บทที่ 16 เ้าจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้ไม่ได้
“ชาดชั้นดีตลับหนึ่ง ราคา 20 ตำลึงเงิน ข้าให้ 30 ตำลึง” เซิ่งหน่วนอิงผู้มีท่าทางวางอำนาจ เป็คนแรกที่ะโเสนอราคาสูงถึง 30 ตำลึงออกมา
ทำเอาจี้หานลั่วลอบยิ้มกริ่มในใจ
เบี้ยหวัดรายเดือนของบุตรีสายรองในจวนจี้กั๋วกง ได้เพียงเดือนละ 15 ตำลึงเท่านั้น
‘น้ำปรุงวิเศษ’ เพียงขวดเดียว ก็มีค่าเท่ากับเบี้ยหวัดของนางถึงสองเดือน
“ข้าให้ 35 ตำลึง”
“ข้าให้ 50 ตำลึง”
น้ำปรุงวิเศษขวดแรก ถูกเซิ่งหน่วนอิงประมูลไปในราคา 50 ตำลึง
ขวดที่สอง ถูกโจวโจวเสวียน ประมูลไปในราคา 55 ตำลึง
ขวดที่สาม ถูกซูเพ่ยอีประมูลไปในราคา 56 ตำลึง
ยิ่งสินค้าเหลือน้อยลง ราคาก็ยิ่งถีบตัวสูงขึ้น จนกระทั่งขวดสุดท้าย ถูกเซิ่งหน่วนอิงปั่นราคาไปจนจบที่ 90 ตำลึงเงิน
ผู้ชมออนไลน์ในห้องถ่ายทอดสด ต่างพากันตื่นเต้นจนแทบะเิ
[ฤดูร้อนไม่หนาว: น้ำปรุงวิเศษ 9 ขวด ประมูลได้เงินตั้ง 616 ตำลึงเงิน สตรีมเมอร์หาเงินง่ายดายขนาดนี้ โรคอิจฉาของข้าคงรักษาไม่หายแน่ ๆ]
[รวยเปรี้ยงปร้าง: อยากจะสิงร่างสตรีมเมอร์จัง อยากััความรู้สึกรวยเปรี้ยงปร้างแบบนี้บ้าง]
[แมวเหมียวน่ารักจัง: คิดเหมือนเมนต์บน]
[นินี่ผู้น่ารัก: คิดเหมือนเมนต์บน มอบรางวัล 66 เหรียญดวงดาว]
[...]
จี้หานอีกุมขวดน้ำปรุงวิเศษสองขวดที่จี้หานลั่วมอบให้ไว้แน่น ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ใจหนึ่งก็นึกขอบคุณที่จี้หานลั่วใจป้ำ มอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้นางถึงสองขวด
แต่อีกใจก็อดอิจฉาวาสนาของจี้หานลั่วไม่ได้
มารดาของนางควักกระเป๋าจนหมดหน้าตัก ก็รวบรวมเงินมาเป็สินเ้าสาวให้นางได้แค่ 360 ตำลึง
แต่จี้หานลั่วอาศัยแค่น้ำปรุงวิเศษไม่กี่ขวด ก็หาเงินได้เหนาะ ๆ ถึง 616 ตำลึง แถมยังซื้อใจเหล่าคุณหนูทั้งหลายได้อีกโข
แต่พอหันไปมองจี้หานเวย ที่ต้องควักเนื้อจ่ายไปถึง 85 ตำลึง เพื่อแย่งชิงน้ำปรุงวิเศษมาได้เพียงขวดเดียว
ในใจของจี้หานอีก็พลันรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาทันที
ทางด้านจี้หานเวยนั้นอิจฉาจนตาแดงก่ำ
นางกับมารดาต้องกินอยู่อย่างประหยัดมัธยัสถ์แทบตาย กว่าจะรวบรวมเงินได้ 600 ตำลึงมาเป็สินเ้าสาว
แต่จี้หานลั่วกลับขายน้ำปรุงวิเศษ 9 ขวด ได้เงินมาตั้ง 616 ตำลึง
ทันทีที่งานเลิกรา
จี้หานเวยก็รีบวิ่งแจ้นไปหาซูเถียนหลิน เพื่อฟ้องเื่ของจี้หานลั่วทันที
เมื่อได้ยินว่าจี้หานลั่วขายน้ำปรุงวิเศษ 9 ขวด ได้เงินสูงถึง 616 ตำลึง
ซูเถียนหลินเองก็เกิดความโลภขึ้นมาเช่นกัน
นางรีบส่งคนไปเรียกตัวจี้หานลั่วมาสอบถามทันที “หานลั่ว สูตรลับของน้ำปรุงวิเศษนี้ เป็ของที่มารดาของเ้าทิ้งไว้ให้ใช่หรือไม่?”
