“จะ…เ้าพูดอะไร” ป๋ายเจียงเสียงสั่น นางหันไปมองหลินเว่ยเว่ยที่ได้หลินฮวาประคองให้นั่งอย่างแปลกใจ
“ข้าอยู่บ้านนั้นมาสามปี ก็ไม่ได้อยู่เสียเปล่า หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ใครทำสิ่งใดไว้ อย่าคิดว่าผู้อื่นไม่รู้” หลินเว่ยเว่ยกล่าวลอย ๆ
“เ้ารู้อันใด รีบบอกมา” ป๋ายเจียงถามอย่างลนลาน
หลินเว่ยเว่ยส่ายหน้า “ถ้าข้าบอกก็ไม่เป็ความลับน่ะสิ”
“ถ้าเ้ารู้ความลับผู้อื่นแบบนี้ไม่กลัวว่าจะโดนฆ่าปิดปากรึไง” ป๋ายเจียง้าจะข่มขู่คนตรงหน้า
หญิงสาวฉีกยิ้ม พร้อมพูดเหมือนเป็เื่ตลก “จะไปยากอะไร ถ้าเ้าคาบข่าวไปบอกญาติผู้พี่ของเ้า ข้าก็จะบอกว่าข้าได้เล่าความลับสำคัญของตระกูลหลวนให้บ้านใหญ่ฟังหมดแล้ว ถ้าจะปิดปากละก็” หญิงสาวเงียบไป นางหันไปมองป๋ายเจียงและยกยิ้ม “คงต้องปิดให้หมดทุกคน”
นางป๋ายใ และเอ่ยอย่างเจ็บใจ “เ้าพูดอะไร เ้าไม่ได้เล่าอะไรให้ข้าฟังแม้แต่น้อย”
“ก็ใช่ แต่ใครจะเชื่อเ้าละ หญิงสาวที่ถูกทิ้ง คนแรกที่นางจะขอความช่วยเหลือ และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ก็หนีไม่พ้นบ้านเดิม อย่างบ้านใหญ่หรอก”
“เ้าพูดอะไร ข้าไม่รู้เื่ ถ้าเ้าหายดีแล้ว ข้าก็ขอตัว” ป๋ายเจียงรีบออกไปอย่างลนลาน ไม่ต่อปากต่อคำอีกแล้ว
เด็ก ๆ พลันโล่งใจ และมองป้ารองอย่างยกย่อง นางเอ่ยไม่กี่คำก็ทำเอาป้าสะใภ้รีบลนลานออกไป
เมื่อป้าสะใภ้ไปไกลแล้ว หลินฮวาก็ถามสิ่งที่สงสัยออกไป “ป้ารองความลับนั่นคืออันใดหรือเ้าคะ”
“ฮ่าๆๆ ไม่มีอะไร ข้าก็แค่พูดไปเรื่อย คนมีชนักติดหลังอย่างป๋ายเจียง ย่อมกลัวเป็ธรรมดา” เมื่อป้าไม่พูดหลานก็ไม่กล้าถามอะไรเพิ่ม
เื่ความลับของตระกูลหลวนอะไรนั่น มันไม่มีจริงหรอก ก็มีแค่บางเื่ที่นางสงสัยเพียงเท่านั้น แต่เื่เกี่ยวกับตัวนางนั้น
หลินเว่ยเว่ยก็ยังไม่แน่ใจนักว่า เื่ที่นางป๋ายอดีตแม่สามี และป๋ายเจียงพี่สะใภ้ผู้นี้ร่วมมือทำอะไรลับหลังนาง แต่ดูจากปฏิกิริยา คงเป็เื่ใหญ่พอสมควร บางทีคงไม่ใช่แค่พี่สะใภ้ ในเมื่อความสุขสบายกระจายไปทั่วสมาชิกบ้านใหญ่ทุกคน
แต่ก็ดีจะได้ไม่ต้องหาผู้บริสุทธิ์ให้ยาก ใครทำอะไรไว้นางจะค่อย ๆ ส่งกลับคืนไปให้หมด แม้คนที่โดนจะไม่ใช่นางเป็หลินเว่ยเว่ยคนเก่า แต่สุดท้ายนางก็ต้องมารับผลทั้งหมดอยู่ดี
ชีวิตมันสั้น ถ้ามัวแต่ให้อภัย แล้วเมื่อไรจะได้แก้แค้นล่ะ
หลินเว่ยเว่ยพยายามหลีกเลี่ยง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้านางไม่ได้ตั้งครรภ์คงไม่ต้องกลัวอะไร ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่ต้องคิดแผนให้ซับซ้อน เพื่อหาทางลงที่ดีให้กับตัวเอง
สิ่งที่นางกำลังต่อสู้ไม่ใช่ศีลธรรมในใจ สิ่งนั้นไม่ได้มาช่วยนางเลี้ยงเด็ก ไม่ได้มาช่วยนางจัดการกับสามีเฮงซวยของหลินเว่ยเว่ยที่ทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ถ้าจะติดตามนางสู้ไปติดตามบุรุษตระกูลหลวนผู้นั้นไม่ดีกว่าเหรอ เขาก็มีส่วนทำให้หลินเว่ยเว่ยมาอยู่จุดนี้นะ
แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ยุติธรรมั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว
“เห้อ โชคดีที่เรารักษาน้ำแกงไก่ใส่โสมไว้ได้ กลิ่นสมุนไพรหมอหลี่ก็ไม่ใช่เล่นนะเนี่ย ข้านับถือป้ารองจริง ๆ ล่าสุดท่านดื่มมันโดยไม่รู้สึกอันใดได้อย่างไร” เสียงเล็ก ๆ ของหลินฮวาทำให้หญิงสาวหลุดออกจากมุมมืดในใจ
นางพร่ำบอกตัวเองเป็ล้านรอบว่าจะเป็คนใหม่ แต่เวรย่อมระงับด้วยการจองเวร
