เพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันแถมจางกุ้ยเฟิน ป้าใหญ่ของหลินซือหย่วนก็ไปมาหาสู่บ้านสกุลหลินอยู่บ่อยๆถิงถิงถึงได้คุ้นหน้าหล่อนขนาดนั้น
สมัยที่พ่อของเกาลี่ยังเป็นสหกรณ์ชุมชนถือว่าเป็นบุคคลอันดับสามของสหกรณ์เลยทีเดียว
หูหลันเยวี่ยเริ่มปะติดปะต่อความสัมพันธ์ระหว่างป้าใหญ่ของหลินซือหย่วนกับพ่อของเกาลี่ได้แล้วและเพราะเธอเข้าใจกระจ่างชัดนี่แหละถึงได้ตกใจสุดขีด
ขณะที่ตกใจอยู่นั้นหูหลันเยวี่ยก็เข้าใจแล้วว่าทำไมย่าหลินถึงเย็นชากับเกาลี่ขนาดนั้น
เห็นสีหน้าของหลินซือหย่วนยังคงสงบนิ่งหูหลันเยวี่ยครุ่นคิดหรือว่าเขาพอจะรู้เรื่องที่ป้าใหญ่แอบเป็นชู้กับพ่อของเกาลี่มาบ้างแล้ว?
ข่าวลือเกี่ยวกับความประพฤติของป้าใหญ่จางกุ้ยเฟินหลินซือหย่วนก็ได้ยินเรื่องทำนองนี้มาบ้างเช่นกัน
แต่เขาไม่เคยสนใจเรื่องซุบซิบนินทาของคนปากมากพวกนั้นเลยไม่ได้สนใจเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวกับป้าใหญ่เท่าไหร่
เมื่อเกี่ยวข้องกับป้าใหญ่หลินซือหย่วนก็มีความรู้สึกที่ซับซ้อนมาก
เขาสำนึกในบุญคุณที่ป้าใหญ่เคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็กแต่หลายปีมานี้ป้าใหญ่กลับใช้บุญคุณนั้นมาเรียกร้องเอาแต่ได้ในสิ่งต่างๆทำให้ความรู้สึกขอบคุณของหลินซือหย่วนจางหายไปจนหมดสิ้น
เรื่องที่ถิงถิงบังเอิญไปเจอจางกุ้ยเฟินแอบคบชู้กับน้องชายสามีตัวเองไม่ใช่ว่าหลินซือหย่วนไม่ตกใจแต่เขาเพียงแค่ไม่อยากแสดงความรู้สึกออกมาให้เห็นเท่านั้น
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่าหูหลันเยวี่ยที่ได้ยินเรื่องนี้แล้วจะแสดงท่าทีอย่างไรคิดได้ดังนั้นก็หันไปมองหูหลันเยวี่ยแวบหนึ่ง
เหนือความคาดหมายหูหลันเยวี่ยกำลังจ้องมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลินซือหย่วนที่หันหน้าไปเหลือบมองเล็กน้อยจึงประสานสายตากับสาวน้อยพอดิบพอดี
สายตาที่ร้อนแรงของสาวน้อยทำให้หัวใจของหลินซือหย่วนค่อยๆเต้นแรง พร้อมกันนั้นก็แอบดีใจแบบห้ามไม่อยู่
หูหลันเยวี่ยเห็นหลินซือหย่วนมองมาก็รีบหลบสายตาแม้จะสงสัยกับการกระทำของหลินซือหย่วนในตอนนี้ แต่หูหลันเยวี่ยไม่ได้ถามอะไรเขา
คนนั้นก็เป็นป้าใหญ่ของหลินซือหย่วนแถมยังมีบุญคุณเลี้ยงดูเขามาด้วย เรื่องแบบนี้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสียจะดีกว่า
เพราะยังจัดการธุระส่วนตัวไม่เสร็จระหว่างที่เดิน ถิงถิงก็เลยดึงแขนเสื้อของหูหลันเยวี่ยไว้
ถิงถิงอยากให้เธอไปเป็นเพื่อนหูหลันเยวี่ยจึงรีบวางของในมือลง แล้วบอกหลินซือหย่วนว่า"รบกวนช่วยดูของให้ฉันกับถิงถิงหน่อยนะคะเดี๋ยวพวกเรากลับมาค่ะ"
หลินซือหย่วนพยักหน้าเล็กน้อย
ตอนที่หลินซือหย่วนพาเจ้าหมาด่างกลับมาถึงบ้านย่าหลินก็ทำอาหารเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ขณะกินข้าวหลินซือหย่วนถึงได้เล่าเรื่องที่ถิงถิงไปปลดทุกข์ในทุ่งข้าวโพดแล้วเจอเรื่องเข้าให้ย่าฟัง
พอย่าหลินรู้ว่าถิงถิงบังเอิญไปเจอจางกุ้ยเฟินแอบคบชู้กับน้องชายสามีย่าหลินก็อดไม่ได้ที่จะด่า "เวรกรรมอะไรกันนี่!ย่านึกว่าข่าวลือในหมู่บ้านเป็นแค่เรื่องใส่สีตีไข่เสียอีกที่ไหนได้เป็นเรื่องจริง"
"ย่าครับผมว่าเดี๋ยวหลันเยวี่ยกับถิงถิงกลับไปคงเอาเรื่องนี้ไปบอกลุงฉางหมินกับคนอื่นๆ แน่ถ้าพวกเขารู้เรื่องนี้แล้วจะมองพวกเราเปลี่ยนไปรึเปล่าครับ?" หลินซือหย่วนถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
...........
