เ้าขุนอินทร์ถวาย ซ้อมดาบอยู่กลางลานกว้างภายในตำหนักพิมาน โดยมีเหล่าคุณท้าวนางกำนัล แลเหล่าทหารองครักษ์เฝ้ารับใช้ห้อมล้อม เ้าแสนเมืองสิงห์นุ่งผ้าเก้นม่ำแบบยกสูง เผยขาลายั้แ่เหนือบั้นเอวลงมาถึงลำน่อง ในบรรดาบุรุษสูงศักดิ์แห่งแผ่นดินสุวรรณโคมคำ ผู้ที่สักขาลายได้งาม เห็นจะมีเ้าแสนเมืองสิงห์รวมอยู่ด้วยหนึ่งในนั้น
“มาไอ้เมืองสิงห์ นานแล้วที่มึงแลกูมิได้ประมือกัน” เ้าขุนอินทร์ถวายยั้งมือที่กำลังประดาบกับไอ้แสนเป็ง เมื่อเห็นพระสหายคนสำคัญพร้อมแล้วที่จะลงสนามประลอง
“ได้เลยอินทร์ถวาย อยากเห็นเหมือนกัน ว่าบัดนี้ฝีมือมึงจะพัฒนาไปมากน้อยเพียงไร”
แม้คำพูดจะห้ำหั่นต่อกัน แต่บนใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มพอใจในมิตรภาพของสหาย แสนเป็งที่หลบมานั่งรวมกับเหล่าทหาร ต่างเริ่มส่งเสียงโห่เชียร์ยั่วยุคนทั้งคู่ให้ลงมือ จนดูเป็เื่สนุกสนาน
เสียงดาบกระทบกันน่าหวาดเสียว ลีลาลวดลายของคนทั้งคู่ ดูจะสูสีกันแม้จะมีบางครั้งที่เพลี่ยงพล้ำ แต่ก็ไม่ถึงกับเสียเปรียบจนคู่ต่อสู้พลิกเอาชัยชนะ เสียงร้องยั่วยุให้คนทั้งสองเร่งจบสงบคู่ต่อสู้ ทำเอาเ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย แลเ้าแสนเมืองสิงห์ ถึงกับหอบเหนื่อย เหงื่อใคลไหลย้อยอาบมัดกล้ามทั่วกายจนขึ้นเงา
“มึงกับกูแลดูจะเสมอกันเสียแล้วไอ้เมืองสิงห์”
“เห็นจะเป็เช่นนั้น กูแลเห็นมึงมุ่งมั่นแต่งานแผ่นดิน ไม่คิดเลย ฝีมือเพลงดาบจะมิตกลงเลยแม้แต่น้อย”
“มึงอย่าได้ดูถูกกูเชียว ไอ้เมืองสิงห์”
“ฝ่าพระบาทฝึกฝนเพลงดาบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ฝีมือพระองค์จะตกได้เยี่ยงไรกันเล่า เ้าแสนเมืองสิงห์ พอกันก่อนเถิดหนา ทั้งเ้าแสนเมืองสิงห์ แลองค์ขุนอินทร์ถวาย พักเหนื่อยแล้วไปอาบน้ำแต่งองค์กันเถิด หัวค่ำนี้จะไปเฝ้าแหนรับใช้เสด็จองค์เ้ามหาชีวิตฝนแสนห่ากันมิใช่ดอกหรือเพคะ”
คุณท้าวบัวแก้วเอ่ยเตือนถึงความตั้งใจในองค์อินทร์ถวาย ทำให้คนทั้งสองจำต้องรามือหยุดประลองดาบกันเพียงเท่านั้น ปล่อยให้พวกทหารองครักษ์ ออกมาประมือกันต่อแทนพระองค์
“มึงมิต้องกลับไปที่เรือนหรอกหนา กูจะให้คุณท้าวบัวแก้วดูเตรียมของให้มึงเสียที่นี่”
“ได้ อันที่จริงคืนนี้กูตั้งใจ จะชวนมึงดื่มสุราให้หนำใจ อยู่แต่ป่าเขาเปลี่ยวเหงาเหลือเกิน ได้กลับเข้าวังเวียงพบปะสหาย จะพลาดเื่เยี่ยงนี้ไปได้อย่างไร”
“ขออภัยไอ้เมืองสิงห์ กูรับปากพระแม่เ้าเอาไว้ ว่าตลอดการศึกของเ้าพี่อุปราชคำหลวง กูจักถือศีล”
