ในโลกที่ถูกแบ่งขีดคั่นด้วยหมายเลขเมือง อำนาจ บารมี และทรัพยากรอันล้ำค่าคือสิ่งที่ทุกนครต่างไขว่คว้า การจะยกระดับเมืองของตนให้มี หมายเลขอยู่ในลำดับต้นๆ ซึ่งหมายถึงความมั่งคั่งและไอพลังเวทย์ที่เข้มข้นขึ้นนั้น มีหนทางหลักอยู่สองสาย
หนทางแรก ซึ่งเป็ที่ยอมรับและนับถือกันโดยทั่วไป คือ "ศึกแห่งโรงเรียนสหเวทย์" โรงเรียนสหเวทย์เป็องค์กรกลางที่ยิ่งใหญ่ ขึ้นตรงต่อเมือง์ (เมืองหมายเลข 1) ทำหน้าที่เสมือนผู้คุมกฎและจัดสรรลำดับชั้นของเมืองต่างๆ ทั่วโลก ทุกๆ หกเดือน จะมีการจัดการประลองครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นระหว่างตัวแทนนักเรียน (อายุไม่เกิน 30 ปี) จากโรงเรียนสหเวทย์สาขาต่างๆ ทั่วโลก ทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทกลุ่ม เมืองที่ตัวแทนได้รับชัยชนะจะได้รับการเลื่อนอันดับ ในขณะที่เมืองของผู้แพ้ก็อาจจะถูกลดอันดับลง การประลองนี้แม้จะดุเดือดแต่ก็เน้นที่การเฟ้นหาผู้มีพร์รุ่นใหม่ จึงไม่มีการต่อสู้ถึงแก่ชีวิต ชัยชนะคือหนทางสู่เกียรติยศ ทรัพยากรที่ดีขึ้น และไอพลังเวทย์ที่เข้มข้นขึ้นตามลำดับชั้นของเมือง
หนทางที่สอง คือหนทางแห่งคมดาบและเื... "า" การประกาศาระหว่างเมืองต่อเมืองเพื่อแย่งชิงอันดับโดยตรง หากมีพันธมิตรเข้าร่วมหลายฝ่ายก็จะขยายกลายเป็ "มหาา" กฎเหล็กคือ เมืองที่จะประกาศากันได้นั้น อันดับเลขต้องห่างกันไม่เกิน 50 อันดับ ผู้ชนะจะได้สิทธิ์ในการหมายเลขเมืองของผู้แพ้ โดยผู้แพ้ต้องประกาศยอมจำนนอย่างเป็ทางการ หรืออาจจะถึงขั้นถูกทำลายล้างจนสิ้นซาก (ซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นอย่างเป็ทางการ) เมืองที่ยอมแพ้จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของโรงเรียนสหเวทย์ตามสนธิสัญญา แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการส่งบรรณาการให้แก่ผู้ชนะอย่างสม่ำเสมอ หากบิดพลิ้ว ข้อตกลงคุ้มครองก็จะถูกยกเลิกทันที
เมืองเอเลน หมายเลข 181 ของาาคิมสัน ก็กำลังพัวพันอยู่ในมหาาเช่นกัน (มีเมืองเข้าร่วมถึง 70 เมือง) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีทั้งแพ้และชนะ มีทั้งการสูญเสียและการได้รับบรรณาการ แม้ภาพรวมอันดับเมืองจะค่อยๆ ตกต่ำลงนับั้แ่สิ้นยอดขุนพลอย่างเจี้ยนซิน ไป แต่เมื่อหักลบกลบหนี้จากบรรณาการต่างๆ แล้ว เมืองเอเลนก็ยังคงมีผลกำไรสะสมอยู่ไม่น้อย ทำให้ยังคงสถานะความเป็เมืองัชั้นนอกที่น่าเกรงขามเอาไว้ได้
ณ ท้องพระโรง พระราชวังเอเลน