ดวงตาของจี้หานลั่วหลุบต่ำลง
ซูเถียนหลินยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ พลางเอ่ยเองเออเองว่า “น้ำปรุงวิเศษที่มีสรรพคุณมากมายเพียงนี้ เกรงว่าคงมีแต่ ตระกูลอวิ๋น ที่เป็ตระกูลแพทย์เท่านั้นที่ทำออกมาได้”
“หานลั่ว เ้าจะเห็นแก่ตัว ฮุบสูตรลับน้ำปรุงวิเศษไว้คนเดียวเช่นนี้ไม่ได้นะ”
“ในอดีตตระกูลอวิ๋นทำความผิด ผู้ชายถูกเนรเทศไปชายแดน ผู้หญิงถูกลดชั้นเป็ทาส เป็จวนจี้กั๋วกงของเราที่ยอมเสี่ยงภัยรับแม่เ้าเข้ามาเป็อนุ ถึงได้มีเ้าและหานชิงออกมาได้”
“ตระกูลจี้ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยก็เพราะเื่นี้”
[ชอบดูเื่วุ่นวาย: โอ้ว ๆ ๆ แม่เลี้ยงของสตรีมเมอร์คิดจะฮุบสูตรน้ำปรุงวิเศษเป็ของตัวเอง ทุกคนว่าสตรีมเมอร์จะรักษาความลับสูตรนี้ไว้ได้ไหม?]
[นักชิมชาเขียว: พูดยาก ในยุคโบราณที่พ่อแม่กุมอำนาจชี้เป็ชี้ตายลูกเต้าแบบนี้ อะไรก็ไม่แน่นอน]
[ฤดูร้อนไม่หนาว: สงสารสตรีมเมอร์จับใจ]
จี้หานลั่ว: “...”
แม่เลี้ยงของนางช่างวางแผนเก่งจริงเชียว
แค่ขยับปากพูด ก็คิดจะฮุบสูตรลับน้ำปรุงวิเศษไปหน้าด้าน ๆ
อย่าว่าแต่นางไม่มีสูตรเลย
ต่อให้มีนางก็ไม่มีวันมอบให้เด็ดขาด
“เรียนท่านแม่ ไม่ใช่ของที่มารดาของลูกทิ้งไว้ให้เ้าค่ะ” จี้หานลั่วปรับสีหน้าให้ดูโศกเศร้าคล้ายคิดถึงมารดา แล้วเอ่ยด้วยความนอบน้อมว่า “ตอนที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านแทบไม่เคยเอ่ยถึงตระกูลอวิ๋นให้ลูกฟังเลยเ้าค่ะ”
ซูเถียนหลินจ้องมองจี้หานลั่ว เขม็งอย่างไม่วางตาแล้วเอ่ยถาม “เช่นนั้น ‘น้ำปรุงวิเศษ’ นี้ เ้าได้มาจากที่ใด?”
จี้หานลั่วเตรียมคำตอบไว้ั้แ่ก่อนจะมาแล้ว
เื่ที่มาของน้ำปรุงวิเศษ จำเป็ต้องโบ้ยไปให้เซี่ยงเฉิงหลีรับหน้าแทนเท่านั้น “เรียนท่านแม่ น้ำปรุงวิเศษนี้คุณชายเซี่ยงเป็ผู้มอบให้ลูกเ้าค่ะ แต่มีจำนวนไม่มากนัก”
“ลูกมอบให้พี่เจ็ดไป 2 ขวดเพื่อเติมสินเ้าสาว”
“และยังเตรียมไว้ให้ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่หญิงใหญ่ พี่ชายใหญ่ และพี่ชายสี่คนละ 1 ขวดเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะอยู่ในสายตาท่านได้หรือไม่?”
