอากาศมาดุจสายฟ้าคนหน้าอายุราวเจ็ดสิบคนหลังอยู่ห่างราวสามวาอายุประมาณสี่สิบเศษคนหน้าเมื่อทิ้งร่างลงกับพื้นเวที ฝ่ามือซ้ายพุ่งออกเกิดเป็สายลมหวีดหวิวเหยาจิ้งเฟยเห็นเช่นนั้นรีบพุ่งฝ่ามือออกด้วยวิชาฝ่ามือกระซิบิญญาเข้าต้านทานโดยที่ยังมิทราบว่าผู้ที่มาเป็ผู้ใด
เมื่อสองฝ่ามือปะทะกันเกิดเป็เสียงหนึ่งคล้ายสายลมกรีดนภาเสียงหนึ่งฟังคล้ายเสียงดนตรีอันไพเราะเสนาะหูพร้อมกับก่อเกิดเป็คลื่นสุริยันทรงกลดเข้าปะทะกับคลื่นพลังลมปราณซึ่งรวมตัวดั่งมรสุมจนเกิดเป็เสียงแปลกประหลาดพิกลเสียงเพี้ยะเมื่อสองฝ่ามือปะทะกันร่างของเหยาจิ้งเฟยถอยร่นกลับหลังไปสองก้าวส่วนอีกผู้หนึ่งที่เพิ่งบรรลุมาถึงร่างยังคงยืนสงบนิ่งอยู่กับที่ พร้อมกันนั้นอีกร่างหนึ่งเพิ่งจะทิ้งเท้าลงใกล้ๆ กับผู้ที่ปะทะฝ่ามือกับเหยาจิ้งเฟยเมื่อครู่นั่นเอง
เหยาจิ้งเฟยไม่ได้รับาเ็เท่าใดนักแต่แสดงอาการตระหนกใเล็กน้อย รีบออกคำสั่งให้สองมารฟ้าดินกับเฉาลู่ฟางถอยออกมาก่อนแล้วประสานมือต่อผู้มาใหม่ทั้งสองพร้อมกับกล่าวว่า
“ขอบคุณาุโที่กรุณาออมมือมิทราบว่าท่านมีนามสูงส่งว่ากระไร? ข้าพเ้าเหยาจิ้งเฟยขอรับคำชี้แนะ”
“ข้าพเ้าฉายาเ้าผาแห่งสายลมนามเกาทิเหว่ยบังเอิญผ่านมาแถวนี้พร้อมกับศิษย์นามเหมาต้าพอดีได้เห็นท่านใช้วิธีการอันต่ำช้าเลวทรามจึงมิอาจนิ่งดูดายได้ทางที่ดีท่านจงมอบยาถอนพิษออกมา มิฉะนั้นอย่าคิดว่าข้าพเ้าเ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยจะปล่อยท่านไป”
ที่แท้ผู้ที่มาคือเ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยกับศิษย์คนโตนามเหมาต้าซึ่งเป็ศิษย์พี่ของเฟิ่นมู่เหอกับเฟิ่นไป่ชิงเหยาจิ้งเฟยเมื่อได้ยินเช่นนั่นะเิเสียงหัวร่อออกมา ก่อนจะกล่าวตอบว่า
“ท่านคิดว่าข้าพเ้าจะโง่เขลาถึงเพียงนั้นเชียวรึ? ถึงกับพกพายาถอนพิษติดตัวมาด้วยหรืออย่างไรหากท่านจะเข่นฆ่าก็เชิญลงมือเถอะ แต่หากขอทานนับพันชีวิตไม่ได้รับยาถอนพิษภายในสิบสองชั่วยามย่อมต้องตายทั้งหมดอยู่ดีท่านจะกล่าวโทษข้าพเ้าตอนนั้นนับสายไปแล้ว”
เหยาจิ้งเฟยกล่าววาจาโต้ตอบอย่างมีอุบายไม่ยอมจำนนจนทำให้เ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยอับจนคำพูด จึงได้ถามกลับต่อเหยาจิ้งเฟยไปว่า
“หากเป็เช่นนั้นเ้า้าสิ่งใด? จงรีบกล่าววาจาออกมาอย่าได้อ้อมค้อม”
“ยาถอนพิษข้าพเ้ามิได้พกติดตัวมานี่เป็คำสัตย์หาก้ายาถอนพิษจงปล่อยพวกเราสี่คนไปแล้วส่งคนของท่านไปรับยาถอนพิษอีกหกชั่วยามข้างหน้าข้าพเ้าจะรอคอยอยู่ที่ศาลาชมจันทร์ทางทิศตะวันออกห่างจากที่นี่ราวร้อยลี้แต่มีข้อแม้ว่าแต่ต้องไปเพียงลำพังผู้เดียวเท่านั้นและข้าพเ้าจะต้องเป็ผู้คัดเลือกตัวบุคคลผู้ที่จะไปรับยาถอนพิษจากข้าพเ้าด้วยท่านจะตกลงหรือไม่?”
“ย่อมได้ข้าพเ้ารับปากท่านแล้วท่านจะเลือกผู้ใด ให้ไปรับยาถอนพิษกับท่านจงรีบบอกออกมาหากท่านผิดคำพูดไม่รักษาสัจจะแล้วละก็ข้าพเ้าเ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยจะตามไปสับท่านเป็หมื่นชิ้น”
เ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยกล่าวรับปากพร้อมกับกล่าวถามไปว่าจะเลือกผู้ใด ให้ไปรับยาถอนพิษและยังกล่าวอีกว่าหากผิดคำพูดท่านจะไม่ละเว้นอย่างเด็ดขาด
“เช่นนั้นตกลงตามนี้ผู้ที่ข้าพเ้า้าให้เป็ผู้ที่เดินทางไปรับยาถอนพิษ คือเ้าทึ่มขอทานผู้นั้นหากส่งผู้อื่นไปอย่าหมายว่าจะได้ยาถอนพิษกลับมาช่วยเหลือขอทานเ่าั้ผู้เฒ่าทั้งสองเฉาลู่ฟางพวกเราไป”
กล่าวจบทั้งสี่คนพลิ้วร่างจากไปก่อนร่างจะลับหายเยี่ยนผิงในคราบของเหยาจิ้งเฟย หันมาจ้องมองจ่านจืออีกวูบหนึ่งแล้วทั้งสี่จึงพลิ้วร่างลับหายไปกับความมืดความหวังทั้งหมดของบรรดาเหล่าขอทานทั้งหลาย ต่างฝากเอาไว้กับจ่านจือบุรุษหนุ่มผู้ซึ่งยังไม่มีผู้ใดทราบชัดว่าเขาเป็ศิษย์ของค่ายพรรคสำนักใด
หยกเหินลม/ชลชโลทร