ใบหน้าของเฉินฝานดูซีดเซียวเล็กน้อยเนื่องจากสูญเสียเืมากเกินไป ทว่าเมื่อเขามองดูหญ้าโลหิตตะวันกลายพันธุ์ที่แดงฉานไปทั้งต้นและมีดอกไม้สีทองที่ดูราวกับดวงอาทิตย์แผดเผาขนาดย่อส่วนเบ่งบานอยู่บนยอด ความรู้สึกอ่อนแอในใจก็ถูกแทนที่ด้วยความทะเยอทะยานอันร้อนแรงยิ่งกว่า
ความผันผวนของพลังิญญาที่แฝงอยู่ในหญ้าิญญาต้นนี้ อยู่เหนือขอบเขตความเข้าใจของหลี่ซื่อไปไกลลิบ กลิ่นอายหยางบริสุทธิ์อันดุดันนั้น ถึงกับทำให้อากาศรอบด้านบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย
“หลี่ซื่อ นำกล่องหยกมาใส่มันไว้” เฉินฝานเอ่ยปาก น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยเนื่องจากความอ่อนเพลีย
หลี่ซื่อได้สติ รีบลุกลี้ลุกลนล้วงกล่องหยกคุณภาพต่ำที่ใช้สำหรับเก็บรักษาหญ้าิญญาและป้องกันไม่ให้พลังิญญารั่วไหลออกมาจากอกเสื้อ เขาขุดเอาหญ้าโลหิตตะวันเพลิงชาดขึ้นมาทั้งรากอย่างระมัดระวัง แล้วนำไปใส่ไว้ในกล่อง ในชั่วพริบตาที่ฝากล่องหยกปิดลง กลิ่นอายอันร้อนระอุก็ถูกตัดขาด
“ของสิ่งนี้...หากนำไปที่สำนักสายนอก เกรงว่าจะถูกรุมแย่งชิงกันเป็แน่” หลี่ซื่อประคองกล่องหยก สองมือถึงกับสั่นเทาเล็กน้อย
“เป้าหมายของพวกเราไม่ใช่การทำให้เกิดการแย่งชิง แต่เป็การแลกเปลี่ยนสิ่งที่พวกเรา้ามากที่สุดในตอนนี้กลับมา” ความคิดของเฉินฝานชัดเจนยิ่งนัก “การไปครั้งนี้ของเ้า จงจำเื่สามประการไว้ให้ดี”
หลี่ซื่อยืดตัวตรงทันที สีหน้าจดจ่อ
“ประการแรก ไปแลกเปลี่ยนกับพ่อค้าที่หน้าเืที่สุดในตลาดมืดของสำนักสายนอก นามว่า หมาป่าใจดำ แม้เขาจะละโมบ แต่ก็มีกฎเกณฑ์ จะไม่ทำเื่เข่นฆ่าชิงทรัพย์ ประการที่สอง ห้ามเปิดเผยตัวตนของเ้า และยิ่งห้ามเอ่ยถึงที่มาของสิ่งนี้ ประการที่สาม แลกหินิญญาระดับต่ำกลับมาหนึ่งร้อยก้อน ของวิเศษป้องกันระดับหนึ่งขั้นสูงหนึ่งชิ้น รวมถึงเมล็ดพันธุ์พืชิญญาระดับสองทั้งหมดที่เ้าหาได้ ยิ่งมีหลายชนิดก็ยิ่งดี”
หลี่ซื่อจดจำคำสั่งทั้งสามข้อนี้ไว้ในใจอย่างแม่นยำ เขารู้ดีว่าหญ้าิญญาต้นนี้ก็คือศิลาฤกษ์ก้อนแรกที่จะทำให้กลุ่มเล็กๆ ของพวกเขาลืมตาอ้าปากได้ จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
“หากพวกเขากดราคา หรือหยั่งเชิงข้าเล่า” หลี่ซื่อถามถึงปัญหาที่สำคัญที่สุด
เฉินฝานปรายตามองเขา
“เช่นนั้นก็ทำให้พวกเขารู้ ว่าหากคิดจะเอาเปรียบพวกเรา ก็ต้องแลกมาด้วยชีวิต”
หลี่ซื่อไม่กล่าวสิ่งใดให้มากความ เขาซ่อนกล่องหยกไว้แนบกาย หยิบขวานตัดฟืนอันเก่าซอมซ่อขึ้นมา ใช้เศษผ้าพันไว้ด้านหลัง สวมหมวกฟางที่สามารถปกปิดใบหน้าได้กว่าครึ่ง แล้วหันหลังเดินเข้าสู่ทุ่งรกร้างอันกว้างใหญ่
