ตอนที่ 4: รอยสักที่อกซ้าย... กับรุ่งเช้าของระบบใหม่
เวลา 03:30 น.
ลมหายใจที่สม่ำเสมอของพรีมดังคลอไปกับเสียงเพลงบลูส์แ่เบา หลังจากลุยละเลงลายเส้นอยู่หลายชั่วโมง ความล้าก็จู่โจมจนดีไซเนอร์สาวเผลอคว่ำหน้าฟุบหลับไปบนกองแบบร่างสเกตช์ภาพ โดยที่มือยังกำดินสอเอาไว้แน่น
กวินที่กำลังล้างอุปกรณ์เงียบ ๆ หลังเคาน์เตอร์บาร์ละมือจากซิงก์น้ำ เขาปัดมือกับผ้าเช็ดมือก่อนจะก้าวขาเดินอ้อมออกมาฝั่งบาร์อย่างเงียบเชียบ สายตาเรียวคมก้มมองใบหน้ายามนิทราของเธอ
"บทจะลุยก็ไม่คิดชีวิตเลยนะคับคุณดีไซเนอร์..." กวินพึมพำเสียงเบาพลางส่ายหน้าขำ ๆ
เขาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อคลุมตัวนอกของเธอที่พาดอยู่บนเก้าอี้สตูลข้าง ๆ ตั้งใจจะเอามาห่มให้ แต่เพราะจังหวะที่ขยับตัว มือของเขาดันไปสะดุดเข้ากับขวดหมึกและพู่กันที่พรีมใช้วาดตัดเส้นคอลเลกชัน
เคร้ง!
"อ๊ะ..." กวินอุทานแ่เบาเมื่อขวดหมึกดำพลิกคว่ำ น้ำหมึกสีเข้มไหลนองเป็ทางตรงดิ่งไปยังผ้ากันเปื้อนยีนส์ตัวเก่งของเขา และที่แย่กว่านั้นคือมันกำลังซึมเข้าสู่เสื้อยืดสีขาวตัวในจนเป็คราบวงใหญ่
ความวุ่นวายเล็ก ๆ นั้นทำให้คนหลับลึกอย่างพรีมสะดุ้งตื่นขึ้นมา ดวงตากลมโตปรือปรอยงัวเงียมองภาพตรงหน้า ก่อนจะเบิกกว้างด้วยความใเมื่อเห็นรอยหมึกปื้นใหญ่บนอกเสื้อของบาริสต้าหนุ่ม
"ตายแล้ว! กวิน! พรีมทำหมึกหกใส่คุณเหรอคะ? ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริง ๆ!" เธอลนลานลุกขึ้นยืนหยิบเอาทิชชูบนบาร์มาหมายจะช่วยเช็ด
"ใจเย็น ๆ คับคุณพรีม หมึกมันซึมเข้าเนื้อผ้าไปแล้ว เช็ดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วคับ" กวินรีบจับข้อมือเรียวไว้เพื่อดึงสติ ก่อนจะถอนหายใจขำ ๆ "สงสัยผ้ากันเปื้อนตัวโปรดของผมต้องอัปเกรดดีไซน์ใหม่ซะแล้ว"
"ถ้างั้น... คุณรีบถอดเสื้อไปซักก่อนไหมคะ เดี๋ยวหมึกมันจะฝังลึกซักไม่ออกนะ" พรีมบอกด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเต็มประตู
กวินนิ่งไปนิด ก่อนจะพยักหน้า "งั้นรอแป๊บนะคับ พอดีมีเสื้อสำรองหลังร้าน"
ชายหนุ่มปลดสายผ้ากันเปื้อนยีนส์ออกแล้วเอื้อมมือจับชายเสื้อยืดสีขาวถอดออกทางศีรษะอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้คิดอะไรตามประสาผู้ชาย ทว่าการกระทำนั้นกลับทำเอาพรีมถึงกับยืนแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดไปฉับพลัน!
ภายใต้เสื้อยืดเมื่อครู่ คือรูปร่างสูงโปร่งที่แฝงไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมส่วนแบบคนดูแลตัวเองอย่างดี ผิวขาวนวลสะท้อนแสงไฟนีออนดัดสีส้มในร้านดูอบอุ่น และสิ่งที่สะดุดสายตาของเธอที่สุด... คือบริเวณ 'อกซ้าย' ตรงตำแหน่งหัวใจของเขา
มันมีรอยสักตัวอักษรภาษาอังกฤษสไตล์มินิมอล เส้นสายเฉียบคม ทว่าแฝงความหมายลึกซึ้งเด่นหราอยู่คำว่า...
‘To give is to live forever’
พรีมจ้องมองข้อความนั้นนิ่งงันราวกับต้องมนตร์สะกด ตัวอักษรเรียบง่ายแต่กลับแผ่รังสีความอบอุ่นอันแรงกล้าออกมาจนเธอรู้สึกได้ หัวใจในอกซ้ายของเธอเผลอเต้นะเิจังหวะโครมครามขึ้นมาอีกครั้งจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
"มองขนาดนี้... อยากเปลี่ยนใจมาขอดูเรฟเฟอเรนซ์รอยสักของผมแบบเต็มตัวแล้วเหรอคับ?"
เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่สวมเสื้อเชิ้ตตัวใหม่เสร็จเรียบร้อย กวินเลิกคิ้วมองเธอพลางขยับรอยยิ้มมุมปากแสนเสน่ห์ที่ทำให้พรีมหน้าร้อนวาบจนแทบะเิ เธอกระแอมไอแก้เขินระรัว พลางรีบเบือนหน้าหนี
"บะ... บ้าเหรอคะ! ใครจะอยากดูเนื้อตัวคุณกัน" พรีมทุบโต๊ะบาร์เบา ๆ กลบเกลื่อน "ฉันแค่สะดุดตาข้อความที่รอยสักต่างหาก... To give is to live forever การให้อะไรเหรอคะที่ทำให้อยู่ตลอดไป?"
แววตาขี้เล่นของกวินไหววูบไปแวบหนึ่ง มันแปรเปลี่ยนเป็สายตานิ่งสงบและลึกซึ้งราวกับมหาสมุทร เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอ สบตากับดีไซเนอร์สาวตรง ๆ
"ตรรกะของมันเรียบง่ายมากคับคุณพรีม... ในโลกธุรกิจที่ผมเคยผ่านมา ทุกคนจ้องแต่จะ 'ไขว่คว้าและเอาชนะ' จนหลงลืมตัวเอง แต่พอผมเลือกที่จะเดินออกมาแล้วผันตัวมาเป็ 'ผู้ให้'..." เขาชี้นิ้วไปที่เครื่องชงกาแฟและจานเค้กส้มที่วางอยู่ "ให้เครื่องดื่มอุ่น ๆ ให้ขนมอร่อย ๆ หรือแม้แต่... ให้พื้นที่ปลอดภัยสำหรับรับฟังความขมในใจของใครบางคน"
กวินคลี่ยิ้มอบอุ่นอย่างที่พรีมไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมกลับรู้สึกว่า ตัวตนของผมมันมีความหมายและมีชีวิตอยู่ตลอดไปในความทรงจำของพวกเขา... มากกว่าตอนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกธุรกิจซะอีก"
คำสารภาพและมุมมองชีวิตอันเฉียบคมทว่าแสนอ่อนโยนของบาริสต้าลึกลับคนนี้ บินตรงเข้ากระแทกใจกลางระบบหัวใจของพรีมอย่างจัง ความรู้สึกชื่นชมและหวั่นไหวเอ่อล้นจนเธอทำได้เพียงแค่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
กิ๊ง... กิ๊ง...
เสียงนาฬิกาโบราณในร้านตีบอกเวลาตีสี่ตรง พร้อมกับแสงเงินแสงทองแรกของวันใหม่ที่เริ่มจับขอบฟ้า รำไรลอดผ่านกระจกหน้าร้านเข้ามา กวินยืดตัวขึ้นบิดี้เีเล็กน้อยก่อนจะหันมายิ้มให้เธอ
"หมดเวลาคาเฟ่ลับยามวิกาลแล้วครับคุณพรีม... แสงเช้ามาแล้ว ตรรกะของวันใหม่กำลังจะเริ่มต้น" กวินเดินไปส่งเธอที่หน้าร้าน
พรีมเก็บแฟ้มงานเสร็จเรียบร้อย เธอก้าวขาออกไปหน้าร้านที่สายฝนแห้งสนิทแล้ว ลมเช้าพัดมาสลวย อากาศสดชื่นจนเธอรู้สึกเหมือนเป็คนใหม่ ดีไซเนอร์สาวหันกลับมามองบาริสต้าหนุ่มที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงส่งยิ้มให้เธออยู่
"กวินคะ... ขอบคุณสำหรับคืนนี้จริง ๆ นะคะ งานคอลเลกชันนี้ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงพังไปแล้ว" พรีมสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดต่อ "คือว่า... ถ้าคอลเลกชันนี้ผ่าน และฉันอยากชวนคุณไปกินข้าวในฐานะ 'ผู้ซัพพอร์ตระบบใจ' ของฉัน... ฉันจะติดต่อคุณได้ยังไงคะ?"
กวินเลิกคิ้วหนา หยิบนามบัตรสีดำเรียบหรูออกมายื่นให้เธอ ยิ้มมุมปากแสนกวนขยับทำงานอีกครั้ง "นี่เบอร์ส่วนตัวของผมคับ... แต่ระวังหน่อยนะคับคุณพรีม เพราะตรรกะเบอร์นี้ ถ้ากดโทรเข้ามาแล้ว... ระบบร้าน Midnight Cafe จะปิดถาวรเพื่อไปเปิดระบบ 'คนคลั่งรักคุณพรีมแบบ 24 ชั่วโมง' แทนทันทีนะคับ"
คำหยอดทิ้งท้ายอันร้ายกาจทำเอาพรีมหน้าร้อนฉ่าจนแทบไหม้ เธอรีบคว้านามบัตรมาใส่กระเป๋าแล้วหมุนตัววิ่งหนีออกไปทันที โดยมีเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวเป็กลองรบ และเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอบอุ่นของกวินไล่หลังมา...