เหล่าขุนนางอำมาตย์กำลังประชุมหารือถึงสถานการณ์ต่างๆ เสียงสะท้อนถึงความกังวลต่ออันดับเมืองที่ลดลง แต่ก็ยังคงความเชื่อมั่นในอำนาจของาาคิมสันและความหวังที่มีต่อทายาทรุ่นต่อไป
"อีกไม่นานก็จะถึงศึกแห่งโรงเรียนสหเวทย์แล้ว หวังว่าครั้งนี้องค์ชายและองค์หญิงจะสร้างชื่อเสียงให้เอเลนได้นะ" ขุนนางผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
"แน่นอน ท่านไม่ต้องห่วง" อีกคนตอบรับ
"องค์ชายใหญ่คิมทัน ตอนนี้เป็ถึงจอมเวทย์ทวิลักษณ์ ระดับ 2 ดาว ขั้น 3 แล้ว ฝีมือพัฒนาไปไกลนัก ส่วนองค์ชายรองคิมบอลและองค์หญิงคิมรยา แม้จะเพิ่งขึ้นระดับ 2 ดาว แต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับผู้มีอายุเพียงเท่านี้ นี่จะเป็ครั้งแรกที่ทั้งสามพระองค์ได้เข้าร่วมศึกใหญ่อย่างเป็ทางการพร้อมกัน น่าจะสร้างผลงานได้ดีแน่นอน"
บทสนทนาเต็มไปด้วยความคาดหวังที่มีต่อองค์ชายองค์หญิงทั้งสาม แต่ไม่มีใครเอ่ยถึงองค์ชายอีกคน... ไท่เซวียน วัย 15 ปี ผู้เป็จอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับ 1 ดาวเช่นกัน แต่กลับไม่เคยอยู่ในความคาดหวังของผู้ใด
ขณะนั้นเอง เสียงขานนามดังขึ้น าาคิมสันเสด็จเข้ามาในท้องพระโรง ประทับลงบนราชบัลลังก์ทองคำด้วยท่าทีเคร่งขรึม ขนาบข้างด้วยพระมเหสีฮวาและพระสนมเอกอิลิยาที่นั่ง ณ แท่นประทับประจำตำแหน่ง
"เรามีเื่จะประกาศ" าาคิมสันกล่าวเสียงก้องกังวาน
"จากการที่เมืองชิลี (หมายเลข 191) เพิ่งจะหมดสัญญาคุ้มครองจากผลาครั้งก่อน และยังมิได้แสดงท่าทีว่าจะยอมส่งบรรณาการให้เราต่อไป เอเลนจึงจะประกาศากับเมืองชิลีอีกครั้ง เพื่อทวงถามในสิ่งที่เราควรได้! ให้ทุกคนเตรียมกำลังพลให้พร้อม!"
สิ้นเสียงประกาศ แววตาขององค์ชายคิมทัน คิมบอล และคิมรยา ก็ลุกวาวด้วยความมุ่งมั่น ต่างจากไท่เซวียนที่ยืนอยู่ห่างๆ ซึ่งมีแววตาหวาดกลัวและสับสนปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
วันเปิดศึก ณ สมรภูมิชายแดนเอเลน-ชิลี
กองทัพของทั้งสองเมืองเผชิญหน้ากัน เมืองเอเลนซึ่งมีอันดับสูงกว่าและกำลังพลที่แข็งแกร่งกว่าเริ่มคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว องค์ชายใหญ่คิมทันนำทัพทะลวงฟันอย่างห้าวหาญ องค์ชายรองคิมบอลและองค์หญิงคิมรยาคอยสนับสนุนและบัญชาการทัพย่อยอย่างคล่องแคล่ว สร้างผลงานได้น่าประทับใจ
มีเพียงไท่เซวียน... ที่เอาแต่หลบอยู่แนวหลัง พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะให้มากที่สุด ใบหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว
แต่แล้วจังหวะหนึ่ง ทหารจอมเวทย์ระดับสูงของเมืองชิลีนายหนึ่งก็สามารถฝ่าแนวป้องกันเข้ามาถึงตัวไท่เซวียนได้!
"องค์ชายระวัง!"
