ทุกคนนั้นต่างก็อยู่ในสภาพเดียวกันที่ไม่อยากรับรู้รับทราบสิ่งใด พวกเขาทำเพียงมองจ้องยังโต๊ะบ้าง จอมือถือบ้าง บ้างก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ห้องเรียนที่เคยคึกคักมาเวลานี้กลับเป็เงียบเหงาเพราะมีเด็กเหลือเพียงสิบคนจากทั้งหมดห้าสิบคน
ปราบแลเพื่อนร่วมชะตากรรมต่างก็นั่งหมดอาลัยตายอยาก พวกเขานั้นล้วนแล้วแต่ต้องทนฟังเสียงฮือฮาที่ดังลั่นออกมาจากห้องประชุมใหญ่ ทั้งเสียงเชียร์ทั้งเสียงก่นด่าดังสนั่น
“ พวกเธอทำไมไม่ไปทดสอบิญญา “ อาจารย์หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วเอ่ยถาม
“ อาจารย์ พวกผมไม่มีคุณสมบัติการทดสอบิญญาครับ “ ปราบเอ่ย
“ มีหรือไม่มีพวกเธอไม่ใช่ผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินก็คือลูกแก้วิญญา “ อาจารย์หญิงเอ่ย
“ ไป ได้เวลาแล้ว “ อาจารย์หญิงเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ ปราบถอนหายใจออกมาอย่างแรง
เขาแลคนที่เหลือได้แต่จำใจลุกออกจากห้องแลไปยังห้องประชุมใหญ่โดยมีอาจารย์หญิงนำทาง
ปราบแลเด็กทั้งหมดเดินเข้ามาในห้องประชุมอย่างกล้าๆกลัวๆ พวกเขากวาดสายตามองออกทั่วห้องประชุมขนาดใหญ่ ในห้องประชุมนั้นมีเหล่านักเรียนทั้งโรงเรียนเข้ามาอัดแน่นอยู่เต็ม
พวกเขาต่างส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม พวกเขาอีกกลุ่มร้องะโด่าทออย่างหยาบคาย แลอีกหลายคนที่นิ่งเงียบ อากัปกิริยาเหล่านี้ส่งให้ห้องประชุมเต็มไปด้วยสีสันเป็อย่างยิ่ง
ปราบสูดหายใจเข้าลึกแลเดินไปยังโต๊ะลงทะเบียน เมื่อมาถึง “ อาจารย์ ผมปราบพิภพครับ “ ปราบพิภพเอ่ยออกมา
อาจารย์หลายคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะลงทะเบียนต่างพยักหน้า แลลงชื่อของเขาในคอมพิวเตอร์จนแล้วเสร็จ “ ตี้ด ครืด ครืด “ เสียงพรินเตอร์ทำงานเพื่อพิมพ์บัตรแสดงตัวตนให้กับเขา
“ นี่ของเธอ “ อาจารย์หญิงส่งบัตรเข้าทดสอบพลังิญญาให้เด็กหนุ่ม
“ ขอบคุณครับ “ ปราบรับเอาบัตรทดสอบพลังิญญาแล้วเดินเข้าไปยังส่วนของการทดสอบพลังิญญา
ระหว่างที่รอนั้น เขาครุ่นคิดถึงตำราจอมยุทธที่เขาเคยอ่านในตำราระบุไว้ว่า ผู้ที่จะสามารถฝึกฝนเป็จอมยุทธนั้นจำต้องมีพลังิญญา เพราะพลังิญญานั้นเป็รากฐานของเหล่าจอมยุทธ
ยิ่งมีพลังิญญาที่กล้าแกร่ง จอมยุทธผู้นั้นก็จะยิ่งฝึกฝนได้รวดเร็วกกว่าผู้อื่น ทั้งยังสามารถใช้พลังิญญาสังหารสัตว์อสูรหรือผู้คนได้ นั่นจึงเป็เหตุให้ยา โอสถประเภทิญญาต่างขายดิบขายดี เพราะมีเท่าใดก็มิพอ
“ พลังิญญา “ ปราบพิภพพึมพำ
“ หากวันนั้นไม่ถูกไอ้โอมใช้กริชปลิดิญญา ข้าก็คงยังมีพลังิญญาอยู่ในระดับห้า “ เขาพึมพำ