สำนักสายนอกของสำนักชิงอวิ๋นมีผู้คนหลากหลายประเภทปะปนกัน นอกเหนือจากเบี้ยหวัดรายเดือนอันน้อยนิดที่สำนักแจกจ่ายให้แล้ว ศิษย์จำนวนมากมักจะลักลอบทำการค้าที่มิอาจเปิดเผยได้เป็การส่วนตัว นานวันเข้า จึงก่อเกิดเป็ตลาดมืดที่ไม่มีการจดบันทึกเป็ลายลักษณ์อักษรขึ้นในป่าหินอันเร้นลับบริเวณูเาด้านหลัง
หลี่ซื่อกดหมวกฟางลงต่ำ เดินลัดเลาะผ่านจุดซุ่มยามลับที่ศิษย์สายนอกตั้งไว้หลายจุดอย่างชำนาญ ก้าวเข้าสู่ป่าหินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นตลอดทั้งปีแห่งนี้
ที่นี่ไม่มีเสียงร้องเร่ขายของ มีเพียงเงาร่างลับๆ ล่อๆ เดินขวักไขว่ไปมาในเงามืด ทั้งสองฝ่ายที่ทำการแลกเปลี่ยนล้วนใช้ััเทวะหรือน้ำเสียงที่แ่เบาอย่างยิ่งในการสนทนา บรรยากาศดูอึดอัดและตึงเครียด
เป้าหมายของหลี่ซื่อชัดเจนมาก เขามุ่งตรงไปยังก้อนหินั์ที่มีรูปร่างคล้ายหมาป่าหมอบอยู่ในส่วนลึกที่สุดของป่าหิน
ใต้ก้อนหินั์ ชายวัยกลางคนผู้มีตาชั้นเดียวและไว้หนวดแพะกำลังพิงผนังหินหลับตาพักผ่อน เขาผู้นี้ก็คือ หมาป่าใจดำ ในปากของเฉินฝาน นามเดิมคือหูซาน มีระดับการบำเพ็ญเพียรขั้นหลอมปราณระดับสาม เป็พ่อค้าคนกลางรายใหญ่ที่สุดในตลาดมืดแห่งนี้
หลี่ซื่อเดินไปตรงหน้าเขา ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพียงใช้ฝ่ามือเคาะเบาๆ ที่ผนังหินด้านข้าง
หูซานปรือตาขึ้นเล็กน้อย ลูกตาที่ขุ่นมัวกวาดมองหลี่ซื่อั้แ่หัวจรดเท้า สวมชุดศิษย์รับใช้ขาดรุ่งริ่ง แผ่นหลังสะพายขวานตัดฟืน หมวกฟางบดบังใบหน้าจนมองไม่เห็นระดับการบำเพ็ญเพียร
“มีของหรือ” น้ำเสียงของหูซานแหบพร่าราวกับเลื่อยขึ้นสนิมกำลังเลื่อยไม้
หลี่ซื่อไม่ได้ตอบกลับ เพียงหยิบกล่องหยกคุณภาพต่ำออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนลงบนแท่นหินตรงหน้าหูซาน
หูซานเบ้ปาก รู้สึกเหยียดหยามกล่องหยกผุพังใบนี้เล็กน้อย เขาเอื้อมมือออกไปเปิดฝากล่องอย่างเชื่องช้า
ทว่าในวินาทีที่ฝากล่องเปิดออก
พลังิญญาหยางบริสุทธิ์อันเข้มข้นจนถึงขีดสุด ก็ะเิออกมาราวกับูเาไฟที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน ดอกไม้สีทองบนยอดของหญ้าโลหิตตะวันเพลิงชาดต้นนั้น เบ่งบานเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ท่ามกลางป่าหินอันสลัว สาดส่องพื้นที่รอบด้านในรัศมีสามฉื่อจนสว่างไสว
ความดูแคลนบนใบหน้าของหูซานแข็งค้างในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและละโมบอย่างถึงที่สุด เขารีบปิดกล่องหยกอย่างแรง หัวใจเต้นโครมครามอย่างไม่อาจควบคุมได้