ซูเถียนหลินเลิกคิ้วขึ้น มองดูขวดน้ำปรุงวิเศษที่จี้หานลั่วยื่นส่งมาให้
แววตาฉายประกายความสงสัยอยู่หลายส่วน
หรือว่า...หลังจากตระกูลเซี่ยงตกอับ ก็หันไปศึกษาศาสตร์นอกรีตเพื่อหาเลี้ยงชีพกระนั้นรึ?
ในขณะที่จี้หานลั่วคิดว่าซูเถียนหลินจะเลิกสนใจแล้ว
อีกฝ่ายกลับส่งสัญญาณให้ชุนฉินสาวใช้คนสนิทข้างกายเข้ามารับน้ำปรุงวิเศษไป ซูเถียนหลินจงใจเปิดจุกขวดออก แล้วยกขึ้นดมที่ปลายจมูกอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเอ่ยถาม “หานลั่ว เ้าลองไปถามคุณชายเซี่ยงดูซิ ว่าจะยอมร่วมมือทำการค้ากับข้าได้หรือไม่?”
จี้หานลั่วชะงักไปเล็กน้อย “เรียนท่านแม่ ก่อนหน้านี้ลูกเคยลองเสนอคุณชายเซี่ยงดูแล้วเ้าค่ะ แต่ถูกคุณชายเซี่ยงปฏิเสธ”
“คุณชายเซี่ยงบอกว่า ตระกูลเซี่ยงไม่มีสูตรลับ ที่มีอยู่ตอนนี้ก็เป็เพียงของเก่าเก็บเท่านั้นเ้าค่ะ”
ซูเถียนหลินมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด นางโบกมือไล่จี้หานลั่วออกไป
จากนั้นก็นั่งหน้าขรึมไม่พูดไม่จา
ชุนฉินผู้เชี่ยวชาญในการคาดเดาใจเ้านาย จึงเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “ฮูหยินเ้าคะ บ่าวรู้สึกว่าเมื่อครู่คุณหนูเก้ากำลังโกหก ตระกูลเซี่ยงดูไม่น่าใช่คนที่จะทำน้ำปรุงวิเศษออกมาได้นะเ้าคะ”
ซูเถียนหลินหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง “อ้อ? ไหนเ้าลองว่ามาซิ?”
“ทำไมตระกูลเซี่ยงถึงดูไม่ใช่?”
“ตระกูลเซี่ยงเป็ตระกูลขุนศึก มีแต่พวกหยาบกระด้างที่ชอบใช้กำลัง บ่าวคิดว่าของที่ประณีตละเอียดอ่อนอย่างน้ำปรุงวิเศษ ดูไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของตระกูลเซี่ยงเลยสักนิดเ้าค่ะ”
นิ้วมือของซูเถียนหลินเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ “นับวัน ข้ายิ่งมองเ้าเก้าไม่ออกจริง ๆ”
...
