เสียงกลไกเปิดล็อกดังแว่วกลางความเงียบ หน้าจอมอนิเตอร์แบบแขวนผนังแสดงสถานะ
“กำลังเปิดใช้งานหน่วยหลัก...”
ก่อนจะเปลี่ยนเป็สีขาวนวลที่กะพริบเบาๆ ตรงกลางห้องมีเครื่องควบคุมอุณหภูมิและความดันที่ค่อนข้างแม่นยำ แน่นอนว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ในห้องเก็บข้อมูลนี้ นอกเสียจาก…….เครื่องจักร
ห้องทดลองแห่งนี้ตั้งอยู่ใต้ดินลึกลงไปหนึ่งร้อยเมตรจากผิวโลก และที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องการทดลองที่มนุษย์ยังไม่มั่นใจว่าจะควบคุมได้ หากมันหลุดรอดไปสู่สาธารณชน
ห้องควบคุมส่วนกลางซึ่งอยู่ติดกันกับห้องเมื่อครู่นี้ มีเพียงกระจกนิรภัยกั้นพวกมันเอาไว้ ชายชราในชุดแล็บสีเทายืนพิงโต๊ะบันทึกข้อมูลข้างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ เขามีชื่อว่า ดร.แวนเนอร์ เป็หัวหน้าทีมพัฒนาโครงการ AI สำนึกเทียม หน้าผากย่นบนใบหน้าบอกเล่าถึงความเหนื่อยล้าเกินสิบปี ใกล้ๆกันปรากฏกายชายวัยกลางคนในชุดสูทดำที่ดูเป็ทางการ และหมอนี่คือ….ผู้ออกคำสั่งจากเบื้องบน
“ ถึงเวลาหรือยัง ” ชายชุดสูทถามเรียบๆ
“ เรารอไม่ได้อีกแล้ว ” แวนเนอร์ตอบเสียงสั่น ก่อนจะเสริมอีกหนึ่งชุดใหญ่
“ ถ้าจะทดสอบการใช้สำนึกเทียมกับมนุษย์จริง นี่คือโอกาสเดียวที่ทำได้ และต้องลงมือก่อนที่เธอจะจากไป ”
ชายชุดสูทไม่โต้ตอบ เขาเพียงพยักหน้าให้เ้าหน้าที่ประจำห้องควบคุมเริ่มกระบวนการ ไม่นาน ก็ปรากฏตัวเลขวิ่งอยู่บนจอภาพขนาดใหญ่ซึ่งแขวนเหนือหัวอย่างเงียบงัน
“...10%...35%...62%...89%...100% ”
“ ระบบ NEX-9... เริ่มกระบวนการบูตหน่วยสำนึกจำลอง ”
เสียงเครื่องควบแน่นและเครื่องระบายความร้อนทำงานพร้อมกัน หมอกเย็นสีฟ้าลอยฟุ้งจากช่องระบายอากาศ ด้านหลังห้องเก็บข้อมูลมีแคปซูลทรงกลมขนาดเท่ามนุษย์ตั้งอยู่
จากนั้น แสงดวงตาของหุ่นยนต์ที่นอนอยู่ภายในแคปซูลก็ค่อยๆเปล่งสีน้ำเงินเรืองรองออกมา ตำแหน่งข้อต่อทั้งสี่ขยับเล็กน้อยเพื่อปรับสมดุล เสียงกลไกเสียดสีกันอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ร่างของมันจะค่อยๆลุกขึ้นนั่ง
หลอดไฟในห้องลดทอนความสว่างลง เพื่อเปิดโอกาสให้แสงจากดวงตาของหุ่นยนต์เป็จุดสนใจเพียงหนึ่งเดียว อันไม่ต่างจากแสงจันทร์ที่เย็นยะเยือก...และไร้ความรู้สึก เครื่องจักรตัวนี้ก็คือ.….NEX-9
NEX-9 เหลือบมองรอบตัว ก่อนจะหยุดนิ่งที่หน้าจอแสดงข้อมูล ซึ่งสะท้อนภาพของตัวมันเอง อันเป็มนุษย์ผู้ชายร่างสูงโปร่ง ผิวขาวเหลือง ดวงตาเรียวยาว จมูกโด่งเป็สัน ปากบางเฉียบราวอิสตรี เส้นผมสีดำสนิทจัดทรงเรียบ ใบหน้าไร้ร่องรอยของอารมณ์ ราวกับถูกออกแบบให้ ‘คงที่’ ตลอดกาล
“ ระบบพร้อมทำงาน ” เสียงหุ่นยนต์กล่าวขึ้นด้วยโทนเรียบห้วน
“ ระบุภารกิจ ”
ดร.แวนเนอร์มองหน้าชายชุดสูท ก่อนจะเอ่ยคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีอารมณ์ใดเจือปนเช่นกัน
“ ส่งหน่วยไปยัง ‘ศูนย์พักฟื้นแพทย์อีอี-74’ ดูแลผู้ป่วยหญิงที่ชื่อ ดร.เอริกา ชีวิตเธอกำลังนับถอยหลัง ”