“นี่...นี่มัน...หญ้าโลหิตตะวันเพลิงชาด ทั้งยังเป็ของชั้นเลิศที่ดอกบานอย่างสมบูรณ์แบบด้วย” น้ำเสียงของหูซานถึงกับสั่นสะท้าน เขาทำงานสายนี้มาหลายสิบปี ผ่านมือหญ้าิญญามานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเห็นหญ้าิญญาระดับสองที่มีคุณภาพสูงลิบลิ่วปานนี้มาก่อน ถึงขั้นมีเค้าลางว่าจะััได้ถึงขอบเขตของระดับสามอย่างเลือนรางเสียด้วยซ้ำ
“เสนอราคามา” น้ำเสียงของหลี่ซื่อดังลอดออกมาจากใต้หมวกฟาง ยังคงเย็นเยียบและปราศจากอารมณ์ใดๆ
ความโลภในดวงตาของหูซานวาบผ่าน เขาฝืนข่มความตื่นเต้นในใจ กลับไปพิงผนังหินอีกครั้ง ฟื้นคืนท่าทีเกียจคร้านเช่นเดิม
“ของไม่เลว น่าเสียดายที่ไม่รู้ที่มาที่ไป” หูซานลูบหนวดแพะของตน “รูปลักษณ์ภายนอกดูดีก็จริง ทว่าสรรพคุณยาของหญ้าโลหิตตะวันนั้นดุดันเกินไป นอกจากการนำไปหลอมโอสถหลอมกายาชนิดพิเศษเพียงไม่กี่ชนิดแล้ว การใช้งานก็นับว่าแคบยิ่ง เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เห็นว่าเ้ามาจากพื้นเพที่ยากจน ข้าจะยอมเมตตา รับซื้อหญ้าต้นนี้ในราคายี่สิบก้อนหินิญญาระดับต่ำก็แล้วกัน”
สิ้นเสียงของเขา ในเงามืดทั้งซ้ายและขวาก็มีชายร่างกำยำใบหน้าเหี้ยมเกรียมสองคนเดินออกมาทันที ขวางทางถอยของหลี่ซื่อไว้ทั้งซ้ายขวา ทั้งสองคนล้วนมีระดับการบำเพ็ญเพียรขั้นหลอมปราณระดับสอง บนร่างแผ่กลิ่นอายดุร้ายออกมาอย่างไม่ปิดบัง
นี่คือเล่ห์เหลี่ยมที่พบเห็นได้ทั่วไปในตลาดมืด กดราคา จากนั้นก็ใช้กำลังข่มขู่ บีบบังคับให้ผู้ขายที่ไร้กำลังต้องยอมจำนน
ใบหน้าภายใต้หมวกฟางของหลี่ซื่อไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลงใดๆ เขาไม่มีทั้งความโกรธเกรี้ยว และความหวาดกลัว
เขาเพียงแค่ยกมือขวาขึ้นอย่างเชื่องช้า
วินาทีต่อมา ไม่มีผู้ใดมองเห็นชัดเจนว่าเขาลงมือเช่นไร
“เคร้ง”
เสียงโลหะปะทะกันบาดหูดังสนั่น
ชายร่างใหญ่ที่ขวางอยู่ทางซ้ายของหลี่ซื่อรู้สึกเพียงตาพร่าลาย พละกำลังมหาศาลที่มิอาจต้านทานได้ส่งผ่านมายังท่อนแขนที่เขาใช้ปัดป้อง เขาก้มมอง รูม่านตาก็หดเกร็งอย่างรุนแรง
ขวานตัดฟืนเก่าซอมซ่อที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นเล่มหนึ่ง พาดอยู่บนลำคอของเขาั้แ่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ ััอันเย็นเยียบจากคมขวาน ทำให้ขนทั่วร่างของเขาลุกซู่ในพริบตา ทว่าท่อนแขนเหล็กที่เขาภาคภูมิใจและแกร่งพอจะรับการฟันของกระบี่วิเศษระดับต่ำได้ ยามนี้กลับถูกอีกฝ่ายใช้สันขวานกดทับไว้แน่นจนขยับไม่ได้ กระดูกถึงกับส่งเสียงครางด้วยความหนักอึ้งจนแทบทนไม่ไหว
