ยามราตรีที่มืดมิดบนดาวเคราะห์ Star9989 เสียงปืน X911 ที่มีอานุภาพทำร้ายล้างสูงสุดดังสนั่นไม่ขาดสาย เสียงฝีเท้ามนุษย์จำนวนมากกำลังวิ่งไล่กวดผู้ที่บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตอย่างไม่ลดละจนกระทั่งหยุดลงอยู่ที่เขตรอยต่อระหว่างชั้นบรรยากาศบนดวงดาวกับหลุมดำอวกาศ
ชายชุดดำร่างหนาซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่มในการไล่ล่าก้าวเดินขึ้นไปหยุดมองรอยต่อตรงหน้าอย่างหัวเสีย
" มันหนีไปจนได้ "
" แล้วเราจะรายงานนายท่านว่ายังไงดีหัวหน้า " ลูกน้องด้านขวาเอ่ยถามเสียงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัว
" รายงานไปตามจริง "
" แต่ว่า.. "
" ถ้าแกยังอยากมีชีวิตอยู่อย่าได้คิดปิดบังนายท่านเป็อันขาด " ผู้เป็หัวหน้าเหลียวมองลูกน้องที่เอ่ยถามด้วยสายตาเหี้ยมโหด เหล่าผู้ติดตามมาต่างพากันก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก
" มันโดนพิษของนายท่านไปคงหนีไปได้ไม่ไกล กระจายกำลังกันออกไปตามหาให้ทั่วดาวเคราะห์ในละแวกใกล้เคียงนี้ทั้งหมด หาตัวมันมาให้ได้ ฉันจะกลับไปรายงานนายท่านเอง "
" ครับหัวหน้า "
อีกฟากหนึ่งบริเวณชายขอบดาวเคราะห์ Star9999 บาร์เนทท์ที่อาศัยช่องว่างระหว่างชั้นบรรยากาศและหลุมดำเปิดช่องทางเทเลพอร์ตฉุกเฉินเพื่อหลบหนีจากการไล่ล่ากำลังพยายามพาร่างกายที่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ หาที่หลบซ่อนตัวอย่างเร่งด่วน
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนจอมพลหนุ่มได้ลอบแฝงตัวเข้าไปภายในฐานลับเดม่อน องค์กรลับใต้ดินที่ทางสถาบันความมั่นคงฯ้าตัวมากที่สุดจนเกือบจะเข้าถึงตัวการใหญ่ได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่มันไหวตัวทันและเล่นงานเขากลับ เพื่อไม่ให้ภารกิจล้มเหลวจอมพลหนุ่มจำเป็ต้องเปิดช่องทางเทเลพอร์ตฉุกเฉินที่สิ้นเปลืองค่าพลังเป็อย่างมากเพื่อหลบหนีไปยังดาวเคราะห์ที่ห่างไกลที่สุด เพียงแต่ยามนี้ภายในร่างกายมีสารพิษกระจายอยู่จึงทำได้แค่หยุดลงที่ดาวเคราะห์แห่งนี้เท่านั้น
เนื่องจากฝืนเปิดช่องทางฉุกเฉินประกอบกับภายในโดนสารพิษเล่นงานแม้เขาจะกินยาควบคุมสารพิษฉุกเฉินทันที แต่สมรรถภาพทั้งภายในและภายนอกร่างกายก็ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง จอมพลหนุ่มจึงตัดสินใจรวบรวมค่าพลังเฮือกสุดท้ายเค้นสารพิษนั้นออกมาจากร่างกายแล้วเก็บตัวอย่างสารพิษเอาไว้ในแคปซูลชนิดพิเศษเพื่อทำการตรวจสอบในภายหลังก่อนจะหมดสติไป....
เช้าวันต่อมา
โมเรย์ลุกขึ้นมาวิ่งออกกำลังกายั้แ่เช้าตรู่โดยใช้เส้นทางเส้นเล็กๆ ที่เข็มทิศฯสำรวจเอาไว้แล้วว่าปลอดภัยอย่างขันแข็ง เมื่อวานเด็กหนุ่มถูกรังแกเพราะมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอเกินไป ดังนั้นเขาจึงจำเป็ต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะสามารถปกป้องตนเองได้ระหว่างรอการอัพเกรดค่าพลังไปพร้อมกับระบบ เด็กหนุ่มตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าเื่น่าอดสูอย่างเช่นเมื่อวานจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก!!