เขาไม่ค่อยใส่ใจว่าคนอื่นจะมองอย่างไรแต่ตั้งแต่เจอยัยหนูบ้านสกุลหู เขาก็รู้สึกว่าตัวเองชักจะทำตัวสบายๆ ไม่ได้แล้ว
ย่าหลินเข้าใจความหมายของหลานชายสุดที่รัก"หลานจะกังวลอะไร? คนที่ทำเรื่องพวกนั้นคือป้าของหลานไม่ใช่หลานนี่"
คุณย่าให้ความมั่นใจกับหลานชายคนโตก่อนแล้วเริ่มบ่นเขา "เจ้าหลานชายออกลายแล้วล่ะสิ เห็นๆ อยู่ว่าห่วงยัยหนูเยวี่ยเยวี่ยขนาดไหนยังจะมาปากแข็งกับย่าอีก แกนี่มันไม่ได้กินบะหมี่นานๆเข้าก็ชักจะอยากขึ้นมาแล้วสิท่า"
คำว่ากินบะหมี่ของคุณย่าไม่ได้หมายความว่ากินบะหมี่จริงๆแต่เป็นการเอาไม้กวาดฟาดหลานชายที่ไม่เชื่อฟังต่างหาก
เหมือนที่หลินซือหย่วนคาดไว้พอกลับถึงบ้าน หูหลันเยวี่ยก็เล่าเรื่องที่ถิงถิงไปเจอเรื่องแปลกๆในทุ่งข้าวโพดให้พ่อแม่ฟัง
ถิงถิงอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี
หูฉางหมินก็ทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นก้มหน้าก้มตากินแป้งจี่ต่อไป
จ้าวหงเหมยรีบถามด้วยความเป็นห่วง"ถิงถิง ลูกตกใจไหม?"
หญิงสาวแรกรุ่นไปทำธุระส่วนตัวแล้วเจอเรื่องแบบนั้นจ้าวหงเหมยคิดว่าถิงถิงคงจะกลัวน่าดู
เมื่ออยู่ต่อหน้าความห่วงใยของแม่ถิงถิงก็ตอบทั้งใบหน้าแดงก่ำ "ตอนนั้นก็กลัวอยู่ค่ะกลัวว่าจะถูกสองคนนั้นเจอ พอกลับออกจากทุ่งข้าวโพด เจอพี่กับพี่ซือหย่วนหนูก็ไม่กลัวแล้วค่ะ"
จ้าวหงเหมยอืมตอบรับแล้วก็เริ่มด่าสองคนที่อยู่ในทุ่งข้าวโพด "ทีแรกแม่ก็คิดว่าข่าวลือที่คนในหมู่บ้านพูดกันว่าจางกุ้ยเฟินมีความสัมพันธ์กับน้องชายสามีมันเป็นเรื่องเหลวไหลที่ไหนได้เป็นเรื่องจริง สองคนนี้มันหน้าด้านหน้าทนจริงๆ ลูกเต้าโตกันหมดแล้วยังไม่รู้จักอาย"
พอถึงช่วงบ่ายหูฉางหมินไม่ต้องลงไร่แล้ว เขาเลยไปเก็บของป่ากับลูกสาวทั้งสองคน
พอหลินซือหย่วนเห็นว่าหูฉางหมินขึ้นเขาไปด้วยเขาก็เกรงใจที่จะเข้าไปร่วมวงด้วย
ดังนั้นเขาเลยไม่ได้ขึ้นเขาและนอนหลับอยู่ที่บ้านแทน
พริบตาเดียวก็ถึงวันที่ตลาดในอำเภอเปิด
หูหลันเยวี่ยเคยไปตลาดในหมู่บ้านมาแล้วแต่ยังไม่เคยไปตลาดในอำเภอเลย เธอจึงอยากไปเดินเล่นดู
จากหมู่บ้านซิ่วสุ่ยไปอำเภอถ้าเดินไปก็ต้องใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ
อากาศร้อนขนาดนี้หูหลันเยวี่ยไม่อยากเดินตากแดดไปจ่ายตลาด
เธอจำได้ว่าเมื่อครั้งก่อนที่หลินซือหย่วนไปส่งซูเพ่ยอวิ๋นที่อำเภอเขาเคยขอยืมจักรยานไป เธอจึงอยากขี่จักรยานไปบ้าง
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จหูหลันเยวี่ยก็ไปบ้านสกุลหลิน
เจ้าหมาด่างเห็นเธอมาก็กระดิกหางอย่างกระตือรือร้น
หลายบ้านในหมู่บ้านเลี้ยงหมาพื้นเมืองไว้เพื่อเฝ้าบ้านแต่หมาพวกนั้นสกปรกมอมแมม
แต่เจ้าหมาด่างของบ้านสกุลหลินสะอาดสะอ้านอยู่เสมอใครเห็นก็ชอบ
พอย่าหลินเห็นว่าหูหลันเยวี่ยมาก็รีบเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น "เยวี่ยเยวี่ยมาแล้วมานั่งข้างในก่อนสิ"
"ย่าใหญ่คะ หนูไม่เข้าไปดีกว่าค่ะ" หูหลันเยวี่ยส่งยิ้มให้ย่าหลิน"ย่าใหญ่คะ หลินซือหย่วนอยู่บ้านไหมคะ?"
ยังไม่ทันที่ย่าหลินจะได้พูดอะไรเสียงตอบรับก็ดังมาจากในบ้าน "มีอะไรถึงมาหาฉันล่ะ?"
จากนั้นประตูก็เปิดออก
หลินซือหย่วนที่สวมเสื้อเชิ้ตผ้าดีหลงสีฟ้ากับกางเกงขายาวสีเขียวเดินออกมาจากบ้านอย่างองอาจ
เมื่อเห็นหลินซือหย่วนออกมาหูหลันเยวี่ยก็รีบบอกจุดประสงค์
"ฉันกับถิงถิงจะไปจ่ายตลาดที่อำเภอ นายช่วยยืมจักรยานให้ฉันหน่อยได้ไหม?"
เมื่อเผชิญหน้ากับคำขอของหญิงสาวหลินซือหย่วนก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย "ไม่มีปัญหาพอดีว่าฉันก็จะไปจ่ายตลาดเหมือนกัน พวกเราไปด้วยกันสิ รีบไปเก็บของที่บ้านก่อนแล้วค่อยไปเอาจักรยานกับฉัน"
เดิมทีหลินซือหย่วนไม่ได้คิดจะไปจ่ายตลาดแต่พอได้ยินว่าหลันเยวี่ยจะไป เขาก็อยากตามไปด้วย
พอหูหลันเยวี่ยไปแล้วย่าหลินก็กระซิบกระซาบบอกหลานชายสุดที่รัก "เอาเงินไปเยอะๆหน่อย ไปถึงตลาดแล้วก็ซื้อของอร่อยๆ ให้สองพี่น้องกินเยอะๆ นะ"
"ผมเข้าใจแล้วครับ วางใจได้เลย" หลินซือหย่วนพูดขึ้นขณะรีบก้าวเท้าเดินเข้าไปในบ้านเขากลัวว่าคุณย่าจะบ่นไม่หยุดอีก
เพราะต้องขี่จักรยานถ้าใส่กระโปรงอาจจะไม่สะดวกหูหลันเยวี่ยจึงเก็บกระโปรงตัวใหม่ที่เอาออกมาแล้วกลับเข้าไป
เธอใส่เสื้อแขนสั้นลายดอกไม้กับกางเกงขายาวสีฟ้าอ่อน
ผมสวยถูกรวบเป็นหางม้าสูง
ส่วนถิงถิงสวมเสื้อแขนสั้นตัวใหม่ที่เพิ่งตัดเสร็จ