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าก็คือ ั้แ่ต้นจนจบ อีกฝ่ายไม่ได้เผยความผันผวนของพลังิญญาออกมาเลยแม้แต่น้อย
เป็พละกำลังของร่างกายล้วนๆ และความเร็วที่รวดเร็วจนถึงขีดสุด
ชายร่างใหญ่อีกคนที่เพิ่งจะคิดลงมือ ก็ถูกความเปลี่ยนแปลงอันฉับไวราวกับกระต่ายกระโจนเหยี่ยวโฉบนี้ทำให้ใกลัวจนแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“หินิญญาระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อน ของวิเศษป้องกันระดับหนึ่งขั้นสูงหนึ่งชิ้น แล้วก็เมล็ดพันธุ์พืชิญญาระดับสองที่แตกต่างกันอีกสิบชนิด” น้ำเสียงของหลี่ซื่อยังคงราบเรียบ ราวกับสิ่งที่พาดอยู่บนคอคนอื่นไม่ใช่ขวาน แต่เป็เพียงท่อนไม้
รอยยิ้มบนใบหน้าของหูซานแข็งค้าง เขามองดูเงามืดอันลึกล้ำไร้ก้นบึ้งใต้หมวกฟางใบนั้น เหงื่อเย็นเยียบซึมออกมาเต็มแผ่นหลัง
ผู้เชี่ยวชาญเพียงแค่ลงมือ ก็รู้ได้ในทันทีว่ามีฝีมือหรือไม่ ศิษย์รับใช้ที่ดูซอมซ่อตรงหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าเป็คนจริงที่แสร้งทำตัวเป็หมูเพื่อหลอกกินเสือ ไม่จำเป็ต้องใช้พลังิญญา อาศัยเพียงร่างกายเนื้อก็สามารถสยบผู้บำเพ็ญเพียรกายาขั้นหลอมปราณระดับสองได้ในพริบตา ความแข็งแกร่งระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะจัดการได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
“สหาย ฝีมือไม่เบา” หูซานหัวเราะแห้งๆ โบกมือเป็เชิงสั่งให้ชายร่างใหญ่ที่ถูกสยบถอยออกไป “ค่อยพูดค่อยจากันได้ ค่อยพูดค่อยจากันได้ เป็หูซานผู้นี้ที่ตาถั่วเอง”
หลี่ซื่อค่อยๆ ชักขวานกลับมา เสียบกลับไปไว้ด้านหลัง กระบวนการทั้งหมดไร้สุ้มเสียง ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
สีหน้าของหูซานแปรเปลี่ยนไปหลายครั้ง สุดท้ายก็กัดฟันแน่น มูลค่าของหญ้าโลหิตตะวันเพลิงชาดชั้นเลิศต้นนี้มีค่ามากกว่าหินิญญาหนึ่งร้อยก้อนไปไกลโข ต่อให้ตอบสนองความ้าของอีกฝ่าย เขาก็ยังมีกำไรอยู่ดี
“หินิญญาระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อน มากเกินไป ที่ข้ามีของพร้อมจ่ายเต็มที่ก็แค่แปดสิบก้อน” หูซานเริ่มต่อรองราคา “ของวิเศษป้องกัน ที่ข้ามี เกราะเต่าทมิฬ ระดับหนึ่งขั้นสูงอยู่ชิ้นหนึ่ง หลอมขึ้นจากกระดองของสัตว์อสูรระดับสอง แข็งแกร่งพอจะต้านทานการโจมตีสุดกำลังของผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมปราณระดับสี่ได้ ส่วนเมล็ดพันธุ์ระดับสอง ในคลังของข้ายังมีอยู่ไม่น้อย สามารถรวบรวมให้เ้าได้สิบสองชนิด”
