หลังจากตระกูลเว่ยส่งของหมั้นมาที่ตระกูลเถียน เถียนสวี่หลันก็มีท่าทีเปลี่ยนไป นางเริ่มเก็บตัวอยู่แต่ในห้องมากขึ้น ไม่ค่อยออกจากเรือน แม้แต่คนในครอบครัวนางก็ไม่ค่อยออกมาพบหน้า คนตระกูลเถียนต่างก็เป็ห่วงนางเพราะกลัวว่าอาการแปลกๆ ของนางจะกลับมาเป็เหมือนครั้งก่อน
แน่นอนว่าพวกเขารู้ว่าอาการทั้งหมดนั่นมิใช่ฝีมือของสวีม่านนี เพราะเถียนสวี่หลันได้เล่าเื่ทั้งหมดที่นางเอาคืนตระกูลสวีอย่างไรหลังจากเสร็จสิ้นพิธีขับไล่ิญญาร้าย
เถียนซู่เจิงเองก็รู้สึกเป็ห่วงหลานสาวของตนเช่นกันเพราะทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน หากตอนนี้จะให้บอกว่าพวกนางเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมาก็ไม่ผิดนัก
นางคิดว่าในเวลานี้คนผู้เดียวที่จะสามารถเกลี้ยกล่อมเถียนสวี่หลันให้ออกมาจากห้องได้คงจะไม่พ้นเว่ยเจ๋อิ นางจึงมาดักรอเขาที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน เพราะ้าให้เขาช่วยพูดคุยกับหลานสาวของตน
“เถียนซู่เจิงเ้ามาทำอันใดที่นี่”
เว่ยเจ๋อิทักทายนางหลังจากที่เขาลงมาจากเกวียนวัว เถียนซู่เจิงที่เห็นสหายในวัยเด็กนางก็ปรี่เข้าหาเขาอย่างร้อนรน
“เ้าตามข้ากลับไปที่ตระกูลเถียนสักหน่อยเถิด ข้าไม่รู้ว่าหลายวันมานี้เกิดสิ่งใดขึ้นกับหลันเอ๋อกันแน่ นางไม่ยอมออกมาจากห้อง เอาแต่เก็บตัวอ่านหนังสือ ข้าคิดว่าอาการของนางดีขึ้นแล้ว แต่ตอนนี้นางดูน่าเป็ห่วงมาก คนที่เรือนต่างก็พยายามขอร้องให้นางออกมาข้างนอกแต่นางก็เอาแต่ปฏิเสธว่านางอยากอยู่คนเดียว”
เว่ยเจ๋อิเมื่อได้ยินว่าเป็เื่เกี่ยวเถียนสวี่หลัน เขาก็รีบพุ่งไปที่ตระกูลเถียนทันทีโดยไม่รอเถียนซู่เจิงที่วิ่งตามมาด้านหลัง เมื่อไปถึงเรือนตระกูลเถียนร่างสูงก็บุกเข้าไปในห้องของเถียนสวี่หลันอย่างไม่รอให้เ้าของเรือนอนุญาต
“เว่ยเจ๋อิเ้า...มาทำอันใดที่นี่”
เว่ยเจ๋อิไม่ได้ตอบคำถามของนาง เขารวบร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนของตน จากนั้นจึงลูบหลังนางเบาๆ เพื่อให้นางรู้สึกปลอดภัยและคลายความกังวล
“ไม่ว่าเ้าจะมีเื่กังวลใดในใจ หลันเอ๋อข้าขอบอกเ้าเอาไว้ตรงนี้ว่าข้าจะอยู่เคียงข้างเ้าเสมอ”
นั่นเป็เพียงคำเดียวที่เถียนเสี่ยวหลันอยากจะได้ยินมันที่สุด นางปล่อยโฮออกมาเสียงดังอย่างไม่รู้สึกอาย หลังจากที่หมั้นหมายกับเว่ยเจ๋อิแล้ว นางก็ไม่กล้าบอกใครว่านางรู้สึกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตนมากเพียงไร
ทุกคืนเถียนสวี่หลันเอาแต่ฝันเห็นเว่ยเจ๋อิยืนอยู่เคียงข้างเจียงหว่านหรู มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของนางว่าในชีวิตที่แล้วที่นางล้มเหลวเื่ความรักเพียงใด นางกลัวว่าในอนาคตเขาจะทิ้งนางไปหาสตรีผู้นั้น
ร่างสูงลูบหลังลูบไหล่คนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนตน เพื่อให้นางรู้สึกผ่อนคลาย เถียนสวี่หลันรู้สึกถึงความปลอดภัยเมื่อนางได้อยู่ในอ้อมแขนเขา ใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาแหงนขึ้นมองร่างสูงตรงหน้า
“เ้าห้ามทิ้งข้า ต่อไปนี้เ้าเป็ของข้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะพบสตรีสูงศักดิ์ที่สามารถทำให้เ้ามั่งคั่งและได้เลื่อนขั้นเป็ขุนนางใหญ่ก็ตาม เ้าก็ห้ามรักนาง ไม่อย่างนั้นข้าจะหนีไปจากเ้า ไม่มีทางพบหน้าเ้าไปตลอดชีวิต”
นั่นเป็สิ่งที่เว่ยเจ๋อิหวาดกลัวที่สุด หากชีวิตนี้ถูกห้ามมิให้พบนางอีก เช่นนั้นก็สังหารเขาทิ้งเสียดีกว่า
“ได้ ข้ารับปากเ้า เด็กดีหยุดร้องไห้เสียเถิด น้ำตาของเ้าทำให้ข้าปวดใจรู้หรือไม่ หลันเอ๋อเ้าไม่รู้หรือว่าข้ารักเ้ามากเพียงใด และเ้าเป็สตรีเพียงคนเดียวในชีวิตนี้หรือแม้แต่ในชาติหน้าที่ข้าจะมอง หากวันหน้าข้าผิดต่อเ้าข้าก็จะสังหารตนเองทิ้งเสีย ดีหรือไม่”
เถียนสวี่หลันส่ายหน้าไปมา
“มะ..ไม่ได้นะ!! เ้าห้ามตายเด็ดขาด หากเ้าตายข้าก็ต้องเป็หม้ายน่ะสิ ลูกของเราก็จะกลายเป็เด็กกำพร้า เ้าทำเช่นนั้นไม่ได้”
ร่างบางเอ่ยออกมาทั้งที่ยังส่งเสียงสะอื้น เว่ยเจ๋อิที่เห็นนางเป็เช่นนั้น เขาก็ทั้งโมโหทั้งอ่อนใจที่นางเอ่ยถึงเื่ในอนาคตที่เขาจะมีสตรีอื่นทั้งที่เื่นี้เขาไม่เคยมีอยู่ในหัวเลย อีกอย่างนางเอ่ยถึงเื่ลูกทั้งที่สองคนยังมิทันได้แต่งงานกัน เ้าเด็กแก่แดดผู้นี้มันน่าเคาะหน้าผากให้ปูดยิ่งนัก
ร่างสูงที่กอดกระชับร่างบางโยกไปมาคล้ายกำลังกล่อมเด็ก ส่วนปากก็คอยเอ่ยตอบรับนาง ต่อมาเสียงเจื้อยแจ้วของร่างบางในอ้อมแขนก็ค่อยๆ เบาลงจนกระทั่งเงียบไป เว่ยเจ๋อิมองใบหน้างามที่ยังคงหลงเหลือคราบน้ำตาบนใบหน้า นางหลับไปทั้งที่ยืนกอดกับเขาเนี่ยนะ เ้าเด็กคนนี้มีเื่ให้เขาประหลาดใจได้ตลอดเวลาเลยจริงๆ
เว่ยเจ๋อิอุ้มเถียนสสวี่หลันกลับไปนอนที่เตียง จากนั้นจึงห่มผ้าให้นาง เขาเห็นหยกม่วงที่เขาเคยมอบให้เป็ของขวัญถูกคล้องเอาไว้ที่คอของนาง เว่ยเจ๋อิก็ยกยิ้มมุมปากบางๆ เขากดจูบที่หน้าผากของเถียนสวี่หลันเบาๆ เพื่อเป็การส่งนางเข้าสู่นิทรา จากนั้นจึงออกมาจากห้อง
