บทที่ 5 ฉินเจียถุน
ไป๋อวี้ถูกพากลับมาที่ฉินเจียถุนด้วยความงุนงง
ฉินต้าซานควบม้าด้วยความเร็ว ระหว่างทางไป๋อวี้ใจสั่นจนแทบอยากจะอาเจียน
ทันใดนั้นพวกเขาก็ออกมาจากสถานที่ซึ่งคล้ายกับหุบเขาลึก และมุ่งหน้าไปยังที่ราบอันกว้างใหญ่
สถานที่แห่งนี้คือฉินเจียถุนที่กำลังถูกหักร้างถางพง
ครั้งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เป็เพียงป่ารกร้าง เต็มไปด้วยขวากหนาม หนองน้ำ สายลมและหิมะโหมกระหน่ำ ฝูงสัตว์ป่าอาศัยอยู่กันเป็ฝูง มีประชากรเบาบาง อากาศหนาวเย็น ทั้งยังเป็พื้นที่ที่ห่างไกล
10 กว่าปีที่แล้ว พื้นที่นี้ถูกจัดเป็พื้นที่รกร้าง และมีการจัดสรรทรัพยากรมากมาย
4 ปีที่แล้ว การบุกเบิกที่ดินยังไม่เกิดผลดีนัก ไป๋อวี้ซิ่วจึงมาที่นี่ด้วยความตั้งใจที่จะแต่งงานกับ
‘ความตาย’
ปัจจุบันนี้ถนนหนทางถูกสร้างขึ้นทอดยาว มีทุ่งนาที่อุดมสมบูรณ์ขนาบสองข้างทาง มองได้จนสุดลูกหูลูกตาแทบจะไม่มีจุดสิ้นสุด
ฉินต้าซานที่อยู่ในกลุ่มล่าสัตว์ ได้ยินมาว่ามีหมู่บ้านใกล้เคียงหลายแห่งได้รับการจัดตั้งขึ้นทีละแห่ง
แต่ไม่ต้องพูดถึงเว่ยชุ่ยสี่ แม้แต่ไป๋อวี้ก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะได้เข้าไปในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์ แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะดูเป็ป่า และไม่มีการรวบรวมอย่างเป็ทางการก็ตาม
แต่หมู่บ้านดูเหมือนจะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง... เมื่อวิ่งมาที่นี่แล้ว ไป๋อวี้ค่อย ๆ เริ่มรู้สึกหวาดกลัว
นี่... ดูเหมือนจะไม่ง่ายที่จะหลบหนี! ฉันอยากอยู่ที่นี่และเป็ภรรยาของเขาจริง ๆ เหรอ?! ขณะที่เธอคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น ม้าก็วิ่งไปที่ลานแห่งหนึ่ง
มีคนกลุ่มหนึ่งรออยู่ที่ทางเข้าอยู่แล้ว
ไป๋อวี้ใชั่วขณะหนึ่ง ระหว่างบ้านสองหลังที่มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด บ้านหลังแรกกว้างขวางและมีแสงส่องสว่าง ผิดกับสองห้องของครอบครัวไป๋ที่ทั้งสกปรก ทั้งเก่า และคับแคบ
จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่ามีเ้าก้อนแป้งะโโลดเต้นอยู่หน้าฝูงชน
“แม่คะ! แม่คะ! หนูอยู่นี้!” ไป๋อวี้มองเข้าไปใกล้ ๆ ก็พบกับเด็กน้อยที่เปลี่ยนเป็ชุดลายดอกไม้สวยงาม ผมถูกหวีอย่างประณีต และถูกรายล้อมไปด้วยหญิงกลุ่มหนึ่ง
“แม่คะ!”
ฉินต้าซานหยุดลงหน้าเด็กหญิง ชายหนุ่มะโลงจากม้า หลังจากนั้นอุ้มไป๋อวี้ลงมา
ขาของไป๋อวี้สั่นระริก แต่ฉินเสี่ยวกั่วก็กระโจนเข้ามาแล้ววิ่งไปหาเธอโดยตรง
“แม่คะ! แม่กลับมาแล้วจริง ๆ!” ฉินเสี่ยวกั่วร้องไห้โฮ ก่อนจะะโแล้วหันหลังกลับไปหาฉินต้าซาน “พ่อคะ! พ่อพาแม่กลับมาจริง ๆ!”
