หนึ่งเดือนผ่านไปไวราวกับพลิกฝ่ามือ...ภายในห้องหนังสือส่วนตัวของเรือนท้ายจวน เซี่ยชิงหลานในชุดลำลอง สีเขียวอ่อนเรียบง่ายกำลังตรวจดูสมุดบัญชีเงินทุนอย่างละเอียด รอบกายของนางมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบชาตากแห้งอบสมุนไพรสูตรพิเศษที่นางลงมือหมักด้วยตนเองอบอวลอยู่ ข่าวคราวการปรับปรุงร้านค้าสองคูหาบน ถนนสายหลักถูกปิดบังเป็ความลับขั้นสุดยอด มีเพียงอี้เหวินซวี่ และกองกำลังทหารทมิฬไม่กี่คนที่มู่หรงเหยียนส่งมาคอยคุ้มกันอย่างลับๆ เท่านั้นที่รู้ความเคลื่อนไหว "พระชายาเ้าคะ! งานปรับปรุง 'โรงน้ำชาชิงซิน' เสร็จสมบูรณ์แล้วเ้าค่ะ" ชุ่ยเอ๋อร์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าของสาวใช้ตัวน้อยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและแววตาเป็ประกาย "คุณชายสามตระกูลอี้ส่งคนมาแจ้งว่า สินค้าใบชาล่วงหน้าล็อตแรกถูกลำเลียงเข้าคลังสินค้าเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เป็วันมงคล สามารถเปิดร้านได้อย่างยิ่งใหญ่ตามกำหนดการเลยเ้าค่ะ!" ชิงหลาน ปิดสมุดบัญชีลงช้าๆ ั์ตาคู่สวยฉายแววมุ่งมั่น "ดีมาก... ชาตินี้เส้นทางชีวิตของข้าจะเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริงเสียที" ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มู่หรงเหยียนไม่ได้มารบกวนนางที่เรือนท้ายจวนตามสัญญาสงบศึก ทว่านางรับรู้ได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องและคุ้มกันนางอยู่ตลอดเวลา ข้าวปลาอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ชั้นเลิศถูกส่งมาที่เรือนท้ายจวนไม่เคยขาด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอำนาจมืด ลึกลับ สี่ส่วนของเสิ่นอ๋องผู้ดุดัน ช่วยให้แผนการค้าราบรื่นไร้อุปสรรค
ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน ในขณะที่ชิงหลานกำลังเตรียมตัวจะไปตรวจตราความเรียบร้อยของร้านเป็ครั้งสุดท้าย บ่าวรับใช้ชายจากเรือนหน้าก็วิ่งเข้ามาคุกเข่าหน้าเรือนด้วยท่าทางตื่นตระหนก
"เรียนพระชายา... คุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดีเซี่ย... พระชายาหนิงเฉิงซื่อจื่อ มาขอพบพระองค์ที่เรือนโถงด้านหน้าเ้าค่ะ!" ชิงหลานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสงบนิ่งพลันเปลี่ยนเป็เย็นเยียบขึ้นมาทันตา ‘เซี่ยหลี่เซียน... พี่สาวดอกบัวขาวของข้า ในที่สุดเ้าก็อดทน รนหาที่ตายไม่ไหวแล้วสินะ’
ชาติก่อน หลังจากที่นางเอกสลับเกี้ยวแต่งเข้าจวนอ๋อง เซี่ยหลี่เซียน ได้เสวยสุขเป็พระชายาเอกของซื่อจื่ออย่างราบรื่น แต่นางสะบัดบ๊อบไม่เคยเหลียวแลน้องสาวคนนี้เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งจวนอ๋องเกิดเื่ นางถึงได้โผล่มาเหยียบย่ำซ้ำเติม แต่มันแปลกตรงที่... ชาตินี้นางเพิ่งแต่งงานเข้าจวนซื่อจื่อได้เพียงเดือนเดียว เหตุใดจึงถ่อสังขารมาพบนางถึงที่นี่?