ก่อนนี้ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วเขาเองก็เคยได้สอบพลังิญญามาแล้วหนึ่งครั้ง แต่เขาทำการทดสอบที่ร้ายขายยา พลังิญญาของเขาจึงไม่ได้ถูกบรรจุเข้าไปในสาระบบของโรงเรียนเตรียมจอมยุทธ
หากครั้งนั้นพลังิญญาของเขาถูกบรรจุเข้าสู่สาระบบของโรงเรียนจอมยุทธ ไอ้โอม หรือนิติพลคงได้กลายเป็ผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกายจอมยุทธฝึกหัดแล้ว แลจะต้องถูกจองจำนานนับสิบปี
“ ฮื่อห์ “ ปราบถอนหายใจออกอย่างแรง
“ ปราบพิภพ “ เสียงของผู้ดูแลร้องะโลั่น
“ ครับ “ ปราบร้องตอบอย่างเร็ว แล้ววิ่งไปยังลูกแก้วิญญาสีขาวนวลขนาดใหญ่ราวๆห้าสิบเิเ
“ ปราบพิภพ เ้าเพียงวางมือลงยังลูกแล้วนี้ “ ผู้ดูแลเอ่ย
“ ครับ “ ปราบพยักหน้า แลเดินเข้าหาลูกแก้วิญญาสีขาวนวลที่วางอยู่บนแท่นเก่าแก่
เขามองยังแท่นลูกแก้ว ทั่วร่างของเขาพลันสะท้าน เหงื่อกาฬพลันไหลอาบย้อมทั่วร่างกาย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “
“ มันกลัวถึงขนาดนี้เลยรึ “
“ ไอ้ขยะ เร่งมือเข้า “
“ เร็วเข้า ข้ารอนานแล้ว “
ชายชราผู้หนึ่งที่นั่งมองยังร่างของเด็กหนุ่ม เขาพยักหน้าช้าๆ แลเบนหน้าไปพูดคุยกับคนที่อยู่ด้านข้าง
“ ขอรับ “ ชายคนนั้นพยักหน้าแลเร่งออกจากห้องรับรองอย่างรวดเร็ว
“ ไม่ต้องทดสอบ “ เสียงของเขาร้องลั่น
ปราบที่กำลังจะวางมือลงยังลูกแก้วิญญาพลันชะงักฝ่ามือไว้
“ ผมไมได้ทดสอบ “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ เ้าไม่ต้องทดสอบ “ ชายวัยกลางคนเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ ปราบถอนหายใจออกมาอย่างแรง แลเดินออกจากลานทดสอบอย่างรวดเร็ว
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “
“ ขยะ ก็ยังเป็ขยะอยู่วันยันค่ำ “
“ ไอ้ขยะเอ๊ย “
“ จะไปตายที่ไหนก็ไป “
เสียงมากมายที่ร้องะโด่าทอนั้นมันไม่อาจทำให้เขาไขว้เขวได้เพราะเขาคุ้นชินกับมันแล้ว
ปราบกลับมาที่ห้องเรียนแลเก็บกระเป๋าเป้ของเขา เขาออกจากห้องเรียนเพื่อกลับยังบ้านในทันใด
เหล่าอาจารย์ที่มองเห็นต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง “ ไม่มีโอกาสแม้นแต่จะได้ทดสอบพลังิญญา “
“ ผู้ควบคุมก็ช่างใจดำนัก อย่างน้อยก็น่าจะให้โอกาสสักครั้ง นี่อะไร “
เหล่าอาจารย์ให้สงสารเด็กหนุ่มเป็อย่างยิ่ง เพราะว่าพวกเขาเองก็คอยสนับสนุนเด็กหนุ่มอยู่ห่างๆ ยิ่งครั้งที่ได้รับรู้ข่าวว่าไอ้โอมใช้กริชปลิดิญญาทำลายพลังิญญาของเด็กหนุ่มแล้ว พวกเขาก็ยิ่งให้สงสารเป็ยิ่งนัก