ไท่เซวียนใจนทำอะไรไม่ถูก อาวุธของศัตรูฟาดฟันเข้ามาหมายจะเอาชีวิต แต่ก่อนที่คมดาบจะถึงตัว ร่างขององค์ชายใหญ่คิมทันก็ปราดเข้ามาขวางไว้ได้ทันเวลา! คิมทันจัดการศัตรูอย่างรวดเร็วแล้วหันมามองน้องชายต่างมารดาด้วยสายตาผิดหวัง
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายพระเนตรของาาคิมสันที่เฝ้าดูจากบนเนินบัญชาการ พระองค์ตระหนักชัดถึงความไม่เอาไหนและขี้ขลาดของไท่เซวียน มันตอกย้ำการตัดสินใจที่ผิดพลาดของพระองค์ที่เคยตามใจเขามาตลอด
่พักแรมในค่ายทหาร
ค่ำคืนนั้น แทนที่จะสำนึกผิดหรือฝึกฝนตนเอง ไท่เซวียนกลับแอบหลบออกจากค่ายทหาร ไปยังที่พักของกลุ่มนักบุญจากวิหารศักดิ์สิทธิ์สาขา 181 ที่ติดตามกองทัพมา เขาพบนานา นักบุญหญิงฝึกหัดที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ด้วยวาจาหลอกล่อและฐานะองค์ชาย เขาก็สามารถลากนางเข้าไปยังห้องเก็บของเก่าๆ หลังค่ายได้อย่างง่ายดาย และเริ่มหยอกล้อหยอกเย้านางอย่างอำเภอใจ โดยไม่สนใจกาลเทศะหรือหน้าที่
แต่การกระทำนั้นอยู่ในสายตาของทหารยามนายหนึ่ง ซึ่งรีบนำเื่ไปรายงานองค์ชายรองคิมบอลทันที
"หึ! เ้าน้องโง่!" คิมบอลแสยะยิ้มอย่างเ็า
"ไปหาแม่กุญแจมา... แอบล็อกประตูห้องเก็บของนั่นจากด้านนอกซะ ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่าพรุ่งนี้เช้าจะเป็อย่างไร"
รุ่งเช้า องค์ชายคิมบอลก็นำทหารกลุ่มหนึ่งไปยังห้องเก็บของตามแผน เขาเปิดประตูเข้าไป พบองค์ชายไท่เซวียนกับนานาในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย นอนหลับอยู่ด้วยกันตามลำพัง! เื่อื้อฉาวนี้ถูกรายงานถึงาาคิมสันในทันที
ณ ท้องพระโรงชั่วคราวกลางสนามรบ
เหล่าเสนาอำมาตย์และขุนนางต่างพากันกราบทูลด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง เรียกร้องให้มีการลงโทษไท่เซวียนในสถานหนักที่สุด โทษฐานสร้างเื่อื้อฉาวและประพฤติตนไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงในระหว่างการศึก!
าาคิมสันโกรธจัดจนพระพักตร์แดงก่ำ ความผิดหวังในตัวไท่เซวียนพุ่งถึงขีดสุด พระองค์กระชากดาบจากฝักของทหารองครักษ์นายหนึ่ง ปรี่เข้าไปจ่อที่คอของไท่เซวียนทันที!
"เ้าลูกไม่รักดี! ทำเื่น่าอัปยศเช่นนี้ได้อย่างไร!"
ไท่เซวียนหน้าซีดเผือด ทรุดตัวลงคุกเข่า ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว
"เสด็จพ่อ! ลูกผิดไปแล้ว! ได้โปรด...ได้โปรดอภัยให้ลูกด้วย!" เขาร้องไห้ฟูมฟาย อ้อนวอนขอชีวิต
ขณะนั้น พระสนมอิลิยาก็ก้าวออกมา คุกเข่าลงข้างๆ ไท่เซวียน
"ฝ่าาเพคะ ความผิดทั้งหมดนี้หม่อมฉันขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว เป็เพราะหม่อมฉันเลี้ยงดูเขาไม่ดีเอง ได้โปรดไว้ชีวิตเขาด้วย... ได้โปรดขับไล่หม่อมฉันกับไท่เซวียนออกจากวังไปเสีย ปลดเขาให้เป็สามัญชน อย่าให้เขาต้องแปดเปื้อนราชวงศ์อีกเลยเพคะ!"
าาคิมสันมองภาพตรงหน้า สลับกับใบหน้าของเหล่าขุนนางที่รอคอยคำตัดสิน พระองค์หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและ...เด็ดขาด
"ทหาร! นำตัวไท่เซวียนไปโบยด้วยหวายยี่สิบที!" เสียงโบยดังขึ้นพร้อมเสียงร้องโหยหวนของไท่เซวียน
"และนับแต่นี้ต่อไป!" าาคิมสันประกาศก้อง
"ข้าขอเนรเทศองค์ชายไท่เซวียนไปยัง เมือง 896 ดินแดนทุรกันดาร! ให้ไปใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน ห้ามกลับมาเหยียบแผ่นดินเอเลนอีก จนกว่าข้าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง!"
องค์ชายใหญ่คิมทันยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่องค์ชายรองคิมบอลและองค์หญิงคิมรยา ต่างแอบ แสยะยิ้ม ออกมาด้วยความสะใจอยู่ลึกๆ