"พวกเ้าทั้งสองห้ามขยับ ทำตัวว่าง่าย ๆ แล้วตามข้ามา" เด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปีคนนั้น ใช้ปืนคาบศิลาในมือยิงไปยังต้นไม้ด้านข้างหนึ่งนัด
ปัง! เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ปรากฏหลุมขนาดใหญ่บนลำต้นของต้นไม้
ใบไม้ร่วงกราวลงมาจำนวนมาก ตกลงบนศีรษะของจูหยวนจางและจูเปียว ยิ่งทำให้ทั้งคู่ดูสภาพสะบักสะบอมยิ่งขึ้น
"เ้าบังอาจยิงปืน!" จูหยวนจางเบิกตากว้าง มองเด็กหนุ่มคนนี้พลางถลึงตาใส่
"กับสายลับ ไม่จำเป็ต้องมีความเมตตา" เด็กหนุ่มมีสีหน้าเ็า ใช้ปากกระบอกปืนคาบศิลาชี้ไปยังทั้งสอง "ไป ตามข้าเข้าไป"
จูเปียวที่อยู่ด้านข้างเห็นสีหน้าของจูหยวนจางไม่สู้ดี จึงรีบกล่าวว่า "ท่านพ่อ ตอนนี้สถานการณ์บีบบังคับ พวกเราเข้าไปข้างในก่อนเถิดขอรับ"
สองพ่อลูกถูกคุมตัวเข้าไปในสถาบันวิจัยทีละคน
หลังจากเข้าไปแล้ว จูหยวนจางจึงพบว่า สถานที่แห่งนี้มีความลับซ่อนอยู่จริง ๆ
ลานบ้านเมื่อมองจากภายนอกดูใหญ่โตมาก แต่พอเข้าไปแล้ว กลับไม่ได้เป็อย่างที่จูหยวนจางจินตนาการไว้ว่าจะมีศาลาโถงอาคาร หรือสะพานเล็ก ๆ และลำธารไหลผ่าน
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คือลานกว้างที่ว่างเปล่า
ดินเหลืองถูกบดอัดจนแน่นสนิท ้ามีทรายละเอียดและเศษหิน กลิ่นดินปืนที่รุนแรงในลานบ้านนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่อาจจางหายไปได้
บ้านเรือนด้านข้างดูเรียบง่ายมาก ห้องที่มีลักษณะเหมือนกันถูกจัดวางเป็แถวอย่างเป็ระเบียบทางทิศตะวันออก
บริเวณที่ใกล้กับลานกว้าง มีห้องขนาดใหญ่กว่าอยู่หลายห้อง บนนั้นเขียนไว้ว่า
‘ห้องวิจัย’
‘ห้องทดลองดินปืน 1’ ‘
ห้องทดลองดินปืน 2’
‘โรงงานผลิตปืนใหญ่อิตาลี’
‘ห้องวิจัยเครื่องจักรไอน้ำ’ และอื่น ๆ
เพียงแต่ ห้องทดลองดินปืนนั้นตั้งอยู่ห่างออกไปเป็พิเศษ อยู่ที่อีกฟากหนึ่งของลานกว้าง ทางด้านนั้นอาจเป็เพราะถูกแรงะเิบ่อยครั้ง จึงไม่มีหญ้าขึ้นแม้แต่เส้นเดียวและเต็มไปด้วยหลุมบ่อ
ผ่านประตูที่เปิดกว้าง ยังสามารถมองเห็นอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ด้านในได้ ตลอดทางที่เดินมา จูหยวนจางถึงกับตาค้าง
อีกด้านหนึ่ง ปืนใหญ่ที่วางอยู่บนพื้น กำลังทดสอบะุนัดที่สอง
"หลิวซ่าง เ้าเด็กนี่ทำไมถึงพาคนนอกเข้ามาด้วย?" จ้าวสิงกำลังคาบยอดหญ้าเส้นหนึ่ง นอนเอนกายอย่างสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ที่ปูไว้อย่างดี
ด้านข้างมีร่มคันใหญ่กางไว้เพื่อบังแดดให้เขา บนโต๊ะน้ำชาข้างกาย มีขนมและผลไม้นานาชนิด รวมถึงน้ำชา วางไว้อย่างเต็มเปี่ยม
"ใต้เท้าจ้าว เมื่อครู่ข้าพบพวกเขาสองคนอยู่ด้านนอก สงสัยว่าจะเป็สายลับ จึงพามาเพื่อให้ท่านจัดการขอรับ"
สายตาของจูหยวนจางและจูเปียวมองตามไป "ใต้เท้าจ้าว" ผู้นี้ คงจะเป็นายอำเภอจ้าวสิงแห่งอำเภอเฟิ่งหยาง
"สายลับ!?" พอได้ยินคำนี้ เหล่านักวิจัยด้านข้างต่างชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็ซึ้งจนน้ำตาคลอเบ้า "ดีเหลือเกิน! ในที่สุดก็มีสายลับมาเสียที!"