"ชุ่ยเอ๋อร์... แต่งตัวให้ข้า ข้าจะออกไปต้อนรับ 'พี่หญิงใหญ่' ผู้สูงศักดิ์เสียหน่อย" ชิงหลานเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงรังสีข่มขวัญจนชุ่ยเอ๋อร์ลอบกลืนน้ำน้ำลาย
.
ณ เรือนโถงรับรองด้านหน้า เซี่ยหลี่เซียนนั่งอยู่บนเก้าอี้รับรอง สตรีผู้ได้ชื่อว่างดงามเป็อันดับหนึ่งของเมืองหลวง บัดนี้สวมชุดหรูหรา ทว่าใบหน้ากลับดูซีดเซียวและเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยที่เคยแสร้งทำเป็อ่อนโยนกวาดมองเครื่องเรือนหรูหราตระการตาในจวนเสิ่นอ๋องด้วยความริษยาและอิจฉาตาร้อน ชีวิตในจวนซื่อจื่อของนางไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด! แม้ซื่อจื่อจะรูปงาม ทว่ากลับเป็บุรุษเ้าสำราญ วันๆ เอาแต่เสเพลอยู่ตามหอนางโลมและมีอนุภรรยาเต็มไปหมด หนำซ้ำแม่สามียังเข้มงวด คอยโขกสับนางทุกวี่ทุกวัน นางเพิ่งมารู้ความจริงว่าจวนเสิ่นอ๋องที่นางเคยคิดว่าป่าเถื่อน บัดนี้กลับมั่งคั่งและทรงอำนาจล้นฟ้า แถมยังมีข่าวลือหนาหูว่าเสิ่นอ๋องเพิ่งลงโทษอนุหลิ่วเพื่อปกป้องพระชายาเอกคนใหม่! ‘ตำแหน่งนี้ มันควรจะเป็ของข้า! เซี่ยชิงหลาน สตรีไร้ค่าเช่นเ้าแย่งชิงวาสนาของข้าไป!’ เซี่ยหลี่เซียนกำผ้าเช็ดหน้าแน่นจนแทบขาด "พี่หญิงใหญ่... ลมอันใดพัดท่านมาถึงจวนเสิ่นอ๋องแห่งนี้หรือเ้าคะ?" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เย็นเยียบดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเซี่ยชิงหลานในชุดฉลองพระองค์พระชายาเอกเต็มยศสีน้ำเงินเข้มปักลายหงส์เงิน ท่วงท่าสง่างามดั่งนางพญาข่มจนเซี่ยหลี่เซียนที่นั่งอยู่ดูหมองลงไปทันตา!
เซี่ยหลี่เซียนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นรูปลักษณ์และสง่าราศีของน้องสาวที่เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน ชาติก่อนเซี่ยชิงหลานมักจะก้มหน้าก้มตา สวมชุดสีซีดหม่นหมอง และยอมทำตามคำสั่งของนางทุกประการ ทว่าสตรีสูงศักดิ์ในชุดสีน้ำเงินเข้มปักลายหงส์เงินที่ยืนอยู่ตรงหน้าบัดนี้ กลับมีแววตาคมปลาบดุจกระบี่กล้าที่พร้อมจะเชือดเฉือนผู้ที่กล้าก้าวล่วง แต่ด้วยความถือดีว่าตนเองเป็พี่สาวคนโตและเป็ที่รักของบิดามารดา เซี่ยหลี่เซียนจึงรีบปรับเปลี่ยนสีหน้า แสร้งทำเป็ส่งยิ้มอ่อนหวาน ขยับกายลุกขึ้นเดินเข้าไปหาชิงหลาน พลางยื่นมือไปหมายจะกุมมือของน้องสาวด้วยท่าทางรักใคร่ เสแสร้ง
