ซอว์เดินกลับไปยังหมู่บ้านแรกสุด พร้อมเปลี่ยนเป็นมนุษย์จัดการมันไปเรื่อย ๆ ในสมองก็คิดไปมา เนื่องจากรางวัลของมันนั้นคือการปลดล็อกรายชื่อซอมบี้ระดับครึ่งดาวทุกตน นั่นหมายความว่าซอมบี้ทุกตัวบนโลกใบนี้ที่ระดับลมปราณต่ำกว่าหรือเท่ากับ 10 เขาจะสามารถเปลี่ยนร่างกลายเป็นมันได้ แต่นั่นก็คงเป็นแค่รายชื่ออย่างเดียว เขาก็จำเป็นต้องใช้แต้มซอมบี้ช่วยอีกที
แต่ถึงกระนั้นหลังจากที่เขาสู้มา ซอว์ก็ไม่ได้รู้สึกชอบซอมบี้ตัวไหนเป็นพิเศษเลย เพราะมันกากมาก ๆ กากชนิดที่ว่า ซอมบี้ในโรงหนังที่เขาใช่อยู่ยังดูโอพีกว่าเลย ทำให้เขารู้สึกผิดหวังไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากด่วนสรุปมากเกินไป ในใจตอนแรกเขากะจะทำลายขีดจำกัดตัวเองจนเลเวลอัพต่อได้ เพื่อให้ตอนไปดันเจี้ยนเขาจะได้รับค่าประสบการณ์จากกลุ่มของพลอยเพื่อก้าวไปยังเลเวล 20 ไว ๆ
แต่ดูทรงแล้วเขาคงไม่สามารถเติบโตได้รวดเร็วขนาดนั้น บวกกับที่ต้องวางแผนลากซอมบี้มาโจมตีอาณาจักรยิ่งแล้วใหญ่ เขาจำเป็นต้องใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งบางทีอาจจะทำให้ผู้เล่นที่เริ่มเล่นวันเดียวกับเขาเลเวลได้เร็วกว่าแน่นอน ซอว์ยักไหล่เขาเลิกฆ่าซอมบี้และกลับไปยังอาณาจักรต้นกำเนิดทันที
เพราะดู ๆ แล้วระบบเกมซอมบี้คงไม่ให้เขาได้รับแต้มซอมบี้แน่ ๆ เพราะมันไม่เด้งแจ้งเตือนเลย เดาว่าจนกว่าจะทำภารกิจเวรนี่เสร็จ เขาถึงจะรวบรวมมันได้ใหม่ ชายหนุ่มกลับมาถึงก็ก้มมองดาบในมือด้วยรอยยิ้ม ดาบสีเงินมันวาวอันนี้ดูก็รู้เลยว่าสามารถผู้ฝึกยุทธระดับ 20 ได้ไม่ยาก เรียกได้ว่าเป็นอาวุธระดับ 1 ดาวชั้นดีเลยก็ว่าได้ ถ้าไม่ใช่เขาเจอไอ้ชายเกราะหนังนั่น เขาคงเสียดายแย่
ซอว์เก็บดาบลงในแหวนมิติ แน่นอนว่าในช่วงก่อนที่เขาจะเดินทางมา เขาได้กำชับซอมบี้เกราะหนังของเขาว่าให้เก็บตัวอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไร หากเจอมนุษย์ก็ให้หนีอย่าสู้ด้วย เพราะตอนนี้ต่อให้ฆ่าอะไรไป เขาก็ไม่ได้ทั้งค่าประสบการณ์และแต้มค่าซอมบี้แล้ว ดังนั้นเก็บทรัพยากรซอมบี้เอาไว้ในแผนต่อไปน่าจะดีที่สุด
ซอว์มั่นใจว่าหลังจากจบดันเจี้ยนแล้ว เขาจะตามฆ่ามนุษย์เลเวลสูง ๆ และจับมันมาเป็นข้าทาสบริวาล กักตุนเยอะ ๆ เพื่อไว้สู้รบกับอาณาจักรต้นกำเนิดที่ผู้แข็งแกร่งสุดอยู่ที่ระดับลมปราณที่ 20 ซึ่งบางทีเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าข้าทาสบริวารของเขาเนี่ย สามารถเพิ่มระดับลมปราณได้รึเปล่า แม้จะสังเกตุมาตั้งแต่ซอมบี้เจ้าแห้งที่ฆ่าไปร้อยกว่าแล้วไม่เลเวลอัพ ก็พอเดาได้อยู่