“ตกลง” คำตอบของหลี่ซื่อเด็ดขาดและชัดเจน ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าราคาที่เฉินฝานเสนอมานั้นคือขีดจำกัดสูงสุด การสามารถแลกสิ่งเหล่านี้กลับมาได้ ก็นับว่าเกินความคาดหมายไปแล้ว
หูซานถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบหยิบถุงเงินที่หนักอึ้ง เกราะอ่อนที่เปล่งประกายแสงสีเหลืองดินจางๆ และห่อกระดาษทาน้ำมันเล็กๆ สิบกว่าห่อออกมาจากถุงเก็บสมบัติทันที
หลี่ซื่อรับของมา ใช้ััเทวะกวาดตรวจดู ยืนยันจำนวนหินิญญาและระดับของเกราะเต่าทมิฬ แล้วเปิดดูห่อกระดาษสองห่อเพื่อยืนยันว่าเป็เมล็ดพันธุ์ระดับสองของแท้แน่นอน จึงเก็บของทั้งหมดเข้าไว้ในอกเสื้อ
เขาไม่เอ่ยคำไร้สาระให้มากความ หันหลังเดินจากไปทันที
“สหาย ช้าก่อน” หูซานเรียกเขาไว้ “วันหน้าหากยังมีสินค้าคุณภาพระดับนี้อีก มาหาข้าได้ทุกเมื่อ เื่ราคาเจรจากันได้”
ฝีเท้าของหลี่ซื่อไม่ได้หยุดชะงัก ไม่นานก็หายวับเข้าไปในเงามืดอันลึกล้ำของป่าหิน
มองดูแผ่นหลังของหลี่ซื่อที่จากไป สีหน้าของหูซานก็กลับมาอึมครึมอีกครั้ง เขาเปิดกล่องหยก พินิจดูหญ้าโลหิตตะวันเพลิงชาดที่เจิดจรัสสะดุดตาต้นนั้นอีกครา ในดวงตาเต็มไปด้วยความโลภและความหวั่นเกรงที่ทับซ้อนกัน
“พี่หมาป่า จะปล่อยเขาไปเช่นนี้หรือ ให้พี่น้องตามไปสืบดูเบื้องลึกเื้ัของเขาดีหรือไม่” ลูกน้องด้านข้างเอ่ยถามเสียงเบา
“ตามหรือ พวกเ้าตามทันงั้นหรือ” หูซานแค่นเสียงเย็น “คนผู้นั้นเป็พวกตอไม้แข็ง รังสีอำมหิตหนักอึ้ง ในมือจะต้องเคยเปื้อนเืมาแล้วอย่างแน่นอน ก่อนที่จะสืบรู้เื้ัของเขาให้แน่ชัด อย่าได้บุ่มบ่ามลงมือ”
หูซานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยๆ หักใบไม้สีแดงชาดออกมาจากกล่องหยกอย่างระมัดระวัง แล้วนำไปใส่ไว้ในกล่องหยกใบเล็กอีกใบ
“เ้าไปที่สำนักสายในสักรอบ นำสิ่งนี้ไปมอบให้กับผู้ดูแลของ หอโอสถ บอกว่าเป็ของบรรณาการจากข้า แล้วพูดเปรยไปประโยคหนึ่งว่า ของสิ่งนี้ พวกเรายังมีอยู่อีก”
ลูกน้องผู้นั้นเข้าใจความหมายอย่างลึกซึ้ง รับกล่องหยกใบเล็กมา แล้วรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
หูซานมองดูต้นหญ้าในมือ ในดวงตาสาดประกายแห่งการคิดคำนวณ หญ้าิญญาชั้นเลิศเช่นนี้มาปรากฏในสำนักสายนอก เื้ัจะต้องมีความลับซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ตัวเขาเองกลืนกินไม่ลง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอาศัยโอกาสนี้ผูกมิตรกับบุคคลสำคัญในสำนักสายในไม่ได้