"น้องรอง... พี่หญิงคิดถึงเ้ายิ่งนัก แต่งเข้าจวนอ๋องมาหนึ่งเดือน ไม่เห็นเ้าส่งข่าวกลับไปที่บ้านบ้างเลย ท่านพ่อและท่านแม่เป็ห่วงเ้ายิ่งนักรู้หรือไม่?" น้ำเสียงของนางนุ่มนวล ทว่าดวงตากลับกวาดมองปิ่นหงส์ระย้าบนศีรษะของชิงหลานด้วยความอิจฉาตาร้อน ชิงหลาน เบี่ยงกายหลบมือนั้นอย่างเป็ธรรมชาติทำให้อีกฝ่ายกุมได้เพียงความว่างเปล่า นางก้าวไปนั่งลงบนเก้าอี้ประธานพลางผายมือให้อีกฝ่ายนั่งลงอย่างห่างเหิน "พระชายาซื่อจื่อโปรดระวังมารยาทด้วย ระหว่างข้ากับจวนเสนาบดีเซี่ย มีหนังสือสัญญาตัดขาดความสัมพันธ์ลงนามโดยท่านแม่และท่านพ่ออย่างถูกต้องกฎหมายแล้ว บัดนี้ข้าคือพระชายาเอกเสิ่นอ๋อง มิใช่น้องรองผู้ไร้ค่าของท่านอีกต่อไป" คำพูดตอกย้ำสถานะของชิงหลานทำให้ใบหน้างดงามของ เซี่ยหลี่เซียน บิดเบี้ยวไปวูบหนึ่ง นางขบกรามแน่นก่อนจะพยายามข่มอารมณ์ริษยาแล้วนั่งลง
"ชิงหลาน... เหตุใดเ้าจึงวาจาห่างเหินเช่นนี้ สัญญาฉบับนั้นท่านแม่เพียงแต่ทำประชดประชันเ้าชั่ววูบเพราะความโกรธเท่านั้น อย่างไรพวกเราก็สายเืเดียวกัน" เซี่ยหลี่เซียนแสร้งบีบน้ำตาคลอเบ้า "พี่หญิงรู้ว่าเ้าต้องทนทุกข์อยู่ในจวนอ๋องแห่งนี้ คืนเข้าหท่านอ๋องก็มิยอมร่วมหอ ทั้งยังมีข่าวลือว่าเ้าต้องดิ้นรนแอบออกไปทำการค้าขายกับบุรุษภายนอกเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ... พี่หญิงเห็นแล้วเวทนายิ่งนัก" ชิงหลานยกชาขึ้นจิบเบาๆ มุมปากหยักลึก "เวทนาข้า? หรือว่าอิจฉาข้ากันแน่เ้าคะ?"
"เ้าพูดเื่อันใด! พี่จะอิจฉาเ้าด้วยเื่ใดกัน!" เซี่ยหลี่เซียน เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความลนลาน
"อิจฉาที่ข้าได้เป็พระชายาเอกของเสิ่นอ๋องผู้ทรงอำนาจล้นฟ้า แทนที่จะเป็ท่าน... ที่ต้องแต่งเข้าจวนซื่อจื่อแล้วพบว่าสามีรูปงามของท่านวันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับหญิงคณิกาและอนุภรรยาจนไม่ยอมกลับเรือนอย่างไรเล่าเ้าคะ" ชิงหลานพูดแทงใจดำอย่างจงใจ แววตาเยาะหยันลึกล้ำ
"เซี่ยชิงหลาน! เ้า!" เซี่ยหลี่เซียนผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด ใบหน้าที่เคยแสร้งทำเป็ดอกบัวขาวบัดนี้แดงก่ำด้วยแรงโทสะที่ถูกเปิดโปงความจริงอันแสนอัปยศในชีวิตแต่งงานของตนเอง
"ข้าบอกแล้วให้เรียกข้าว่าพระชายาเสิ่นอ๋อง" ชิงหลานวางถ้วยชาลงเสียงดัง ปัง! แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนเซี่ยหลี่เซียนถึงกับผงะ "หากท่านมาที่นี่เพื่อจะมาแสดงงิ้วพี่น้องรักใคร่ ข้าขอแนะนำให้ท่านกลับไปเสีย แต่ถ้าท่านมีจุดประสงค์อื่น... ก็จงพูดมาตามตรง อย่าให้ข้าต้องหมดความอดทน"