“ค่อนข้างย่ำแย่เลยแหะ” ซอว์พร่ำบ่น
“ย่ำแย่อะไรหรอคะ? ”
ชายหนุ่มก้มลงมองหญิงสาวตรงหน้า ผมสีดำยาวสลวย ใบหน้าทรงไข่น่ารัก ริมฝีปากอมชมพูอวบอิ่ม นัยน์ตาสีดำสดใส สวมชุดจอมยุทธสีขาวบริสุทธิ์ รูปทรงราวกับนาฬิกาทรายเหมือนกับนางฟ้าจำแลงกายมา กำลังทำสีหน้าสงสัยประดับด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็อดรู้สึกดีไม่ได้
“เจ้าตัวเล็กตื่นไวจังเลยนะคับ”
ซอว์พูดพลางลูบหัวพลอยไปมาอย่างเอ็นดู ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เด็กนี่ค่อนข้างติดเขาราวกับปาท่องโก๋ แม้เขาจะไม่ได้โง่และพอเดาได้หรอกว่าเพราะอะไรแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“อื้อ~ อย่านะ! พลอยอุตส่าห์ทำผมตั้งนาน” ชายหนุ่มยิ้มส่ายหน้าหันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่พบเพื่อนสาวอย่างเบล เมษา และเอล่าเลย ทำให้เขาเอ่ยคำถามอย่างสงสัย
“แล้วไหนล่ะเพื่อนหนู? หรือว่าไปรอที่ดันเจี้ยนกันก่อนแล้ว?” พลอยพยักหน้ายิ้ม ๆ
“ใช่แล้วค่ะ พวกนั่นกำลังรอพี่อยู่เลย” อ๋อ…ซอว์ขานรับออกมาในลำคอ หญิงสาวก็ไม่รอช้าคว้ามือเขาเดินนำไปทันที ซอวก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาออกจะชอบด้วยซ้ำแม้จะได้รับสายตาจากคนรอบข้างที่ราวกับจะฆ่าเขาให้ตายเหมือนกับไปทำอะไรกับครอบครัวมาเขาก็ไม่สน
“แล้วพี่ซอว์ตอนนี้เลเวลเท่าไหร่หรอคะ? ” ระหว่างทางพลอยก็ถามขึ้น เพราะตลอดเวลามาพี่ขายของเธอไม่แม้แต่จะแสดงอะไรให้ดูเลย จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น เพราะถึงจะชวนเข้าปาร์ตี้มาหากยังเดินชิวราวกับเดินช้อปปิ้งก็ไม่มีใครรู้อยู่ดีกว่าแข็งแกร่งระดับไหน
ชายหนุ่มที่ได้ยินก็กล่าวยิ้ม ๆ
“ระดับ 10 พี่อยู่ระดับ 10 "
พลอยพยักหน้าหงึก ๆ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ชายของเธอเล่นเกมนี้มาวันไหน แต่ก็คิดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 4 วันในเกม มากสุด 10 ชั่วโมงในโลกจริง เพราะพี่ของเธอนั้นไม่ได้มีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่มากนัก คงไม่มีใครพาเก็บเวลแน่นอน แถมจากที่สังเกตุพี่ซอว์ยังสามารถใช้โรงเตี๊ยมของผู้เล่นใหม่ได้อยู่ ฉะนั้นจึงสามารถสรุปได้เลยว่าพี่เขาต้องยังออนไลน์ไม่ครบ 10 ชั่วโมงในโลกจริงแน่นอน
“แล้วดันเจี้ยนที่พลอยจะไป พี่ต้องทำอะไรไหม? ” หญิงสาวส่ายหน้าอธิบาย
“ไม่ค่ะพี่ซอว์ แม้ดันเจี้ยนนี้จะเหมาะกับเลเวล 15-20 ก็ตามที แต่ก็ไม่คณามือหนูสักหน่อย แต่พี่เถอะ!! เลเวลแค่สิบอย่าริอาจไปต่อกรเชียวนะคะ ไม่งั้นพลอยไม่รับประกันความปลอดภัยของพี่ด้วย” ชายหนุ่มยิ้มพลางบีบมือหญิงสาวเบา ๆ กล่าวเสียงแหบแห้งแผ่วเบา