เดิมทีฉินต้าซานมีใบหน้าบูดบึ้ง แต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าเด็กน้อยผ่อนคลายลงบ้างแล้ว จึงพยักหน้ากลับไป หลังจากนั้นเขาจูงม้าตรงเข้าไปในคอก
ไป๋อวี้ “...” โอ้ย ดูนี่สิ เสี่ยวกั่วเอ๋อร์น้อยจัดการฉินต้าซานได้อยู่หมัด
ยังไงก็ตาม... จบสิ้นเสียที ทว่ากลุ่มแม่บ้านของฉินเจียถุนเดินเข้ามา ทุกคนมีสีหน้ามาดร้าย ดูเหมือนอยากจะตบเธอหน้าสักฉาด ไป๋อวี้กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ อดไม่ได้ที่จะกอดฉินเสี่ยวกั่วไว้ในอ้อมแขนแน่น
ดูเหมือนว่าเ้าก้อนแป้งจะเล่นใหญ่เกินไปหน่อย
“ดูแต่งตัวเข้าสิ คิดจะไปล่อล่วงใครอีกหรือไง…” หญิงคนหนึ่งเอ่ยหาเื่
โชคดีที่หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งท่าทางเหมือนผู้นำขวางหล่อนเอาไว้
ไป๋อวี้ค้นหาในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ดูเหมือนเธอจะเป็ภรรยาของจ้าวโหย่วเต๋อหัวหน้าหมู่บ้านฉินเจียถุน ซึ่งตนเคยพบครั้งหนึ่งตอนแต่งงาน
ใคร ๆ ต่างก็เรียกเธอว่าป้าฮวา
เธอมีใบหน้าทรงเหลี่ยมดูสง่างาม และดูเหมือนเธอจะเป็ผู้นำของเหล่าสตรีในฉินเจียถุน
“เข้ามาคุยกันหน่อยสิ” เธอพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ไป๋อวี้ถอนหายใจ เธอกำลังถูกศาลทั้งสามสอบปากคำในนามของเ้าถิ่น
เมื่อครั้งที่เธอก้าวเข้าไปในลานและกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็พบฉินต้าซานยืนอยู่ตรงแถวรางหญ้า เขากำลังให้อาหารม้าที่เพิ่งควบกลับมา
เขาไม่หันมามองทางนี้เลยแม้แต่น้อย
ไป๋อวี้รู้ในภายหลังว่าฉินเจียถุนเป็พื้นที่กว้างใหญ่ที่มีสมาชิกอาศัยอยู่เพียงไม่กี่คน แต่ว่าตอนนี้สภาพความเป็อยู่ค่อนข้างดีขึ้น ทุกคนล้วนมีลานบ้านขนาดใหญ่
แต่ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกอดเ้าก้อนแป้งแน่น และตามทุกคนเข้าไปในบ้านด้วยความเหนื่อยล้าหมดพลัง
ฉินต้าซานดูเหมือนตั้งใจจะไม่เข้าร่วมการสอบสวนครั้งนี้ ราวกับว่าเขายอมแพ้กับผู้หญิงคนนี้แล้ว
บ้านของฉินต้าซานเพิ่งสร้างขึ้นใหม่ มีหน้าต่างกว้างแสงส่องเข้ามาได้สะดวก และมีเตียงเตาที่สะอาดสะอ้าน
มันเรียบง่ายมากแทบไม่มีเครื่องเรือนใด ๆ เลย
ป้าฮวานั่งตรงกลางเชิดหน้าขึ้น ขณะที่หญิงอีกสี่คนยืนจังก้าขนาบข้างท่าทางน่ากลัว
“ขอบอกเลยว่าเราไม่สามารถทำให้ฉินต้าซานเสียเวลาได้อีกแล้ว ใครจะรู้ว่าคราวนี้เธอจะกลับมาโกงเงินอีกหรือเปล่า” หญิงที่เพิ่งกระแหนะกระแหนเธอเริ่มประชดประชันอีกครั้ง
ฉินเสี่ยวกั่วเอ่ยกระวนกระวาย “ย่าหลิวคะ ย่าอย่าดุแม่ของหนูเลย แม่ของหนูไม่ใช่คนขี้โกหก!” ป้าหลิวไม่มีท่าทีอะไร ส่วนป้าฮวามีสีหน้าเรียบนิ่ง
“อยู่ต่อหน้าเด็กพูดจาระมัดระวังด้วย”
ป้าหลิวพ่นลมหายใจเ็าไม่พอใจ
ไป๋อวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอกลัวจริง ๆ ว่าจะถูกะโใส่และถูกทุบตี
เธอจึงไตร่ตรองอย่างรอบคอบและพูดว่า “เมื่อก่อนฉันโง่เง่า ฟังคำโกหกคนอื่น ฉันจะไม่เป็แบบนั้นอีกแล้ว”
ป้าฮวาเอ่ยขึ้นเชื่องช้า “ไม่ทำอีกแล้ว? ฉันจะเชื่อใจเธอได้เหรอ”
“ใช่ ๆๆ เธอบอกว่าไม่ทำก็จะไม่ทำเรอะ ต้าซานถูกเธอหลอกจนแทบเสียสติ! เธอมันนังสารเลว ตอนนั้น…”
“ไฉ่อิง!” ป้าฮวาตำหนิหล่อนอีกครั้ง
ฉินเสี่ยวกั่วกำลังจะร้องไห้ เธอเม้มริมฝีปากน้ำตาคลอเบ้า ชั่วครู่หยาดน้ำตาก็หยดแหมะ ๆ น้อยใจจนซุกหน้าอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็แม่
แม้ว่าไป๋อวี้จะดูถูกเ้าของร่างเดิมมาตลอด แต่ตอนนี้เธอต้องต่อสู้เพื่อเด็กน้อยในอ้อมแขนคนนี้
ถ้าเื่นี้เป็าแในใจของเด็กน้อยขึ้นมาจะทำยังไง!