เซี่ยหลี่เซียน พยายามรวบรวมความมั่นใจกลับมา นางรู้ดีว่าตนเองมาที่นี่เพื่อสิ่งใด ข่าวเื่ ‘โรงน้ำชาชิงซิน’ ที่กำลังจะเปิดตัวในวันพรุ่งนี้และสูตรใบชาหมักสมุนไพรพิเศษที่ลือกันว่าจะทำเงินมหาศาลได้ยินไปถึงหูของนางและท่านพ่อ เสนาบดีเซี่ยคิดจะใช้โอกาสนี้ฮุบกิจการของชิงหลานกลับคืนสู่ตระกูล โดยใช้ความเป็พี่เป็น้องมาอ้าง
"ดี! ในเมื่อเ้าไม่อยากนับพี่นับน้อง ข้าก็จะพูดตรงๆ" เซี่ยหลี่เซียนแค่นยิ้มเย้ย "ข้ารู้ว่าพรุ่งนี้เ้าจะเปิดโรงน้ำชาชิงซิน และรู้ว่าเ้าแอบใช้สินเดิมที่ท่านแม่ให้ไปลงทุน... ท่านพ่อมีคำสั่งลงมา กิจการนี้ใช้เงินของตระกูลเซี่ย ดังนั้นสูตรใบชาและสิทธิ์ในการบริหารร้านกึ่งหนึ่งต้องตกเป็ของจวนเสนาบดีเซี่ย! เ้าต้องส่งมอบสูตรลับนั้นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น... ท่านพ่อจะทูลฟ้องฝ่าาว่าเ้าแอบทำการค้าทุจริตและใช้ชู้อย่างคุณชายสามตระกูลอี้เป็ฉากบังหน้า!" คำขู่กรรโชกอันไร้ยางอายของพี่สาว ทำให้ชิงหลานลอบหัวเราะในใจ ‘ชาติก่อนพวกเ้าขูดรีดข้าจนตาย ชาตินี้ยังกล้ามาแบมือขอสูตรลับและข่มขู่ข้าด้วยเื่อี้เหวินซวี่อีกหรือ?’
"หากข้าไม่ให้เล่า ?" ชิงหลานเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงนิ่งสงบจนน่ากลัว
"หากเ้าไม่ให้... วันพรุ่งนี้ในงานเปิดตัวร้าน ข้าจะสั่งให้คนไปพังร้านของเ้า และจะป่าวประกาศให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ว่า พระชายาเสิ่นอ๋องเป็สตรีแพศยา คบชู้สู่ชายทำการค้าร่วมกับชายอื่นลับหลังสวามี! ดูสิว่าท่านอ๋องผู้ดุดันจะยังเก็บหัวของเ้าไว้บนบ่าหรือไม่!" เซี่ยหลี่เซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะใจและมั่นใจว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า ทว่า ทันใดนั้นเอง น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากขั้วโลกที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น ก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลังของเรือนโถง
"ใครกล้าบอกว่าพระชายาของเปิ่นหวังคบชู้... และใครกล้าคิดจะไปพังร้านค้าที่มีหุ้นส่วนเป็ข้า... มู่หรงเหยียน ผู้นี้!"
ร่างสูงใหญ่ทรงพลังของเสิ่นอ๋องก้าวเข้ามาในเรือนโถงด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ ทว่ากดดัน ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพเซียน ทว่าทมิฬดุดันดุจยมทูต สายตาคมกริบของเขาจ้องมองตรงไปที่เซี่ยหลี่เซียนจนสตรีดอกบัวขาวถึงกับเข่าอ่อนล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวทันที!