"เตรียมน้ำให้ข้า" ชายหนุ่มกลับเข้ามาในห้องนอน แม้จะมองไม่เห็นร่างงามแต่เขาก็รู้ว่านางคงจะซุกตัวอยู่มุมหนึ่งบนเตียงตามเคย
จ้าวซือหยางค่อยๆ หย่อนเท้าก้าวลงจากเตียงใหญ่ ก้มหน้าก้มตาพยายามอย่างยิ่งให้ร่างกายตนหดเล็กลงมากที่สุดเดินผ่านร่างสูงไปที่ประตูห้องส่งสัญญาณให้บ่าวรับใช้ชายที่รออยู่ก่อนแล้วนำน้ำร้อนเข้าไปเติมในสระด้านหลัง
หลังจากบ่าวรับใช้ชายเติมน้ำจนอุ่นร้อนได้ที่ หญิงสาวก็เดินไปนั่งริมสระใหญ่โรยกลีบดอกไม้หลากสีพร้อมกับเครื่องหอมทีละกำมืออย่างพิถีพิถัน ไอน้ำจากความร้อนภายในลอยอยู่เหนือน้ำใสกระจ่าง จนทำให้นางอดเหน็บแนมมหาอุปราชกวานอยู่ในใจไม่ได้ว่าเขาช่างรู้จักใช้ชีวิตยิ่งนัก สตรีในหอจี้อินอย่างพวกนางแม้จะมีน้ำใช้เหลือเฟือก็ยังมีโอกาสได้แช่ตัวในอ่างน้ำน้อยครั้ง ไหนเลยจะมีความสุขเท่าท่านมหาอุปราชผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้า
"อุ้ย!!"
ขณะที่จ้าวซือหยางกำลังเพลิดเพลินกับมวลดอกไม้และกลิ่นหอมจรุงในสระ ิกวานถอดเสื้อเหลือเพียงกางเกงตัวในชิ้นเดียวก้าวลงน้ำไปพร้อมกับฉุดร่างของนางลงไปด้วย
ร่างเล็กรีบตะเกียกตะกายพยายามขึ้นจากน้ำอย่างเร่งรีบ นางทั้งใและกลัวความผิด น้ำในสระนี้มีเพียงมหาอุปราชกวานเท่านี้ที่ใช้ได้ แต่ไม่ทันไรมือแกร่งของชายหนุ่มกลับกอดรัดเข้าที่เอวของตนลากนางลงไปในสระน้ำส่วนที่ลึกจนท่วมศีรษะของนาง
"ปล่อยข้านะ" จ้าวซือหยางพยายามดิ้นรน
"ทำไมต้องปล่อย วันนี้ข้าอยากให้เ้าช่วยอาบน้ำให้ข้าสักหน่อย" ิกวานใช้มืออีกข้างที่เหลือรวบท่อนแขนของหญิงสาวที่กำลังพยายามหนีให้หยุดดิ้นรนจากทางด้านหลัง ก่อนจะพลิกร่างคนตัวเล็กให้หันมาเผชิญหน้ากับตน
"ไม่นะ!!" จ้าวซือหยางใช้สองมือดันไปที่แผงอกเปลือยเปล่าของิกวานเมื่อเห็นว่าเขาโน้มศีรษะมาที่ตนใกล้มากขึ้น แต่ก็ทำได้เพียงยับยั้งไว้ได้เล็กน้อยเท่านั้น
"กลัวข้า!! รังเกียจข้าเช่นนั้นหรือ?" ชายหนุ่มคำรามในคอ แววตาเปลี่ยนเป็ดุดันจนหญิงสาวในอ้อมกอดสั่นสะท้าน
จ้าวซือหยางเวลานี้หวาดกลัวมากแล้วจริงๆ ั้แ่เกิดมานางยังไม่เคยัักับร่างกายของบุรุษใกล้ชิดถึงเพียงนี้มาก่อน รวมกับร่างกายของิกวานแผ่รังสีอำมหิตโเี้อันเย็นเยียบออกมาทั่วร่าง นางจึงฮึดสู้สุดใจใช้สองมือทุบรัวไปที่แผงอกกว้างของเขาหลายครั้ง
"อ๊ะ!!" เปล่งเสียงอุทานออกมาได้เพียงเท่านั้น ศีรษะของหญิงสาวก็ถูกกดให้จมไปใต้น้ำด้วยน้ำมือของอีกฝ่าย
ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนเพียงใด จ้าวซือหยางก็ไม่อาจหลุดพ้นจากแรงกดจากฝ่ามือของิกวานขึ้นมาจากน้ำได้เลย เนิ่นนานจนนางเริ่มสำลักน้ำและคิดว่าตนจะต้องขาดใจตายเป็แน่ ชายหนุ่มจึงผ่อนแรงยินยอมให้นางโผล่ศีรษะขึ้นมาสูดเอาอากาศเข้าปอด ครู่หนึ่งก็กดนางให้จมลงไปอีกครั้ง
ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นเดิมอยู่อีกหลายรอบ จนมหาอุปราชหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวหมดเรี่ยวแรงไปแล้วจริงๆ เขาจึงได้ปล่อยนางเป็อิสระ แต่หญิงสาวไม่มีพละกำลังเหลือพอที่จะว่ายน้ำหนี นางสำลักและไออย่างหนักอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกนาน จนกระทั่งจมูกและริมฝีปากของชายหนุ่มเริ่มมาคลอเคลียอยู่บริเวณพวงแก้มของตน เวลานั้นนางถึงตั้งสติได้
จ้าวซือหยางรวบรวมความกล้า ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ผลักร่างของบุรุษหยาบคายออก ก่อนจะฟาดฟ่ามือไปที่ใบหน้าซีกหนึ่งของเขาเต็มแรง
"เพี๊ยะ!!"
