*เสียงรถแล่นไปมาบนท้องถนน*
เพนนีและหว่องได้ขับรถเก๋งหนีออกมาจากที่เกิดเหตุโดยที่มีศพของ ลุงฟ่ง ไมเคิลและหลุนอยู่ที่เบาะหลัง
สภาพเนื้อตัวของทั้งสองเปื้อนไปด้วยเืจากการปะทะกันที่อาคารสมาคมของกลุ่มพวกเขา
หว่อง: ไมเคิล…หลุน….ลุงฟ่ง….ทุกคนตายกันหมดแล้ว….
หว่องนั่งเศร้าอยู่เบาะหน้ารถโดยมีพี่สาวนั่งขับรถอยู่ข้างๆเขา
เพนนี: ไม่……ยังมีคนของเราที่หลงเหลือ….ไม่ยังไม่จบเพียงแค่นี้หรอก…..
หว่อง: บิลลี่….ฉันไม่ปล่อยแกเอาไว้แน่!
เพนนี: อย่าพึ่งนึกถึงเื่นั้น……ตอนนี้เราควรหาทางจัดการศพทั้ง 3 คนกันก่อนเถอะ
หว่อง: . . .
อาคารสมาคมของกลุ่มอีกาขาว เวลา 16:33
เ้าหน้าที่ตํารวจหลายนายกําลังเดินตรวจสอบแต่ล่ะพื้นในตัวอาคารที่เกิดเหตุศพคนของอีกาขาวและลูกน้องของเทียน
จํานวนมากนอนตายอยู่ที่พื้นทั้งด้านนอกและภายในอาคาร
ทินและเฉินกําลังเดินดูรอบๆทางเดินก่อนที่เขาจะเหลือบมองดูรูปภาพบนฝาผนัง
ทิน: คนพวกนี้ใครกัน…?
ทินมองดูรูปภาพหลายรูปที่มีผู้ก่อตั้งกลุ่มอีกาขาวจากรุ่นแรกสู่รุ่นต่อๆมาที่แปะอยู่บนฝาผนัง
เฉิน: คนที่อยู่ในรูปคือผู้ก่อตั้งกลุ่มๆนี้ดูจากรูปคงจะอยู่มาั้แ่สมัยแรกจนถึงรุ่นปัจจุบัน…
ผมเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของคนพวกนี้มาตั้งนานแล้วั้แ่สมัยผมเป็เด็ก ชื่อของพวกเขาคือ อีกาขาว
ทิน: อีกาขาว?
เฉิน: เป็หนึ่งในกลุ่มแก๊งที่มีอิทธิพลมากในฮ่องกงั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบัน….
ที่เห็นข่าวฆ่ากันตายอยู่ทุกวันนี้…ก็ล้วนเป็ฝีมือพวกมันทั้งนั้น…แต่น้อยนักที่คนทั่วไปจะรู้จักคนพวกนี้เพราะ อีกาขาว เป็กลุ่มสมาคมลับคนที่จะเข้าถึงพวกนี้ได้ต้องเป็คนที่ทรงอิทธิพลมากเท่านั้นถึงจะรับรู้
ทิน: ฮึ! ไม่ว่ามันจะเป็ใคร…มันก็คือผู้ร้ายอยู่ดีนั้นแหละ…
หว่องคุยกับเฉินเสร็จก่อนจะเดินเข้าไปตรวจดูแต่ล่ะห้อง
ทิน: ?
เขาได้สังเกตเห็นรอยเือยู่บนพื้นที่หยดไหลเป็ทาง
เฉิน: มีอะไรครับ?
ทิน: ดูนี้สิ
เฉิน: !
