“ไม่ต้องกังวลในเมื่อข้าช่วยเจ้า ย่อมไม่มีทางปล่อยให้พวกองครักษ์เสื้อแพรตามมาจับเจ้าอีก”เจ้าของแขนแข็งแรงราวกับเหล็กโอบรัดรอบเอวนางแน่น
“พวกองครักษ์เสื้อแพรไม่ตามมาแล้วคุณชายโปรดปล่อยข้าลงเถิด” ฉู่จวินหลันเอนตัวไปข้างหน้าไม่ยอมพิงซบเขา ทั้งยังคีบเข็มเงินไว้พร้อมแทงได้ทุกเมื่อ
“ไม่ได้”
ทว่าบุรุษผู้นั้นไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อยกลับรัดแน่นขึ้นอีก บังคับให้นางซุกอยู่ในอ้อมอก “แม่นางรูปโฉมงดงาม เมืองหลวงมีทั้งคนดีคนเลวปะปนข้าต้องพาแม่นางส่งถึงบ้านให้ได้จึงจะสบายใจ”
ยุคสมัยนี้ต่อให้เป็นสามีภรรยา หากแสดงความใกล้ชิดกันเช่นนี้ในที่สาธารณะก็ยังถือว่าล้ำเส้นแต่บุรุษที่เคยพบหน้ากันครั้งเดียวผู้นี้กลับกล้าทำเช่นนี้กับนาง?
ฉู่จวินหลันนึกถึงครั้งก่อนที่ตนนั่งฟังนิทานในหอน้ำชาคนผู้นี้นั่งอยู่ข้างเสิ่นอวี๋ซื่อจื่อแห่งจวนอันลู่โหว
บัดนี้ดูแล้วผู้ที่กล้าชิงตัวนางจากมือขององครักษ์เสื้อแพรอีกทั้งยังเป็นคนที่แม้แต่คุณชายเสิ่นยังต้องเกรงใจการที่เขาจะทำตามอำเภอใจเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ฉู่จวินหลันยังไม่อยากลงมือในทันทีรอดูว่าเขาต้องการทำอะไร
ม้าขาวตัวหนึ่งควบทะยานฝุ่นตลบตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลวงมุ่งหน้าไปทางทะเลสาบเสิ่นชา
ในเวลาเดียวกันชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดชาวบ้านธรรมดาเหลือบมองกัน
คนหนึ่งรีบตามทิศทางที่ม้าขาวควบไปอีกคนหันหลังเหินขึ้นหลังคา มุ่งตรงไปยังลานเรือนลับแห่งหนึ่งทางทิศเหนือของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
“ซื่อจื่อขอรับ!พวกองครักษ์เสื้อแพรปล่อยตัวคุณหนูสามฉู่แล้ว!”
“ดีจริง! จางหลี่ ท่านมาทันเวลาเสียจริง!”จิ่งอวี้ถอนหายใจยาวแล้วพนมมือ “อมิตาภพุทธโชคดีที่คุณหนูสามปลอดภัย ไม่อย่างนั้นซื่อจื่อคงรวบรวมคนบุกเข้าวังไปช่วยแน่!”
จางหลี่หอบหายใจ “แต่พอคุณหนูสามถูกปล่อยออกมาก็ถูกองค์ชายรองพาตัวไปแล้ว!”
“หา!?” จิ่งอวี้หันกลับไปมองเซียวซวี่คอแทบหัก
สีหน้าเซียวซวี่เย็นชาดุจน้ำแข็งไม่เอ่ยวาจาสักคำ หยิบกระบี่ประจำกายขึ้นได้ก็จะพุ่งออกไป
จิ่งอวี้รีบขวางไว้ “คุณชาย ท่านโปรดใจเย็นก่อน!ตอนนี้ท่านยัง ‘หายตัว’ อยู่นะ หากออกไปตอนนี้จะไม่ถูกพบตัวหรืออีกอย่างคุณหนูสามน่ะฝีมือเยี่ยมยอด ไม่มีทางเสียเปรียบแน่นอน ไหนจะยังมีฮั่วเย่ชิงตามคุ้มกันอยู่ในเงาไม่มีทางเกิดเรื่องใหญ่แน่นอนขอรับ”
เซียวซวี่เม้มปากแน่นไม่สนใจคำห้ามของจิ่งอวี้ ก้าวเท้าออกจากประตูอย่างรวดเร็ว
จิ่งอวี้ทำได้เพียงถอนใจยาวก่อนรีบตามเซียวซวี่ไปพร้อมเหล่าทหารองครักษ์ พลางพึมพำว่า “เฮ้อ...ซื่อจื่อคงโดนคุณหนูสามฉู่วางยาพิษเข้าแล้ว!อะไรก็ไม่สนใจ!”