สถานะทางครอบครัวก็ลำบาก พ่อพิการทำงานเพียงคนเดียว ซ้ำแม่ก็ยังป่วยกระเสาะกระแสะ พี่สาวอีกสองคนแม้นผลการเรียนจะดีเด่นแต่ก็ยังลำบากในเื่ของค่าเทอม จนต้องออกมาทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาทุนเรียน
“ จะมีสักกี่ครอบครัวที่เป็เช่นนี้ “
“ ฮื่อห์ “ เหล่าอาจารย์ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
เมื่อปราบกลับมาถึงบ้าน ก็พบเจอกับผู้บิดาของตน เขาเร่งเล่าเื่ราวของวันนี้ให้บิดาของตนฟังอย่างรวดเร็ว เพื่อหวังว่าเขาจะมิถูกด่ามากนัก
“ ฮื่อห์ “ สมชายผู้บิดาถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“ พี่ ไม่ใช่ว่าลูกไม่พยายาม “ อิงอรเอ่ย
สมชายเพียงพยักหน้าช้าๆ เขาเลื่อนมือลงจับที่เข่าของเขา แลออกแรงบีบนวด “ ไอ้ขาปลอมอันใหม่นี่ทำให้ปวดมาก “ เขาเอ่ย
ปราบมองยังบิดาของตน เขาเข้าใจถึงความรู้สึกของบิดาเป็อย่างดี
“ พ่อครับ ผมจะไม่เรียนแล้ว ผมจะออกไปทำงาน อย่างน้อยเงินที่พ่อหาได้ก็จะได้ส่งให้พี่ทั้งสอง ส่วนผมเมื่อมีรายได้ก็จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อ “ ปราบเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ สมชายถอนหายใจออกมาอย่างแรงอีกครั้ง
“ ตามใจเ้า “ สมชายเอ่ย
เขาหยัดกายลุกออกจากเก้าอี้แล้วเข้าไปในห้องนอน
กลางดึกของคืนนั้น เขาได้ยินเสียงร่ำไห้ของบิดาดังออกมา นั่นยิ่งส่งให้อารมณ์ของเด็กหนุ่มกระเจิดกระเจิง เขาหลั่งน้ำตาออกมาเป็สาย ตัดพ้อกับชะตาชีวิตตน
“ ทำไม “
“ ทำไมต้องเป็แบบนี้ “ ปราบได้แต่พึมพำ
สองตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตามองยังจุดแสงริบหรี่ที่อยู่ไกลสุดแสน คิ้วของเขาพลันขมวดเป็ปม
“ มันคืออะไร “ ปราบพึมพำ
“ วาบ “ พลันเกิดแสงสีขาวสว่างวาบที่จุดแสง
ราวครึ่งนาที “ ตูมมม “ เสียงะเิจึงลอยเข้ามาถึง
ราวหนึ่งนาทีทั่วทั้งเขตพักสั่นะเือย่างรุนแรง
“เกิดการะเิรุนแรงขนาดนั้น ระดับเสียงที่อยู่ในบริเวณรอบๆคงดังสนั่น ยิ่งดังมากเท่าไรพลังคลื่นเสียงก็ยิ่งมาเร็วเท่านั้น ระยะเสียงะเิครึ่งนาทีอย่างน้อยจุดที่ะเิต้องอยู่ไกลหลายร้อยกิโลเมตร “ ปราบพึมพำ
“ นั่นมันอยู่นอกเขตที่พักแล้ว “ ปราบพึมพำ
“ มันน่าจะอยู่ที่เมืองร้างกาญจนบุรี “ ปราบพึมพำ
“ มันเป็เขตของสัตว์อสูร “ เขาพึมพำ
“ แต่การะเิที่รุนแรงราวกับะเินิวเคลียร์หลายลูก มันคงสังหารสัตว์อสูรล้มหายตายจากไปมากมายแล้ว “ เขาพึมพำ
เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึก
เร็วเท่าความคิด ปราบพิภพเร่งเก็บชุดแลข้าวของอย่างรวดเร็ว
เขาเดินออกมายังนอกห้องของเขาแล้ววางจดหมายลงบนโต๊ะ
เด็กหนุ่มเหลียวมองยังห้องบิดาแลมารดา เขาย่อตัวลงแล้วก้มกราบที่หน้าประตู