ทิน: มีใครสักคนที่หนีรอดไปได้
ทั้งสองเดินตามรอยเืออกมาจากในห้องจนมาหยุดอยู่ที่ด้านนอกตัวอาคาร
เฉิน: ถนน…? แสดงว่าคงขับรถหลบหนีไป
ทิน: ดูถ้าคงจะเป็อย่างงั้น…เพียงแต่ว่า…มันเป็ใครกันล่ะ…
1 สัปดาห์ต่อมา
ณ อาคารสถานที่จัดงานศพ ลุงฟ่ง เวลา 19:48
ท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงในงานศพเหล่าคนจากแก๊งพันธมิตรและอีกาขาวหลายสิบคน
ที่หลงเหลืออยู่นั่งบนเก้าอี้ไว้อาลัยการจากไปของท่านฟ่ง
ผู้บรรยาย: เชิญแขกเคารพศพ…..คํานับหนึ่ง…..คํานับสอง…คํานับสาม….
แขกที่มาเคารพศพโน้มตัวคํานับอยู่ที่หน้าโรงศพลุงฟ่งตามจังหวะที่ผู้บรรยายได้กล่าว
ผู้บรรยาย: ครอบครัวคํานับขอบคุณ
เหล่าคนในครอบครัวของลุงฟ่งโน้มตัวคํานับขอบคุณก่อนที่แขกเ่าั้จะเดินออกจากอาคารไป
หว่องและเพนนีในชุดสูทสีดํากําลังยืนเฝ้ามองดูแขกที่มาร่วมงานศพอยู่ใกล้ๆกับคนในครอบครัวของลุงฟ่ง
เพนนี: . . .
หว่อง: . . .
ขณะนั้นที่ด้านนอกอาคารได้มีรถเก๋ง 3 คันมาจอดตรงทางเข้าอาคารก่อนจะมีคนลงมาจากรถ
แขกที่อยู่ด้านนอก: !
คนที่ออกมาจากรถนั้นคือ หลาง เทียน เทียนลู่ และบิลลี่ พร้อมกับลูกน้องอีกหลายคน
ลูกน้องของเพนนี: เวรล่ะ…!
ชายคนนั้นรีบตรงเข้าไปภายในอาคารทันทีแล้วรีบตรงไปหาเพนนีและหว่อง
ลูกน้องของเพนนี: หัวหน้าครับ
เพนนี: ? มีอะไร?
คนของอีกาขาว: ไอ้พวกหว๋งเจียนมันมาที่นี้ครับ!
หว่อง: !!
เพนนี: !!
หลาง เทียน เทียนลู่ บิลลี่ และพวกลูกน้องที่เดินตามหลังพวกเขาได้เดินเข้ามาถึงภายในงานศพของลุงฟ่ง
ท่ามกลางผู้คนในงานร่วมถึงเหล่าแก๊งพันธมิตรต่างเริ่มกระซิบพูดคุยและจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
ผู้บรรยาย: เชิญแขกเคารพศพ……คํานับหนึ่ง…..คํานับสอง…คํานับสาม….
หลาง เทียน เทียนลู่ และ บิลลี่ ได้เดินหยุดอยู่ที่หน้าโรงศพของลุงฟ่งก่อนจะโน้มตัวคํานับตามจังหวะที่ผู้บรรยายกล่าว
หลาง: คนเราทุกคน…ล้วนแล้วมีทางเดินไม่เหมือนกัน….จะดีหรือเลวมันก็ขึ้นอยู่กับจิตใจคนนั้นๆ….
แต่ถ้าสันดานมันเกินเยียวยา…ก็สมควรที่จะตายไป….จริงอย่างที่ฉันพูดไหมล่ะ?
หว่อง: ไอ้สัส!!
เพนนี: !
หว่องพยายามจะเข้าไปทําร้าย หลาง แต่พวกลูกน้องของหลางก็มากันตัวเขาไว้ก่อนจะผลักหว่องออกไปไกลๆ
เพนนีและสมาชิกคนอื่นๆของอีกาขาวหลายคนจึงลุกจากที่นั่งแล้วรีบเข้ามาห้ามปรามหว่องเอาไว้
หว่อง: กูจะฆ่ามึง!
เพนนี: ใจเย็นสิ!
คนของอีกาขาว: เฮ้ย! ใจเย็น! อย่าพึ่งไปมีเื่กับมัน!