ด้านฉู่จวินหลัน องค์ชายรองพานางมายังริมทะเลสาบเสิ่นชาอันเงียบสงบ
ฤดูร้อนดอกไม้บานสะพรั่งน้ำใสเย็นยิ่ง
องค์ชายรองกระโดดลงจากหลังม้าเหยียดแขนยาวหมายจะอุ้มฉู่จวินหลันลงมา ทว่าฉู่จวินหลันกลับปัดมือเขาออกแล้วพลิกกายกระโดดลงจากม้าด้วยตัวเอง
“คุณชายผู้นี้ช่างน่าสนใจเสียจริงพูดภาษาเมืองหลวงได้คล่องแท้ๆ แต่กลับไม่รู้จักทางเสียอย่างนั้นที่นี่ใช่บ้านข้าหรือ”
องค์ชายรองหลงใหลในท่าทีเจ้าเล่ห์ปากคมของนางยิ่งนักยิ้มพลางก้าวเข้าไปหา “คุณหนูสามอย่าเพิ่งตกใจ เราพบกันในวันนี้แสดงว่าเรามีวาสนาต่อกันยามทิวทัศน์งดงามเช่นนี้ เราพูดคุยกันดีๆ ไม่ดีกว่าหรือ”
แม้จะพูดว่าคุยกันแต่อีกคนกลับกักร่างนางไว้ระหว่างต้นหลิวใหญ่
ฉู่จวินหลันเห็นเขาใช้มือหนึ่งยันต้นไม้อีกมือยื่นมาหมายจะบีบคางนาง จึงแค่นหัวเราะเย็นชามือคว้าข้อมือเขาแล้วบิดอย่างแรง
เขาไม่คิดว่านางจะลงมือเช่นนี้จึงรีบพลิกตัวตั้งรับทันที เผยรอยยิ้มมั่นใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงลึกซึ้งว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใครหากเจ้ายอมอยู่กับข้า ต่อไปนี้ชีวิตเจ้าจะมีแต่ความสุข หากปฏิเสธวันหน้าจะต้องเสียใจแน่นอน!”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าท่านคือใคร!” ฉู่จวินหลันโกรธจัด โถมตัวเข้าหาเขาไม่กี่กระบวนท่าก็เตะเขากระเด็นตกทะเลสาบเสิ่นชา
เสียง ‘ตู้ม!’ ดังขึ้นร่างเขาพลันจมหายลงไปในน้ำ
ฉู่จวินหลันยืนอยู่ริมทะเลสาบก้มมองเขาจากด้านบน “องครักษ์เสื้อแพรเกรงใจท่านจึงปล่อยให้ท่านชิงตัวคนไปซื่อจื่อแห่งจวนอันลู่โหวก็ยังต้องเคารพท่าน แต่แล้วอย่างไรเล่าข้าไม่อยากรู้ว่าท่านเป็นใคร และหวังว่าท่านจะไม่มารบกวนข้าอีก!”