ิกวานใบหน้าไหววูบจากแรงตบไปเล็กน้อย ก่อนจะช้อนดวงตาดำสนิทเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งกลับมามองหญิงสาว เขาได้เห็นความไม่ยินยอมและความโกรธขึ้งแฝงอยู่ในแววตาที่จ้องมองตนกลับโดยไม่กะพริบตาเลยสักครั้งของนาง แต่แทนที่จะบันดาลโทสะชายหนุ่มกลับปล่อยร่างนางให้เป็อิสระ เดินกลับไปยังฝั่งที่ตื้นใช้สองแขนพาดไว้กับขอบสระนั่งมองหญิงสาวที่ดวงตาแดงก่ำร่ำไห้เบาๆ อยู่เงียบๆ
จ้าวซือหยางค่อยๆ ขยับร่างไปริมสระอีกด้านหนึ่งช้าๆ สายตาของนางไม่ได้ละไปจากร่างเปลือยครึ่งท่อนของชายหนุ่มแม้แต่นิด เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มีท่าทีจะฉุดรั้งตนเอาไว้ต่อไป นางก็คิดจะปีนขึ้นจากน้ำ เหยียบบันไดหินด้านล่างขึ้นมาได้เพียงสองขั้น นางก็ต้องถอยหลังกลับลงไปแช่น้ำตามเดิม
เวลานี้ตนสวมชุดสีขาวบางเบา เมื่อเปียกน้ำมันยิ่งแนบสนิทจนเห็นผิวเนื้อด้านในได้อย่างชัดเจน แม้จะมีเสื้อตัวในอยู่อีกชั้นแต่มันก็เป็สีขาวเช่นเดียวกัน สถานการณ์ที่ิ่เหม่เช่นนี้หญิงสาวไม่กล้าพอที่จะเปิดเผยเรือนร่างให้เขาเห็น ทำได้เพียงนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่บนบันไดใต้น้ำ โผล่เพียงศีรษะขึ้นมาจับจ้องร่างใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามเอาไว้ตลอดเวลา หากเขาขยับมาทางนางเมื่อใด เวลานั้นตนก็พร้อมจะลุกวิ่งหนีเช่นกัน
ิกวานหลับตาคล้ายว่าจะไม่สนใจ แต่แท้จริงแล้วชายหนุ่มกำลังพยายามข่มกลั้นความพลุ่งพล่านที่เกือบจะควบคุมเอาไว้ไม่อยู่อย่างยากลำบาก ครู่ใหญ่เขาจึงลืมตาหันมาคว้าผ้าเช็ดถูชำระล้างร่างกาย แล้วลุกเดินขึ้นบันไดออกจากสระจากอีกฝั่งหนึ่ง
หญิงสาวที่มองตามร่างหนาไว้ตลอดเวลา ถึงกับต้องรีบเบือนหน้าหนี เมื่อเห็นว่ากางเกงตัวในสีขาวที่เขาสวมอยู่เวลานี้ก็แนบสนิทไปกับผิวของชายหนุ่ม สิ่งที่ไม่ควรเห็นทั้งหมดนางก็ได้เห็นจนละสายตาแทบไม่ทัน รอจนเสียงสวบสาบที่มหาอุปราชกวานผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเงียบลง นางจึงลอบแอบมองเขาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าบุรุษผู้นั้นออกไปแล้ว นางจึงรีบขึ้นจากสระ วิ่งไปคว้าผ้าแห้งผืนหนึ่งมาคลุมร่างกาย
"ข้าจะออกไปข้างนอกครู่หนึ่ง แต่งกายให้เรียบร้อยเร็วๆ เข้า ข้าง่วงแล้ว"
ถึงเวลาค่ำคืนชายหนุ่มบนเตียงเล็กกับหญิงสาวบนเตียงใหญ่พลิกร่างไปมาข่มตานอนไม่หลับอย่างกระสับกระส่าย คนตัวโตหลับตาลงคราวใดก็เห็นภาพทรวงอกอวบอิ่มนวลเนียนภายใต้ผ้าขาวบางแนบเนื้อยามที่ตนยกตัวหญิงสาวให้ขึ้นมารับอากาศเบื้องบน จนทำให้เขาไม่อยากจะหลับตาพลิกร่างถอนหายใจอย่างหงุดหงิดอยู่หลายรอบ