“ถือศีลฤาอินทร์ถวาย วันนี้กูเพิ่งได้ยินมาว่า มึงสั่งคนให้ตีหมาขี้เรื้อนที่หน้าประตูเวียงชัย เสียงหอนของมันนั้น ดังไปไกลจนถึงพิมานตำหนักของพระชายาจันทร์แดง เห็นว่าเ้าของมัน วิ่งกันให้วุ่น ดูทีคืนนี้หมาตัวนั้นคงหมดซึ่งลมหายใจ เช่นนี้ศีลมึงคงขาดเสียแล้วกระมังอินทร์ถวายเกลอข้า”
เ้าขุนอินทร์ถวายถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน กับการสรรหาคำมาเปรียบเปรยของเ้าแสนเมืองสิงห์
“หากเป็เช่นที่มึงกล่าวมา ก็สุดแล้วแต่นรกฤา์จะจัดสรรให้กูเถิดหนา เื่นี้เป็เหตุจวนตัว หากกูไม่ลงโทษมันในครานี้ มีหวังกำแพงเมืองกูคงถูกปลวกกัดแทะกินจนสิ้นซาก”
เ้าแสนเมืองสิงห์พยักหน้าเห็นด้วย “เหตุนี้ทำให้กูระแวงนัก ดูเลาไอ้อีพ่อลูกงูพิษคู่นี้ คิดกระทำการบางอย่าง ถึงขั้นยัดเยียดลูกหลานมันมาทำงานอยู่ในหน่วยงานกรมกองของมึง อินทร์ถวายเกลอเอ๋ย ต่อแต่นี้มึงอย่าได้ดูเบา กูนี้เกรงนัก ว่าสิ่งที่คิดจะเป็จริง”
“ขอบคุณน้ำใจมึงนักไอ้เมืองสิงห์ กูมิเคยดูเบาพวกมัน เพียงแต่พ่อเ้ามหาชีวิตยังคงปกเกล้าคุ้มหัวมันอยู่ การกูคิดจักกระทำการใด ย่อมต้องคิดให้ดีถี่ถ้วน แม้นรู้อยู่เต็มอก ว่ามันพ่อลูกคิดไม่ซื่อ แต่ก็ใช่ว่ากูจะกระทำการห้ำหั่นให้จบสิ้นแต่โดยง่าย สุดท้ายจำได้แต่เฝ้าระวังเท่านั้นแล”
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนผ้ากันเถิดหนาทูลกระหม่อม นางข้าหลวงเตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพแล้วเ้าข้า” คุณท้าวบัวแก้ว กลับมาแจ้งเรียนเชิญต่อบุรุษทั้งสองอีกครั้ง
เ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวายแลเ้าเมืองสิงห์ เปลือยอกนุ่งผ้าลอยชายรัดคาดเข็มขัดและปั้นเหน่งทองคำ คาดทับสายสังวาลย์กำไลแขนแลธำมรงค์วงแหวน เกล้าผมม้วนมวยปักปิ่นทอง งามสมองค์ มาเข้าเฝ้าเ้ามหาชีวิตในยามพลบค่ำ ภายในหอพระบรรทม มีทั้งเ้าอินทร์สรงแลมารดาของมัน และยังมีเ้านางพญาดวงทิพย์ แลสาวสนมและลูก ๆ ของพวกนาง ที่คืนนี้ต่างก็มาเฝ้าเ้ามหาชีวิต ที่ปวดไข้นอนซมมานานปีอย่างพร้อมเพรียง ราวกับนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า
เ้าเมืองสิงห์พยักหน้าให้คนของตน มันจึงเข้าไปหมอบกราบท่านหมอ ก่อนจะเข้าไปช่วยงานหมอยาใจชุ่ม คนทั้งสองนั่งมองหมอหลวงอยู่เพียงครู่ ก็แย่งงานทุกอย่างมาทำเองเสียสิ้น จนเ้าของงานได้แต่นั่งมองมันทั้งสองแทน
“วันนี้ดีจริง เมียรักมาเฝ้าแหนดูแลกูพร้อมหน้า เสียแต่เ้าคำหลวงไม่มาด้วย”
“ลูกไปศึกเมืองเหนือเวียงชัยเพคะ” แม่เ้าพญาดวงทิพย์เอ่ยตอบ