หว่อง: !!
หลาง: ฮึๆ ขอตัวก่อนล่ะ
หว่องจ้องมองมาที่ หลาง ด้วยสายตาอันโกรธแค้นก่อนที่พวกเขาจะเดินจากหว่องและคนอื่นๆภายในงานไป
ขณะที่พวกเขากําลังออกไปนอกงานบิลลี่ได้ส่งสายตามองมาที่หว่องชั่วครู่นึงก่อนที่เขาจะเดินออกจากอาคารไป
เช้าวันต่อมา
อาคารกบดานของกลุ่มอีกาขาวกลุ่มสุดท้ายในเขตชุมชน เวลา 9:25
คนของอีกาขาว 3 คนกําลังพูดคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น
คนของอีกาขาว#1: พวกเราในตอนนี้ไม่เหลือมากพอที่จะต่อกรกับไอ้พวกหว๋งเจียนได้อีกแล้ว…ั้แ่ที่ท่านฟ่งจากไปทุกอย่างมันดูแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดเลย…
คนของอีกาขาว#2: นี้มันจะมาจบลงแบบนี้เนี้ยนะ? กูไม่ยอมนะเว้ย!
คนของอีกาขาว#1: *เฮ้อ* จะทําไงกันต่อล่ะคราวเนี้ย….
คนของอีกาขาว#3: งั้นคงต้องอยู่กันอย่างนี้ต่อไป…จนกว่าอะไรมันจะดีขึ้น…
คนของอีกาขาว#1: แก๊งพวกมันหลบซ่อนอยู่ที่ไหนกันว่ะ?
คนของอีกาขาว#2: ทําไม? อย่าบอกนะว่ามึงจะไปจัดการพวกมันน่ะ? บ้าหรือปล่าวเนี้ย…!?
คนของอีกาขาว#1: ปล่าว….จะได้รู้เอาไว้ก่อน…เพื่อเรามีกําลังมากพอเมื่อไหร่…ก็จะบุกจัดการพวกมันทันที
คนของอีกาขาว#2: ฉันเองก็พอจะเคยเห็นอยู่ผ่านๆเหมือนกัน
คนของอีกาขาว#1: ที่ไหน?
หว่อง: ?
ขณะนั้นหว่องได้เดินมาได้ยินเข้าจึงแอบฟังทั้งสามคนนั้น
คนของอีกาขาว#2: ตึกสํานักงาน Naohka สาขาฮ่องกง อยู่ในใจกลางเมือง
คนของอีกาขาว#1: อ๋อ….ที่นั้นเอง
คนของอีกาขาว#3: แต่ถึงจะรู้ไป…พวกเราก็ไม่มีโอกาสบุกเข้าไปถึงที่นั้นหรอก….
คนของอีกาขาว#2: ใช่ ภายในนั้นมีพวกมันเฝ้าอยู่กันหลายคนรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยด้วยขืนเข้าไปตอนนี้…
พวกมันฆ่าพวกเราแน่…หรือไม่ก็แจ้งตํารวจมาจับพวกเราแล้วก็ยัดข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ
คนของอีกาขาว#1: . . . สัสเอ๊ย…
หว่องที่ได้ยินเื่ทั้งหมดแล้วจึงเดินลงบันไดไปที่ชั้นล่างและตรงไปที่ลานจอดรถแล้วขึ้นรถสตาร์ทเครื่องออกไปทันที
ตึกสํานักงาน Naohka สาขาฮ่องกง เวลา 11:24
ภายในห้องประชุมบนชั้น 35 หลางและผู้จัดการพร้อมกับผู้ร่วมประชุมอีก 3 คน กําลังนั่งรอใครบ้างคนอยู่ด้วยสีหน้าที่เครียด
หลาง: . . .
ผู้ร่วมประชุม1: . . .
ผู้ร่วมประชุม2: . . .