จูหยวนจาง "???"
จูเปียว "???"
สองพ่อลูกหันมามองหน้ากัน คนพวกนี้เป็บ้าไปแล้วหรือ? เหตุใดเมื่อเจอสายลับถึงได้ดีใจเช่นนี้
แต่ทันใดนั้น ทั้งสองก็รู้สึกขนลุกซู่
"ใต้เท้า สายลับสองคนนี้ ยกให้สถาบันวิจัยปืนใหญ่อิตาลีของพวกเราเถิด!"
"ไปตายซะ เ้าจะแย่งทุกอย่างเลยหรือไง? ทางฝั่งเครื่องจักรไอน้ำของพวกเราขาดคนอยู่!"
"อย่ามาแย่งกับข้า ให้ตายเถอะ พวกเราที่ทำดินปืน เมื่อไม่กี่วันก่อนมีคนาเ็จากแรงะเิไปอีกหลายคน ใครจะขาดคนเท่าข้ากัน!?"
หัวหน้าของแต่ละแผนกต่างพากันทะเลาะวิวาท
"เ้าบอกว่าเ้าขาดคนใช่ไหม? มาสิ มาคุยกันด้วยเหตุผล ลองประมือกันหน่อย!"
"ได้เลย!"
จ้าวสิงมองดูทั้งสามคนที่เริ่มตะลุมบอนกันทันทีที่เห็นไม่ตรงกัน พลางส่ายหน้าด้วยความทอดถอนใจ
"ช่างเป็ยุคสมัยที่เสื่อมถอยจริง ๆ ถึงกับมาต่อสู้กันสามคนกลางวันแสก ๆ จึ๊ จึ๊... ช่างเป็ความโกลาหลที่รุนแรงจริง ๆ !"
จูเปียวที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกว่าคำพูดของจ้าวสิงนั้นดูไม่ค่อยถูกต้องนัก แต่กลับเข้ากับนิสัยและรูปแบบการทำงานของคนผู้นี้ได้อย่างดี
ไม่สิ ตนเองไปรู้จักนิสัยเขาั้แ่เมื่อไหร่กัน?
"พอได้แล้ว แต่ละคนยังไม่ได้ยืนยันเลยว่าสองคนนี้เป็สายลับ ก็เริ่มแย่งกันเสียแล้ว"
ทั้งสามคนที่กำลังตะลุมบอนกันอยู่ พลันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ
"ใต้เท้า ท่านไม่ทราบหรอกว่าที่นี่หาคนยากเพียงใด"
"ชาวบ้านทั่วไป ต่อให้ทำงานรับจ้าง เดือนหนึ่งอย่างน้อยก็ได้เงินห้าตำลึง ได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวในเมืองทุกวัน แต่ที่นี่ นอกจากจะอยู่ชานเมืองห่างไกลบ้านแล้ว ยังต้องรักษาความลับในหน้าที่การงาน กลับบ้านไม่ได้ ยิ่งไม่สามารถบอกลูกเมียได้ว่าตนเองทำงานอะไร"
"นั่นสิ หากเป็เช่นนี้ต่อไป พวกเราคงวิจัยต่อไปไม่ได้แน่"
จูหยวนจางและจูเปียวฟังแล้วถึงกับอึ้ง ชาวบ้านในอำเภอเฟิ่งหยางสามารถหาเงินได้เดือนละห้าตำลึงจริง ๆ หรือ?