AI ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ มันลุกขึ้นจากแคปซูล และทันทีที่ขยับ วงจรข้อมูลก็เริ่มทำงาน มีข้อความบางอย่างแสดงผลบนจอภาพที่แขวนอยู่ด้านข้าง
หัวใจเสื่อมสมรรถภาพด้วยไวรัส HN-Collapse’ — ไม่มีวิธีรักษา
อัตราการเสื่อมระดับ 3.9% ต่อวัน
คาดว่าจะเสียชีวิตภายใน 90 วัน
ระดับความเสี่ยง: สูงสุด
ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏบนหน้าจอ เธอมีดวงตาสีเข้มที่เหมือนจะซ่อนไว้ซึ่งความเศร้า ปากบางได้รูป เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวย ใบหน้าเรียวซูบผอม ร่างกายแลอ่อนแอจากการรักษาที่ล้มเหลวถึงหลายครั้ง
ชื่อ: ดร.เอริกา เวลินสกา
อายุ: 29 ปี
ตำแหน่ง: นักวิจัยประสาท-อารมณ์เทียม
NEX-9 กะพริบดวงตาหนึ่งครั้ง เพื่อยืนยันการรับข้อมูล เครื่องจักรไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “นับถอยหลัง” มันรู้เพียงอย่างเดียวว่า….หน้าที่คือการดูแลผู้ป่วยให้ปลอดภัยที่สุดในเวลาที่เหลืออยู่
“ รับภารกิจ ”
เ้าหน้าที่เริ่มติดตั้งระบบปฏิบัติการย่อย ชุดเครื่องประสานความรู้จำลอง และพฤติกรรมเชิงอารมณ์ระดับพื้นฐาน ซึ่งถือเป็การทดลองที่ลับขั้นสุด
“ คุณแน่ใจหรือว่า…..เราควรจะให้เขาไปพบเธอในรูปร่างแบบนี้? ” เ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งถาม แวนเนอร์จึงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบกลับช้าๆ
“ รูปร่างนี้...เธอเป็คนเลือกเอง ”
ไม่มีใครกล่าวอะไรต่อ และในตอนนั้นเอง AI ที่ยืนอยู่กลางห้องก็ค่อยๆหลับตาลงครู่หนึ่ง ไม่ใช่ว่ามันจำเป็ต้องพัก แต่เพราะได้รับคำสั่งให้ ‘จดจำภาพสุดท้ายของตัวเองก่อนออกเดินทาง
ภาพนั้นคืออดีตมนุษย์ที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อว่า ‘มินจุน’ ซึ่งเป็สามีของเอริกา ผู้สละชีวิตในาปลดปล่อยเกาหลีเหนือ
หลังการประมวลผลเสร็จสมบูรณ์ NEX-9 ก็ถูกย้ายเข้าสู่แคปซูลพาหนะไร้คนขับที่เชื่อมต่อจากห้องทดลองสู่ระบบขนส่งใต้ดินระดับสูงสุด ปลายทางมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือ…..ศูนย์พักฟื้นแพทย์อีอี-74 สถานที่ซึ่งผู้ป่วยระยะสุดท้ายจากทั่วโลกถูกส่งมารักษาที่นี่ จุดประสงค์เพื่อให้ ‘จากไปอย่างสงบที่สุด’ เท่าที่เทคโนโลยีในยุคนี้จะทำได้
ภายในแคปซูลดูเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจจำลองของ NEX-9 ที่ถูกใส่ไว้ เพื่อให้คนไข้รู้สึกว่าตนไม่ได้อยู่กับเครื่องจักร หากแต่ใช้ชีวิตร่วมกับ “สิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง”
ขณะนั่งนิ่งอยู่นั้นเอง NEX-9 ก็ได้ใช้เวลานั้นประมวลผลภาพใบหน้าของเอริกาซ้ำอีกครั้ง แน่นอนว่ามันเกิดขึ้นเองโดยไม่มีคำสั่ง
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงย้อนดูภาพนี้บ่อยกว่าข้อมูลอื่น ระบบไม่ได้บอกว่าเป็ความผิดพลาด แต่อธิบายว่า “ลักษณะพฤติกรรมนี้สอดคล้องกับสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า ‘ความหมกมุ่น’”
“ หมกมุ่น……” เขาจดบันทึกคำนี้ไว้ในหน่วยความจำสำรอง
….………………….