“สิ่งที่เกิดขึ้นคือความโง่เขลาของฉันจริง ๆ แต่เงินพวกนั้นไม่เคยตกมาถึงมือฉันสักแดง เป็เว่ยชุ่ยสี่ที่เอามันไปทั้งหมด! ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ตอนนี้ฉันตัดขาดเว่ยชุ่ยสี่แล้ว!”
ป้าฮวามองหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ
แม้ว่าพวกเขาจะเคยพบกันเพียงครั้งเดียวเมื่อหลายปีก่อน แต่เธอก็ยังจำ...ไป๋อวี้ซิ่วในตอนนั้นได้ เธอเป็คนขี้อาย แม้ว่าจะหน้าตาสละสลวย แต่ดูแล้วค่อนข้างซื่อบื้อ ไม่พูดไม่จา แทบจะไม่ส่งเสียงเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น
แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเธอคนนี้แปลกไป ดูเหมือนจะฉลาดและมีศีลธรรมมากขึ้น
“ทำไมเธอถึงตัดขาดกับหล่อนล่ะ?” ป้าฮวาถาม “ใครเป็พยานได้บ้าง?”
ไป๋อวี้ตอบทันที “ฉินต้าซานเป็พยานได้ เขาเห็นกับตาตัวเองว่าฉันตบเว่ยชุ่ยสี่จนหน้าหัน!”
ทุกคน “...”
ป้าหลิวพูดด้วยความประหลาดใจ “เว่ยชุ่ยสี่เป็แม่ของเธอนะ! เธอกล้าตบหล่อนได้ยังไง ไม่กลัวฟ้าผ่าเรอะ?” ในที่สุดไป๋อวี้ก็รู้ว่าพวกหล่อนกำลังพุ่งเป้ามาที่ตัวเธอ
“ฉันไม่ใช้ลูกแท้ ๆ ของหล่อนสักหน่อย ทำไมฉันต้องกลัวด้วยล่ะ!” เธอตอบตามตรง “ฉันไม่สามารถชดเชยสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้ ถ้าพวกคุณรับไม่ได้ ฉันก็แค่ออกไป แต่ว่ายังไงวันนี้พวกคุณทุกคนช่วยฉันจากกองไฟ และฉันจะจดจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้”
ป้าหลิวพูดขึ้นทันควัน “เหอะ! งั้นก็รีบไสหัวไปซะสิ อยู่ให้ห่างจากที่นี่ไว้”
ฉินเสี่ยวกั่วร้องลั่น “แม่คะ หนูจะไปกับแม่ด้วย!”
ป้าฮวาไม่เกี่ยวข้องกับเธอแต่แรก แต่ตอนนี้เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และปลอบโยน
“กั่วเออร์ไม่เป็ไร หนูเป็ลูกสาวของพ่อ ใช้ชีวิตที่ดีกับพ่อเถอะ…”
ฉินเสี่ยวกั่วหันกลับมาและผลักมือของเธอออกไป ร้องไห้และมุดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของไป๋อวี้ แล้วพูดว่า
“ไม่เอา หนูอยากอยู่กับแม่…” ไป๋อวี้อยากจะบอกว่าอยากออกไปั้แ่แรก แต่พวกคุณต้องคืนเด็กคนนี้กลับมาให้ฉัน! ใครจะรู้ว่านอกจากป้าหลิวแล้วผู้หญิงคนอื่นก็กังวล
“ไม่ได้ เธอไปไม่ได้ ถ้าเธอไป กั่วเอ๋อร์จะทำยังไง?”
“ใช่แล้ว ปีนี้เป็ปีแห่งความอดยาก กั่วเอ๋อร์จะมีอาหารกินได้ยังไง?”
“...” ในเวลานี้ฉินต้าซานเดินเข้ามาจากด้านนอก