คนตัวเล็กพอได้ยินเสียงขยับร่างกายจากอีกห้องแว่วมา นางก็จะสะดุ้งลุกขึ้นแอบมองไปยังม่านมุกที่กั้นขวางระหว่างห้องสองห้อง กว่าคนทั้งคู่จะได้หลับได้นอนเพราะความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียเวลาก็ผ่านไปจนเกือบรุ่งสาง
เช้าวันต่อมา
"แม่นางจ้าว นายท่านสั่งให้คนมารับแม่นางกลับไปที่หอจี้อินเ้าค่ะ เวลานี้นายหญิงเชิญท่านไปร่วมโต๊ะที่เรือนเหอเนี่ยน ตามบ่าวมาเถิดเ้าค่ะ" หลี่มามา บ่าวรับใช้สตรีเพียงคนเดียวที่จ้าวซือหยางได้พบเจอ มาแจ้งกับหญิงสาวหลังจากที่นางจัดการเื่ส่วนตัวจนเสร็จมานั่งรอคำสั่งใช้งานในวันต่อไปด้วยหัวใจที่หวาดวิตก
"ท่านมหาอุปราชอนุญาตให้ข้าออกไปจากที่นี่ได้แล้วหรือเ้าคะหลี่มามา" จ้าวซือหยางไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
"ใช่แล้วเ้าค่ะ อันที่จริงนายท่านสั่งให้แม่นางรออยู่ที่นี่จนกว่าเจียงจางสื่อจะมารับ เพียงแต่นายหญิงอยากพบแม่นางสักหน จึงตั้งใจเรียกท่านไปร่วมโต๊ะที่เรือนเหอเนี่ยนก่อนที่แม่นางจะไป เวลานี้นายท่านออกไปที่ค่ายกองธงเขียวแล้ว แม่นางไม่ต้องกังวล"
"แต่ว่าเมื่อคืนข้าเพิ่งจะ.."
หลี่มามา เลิกคิ้วรอให้หญิงสาวกล่าวต่อ แต่นางไม่กล้าพูดว่านางเพิ่งจะตบหน้าท่านมหาอุปราชกวานไปฉาดใหญ่ นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงไม่โกรธและยังปล่อยนางออกไปอย่างปลอดภัยอีก
"ไม่มีอะไรเ้าค่ะ ไปกันเถิดอย่าให้นายหญิงต้องรอนานเลย"
จ้าวซือหยางเพิ่งจะได้ออกจากเรือนพักของมหาอุปราชกวานเป็ครั้งแรกในรอบ 1 เดือนเศษ ด้านนอกก็ไม่ต่างจากที่นางคาดเอาไว้ บ่าวรับใช้ที่ทำงานอยู่รอบเรือนล้วนเป็บุรุษ มีเพียง 3 คนที่สามารถเข้าไปในตัวเรือนได้และมักจะปรากฏตัวเฉพาะเวลาอาหารหรือเวลาที่ต้องเตรียมน้ำอาบเท่านั้น
ผ่านรั้วต้นไผ่และสวนหินมาอีกระยะหนึ่งก็จะเห็นลานกว้างสำหรับฝึกซ้อมธนูมีกลุ่มบุรุษนับร้อยคนแยกกันจับกลุ่มฝึกฝนการต่อสู้อยู่ห่างๆ มองแล้วไม่ต่างจากค่ายทหารเท่าใดนัก เลี้ยวผ่านประตูพระจันทร์และสวนดอกไม้นานาชนิดมาอีกหน่อยก็จะถึงเรือนเหอเนี่ยนอันเป็ที่พำนักของเยี่ยนฮูหยิน มารดาของิกวาน
หญิงสาวยังคงเดินก้มหน้าหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตาผู้ใดดังเดิม แต่เงาร่างที่นางเห็นไม่ชัดเจนเบื้องหน้าแผ่รัศมีอันยิ่งใหญ่น่าเกรงขามออกมาเบาๆ
จ้าวซือหยางรู้ดีว่า เยี่ยนฟางซินเคยเป็อดีตฮองเฮาแห่งจักรพรรดิิเทียน แม้เวลานี้นางจะถอดยศมาเป็สามัญชนแต่บารมีและท่าทางความสูงส่งในฐานะสตรีอันดับหนึ่งในใต้หล้าก็ยังไม่ได้ถูกลดทอนลงมาเท่าใดนัก