ก่อนที่จี้หานเวยจะออกเรือน
จี้หานลั่วส่ง พื้นรองเท้าสิบคู่ ไปให้เป็ของขวัญเติมสินเ้าสาวจริง ๆ
เล่นเอาซะจี้หานเวยโกรธจนหน้าตาบิดเบี้ยว กัดฟันกรอดกระซิบคำอาฆาตข้างหูจี้หานลั่ว “จี้หานลั่ว เ้าทำกับข้าเช่นนี้ สักวันหนึ่งข้าจะทำให้เ้าร้องไห้เสียใจภายหลัง”
“...งั้นท่าน ก็จงรอให้ดีเถิดเ้าค่ะ” จี้หานลั่วกระตุกยิ้มมุมปาก
ั้แ่วันที่เซี่ยงเฉิงหลีมาลงสินสอดสู่ขอ
นางก็ดูออกแล้ว
ว่าเหลียงซื่อจื่อกับตระกูลเซี่ยงไม่ลงรอยกัน
ชาตินี้ทั้งชาติ นางกับจี้หานเวย คงยากที่จะอยู่ร่วมโลกกันอย่างสงบสุข
แต่สิ่งที่จี้หานลั่วคาดไม่ถึงก็คือ
จี้หานเวยที่แต่งงานออกไปพร้อมความแค้นเต็มอก วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็วันแต่งงานของจี้หานลั่ว นางกลับรีบแจ้นกลับมาที่จวนเพื่อมาร่วมงาน
และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้น
งานแต่งงานของนาง กลับกลายเป็วันรวมญาติของพี่น้องตระกูลจี้ไปเสียได้
ในวันนี้ เหล่าลูกสาวตระกูลจี้ที่แต่งออกไปหลายปีอย่าง จี้หานหย่า, จี้หานเมย, จี้หานเสวี่ย, จี้หานเยียนและจี้หานอี ราวกับนัดหมายกันไว้ ต่างพากันกลับมาเยี่ยมบ้านโดยพร้อมเพรียง
ทำเอาซูเถียนหลินและจี้ป๋อหรูตื่นเต้นดีใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก
แม้กระทั่งเซิ่งหน่วนเหยา ผู้มีความเย่อหยิ่งจองหองเสมอมา ก็ยังอุตส่าห์เดินทางมาที่จวนจี้กั๋วกงด้วย
ทว่า...อีกฝ่าย ผู้ที่มาหามิใช่ผู้ที่หวังดี
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าประตู ยังไม่ทันได้มอบของขวัญเติมสิน
สาวใช้ข้างกายของนาง ก็เปิดฉากข่มขวัญจี้หานลั่วทันที “บังอาจ! พบหน้าเว่ยซื่อจื่อเฟย เหตุใดจึงไม่คุกเข่า?”
[แมวหางกุดตัวหนึ่ง: นี่คือภรรยาเอกของเว่ยซื่อจื่อสินะ? ท่าทางใช้รูจมูกมองคนแบบนี้ น่าโมโหชะมัด เสียดายความหล่อของคุณชายเว่ยจริง ๆ ที่ได้ภรรยาแบบนี้]
[นินี่ผู้น่ารัก: วิ่งมาเบ่งอำนาจในบ้านคนอื่น อยากจะตบปากให้สักฉาดจริง ๆ เกลียดระบบศักดินายุคโบราณชะมัด กอด ๆ สตรีมเมอร์นะ มอบรางวัล 777 เหรียญดวงดาว]
[กินองุ่นคายเปลือก: เห็นด้วย มอบรางวัล 66 เหรียญดวงดาว]
[หลงรักใบหน้าของเ้า: เห็นด้วย มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[ชอบดูเื่วุ่นวาย: สามีนางขนสินสอดมาแย่งชิงเ้าสาวถึงหน้าบ้าน จนเกิดศึก ‘สามชายแย่งหนึ่งหญิง’ ภรรยาเอกอย่างนางจะบุกมาหาเื่สตรีมเมอร์ถึงที่ ก็ถือเป็เื่ปกติแหละนะ...]
[นินี่ผู้น่ารัก: เมนต์บนไสหัวไปเลย สตรีมเมอร์เป็คนไปเชิญสามีนางมาหรือไง? ไอ้ตัวซวยสองคนนั้น จงใจมาหาเื่คุณชายเซี่ยงของข้าชัด ๆ]
ดวงตาของจี้หานลั่วไหววูบ
เซิ่งหน่วนเหยา เป็ลูกพี่ลูกน้องทางฝั่งท่านอาหญิง นางดูแคลนลูกอนุอย่างพวกตนมาั้แ่เล็ก
ท่าทีที่นางปฏิบัติต่อพวกจี้หานลั่ว จึงมักจะเ็าห่างเหิน ไม่ยินดียินร้าย
การที่นางจงใจมาถึงเรือนในวันนี้ เห็นได้ชัดว่า้ามาหาเื่
ในยุคโบราณที่อำนาจศักดินาเป็ใหญ่เช่นนี้
เซิ่งหน่วนเหยาไม่ว่าจะก่อนออกเรือนหรือหลังออกเรือน ฐานะศักดิ์ศรีก็สูงส่งกว่าจี้หานลั่วมากนัก
นางจึงจำต้องฝืนใจย่อกายคารวะอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้ “คารวะเว่ยซื่อจื่อเฟย ขอให้ซื่อจื่อเฟยเกษมสำราญเ้าค่ะ”