คนในตระกูลเถียนที่เห็นเว่ยเจ๋อิพุ่งเข้าไปในห้องหลานสาวของตน และไม่นานก็มีร่างของเถียนซู่เจิงวิ่งตามมาด้านหลัง นางได้เล่าให้คนในครอบครัวฟังทั้งหมดแล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้น จึงไม่มีใครเข้าไปรบกวนการสนทนากันของหนุ่มสาว
เว่ยเจ๋อิเดินมายังห้องโถงของเรือนตระกูลเถียน เขาเอ่ยขออภัยต่อผู้าุโทั้งสองที่เขาถือวิสาสะบุกรุกห้องของเถียนสวี่หลันโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่คนตระกูลเถียนกลับไม่มีใครกล่าวโทษเขาเลยสักคน เพราะทุกคนต่างก็เป็ห่วงร่างบางที่กำลังนอนหลับฝันดีอยู่ภายในห้อง
หลังจากพูดคุยกับผู้เฒ่าทั้งสองอีกสองสามคำ เว่ยเจ๋อิก็ขอตัวกลับไปยังเรือนของตน เพราะป่านนี้มารดาของเขาเองก็คงกำลังร้อนใจที่เขากลับบ้านผิดเวลา
ั้แ่ที่เถียนสวี่หลันได้พูดคุยกับเว่ยเจ๋อิวันนั้น นางก็กลับมาร่าเริงสดใสอีกครั้ง ทำให้คนทั้งตระกูลเถียนต่างก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างโล่งอก
อีกไม่นานตระกูลเถียนก็จะมีงานมงคล เพราะใกล้จะถึงวันแต่งงานของอาเล็กแล้ว ่นี้คนตระกูลเถียนจึงค่อนข้างวุ่นวายเล็กน้อย แม้แต่เถียนสวี่หลันที่ปกติจะว่างตลอดทั้งวัน ่นี้นางก็ต้องเข้าไปในอำเภอเหออันพร้อมกับอาเล็กและอาสะใภ้รอง เพื่อซื้อของสำหรับเป็สินเดิม
เถียนซู่เจิงได้มีโอกาสแต่งเข้าตระกูลคหบดีระดับกลาง งานนี้แม่เฒ่าจางทุ่มทุนเต็มที่ นางให้เงินอาสะใภ้รองติดตัวไปถึงสองร้อยตำลึงเพื่อซื้อสิ่งของสำหรับเป็สินเดิมของบุตรสาวคนเล็ก
นานแล้วที่ตระกูลเถียนไม่ได้มีเื่มงคล ั้แ่ที่อารองแต่งงานกับอาสะใภ้รองก็ผ่านไปแล้วหลายปี ลูกเขยเล็กของนางเป็ถึงบุตรชายคนรองของคหบดีหลี่ แม่เฒ่าจางไม่มีทางปล่อยให้คนตระกูลเถียนของนางต้องอับอายแน่นอน
“ท่านแม่เรามาแล้ว”
เถียนสวี่หลันรีบวิ่งไปหามารดาของตนที่กำลังขายของให้ลูกค้าอยู่หน้าร้าน เมื่อนางได้เห็นใบหน้าที่สดใสของบุตรสาว แม่นางหลี่ก็ได้แต่เอ่ยขอบคุณ์ที่ส่งเว่ยเจ๋อิมาช่วยคนตระกูลเถียน
“พวกเ้ามาแล้วหรือ เช้าเพียงนี้ทานอะไรกันมาแล้วหรือยัง”
แม่นางหลี่เป็หญิงงามของอำเภอเหออัน เมื่อยามที่นางเอื้อนเอ่ยจะทำให้นางแลดูอ่อนโยนเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า ลูกค้าที่มาซื้อของที่ร้านค้าตระกูลเถียน ส่วนใหญ่ก็มาเพื่อให้ได้พบหน้าของนาง หลายครั้งทำเอาบิดาของเถียนสวี่หลันไหน้ำส้มแตกจนอยากจะขับไล่ลูกค้าชีกอเ่าั้ไปเสีย