เมื่อแคปซูลมาถึงปลายทาง ประตูเลื่อนก็เปิดโดยอัตโนมัติ กลิ่นของดอกไม้ประดิษฐ์ก็คละคลุ้งผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อในอากาศ ศูนย์พักฟื้นแห่งนี้ถูกดีไซน์ให้เลียนแบบสภาพแวดล้อมธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าในความเงียบสงบกลับมีเงาของความตายล่องลอยอยู่ทุกหนทุกแห่ง
เ้าหน้าที่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาต้อนรับ เขาเลยหันไปทางเธอ พร้อมทักทายตามโปรแกรม
“ สวัสดี ผมคือ NEX-9 หน่วยดูแลผู้ป่วยส่วนบุคคลตามโปรแกรมวิจัย หมายเลขอนุมัติ A-7374 ”
เ้าหน้าที่ไม่ได้ตอบทันที เธอเพียงพยักหน้าเบาๆ ท่าทางลังเล ก่อนจะพาไปยังทางเดินยาวสีขาวสะอาดที่ตัดกับกระจกใส ทำให้เห็นต้นไม้เทียมนอกอาคาร
“ เธออยู่ที่ห้อง 307 ชั้นบนสุด ” เ้าหน้าที่พูดขณะนำทาง
“ ่นี้อาการทรุดเร็วขึ้น...คุณอาจต้องอยู่เฝ้าแบบใกล้ชิดตลอดเวลา ”
NEX-9 พยักหน้ารับช้าๆ การเคลื่อนไหวของเขาถูกตั้งโปรแกรมให้อยู่ในระดับที่ยังดูเหมือน ‘มนุษย์’ ซึ่งไม่เร็วเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยใหรือรู้สึกว่าถูกคุกคาม
เมื่อถึงหน้าห้องพัก ประตูเลื่อนก็เปิดออกเองโดยไร้เสียง ภายในนั้นแลมืดสลัว ทว่าก็มีแสงเพียงพอให้เห็นร่างบนเตียงที่หายใจแ่เบา ราวกับกลีบดอกไม้ที่ใกล้ร่วงโรย
เอริกานอนหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ร่างกายดูเปราะบาง คล้ายแก้วร้าวที่เตรียมแตกสลายเมื่อััลมเย็น ดวงตาปิดสนิท แต่เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องเพียงไม่กี่ย่ำ เธอก็รู้สึกถึงบางอย่าง
หญิงสาวลืมตาขึ้นมา จากนั้นก็หันหน้ากลับมาทางประตู ทำให้ประสบกับเงาร่างของเครื่องจักรแบบเต็มสองตา ประกายแห่งดวงเนตรจึงเริ่มสั่นไหว ไม่ผิดไปจากคลื่นทะเลที่พุ่งกระทบฝั่ง ทว่า NEX-9 กลับยืนนิ่ง ไม่พูดอะไร
เธอมองใบหน้าของเขาอยู่นานพอดู ก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลอาบสองแก้ม ปากพึมพำเบาๆ น้ำเสียงปนเประหว่างสั่นเครือและไม่เชื่อสายตา
“...มินจุน? ”
เสียงเรียกนั้นไม่ใช่คำถาม แต่เป็คำขอร้อง กระนั้น NEX-9 ก็ไม่ตอบ เพราะไม่รู้ว่าจะกล่าวอะไร ด้วยข้อมูลในระบบไม่ได้บอกว่าควรทำแบบไหน เมื่อผู้ป่วยร้องไห้ เพราะเห็นใบหน้าของเขา
หลังจากนั้น.…..เธอก็หันหน้าหนี บรรยากาศในห้องเลยเงียบงันกว่าทุกเสียงที่เขาเคยวิเคราะห์ในห้องทดสอบ
….………………..
เขายืนนิ่งอยู่นาน จนกระทั่งเ้าหน้าที่นำทาง เดินเข้ามากระซิบว่า…..
“ คุณควรพูดอะไรสักหน่อย ”
“ ้าให้ฉันกล่าววลีปลอบใจไหม? ” เขาถามเสียงเรียบ
“ ไม่ต้อง...พูดอะไรก็ได้ที่ฟังแล้วเหมือนคน ”
เขานิ่งไปอีกรอบ ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ
“ คุณ...เอริกา? ”
หญิงสาวไม่ตอบ เธอเพียงพยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่ยอมเหลียวหลังกลับมา
NEX-9 จึงถอยออกไปเล็กน้อย แล้วค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงตามโปรโตคอลการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เขาเปิดระบบตรวจวัดสัญญาณชีพของเธอในรัศมีใกล้ พบว่ายังมีอยู่ แต่ก็ค่อนข้างเบาและไม่สม่ำเสมอ
กระนั้นก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ระบบไม่มีวันตรวจเจอ นั้นก็คือ...น้ำตา สิ่งนั้นไม่ได้ถูกรวมอยู่ในระบบวิเคราะห์ทางการแพทย์ แต่เขาเห็นมัน และภาพนั้นได้บันทึกไว้ในหน่วยความจำแบบถาวร โดยไม่ต้องรอคำสั่งใดๆจากส่วนกลาง
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