ติ้ง
' ตรวจพบสิ่งมีชีวิตภายในระยะ 5 เมตร เริ่มประมวลผล 5 4 3 2 1 Start
ประมวลผลเสร็จสิ้น
วัตถุที่ตรวจพบ : มนุษย์เพศชาย สถานการณ์โดยรวม หมดสติ '
หา!!! ผู้ชาย!! แถมยังหมดสติด้วย
" เดี๋ยวก่อนนะแฮปปี้ นายเคยบอกว่าเข็มทิศน้อยสามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิตได้ในระยะ 50 กม.ไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงตรวจจับได้แค่ระยะ 5 เมตรล่ะ มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า "
' อาจเป็ไปได้ว่ามนุษย์ที่เข็มทิศสุญญากาศตรวจจับได้มีระบบปกป้องการตรวจจับจากบุคคลภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่ระบบป้องกันชนิดนี้จะมีใช้เฉพาะภายในกองทัพและกรมตำรวจอวกาศเท่านั้นครับ '
" งั้นก็แสดงว่าคนที่หมดสติอยู่อาจเป็ทหารหรือไม่ก็ตำรวจน่ะสิ ไม่ได้การละพวกเรารีบไปดูกันเถอะเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง "
โมเรย์รีบสาวเท้าตรงไปยังสถานที่ที่เข็มทิศฯระบุตำแหน่งโดยใช้ม่านมายาอำพรางร่างกายตัวเองเอาไว้เพื่อที่ว่าหากสถานการณ์ไม่เป็ไปอย่างที่คิดจะได้ถอยออกมาทัน อีกอย่างผู้ชายคนนั้นเป็ใครมาจากไหนจะดีหรือร้ายก็ยังไม่รู้ กันเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
เมื่อมาถึงจุดที่เข็มทิศฯระบุ โมเรย์ก็เห็นร่างผู้ชายตัวใหญ่ในชุดรัดรูปสีดำสนิทนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นหญ้าข้างทาง เมื่อมองสำรวจบริเวณโดยรอบแล้วไม่พบอะไรผิดปกติเด็กหนุ่มจึงค่อยเดินเข้าไปใกล้ๆ เตรียมจะพลิกร่างหนาขึ้นมาให้เ้าตัวหายใจได้สะดวกขึ้น แต่ทว่ายังไม่ทันได้แตะตัวคนเด็กหนุ่มก็ถูกรวบตัวจับกดลงพื้นโดยมีท่อนแขนแกร่งล็อคตึงที่ต้นคอไว้อย่างแ่าเสียก่อน
" แค็กๆ ปล่อยนะ " โมเรย์พยายามดิ้นรนออกจากท่อนแขนใหญ่ที่ล็อกตึงตัวเองเอาไว้อย่างยากลำบาก ใบหน้าอ่อนเยาว์เริ่มแดงก่ำเพราะหายใจไม่สะดวก
ด้านบาร์เนทท์ที่ป้องกันตัวตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นว่าคนที่ตนเองกดทับอยู่เป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่งจึงผ่อนกำลังลง โมเรย์ที่ััได้ถึงแรงกดที่คลายลงจึงฉวยโอกาสสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายแล้วกระถดถอยห่างออกไปทันที
บาร์เนทท์มองท่าทางหวาดระแวงของอีกฝ่ายอย่างจนใจพลางยันตัวเองลุกขึ้นนั่งพิงต้นไม้ด้านหลังเพื่อปรับระบบหายใจให้กลับมาปกติระหว่างนั้นก็พิจารณาเด็กน้อยตรงหน้าไปด้วย เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยกำลังแอบมองมาที่ตนเองอยู่เช่นกันจอมพลหนุ่มจึงคลี่ยิ้มตอบเป็เชิงขอลุแก่โทษ
" ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณใ ผมคิดว่าเป็คนร้ายก็เลยออกแรงมากไปหน่อย คุณาเ็ตรงไหนหรือเปล่า "
โมเรย์ส่ายหน้าเป็การตอบกลับ ถึงจะยังใอยู่แต่ก็ไม่มากขนาดนั้นแล้ว อีกอย่างคนเขาก็ขอโทษแล้วจะให้โกรธเกรี้ยวใส่ก็ไม่ใช่เื่อีก เด็กหนุ่มรอบพิจารณาชายหนุ่มอย่างละเอียดอีกครั้งก็เห็นร่องรอยความอิดโรยบนใบหน้าคมเข้มอย่างชัดเจน เห็นทีชายหนุ่มผู้นี้คงประสบพบเจอกับปัญหามาจริงๆ
" คุณ้าให้ผมช่วยอะไรไหม "
บาร์เนทท์เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ปกติคนทั่วไปจะต้องถามกันว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง... เกิดอะไรขึ้น... หรือคุณเป็ใครอะไรทำนองนี้ไม่ใช่หรือ แต่เด็กคนนี้กลับถามเขาว่า้าให้ช่วยอะไรไหม??