"เด็กๆ พวกเ้ามาแล้วหรือ"
บิดาของเถียนสวี่หลันที่พึ่งเดินออกมาจากในครัว ในมือของเขายังมีโจ๊กสองชามที่ยังมีไอร้อนอยู่ แสดงว่าทั้งสองยังไม่ได้ทานอาหารเช้า
“พวกเ้านั่งก่อนนี่ยังเช้าเกินไปที่ร้านต่างๆ ในอำเภอเหออันจะเปิด ข้างในยังมีโจ๊กอีกครึ่งหม้อนั่งรอตรงนี้ข้าจะไปยกมา”
เอ่ยจบบิดาผู้ขยันของเถียนสวี่หลันก็หายกลับเข้าไปหลังร้าน
“ท่านแม่ท่านพ่อทำอาหารเช่นนี้ให้ท่านทานทุกวันเลยหรือเ้าคะ”
เถียนสวี่หลันมองมารดาด้วยสายตาสงสัย แม่นางหลี่พยักหน้าเหมือนเห็นเื่นี้เป็เื่ปกติธรรมดา ตลอดสิบหกปีที่ทั้งสองแต่งงานกัน พวกเขาจะใช้ชีวิตที่อำเภอเหออันเสียเป็ส่วนใหญ่ เพราะต้องดูแลบริหารร้านค้าที่เป็สินเดิมของนาง
พอถึงวันหยุดถึงจะได้กลับไปพักผ่อนที่ตระกูลเถียนบ้าง เพราะอย่างนั้นเถียนสวี่หลันและน้องชายของนางจึงกลายเป็แม่เฒ่าจางเป็ผู้เลี้ยงดู แต่ตระกูลเถียนก็ถือได้ว่ามีฐานะสูงขึ้นหลังจากแต่งสะใภ้ใหญ่เข้ามา เพราะนอกจากที่นาที่ให้ชาวบ้านเช่าแล้วก็ได้ร้านค้าที่เป็สินเดิมของนางที่ทำเงินให้คนตระกูลเถียนมากโขต่อปี
“พี่สะใภ้ใหญ่ข้าเองก็อยากรู้เื่นี้เช่นกัน”
สะใภ้รองที่แต่งเข้าตระกูลเถียนได้เพียงสี่ปี แสดงสีหน้าอยากรู้อยากเห็น สามีของนางวันๆ เอาแต่เดินบนคันนาไหนเลยจะมาสนใจทำอาหารดั่งเช่นพี่สามี
“ั้แ่ก่อนแต่งงานอาหยางก็สัญญากับข้าว่าเขาจะดูแลข้าเป็อย่างดี ผ่านมาสิบหกปีเขาก็ไม่เคยผิดคำพูดตนเองเลยสักครั้ง ถือว่าตาของข้ายังดีอยู่ที่เลือกบุรุษเช่นเขามาแต่งงาน ถึงแม้ก่อนหน้านั้นข้าจะถูกคัดค้านมากแค่ไหนก็ตาม”
แม่นางหลี่เอ่ยด้วยความภาคภูมิใจที่ตนเลือกสามีได้ดี ท่านพ่อของเถียนสวี่หลันยกหม้อโจ๊กและชามออกมาอีกสามใบให้พวกนาง สามคนที่มาใหม่มองไปที่เถียนห่าวหยางเป็ตาเดียว
“หน้าของข้ามีสิ่งใดติดอยู่หรือ รีบทานข้าวเถอะวันนี้ข้าจะให้พี่สะใภ้ของพวกเ้าไปช่วยซื้อของ เื่ที่ร้านเดี๋ยวข้าจะดูแลเอง มาฮูหยินเ้าทานโจ๊กสักหน่อยกำลังร้อนๆ”
สตรีทั้งสามกลอกตาพร้อมกันอย่างเหลืออด ท่านกลัวว่าภรรยาของท่านจะเหน็ดเหนื่อยก็บอกมาเถอะ ถึงได้หาเื่ให้นางออกไปเดินเล่นกับพวกข้า สตรีทั้งสามที่มาจากหมู่บ้านหนานซานต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่า โจ๊กที่พวกนางทานในวันนี้มันช่างหวานจนเลี่ยนเสียเหลือเกิน