ผู้จัดการ: นี้ก็เลยเวลามาหลายชั่วโมงแล้ว….ผมว่าเราควรยกเลิกการประชุมกันเอาไว้แค่นี้ก่อนเถอะครับ
หลาง: *เฮ้อ* ได้
ผู้ร่วมประชุม1: อืม….นั้นสิ
ผู้ร่วมประชุม2: เสียเวลาชะมัด…
ผู้จัดการและผู้ร่วมประชุมอีก 2 คนเดินออกจากห้องประชุมไปเหลือเพียงแค่หลางที่ยังนั่งอยู่ในห้อง
ขณะนั้นเทียนลู่ได้เห็นพวกเขาเดินผ่านไปพอดีจึงเข้าไปในห้องประชุม
เทียนลู่: ดูถ้าคงไปได้ไม่สวยสักเท่าไหร่สินะครับ…?
หลาง: ก็อย่างที่แกเห็นนั้นแหละ ถ้าหากท่าน โทคิว คาซากิ มาตรงตามเวลา…เื่มันคงไม่เป็แบบนี้หรอก!
หายหัวไปไหนของเขานะ….?
เทียนลู่: บ้างทีเขาคงอาจจะมีเื่ให้จัดการอยู่ทางฝั่งนั้นก็ได้..…ใครจะไปรู้ล่ะ
หลาง: แกอย่ามายุ่งจะได้ไหม!? จะไปไหนก็ไป! ฉันอารมณ์ไม่ดีอยู่!
เทียนลู่: ! ขอโทษครับ…
เทียนลู่ออกมาจากห้องประชุมไปแล้วเดินไปกดลิฟท์ลงไปชั้นล่างและออกนอกตัวตึกไปข้างนอกแล้วเดินตรงไปที่รถเก๋ง
ที่พวกลูกน้องรอเขาอยู่
ลูกน้องของเทียนลู่: จะไปที่ไหนครับ?
เทียนลู่: คลังอาวุธที่ท่าเรือ
ลูกน้องของเทียนลู่: ได้ครับ
เทียนลู่เข้าไปนั่งเบาะหลังรถก่อนที่ลูกน้องจะขับรถออกจากตึกโดยที่มีรถเก๋งอีกคันนึงขับนําหน้าไป
หว่องที่นั่งดูอยู่ในรถด้านนอกได้สังเกตเห็นเข้าจึงสตาร์ทเครื่องแล้วขับตามพวกนั้นไปอย่างห่างๆ
หลายนาทีต่อมา
บนท้องถนนบริเวณใกล้ๆกับเนินเขาห่างจากตัวเมืองไปหลายกิโล
ลูกน้องของเทียนลู่(คนขับรถคันหลัง): เห็นว่าวันนี้ คุณโทคิว คาซากิ ไม่ได้มาวันนี้หรอครับ?
เทียนลู่: ใช่….ทําเอาคนที่มาร่วมประชุมกันในวันนี้หัวเสียไปยกใหญ่ แม้แต่ พี่หลางเองก็ด้วย
ลูกน้องของเทียนลู่(คนขับรถคันหลัง): เสียดายนะครับ
เทียนลู่: เอาเถอะ…ถึงเราจะไม่ได้ร่วมมือกับฝั่งนั้นแต่เราก็ยังมีกิจการตั้งมากมายที่เราพึ่งไปยึดมาจากพวกอีกาขาวและก็แก๊งพันธมิตรพวกมันมากพอที่จะสร้างกําไรได้…ไม่จําเป็ต้องพึ่งพวกนั้นหรอก
ลูกน้องของเทียนลู่(คนขับรถคันหลัง): ฮ่าๆ นั้นสิครับ
ขณะนั้นหว่องได้ขับรถตามพวกเขามาติดๆจากทางด้านหลังก่อนจะเร่งเครื่องแซงหน้ารถพวกนั้นแล้วขับไปจอดดักหน้าเอาไว้
*เสียงรถเบรกกะทันหัน*
ลูกน้องของเทียนลู่(คนขับรถคันหน้า): !?