ตอนนี้ภายในความคิดของจอมพลหนุ่มมีเพียงคำว่าน่าสนใจผุดขึ้นมาเต็มไปหมด
โมเรย์ โคลร์...
เด็กน้อยช่างน่าสนใจอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ ไม่คิดเลยว่าเขาจะมาโผล่ที่นี่ Star9999 สินะ บังเอิญ... ช่างบังเอิญได้ดีจริงๆ
" มีเื่ให้คุณช่วยจริงๆ นั่นแหละ "
" คุณว่ามาได้เลย ถ้าช่วยได้ผมจะช่วย " โมเรย์พยักหน้ารับอย่างจริงจัง การช่วยเหลือเ้าหน้าที่ที่กำลังลำบากก็ถือว่าเป็หน้าที่ของประชากรดวงดาวที่ดีเหมือนกัน
" คุณไม่กลัวว่าผมจะเป็คนร้ายบ้างหรอ "
" คุณเพิ่งบอกผมเองว่าคุณไม่ใช่คนร้าย "
" ผมเหรอ?? เมื่อไรกัน "
" ตอนพบกันคุณบอกว่านึกว่าผมเป็คนร้ายนั่นก็แสดงว่าคุณอาจเป็ใครสักคนแต่ต้องไม่ใช่คนร้าย ผมพูดถูกไหม "
เด็กหนุ่มอ่านนิยายมาเยอะเื่แค่นี้จะดูไม่ออกเชียวหรือ ไหนจะมีเ้าระบบป้องกันฉุกเฉินอะไรนั่นที่มีใช้เฉพาะเ้าหน้าที่อีก แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนร้าย แต่เื่นี้เขาพูดออกไปไม่ได้เดี๋ยวคนตรงหน้าจะสงสัยขึ้นมาอีก
บาร์เนทท์ยิ้มรับการวิเคราะห์ของเด็กน้อยพลางพยักหน้ายอมรับเบาๆ
" ถูกต้องผมไม่ใช่คนร้าย ผมเป็ทหาร แต่เกิดเหตุสุดวิสัยถึงได้มาอยู่ที่นี่ " บาร์เนทท์หยุดพูดครู่หนึ่งขณะเพ่งมองโมเรย์ที่อยู่ไม่ไกล
" จะเป็การรบกวนมากไปไหมถ้าผมจะขออยู่กับคุณสักพัก "
"??? "
" และผมไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ แม้แต่คนในครอบครัวของคุณ "
โมเรย์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างใช้ความคิด บางทีนายทหารคนนี้อาจจะกำลังทำภารกิจบางอย่างที่บอกใครไม่ได้อยู่ ดูจากการแต่งตัวและสภาพการณ์ที่เห็นอยู่ตอนนี้น่าจะมีความเป็ไปได้สูง แต่จะให้ไปอยู่ที่บ้านด้วยเลยมันจะดีเหรอ เขาเองก็มีความลับที่บอกใครไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่ช่วยแล้วนายทหารคนนี้จะทำยังไง??
บาร์เนทท์ที่จ้องมองโมเรย์อยู่ตลอดรู้ดีว่าเด็กหนุ่มกังวลเื่อะไร
" แต่ถ้าคุณไม่สะดวกก็ไม่เป็ไรครับ "
" แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป " โมเรย์อดถามออกไปไม่ได้
" คุณไม่ต้องกังวล ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดช่วยตัวเองไม่ได้หรอกนะ แค่พักสักหน่อยแล้วหาที่พักสักที่ก็ได้แล้ว "
แม้เ้าตัวจะพูดแบบนั้นแต่โมเรย์สังเกตเห็นร่องรอยของความกังวลและความอ่อนล้าภายในตัวชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน
ช่างเถอะ!! ก็แค่ให้พักอยู่ด้วยสักระยะหนึ่งเท่านั้นคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรนัก แต่คงต้องคำข้อตกลงกันไว้ให้ชัดเจนก่อน
" ตกลง!! ผมให้คุณไปพักที่บ้านด้วยก็ได้ ผมจะไม่บอกใครว่าคุณอยู่กับผม และคุณก็ต้องไม่บอกเื่ผมกับใครเหมือนกันไม่ว่าจะเป็ที่ทำงาน ครอบครัว คนรักก็ไม่ได้ "
" ผมไม่มีคนรัก " บาร์เนทท์ตอบกลับนิ่งๆ แต่สายตาที่จ้องมองเด็กหนุ่มกับจริงจังจนเ้าตัวมึนงงไปชั่วขณะ
เอ่อ... ก็ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนี้หรือว่าเขาพูดอะไรผิดไป??