แม้แต่ชาวบ้านในเมืองอิ้งเทียน ก็ไม่สามารถทำได้ทุกคนที่จะมีรายได้เดือนละห้าตำลึง หากอำเภอเฟิ่งหยาง ภายใต้การปกครองของขุนนางสุนัขอย่างจ้าวสิง ทำให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็สุขและมั่งคั่งเช่นนี้ ก็ใช่ว่าจะให้โอกาสเขาไม่ได้
ให้หัวของเขา ยังคงอยู่บนบ่าไปก่อนชั่วคราว
"พวกท่านสองคนมาจากที่ใด?" จ้าวสิงมองมาที่จูหยวนจางและจูเปียว พลางเคี้ยวแอปเปิลเสียงดังกร้วม ๆ
"พวกเรามาจากเมืองอิ้งเทียน ไม่ใช่สายลับขอรับ!" จูเปียวรีบกล่าว เมื่อครู่ได้ยินคนที่หน้าดำปี๋บอกว่า คนในสถาบันวิจัยดินปืนาเ็จากแรงะเิจนต้องกลับบ้านไปหลายคนแล้ว หากถูกเข้าใจว่าเป็สายลับ เกรงว่าจะไม่มีจุดจบที่ดี
"ข้าชื่อจูต้ามู่ นี่คือท่านพ่อของข้า พวกเราสองคนมาทำการค้าขอรับ"
จ้าวสิงขมวดคิ้ว "ทำการค้า? ไม่ยอมอยู่ในเมืองดี ๆ แต่กลับดั้นด้นมาที่นี่?"
"ก็เพราะอยากพบใต้เท้าจ้าว แต่หาทางเข้าไม่ได้ พอดีเห็นรถม้าของท่านบนถนน จึงตามมาขอรับ ใครจะรู้ว่าดันมาในที่ที่ไม่ควรมา จนเกิดเื่เข้าใจผิดครั้งใหญ่เช่นนี้"
เมื่อเห็นท่าทางของลูกชาย จูหยวนจางก็แค่นเสียงหึอย่างไม่พอใจ ทำหน้าบึ้งตึงไม่ยอมพูดจา
"ท่านพ่อ..." จูเปียวดึงแขนเสื้อของจูหยวนจาง พลางกัดฟันเค้นคำพูดออกมา "นามของท่าน ลูกไม่กล้าเรียกตรง ๆ ไม่ทราบว่าท่านพ่อจะกรุณาบอกนายอำเภอจ้าวด้วยตนเองได้หรือไม่ขอรับ?"
"อะแฮ่ม ข้าเกิดเดือนแปด และเป็ลูกคนที่แปดของบ้าน ดังนั้นจึงชื่อว่า ปาปา"
จ้าวสิงที่กำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ เมื่อได้ยินดังนั้นก็หันศีรษะมามอง
"ตาแก่ ท่านกำลังเอาเปรียบคนอื่นอยู่นะ" จ้าวสิงกล่าวพลางยื่นมือไปทางจูหยวนจาง "ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านจะชื่อนี้จริง ๆ ! เอาเอกสารมาให้ข้าดูหน่อย"
จูหยวนจางหยิบเอกสารยืนยันตัวตนปลอมที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาจากอกเสื้อ ส่งให้จ้าวสิง
สิ่งนี้ จะว่าปลอมก็ปลอม จะว่าจริงก็จริง เพราะอย่างไรเสีย มันก็เป็ตราประทับที่ฮ่องเต้อย่างเขาเป็คนประทับด้วยตนเอง
จ้าวสิงรับมาดูอย่างไม่ยอมแพ้ แล้วก็ต้องตกตะลึง "เชี่ย! ท่านชื่อจูปาปาจริง ๆ ด้วย!"
สายตาที่จ้าวสิงมองจูหยวนจาง พลันมีความระแวดระวังเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน ดูไม่ออกเลยว่าพ่อแม่ของตาแก่คนนี้จะเป็คู่หูตัวแสบคู่หนึ่ง
มิเช่นนั้นจะตั้งชื่อลูกเช่นนี้ได้อย่างไร?
"เอาเถอะ ข้าจะเรียกท่านว่าเหล่าจู และเรียกลูกท่านว่าจูต้ามู่" จ้าวสิงนอนไกวเก้าอี้ไปมา "ตามกฎเดิม ห้าร้อยตำลึง ไม่ลดราคา"
"เห็นแก่ความเป็พ่อลูกของพวกท่าน ข้าจะลดให้สองส่วน เหลือแปดร้อยตำลึงแล้วกัน"
เฮยจื่อที่อยู่ด้านข้างไม่เข้าใจ "ใต้เท้า ไม่ใช่ห้าร้อยตำลึงหรือขอรับ?"
คุนจื่อยื่นมือไปเคาะหัวเฮยจื่อหนึ่งที "เ้าโง่หรืออย่างไร? สามารถหาเงินเพิ่มได้อีกสามร้อยตำลึง แถมยังได้น้ำใจคน ทำไมถึงไม่คิดราคาตามรายหัวเล่า?"