กล่าวจบก็ปรายตามองเขาอย่างเย่อหยิ่งจากนั้นควบขึ้นหลังม้าขาว
องค์ชายรองปีนขึ้นจากน้ำเสื้อคลุมสีเงินเปียกชุ่มจนแนบติดลำตัว ผมเผ้าที่เปียกน้ำลู่แนบแก้มเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย จากที่หล่อเหลาสง่างาม บัดนี้ราศีนั้นล้วนถูกทำลายจนหมดสิ้น
ฉู่จวินหลันที่อยู่บนหลังม้ายืดตัวตรงเหลือบมองเขาจากที่สูง แค่นหัวเราะเยาะแล้วสะบัดแส้ควบม้าจากไป
องค์ชายรองยืนอยู่ที่เดิมมองตามแผ่นหลังที่ห่างออกไปเรื่อยๆ ดวงตากลับปรากฏรอยยิ้มมั่นใจ “ช่างไม่เหมือนใครจริงๆเป็นสตรีที่ฉลาดและมีเอกลักษณ์ยิ่งนัก”
องค์ชายรองรู้ดีว่าฉู่จวินหลันคงอาศัยท่าทีเล็กน้อยเหล่านั้นคาดเดาได้แล้วว่าเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างน้อยก็เป็นเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางชั้นสูงทว่านางกลับยังคงไม่ไว้หน้าหรือเปลี่ยนท่าทีแต่อย่างใด
“ฉู่จวินหลัน” องค์ชายรองพึมพำชื่อของนางเบาๆก่อนจะหันหลังเดินจากไปอีกทาง ใบหน้าไม่เผยแววโกรธเคืองแม้แต่น้อยกลับยิ่งแย้มยิ้มอย่างตื่นเต้นมากขึ้น
ฉู่จวินหลันสามารถดึงดูดความสนใจและความอยากรู้อยากเห็นของเขาได้อย่างแท้จริง
ริมทะเลสาบกลับสู่ความสงบอีกครั้งพอทุกคนจากไปแล้ว จิ่งอวี้จึงกดเสียงต่ำพูดว่า “ท่านเห็นหรือไม่ข้าบอกแล้วว่าคุณหนูฉู่ฝีมือยอดเยี่ยม ไม่มีทางเสียเปรียบใครได้หรอก!”
จางหลี่กลับยังคงกังวล “แต่คุณหนูฉู่ลงมือหนักเช่นนั้นนางไม่รู้หรือว่าคนผู้นั้นคือองค์ชายรอง?”
ฮั่วเย่ชิงพูดเสียงเรียบ “ก็ไม่แน่หรอกคุณหนูฉู่ทำอะไรไม่เคยยึดตามแบบแผน จะเป็นใครนางย่อมไม่ใส่ใจ หากไม่พอใจต่อให้เป็นฮ่องเต้นางก็กล้าลงมือ!”
“ซื่อจื่อคิดเห็นอย่างไรขอรับ”จิ่งอวี้หันไปถามเซียวซวี่ด้วยรอยยิ้ม
เซียวซวี่ที่สีหน้าเย็นชาไม่พูดอะไรเดินจากไปทันที
คนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันก่อนจะรีบติดตามเขาไปและไม่กล้าถามอะไรอีก
เมื่อฉู่จวินหลันกลับมาถึงตรอกด้านหลังของจวนตระกูลฉู่ ก็ผูกเชือกม้าขาวไว้แถวนั้นหากชายผู้นั้นอยากได้คืน คงย้อนกลับมารับม้าของตนเองเอง
นางเดินเข้าจวนและมุ่งหน้าไปดูอาการของฉู่หวาถิงก่อนทันที
ระหว่างที่นางกำลังรักษาได้ยินเป่าเล่อกดเสียงต่ำพูดกับจื่อเยียนตรงข้างหน้าต่างว่า “ข้าจะเล่าอะไรให้เจ้าฟังช่วงนี้หญิงสาวในเมืองหลวงถูกฆ่าหั่นศพอีกแล้วตายไปก็หลายคนแล้วแต่ทางการยังจับตัวคนร้ายไม่ได้เลย เราต้องระวังตัวให้ดีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าถูกฆ่าไปหลายคนแล้ว”
จื่อเยียนฟังแล้วขนลุกซู่สบถด่าเบาๆ ว่า “ใครมันทำเรื่องเช่นนี้ได้ลงคอกัน!”
เพิ่งพูดจบก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งมาแต่ไกลหญิงรับใช้ที่วิ่งมาจากหน้าลานเรือนคนหนึ่งตะโกนลั่นว่า “อนุหวัง! อนุหวังแย่แล้ว!ฮูหยินเหวินชางปั๋วนำองครักษ์บุกเข้าจวนมา!บอกว่าคุณหนูรองเมิ่งอิ๋งของเราต้องชดใช้ชีวิตให้คุณหนูจวนเหวินชางปั๋ว!”
ฉู่จวินหลันได้ยินแต่ไม่ได้หยุดมือเพียงพูดกับฉู่หวาถิงเสียงเบา “ดูท่าความวุ่นวายจะมาเยือนแล้ว”
ฉู่หวาถิงพยักหน้าพลางถอนหายใจเบาๆ“เสียดายที่ข้ามองไม่เห็นความสนุกนั้น”
“แค่ฟังแล้วรู้ว่าสนุกก็พอแล้วไม่ใช่หรือ”ฉู่จวินหลันยิ้มบาง “พี่ชายใหญ่จะออกไปฟังกับข้าหรือไม่”