…
ผ่านไปหลายวัน หญิงสาวใกล้วัยปักปิ่นรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เหมือนว่านางยังไม่ได้ทำบางอย่างในใจให้สำเร็จ ค้างคาใจทุกครั้งหลังมื้ออาหาร
แม้พวกเด็กจากบ้านใหญ่มักจะมากล่าวเหน็บแนมนางสองสามคำ แต่นางไม่รู้สึกโกรธแค้นเท่าไรนัก เพราะหงุดหงิดตัวเองที่ขี้หลงขี้ลืม
แต่ในที่สุดนางก็รู้ว่าขาดอะไร นางตั้งใจว่าหลังจากกินมื้อเที่ยง นางจะชวนทุกคนมาทำแปลงผักกัน โดยเฉพาะป้ารองที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหน คงรู้สึกเบื่อหน่ายไม่น้อย
เสียดายที่ครัวของปู่ ไม่มีอุปกรณ์สำหรับเพาะปลูก จึงจำเป็ต้องซื้อทุกอย่างเกือบทั้งหมด หลินฮวา และหลินซานต่างใที่นางใช้เงินไปแล้ว 2 ตำลึงทอง ใช่แล้วเงินที่ครอบครัวใหญ่สามารถอยู่กันแบบสบาย ๆ ไปทั้งปี แต่นางใช้มันหมดภายในไม่ถึงชั่วยาม
แต่ 2 ตำลึงทองก็ไม่ได้แค่ซื้ออุปกรณ์เพาะปลูกเสียหน่อย นางซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ทุกคน ซื้อผ้าห่มผืนหนา ซื้อข้าวสารอาหารแห้งชั้นดีสำหรับหลายเดือน การเข้าเมืองบ่อยครั้งอาจทำให้บ้านใหญ่สงสัยได้
แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากว่าสักคำ เมื่อรู้ราคาของมัน โดยเฉพาะป้ารอง ที่แค่ชำเลืองมอง และลูบหน้าตัวเองด้วยความปลงเท่านั้น
นางผิดตรงไหน แม้พื้นที่รอบ ๆ บ้านเกือบ 2 หมู่ อาจปลูกผักไม่ได้มากนัก แต่นี่คือการลงทุน นางมั่นใจว่าผักของนางจะดีกว่าผักคนอื่นแน่ ๆ ถึงแม้จะไม่เคยลงมือทำ แต่นางเห็นปู่นางทำมาั้แ่เด็ก นางต้องทำมันได้แน่นอน
หลินเว่ยเว่ยได้แต่ยกมือนวดขมับ พลั่ว จอบ เสียม ที่ทำมาจากสำริดพวกนี้ราคามันไม่ใช่น้อย ๆ แน่ แต่นางไม่อยากยุ่งกับทรัพย์สินผู้อื่น
บางที่มันอาจเป็สัญชาตญาณของนาง ที่ต้องเข้าป่า ปลูกผัก ค้าขาย ท่ามกลางความวุ่นวายนางก็ยังมีอารมณ์ปลูกผัก
หลินลี่ยังคงเป็นางเอกนิยายที่ไม่หลุดตัวตนไปแม้แต่น้อย เด็กสาวที่ตรงข้ามกับนางทุกอย่าง ถึงดึงดูดนางได้อย่างปริศนา คนที่วัน ๆ ทำแต่งานยังปลีกตัวมาอ่านนิยายได้ คงเป็เื่ของความบังเอิญแล้วล่ะ บังเอิญเกินไป…
คนที่มัวแต่มายึดติดอดีต จนไม่ยอมก้าวไปข้างหน้า คิดแต่เื่แก้แค้น และไม่ยอมเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างนาง ไม่คู่ควรสักนิด ไม่คู่ควรกับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่สักนิด
ถ้าต้องเริ่มใหม่จริง ๆ มันควรเป็ความว่างเปล่าสิ ลืมความแค้น ความรัก ความโกรธ ความโลภ ความหลง ลืมไปให้หมด
นางจะได้อะไรจากความทรงจำเดิม ความรู้ที่ติดตัวมางั้นเหรอ หรือความเ็ปละ
สุดท้ายสิ่งที่นางทำได้ ก็คือมานั่งเอาเมล็ดลงหลุม หลังจากทุกคนฟื้นหน้าดิน เพราะทุกคนไม่อยากให้นางออกแรงอะไร ไม่อยากให้จับจอบ จับเสียม ไม่อยากให้ไปตักน้ำเพราะมันหนัก ไม่อยากให้ตากแดดเพราะร้อนเกินไป พอ่บ่ายแดดร่มลมตก นางถึงได้มานั่งช่วยใต้ร่มไม้
ความจริง นางรู้สึกว่าตนเอง มีพละกำลังมากกว่า ตอนมาใหม่ ๆ อีก ถึงไม่มีทางเทียบเท่าเดิม แต่ก็ดีมากแล้วสำหรับหญิงสาวอายุเท่านี้
แต่นั่นแหละ สำหรับคนโบราณ ถ้าตั้งครรภ์ห้ามออกไปไหน แม้หลินลี่เองก็เป็ไปด้วย นางแค่ท้องไม่ได้เป็ง่อย
แต่ตัวนางเองก็ระวังตัวกว่าเดิมมากนัก ถ้าไม่ติดว่าตั้งครรภ์ นางคงไปติดต่อกับคนที่หลินเว่ยเว่ยรู้จัก ขายที่ดินผืนนี้ทิ้งให้หมด และไปให้ไกลจากที่นี่ จากทุกคน จากความวุ่นวาย
แต่ก็ทำได้แค่พูด