ลูกน้องของเทียนลู่(นั่งอยู่ในรถคันหน้า): !!?
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
อ๊าาก!! อ๊าาก! อ๊าาก! อ๊าาก! อ๊าาก!!
หว่องเปิดประตูเดินลงมาจากรถพร้อมกับปืนพกคู่ [Beretta 92FS inox,Beretta 92FS inox]
แล้วกระหนํ่ายิงใส่พวกลูกน้องของเทียนลู่ที่อยู่รถคันหน้าจนตายหมดทั้งคันรถ
เทียนลู่: !! อะไรว่ะเนี้ย!?
พวกลูกน้องทั้ง 4 คนที่อยู่ในรถของเทียนลู่ได้ลงมาจากรถพร้อมกับปืนพก [Browning hi power] ก่อนจะยิงปะทะกับหว่อง
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
อ๊าาก!! อ๊าาก! อ๊าาก! อ๊าาก!
หว่องหลบอยู่ที่รถก่อนจะโผล่ออกไปยิงใส่พวกลูกน้องของเทียนลู่ที่เหลือจนตายกันหมด
แล้วเดินตรงไปหาเทียนลู่ที่นั่งอยู่ในรถ
เทียนลู่: . . .
หว่อง: *ฟาดเข้าหน้า*
เทียนลู่: !!
หว่องใช้ท้ายปืนตบเข้าไปที่หน้าของเทียนลู่จนสลบไปก่อนจะยกตัวพาขึ้นรถแล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว
อาคารจอดรถแห่งหนึ่งในใจกลางเมือง เวลา 12:01
สภาพอาคารจอดรถที่เงียบสนิทหว่องได้นํารถมาจอดหยุดอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารเขานั่งอยู่บนรถรอค่อยให้เทียนลู่ตื่นขึ้นมา
เทียนลู่: *ค่อยๆรู้สึกตัว*
หว่อง: ตื่นได้แล้ว
เทียนลู่: ! แก- !?
ทันทีที่เทียนลู่ตื่นขึ้นมาตัวเขานั้นถูกมัดเอาไว้ด้วยเชือกอย่างแ่าอยู่ที่เบาะหลัง
เทียนลู่: แก้าอะไร!?
หว่อง: เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแกน่าจะรู้นี่….
เทียนลู่: !! แต่ฉันไม่ได้ฆ่าพวกเขานะ!
หว่อง: ถึงอย่างงั้นแกเองก็เป็คนของหว๋งเจียน….แถมแกเป็คนสนิท…รู้จักกับไอ้หลางด้วย
เทียนลู่: ! อย่า! ขอล่ะ! อย่าทําอะไรฉันเลย!!
หว่อง: ฮึ! ดูสิ่งที่พวกมึงทํากับพวกกูสิ! มันน่าให้อภัยกับพวกมึงไหมล่ะ!?
เทียนลู่: . . .
หว่อง: คนอย่างมึงมันสมควรตายอยู่แล้ว…
หว่องลงจากรถก่อนแล้วปิดประตูก่อนจะเดินไปเปิดกระโปรงหลังรถแล้วหยิบถังนํ้ามันแล้วเดินราดใส่รถทั่วทั้งคัน
เทียนลู่: !!! *ดิ้น*
เทียนลู่พยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ไม่เป็ผลก่อนที่หว่องจะโยนถังนํ้ามันทิ้งแล้วเดินไปที่ด้านหน้ารถก่อนจะจุดไฟแช็คขึ้นมา
เทียนลู่: อย่า!! อย่าา!!!
หว่อง: *โยนไฟแช็คใส่รถที่เต็มไปด้วยคราบนํ้ามัน*
ทันทีที่ไฟแช็คัักับตัวรถจึงเกิดไฟลุกขึ้นครอบทั่วทั้งคันรถ
เทียนลู่: อ๊าาก! อ๊ากกกก!!
เทียนลู่ร้องอย่างโหยหวนด้วยความเ็ปก่อนที่ไฟจะลามเข้ามาถึงภายในรถแล้วครอกเขาทั่วทั้งตัว
หว่องยืนมองดูเทียนลู่ที่อยู่ในรถถูกไฟครอกตายไปต่อหน้าต่อตาด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย
โกดังท่าเรือแห่งหนึ่งในเขตชุมชน เวลา 16:54
หว่องได้เดินทางมาที่ท่าเรือซึ่งเป็แหล่งเก็บคลังอาวุธที่คนของ Naohka จากฝั่งญี่ปุ่นส่งมา
เ้าของโกดัง: พวกอาวุธปืนที่เหลือ…ยังพร้อมอยู่ในคลังเรียบร้อยดีครับ
หว่อง: อืม! ขอบใจ
หว่องเดินตรงไปที่คลังแสงแล้วนํา ปืนไรเฟิลจู่โจม ปืนกลมือ ปืนพก ปืนลูกโม่
[M16A1M203,AUG,Norinco Type 56-1,MP5K,UMP40,MAC-10,M1911,Colt python,USP.45,Browning hi Power]
แม็กะุปืนไรเฟิลจู่โจม แะุปืนพก ะุปืนลูกโม่ ลูกะเิ M203 ะเิ C4 และะเิมืออีกหลายลูก
ยัดใส่กระเป๋าใส่ปืนไปหลายกระบอก
เ้าของโกดัง: เอ่อ……ทําไมถึงเอาไปเยอะขนาดนี้ล่ะครับ?
หว่อง: ปัญหาส่วนตัว
*รูดซิบปิดกระเป๋า*
หว่องเดินถือกระเป๋าออกไปจากโกดังเอาไปเก็บไว้ในรถก่อนจะขับออกจากท่าเรือ
อาคารกบดานของกลุ่มอีกาขาวกลุ่มสุดท้ายในเขตชุมชน เวลา 18:20
หว่องกลับมาถึงอาคารแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาวุธปืน
*เปิดประตู*
ทั้งหมดในห้อง: ?
คนของอีกาขาวหลายสิบคนหันไปมองหว่องที่เดินเปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับกระเป๋าที่ถืออยู่
ก่อนที่หว่องจะวางกระเป๋าใบนั้นที่เต็มไปด้วยอาวุธปืนลงบนโต๊ะ
คนของอีกาขาว#1: โห้! ทําไมเยอะอย่างนี้ว่ะเนี้ย
คนของอีกาขาว#2: ยังใหม่อยู่เลย…
ทั้งหมดตกตะลึงกับอาวุธปืนที่อยู่ในกระเป๋าก่อนจะหยิบแต่ล่ะกระบอกขึ้นมาจับดู
หว่อง: ทั้งหมดนี้ฉันเตรียมการที่จะไปจัดการกับไอ้หลาง…และก็พวกที่เหลือที่ตึกสํานักงานของพวกมันคืนนี้
คนของอีกาขาว#1: แต่มันอันตรายมาก แค่คุณคนเดียวจัดการพวกมันไม่ไหวหรอก
หว่อง: เพราะเหตุนี้ฉันถึงมาขอความช่วยเหลือจากพวกนายไง
คนของอีกาขาว#2: ถ้างั้นผม-
เพนนี: ทําอะไรกัน?
หว่อง: !
ขณะนั้นเพนนีได้มาเห็นเข้าพอดี
เพนนี: ทําไมถึงมีปืนมากมายขนาดนี้…?
หว่อง: ผมจะฆ่าพวกมัน
เพนนี: เธอรู้ใช่มั้ยว่ากําลังจะอะไร!? นี้มันไม่ใช่เื่เล่นๆนะ อาหว่อง!
หว่อง: ผมรู้!….ผมกําลังเอาชีวิตเข้าแลก…เพื่ออนาคตของพวกเราสู่รุ่นต่อไปไงล่ะ!
เพนนี: พวกเราเหลือกันอยู่แค่นี้แล้ว! ถ้าเกิดพลาดขึ้นมา…มันไม่คุ้มหรอก!