" งั้นก็ตกลงตามนี้ "
มโรย์ลุกขึ้นปัดเศษดินที่กางเกงแล้วเดินไปช่วยพยุงบาร์เนทท์ที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ไม่ไกลขึ้น ซึ่งเ้าตัวก็ให้ความร่วมมืออย่างดี แต่เพราะบาร์เนทท์ทิ้งน้ำหนักตัวไปทางโมเรย์มากเกินไปเลยทำให้เด็กหนุ่มเกือบหงายหลังล้มลงไปอีกครั้ง โชคดีที่จอมพลหนุ่มทรงตัวได้ทันจึงตึงร่างเด็กหนุ่มเอาไว้ได้
" ขอโทษด้วยผมมึนหัวนิดหน่อย คุณโอเคไหม "
ถึงปากจะบอกว่าขอโทษแต่ท่อนแขนแกร่งที่ตึงร่างโมเรย์เอาไว้กลับไม่คลายออกทั้งยังดูเหมือนจะโอบกระชับแน่นขึ้นอีก ตอนที่ดูเด็กน้อยไลฟ์สตรีมจอมพลหนุ่มก็พอมองออกว่าเด็กน้อยร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก อาจมีค่าพลังไม่ถึงระดับ D แต่ไม่คิดว่าเด็กน้อยจะอ่อนแอกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก ค่าพลังคงไม่ถึงระดับ F+ เหมือนประชากรดวงดาวทั่วไปด้วยซ้ำ เห็นทีคงต้องตรวจสอบรายละเอียดมากกว่านี้เสียแล้ว
ด้านโมเรย์ก็ไม่ได้คิดมากอะไรเพียงส่ายหัวตอบกลับเท่านั้น
" ผมไม่เป็อะไร คุณยังเดินไหวอยู่ไหม บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไรผ่านลำธารนี่ไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว "
" ไหว "
" ว่าแต่คุณชื่ออะไร เอ่อ.. ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้องบอกก็ได้นะ "
" ถ้าไม่บอกแล้วคุณจะเรียกผมว่าอะไรล่ะ " บาร์เนทท์ยิ้มขำกับความกังวลเกินเหตุของเด็กน้อยตรงหน้า
" ผมชื่อบาร์เนทท์ จะเรียกเนทท์เฉยๆ ก็ได้ "
" คุณเนทท์ "
" เนทท์ก็พอ เรียกคุณออกจะขัดหูไปหน่อย อีกอย่างผมเป็แค่คนมาขออาศัยจะให้เ้าบ้านเรียกคุณแบบนั้นคุณแบบนี้คงดูไม่ดีเท่าไร ว่าไหม "
" ก็ได้ ส่วนผมชื่อโมเรย์นะ คุณจะเรียกยังไงก็ได้แล้วแต่คุณเลย "
" ได้ ขอบคุณนะเรย์ที่ช่วยผมไว้ "
" ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ ลุงของผมก็เป็ทหาร ผมรู้ว่าพวกคุณทำงานหนักแค่ไหนเพื่อปกป้องดวงดาวของพวกเรา "
บาร์เนทท์ไม่พูดอะไรอีกปล่อยให้โมเรย์พยุงตนเองไปตามทางเรื่อยๆ ยามเมื่อหันมองไปใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อนี่ ความตึงเครียดภายในร่างกายและจิตใจที่สะสมอยู่ก่อนหน้าก็ดูคล้ายจะค่อยๆ ผ่อนคลายลงไปด้วย
แตกต่างจากโมเรย์ที่หอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อยพยายามก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง
เมื่อไรจะถึงซะทีเนี่ย หนักจะตายอยู่แล้ว!!!
--------------------------------------------------
*หวังว่าทุกคนจะเอนจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)