“ใช่ ๆ กูแก่แล้ว ลืมไปเสียสนิท เ้าอินทร์ถวายเล่า มาด้วยหรือไม่”
“ลูกอยู่นี้เ้าข้า เสด็จพ่อ”
เ้ามหาชีวิต ค่อย ๆ พลิกองค์หันมามองหน้าบุตรชายคนรอง อันกำเนิดจากแม่พญานั่งเมืองดวงทิพย์พระอัครชายา
“เ้าลูกคนนี้ ยิ่งเติบใหญ่ยิ่งงามนัก พ่อจำได้ตอนเ้ากำเนิด บนฟ้าเหนือองค์ธาตุเจดีย์หลวง ปรากฏดวงไฟสุกสว่าง ชาวประชาต่างพนมมือนบไหว้เ้า เชื่อนักว่าเ้าเป็แถนแดนฟ้ามากำเนิด มารดาของเ้าตอนตั้งครรภ์ก็ฝันเห็นองค์อมรินทร์นำดวงแก้วอำพันมามอบให้ จนกำเนิดเป็เ้า อินทร์ถวาย ั้แ่เ้าเกิดมา บ้านเมืองก็สงบร่มเย็นมาตลอด จนมาถึงยามนี้”
“เอ่อ…ทูลเ้ามหาชีวิต หาได้มีเพียงเ้าราชบุตรที่กำเนิดแด่พรขององค์อินทร์ ลูกหม่อมฉันเอง อินทร์สรงก็เป็เพราะองค์อมรินทร์ลงมาสรงพรมน้ำพุทธมนต์ให้ ข้าเ้าถึงได้บุตรชายอันประเสริฐผู้นี้มาเช่นกันนะฝ่าพระบาทเ้า”
พระชายาจันทร์แดงรีบเอ่ยแทรกขึ้น ทำเอาเ้าขุนอินทร์ถวายแลแม่พญานั่งเมืองดวงทิพย์ ที่นั่งหมอบอยู่ข้างพระแท่นบรรทมถึงกับไม่พอใจ แต่ก็ทำได้เพียงเหล่ตามองดูนางผู้ไม่เจียม
“เ้ามหาชีวิต กำลังตรัสต่อเ้าราชบุตรอินทร์ถวาย ใช่การที่เ้าจะมาสอดรึพระชายาจันทร์แดง”
เ้านางจันทร์แดง รีบสงบปากสงบคำในทันที ทำเอาเหล่าสนมนางห้ามพากันยิ้มเยาะ ที่นานทีแม่พญานั่งเมืองจะถึงขั้นออกโอษฐ์ตักเตือน
“อย่าถือสานางเลยดวงทิพย์ อินทร์สรงเองก็เป็เด็กน่ารัก เสียแต่หัวช้ากว่าผู้อื่นสั่งสอนเื่ใดไป ก็ไม่ไคร่จะจดจำ อินทร์ถวาย เ้าเป็พี่รองของน้อง ๆ ต่อให้เกิดจากแม่ที่ต่างกัน แต่ก็นับว่าเป็สายเืพ่อเดียวกันทั้งสิ้น มันทุกคนมีดีมีร้ายต่างกันไป เ้าก็จงเลือกใช้คน เลือกสอนพวกมันเอาเถิด น้องทุกคนเป็สมบัติของเ้า แลของแผ่นดินสุวรรณโคมคำ เ้าใหญ่กว่าพวกมัน ก็ช่วยดูแลเลือกใช้เอาเถิดหนา”
“เสด็จพ่อโปรดวางพระทัย ลูกไม่เคยละทิ้งผู้ใด การศึกครานี้ ก็ได้บุตรชายคนโตของเ้านางคำฟอง ดูแลทัพช้าง แลเป็ผู้นั่งคอช้างคู่กับเ้าพี่เ้าคำหลวง ส่วนบุตรชายอีกสองคนของเ้านางแสงหล้า มีความเชี่ยวชาญงานเขียนรูปลายคำ บัดนี้อารามหลวงในเขตเวียงแก้ว ล้วนวิจิตรงดงามเพราะโอรสทั้งสองของพระองค์ ผู้ใดชำนาญสิ่งไดก็ไปจัดการในสิ่งนั้น ข้าพเ้าไม่เคี่ยวเข็ญผู้ใดให้ต้องทุกข์ใจกาย”
“ดีแล้ว เ้าทำดีแล้ว พ่อมีเ้ากับคำหลวง ไม่ห่วงสิ่งใดอีกแล้ว ตอนนี้ได้แต่รอคำหลวงคืนกลับมา จับตาศึกนี้ให้ดี เ้าอย่าได้วางใจ”
“พระเ้าข้า”
เ้าแสนเมืองสิงห์ขยับตัวเล็กน้อย ทำให้เ้าขุนอินทร์ถวายรู้ตัว ว่ามีอีกคนที่หมอบอยู่ด้านหลังตน