หว่อง: ใช่ผมรู้! ดูที่มันทํากับพวกเราสิ! แบบนี้ยังมีหน้าทําตัวเฉยอยู่อีกหรอก!?
เพนนี: . . .
หว่อง: พี่อย่าห้ามผมเลย…ผมทําไปทั้งหมดนี้เพื่อทุกคน เพื่อลุงฟ่ง เพื่อไมเคิลและก็หลุน
ผมจะแก้แค้นให้พวกเขาเอง!
เพนนี: . . .
หว่อง: ใครอยากจะไปก็มา! ผมไม่บังคับ!
ทุกคนทั้งหมดในห้องเงียบสนิทไปครู่นึง
คนของอีกาขาว#1: ผมไปด้วย!
คนของอีกาขาว#2: ผมด้วยคน!
คนของอีกาขาว#3: ผมด้วย!
คนของอีกาขาว#4: ผมด้วยอีกคน!
คนของอีกาขาว#5: ผมไปด้วยคน!
คนของอีกาขาว#6: *ลุกขึ้นยืน*
คนของอีกาขาว#7: *ลุกขึ้นยืน*
คนของอีกาขาว#8: *ลุกขึ้นยืน*
คนของอีกาขาว#9: *ลุกขึ้นยืน*
คนของอีกาขาว#10: *ลุกขึ้นยืน*
หว่องมองดูคนของอีกาขาวทั้งหมดในห้องที่พร้อมใจจะไปกับเขา
หว่อง: ขอบใจพวกนายมากนะ…
หว่องถือกระเป๋าที่เต็มไปด้วยอาวุธปืนเดินออกไปจากห้องก่อนที่คนอื่นๆจะตามเขาไปปล่อยให้เพนนีอยู่ในห้องเพียงลําพัง
สํานักงานตํารวจฮ่องกง เวลา 18:30
ทินและเฉินกําลังพูดคุยกับผู้กํากับที่โต๊ะทํางานของพวกเขา
ผู้กํากับ: คดีนี้ผมยกให้พวกคุณเป็คนรับผิดชอบ คงไม่เป็ปัญหาหรอกใช่ไหม?
เฉิน: ได้ครับ! ไม่มีปัญหา
ผู้กํากับ: โอเค
เฉิน: ถ้างั้น…ผมกลับก่อนนะครับ
ผู้กํากับ: อืม! โชคดี
เฉินเดินออกจากที่ทํางานไปเหลือเพียงแค่ทินที่นั่งอยู่บนโต๊ะทํางานโดยมีผู้กํากับยืนอยู่ใกล้ๆเขา
ผู้กํากับ: คุณทิน
ทิน: !….ครับ
ผู้กํากับ: คิดอะไรอยู่?
ทิน: แค่…นึกถึงน้องชายผมน่ะครับ…ไม่มีอะไร
ผู้กํากับ: *เฮ้อ* ผมเข้าใจ ผมเองก็เสียใจเหมือนกันที่น้องคุณเป็หนึ่งในแก๊งที่้าตัวในคดีนี้….
ถึงคุณจะตัดขาดกับเขาก็ตาม….แต่คุณจําเป็ที่จะก็ต้องจับเขาในคดีนี้
ทิน: ครับ…
ผู้กํากับ: ผมไม่รู้หรอกนะ…ว่าพวกคุณสนิทสนมกันมานานเท่าไหร่….แต่ในเมื่อเขาเป็น้องคุณ….
คุณลองพูดคุยกับเขาดูสักหน่อย….เพื่อจะปรับความเข้าใจกันได้…
ทิน: . . .
ผู้กํากับ: คุณลองให้อภัยเขาสักครั้งนึงเถอะ….บ้างที…สิ่งที่เขาพูดมาอาจจะด้วยความเป็ห่วงของเขาที่มีต่อคุณก็ได้…
ทิน: . . .
ผู้กํากับพูดจบก่อนจะเดินจากเขาไป