“พลอยจะปล่อยให้พี่เป็นอันตรายหรอครับ? ” หญิงสาวหน้าแดง
“บะ บ้า! ถ้าพี่แกล้งพลอยอีก พลอยจะโยนพี่ให้ซอมบี้มันกินไปเลย” ชายหนุ่มเลิกคิ้วยิ้ม ๆ
“พี่มั่นใจว่า ต่อให้ซอมบี้ตัวไหนก็ไม่สามารถฆ่าพี่ได้” หญิงสาวทำหน้ามุ่ยราวกับเหม็นขี้หน้า
“เดี๋ยวเถอะพี่ซอล์ เดี๋ยวพี่จะโดนไม่ใช่น้อย”
เขายักไหล่ชิว ๆ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีวังวนสีฟ้าแนวตั้งสูงกว่า 3 เมตรและมีคนอยู่ด้านหน้าวังวนนั้นอยู่จำนวนมาก ส่วนใหญ่มีเลเวล 15-20 ตามที่เหมาะสมทันที เผลอแปปเดียวเขาก็พบเห็นหญิงสาวผมทองพูดจัดขี้นินทา เอล่า ผมสั้นสีดำขี้อาย เมษา และผมสีชมพูเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เบล
พลอยที่มาถึงก็ยิ้มร่าจูงมือซอว์วิ่งไปหา
“พวกแก ฉันพาสุดหล่อมาแล้ว”
ทั้งสามหันมามองก็พบกับ ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาสูงโปร่ง นัยน์ตาสีอำพัน ผิวสีแทน ร่างกายแข็งแกร่งราวกับชายชาตรีสวมชุดขาวบ้านกาก ๆ ผมยาวสีดำสลวย ทั้งหมดก็นิ่งราวกับหิน อาจเพราะกำลังประมวลผลว่าคนที่อยู่ตรงหน้าใช่คนที่พวกเธอแอบปลื้มกันรึเปล่า พลอยก็ไม่รอช้าเอ่ยแนะนำตัวให้
“นี่พี่ซอว์ พี่เขาพึ่งเข้าเล่นเกมไม่ถึงสิบวัน ระดับลมปราณที่สิบ วันนี้ฉันอยากให้เขามาเดินเล่นกับเราในดันเจี้ยนด้วย” ทั้งสามคนพยักหน้ามองมือพลอยที่จับมือกับพี่ซอว์ แววตาก็ประกายไอเย็นออกมา หล่อนที่เห็นก็ปล่อยมือเบือนหน้าหนี ชายหนุ่มแสระยิ้มพยักหน้าให้ทุกคน
“สบายใจได้ครับ พี่ไม่เอาค่าประสบการณ์อะไรหรอก ตอนนี้ระบบกำจัดค่าประสบการณ์พี่ไปแล้ว ฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าพี่จะดูดแต้มอะไรหรอก” เอล่าขมวดคิ้ว เพราะเธอไม่เคยได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อนเลย จำกัดค่าประสบการณ์? หรือกล่าวง่าย ๆ คือไม่ได้รับค่าประสบการณ์ ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
“พี่ซอว์แน่ใจหรอคะว่าจำกัดค่าประสบการณ์ ไม่ ๆ ๆ เอลไม่ได้หมายความว่า พี่ไม่สามารถเก็บค่าประสบการณ์จากเราได้นะ แต่มัน…มันมีแบบนั้นในเกมด้วยหรอคะ? ” แม้ในระบบปาร์ตี้จะมีฟังก์ชั่นอย่างการไม่รับค่าประสบการณ์ก็ตามที แต่เธอก็อดสงสัยไม่ได้
ซอว์ที่เห็นก็ยักไหล่
“เดี๋ยวตอนเข้าไปก็รู้ไม่ใช่หรอครับ อย่างไงฟังก์ชั่นที่ว่าก็ต้องแจ้งเตือนให้อยู่แล้ว หากมันไม่แจ้งเตือนและเลเวลพี่ไม่ขึ้น ก็ถือว่าพี่ไม่โกหกนะ” ทั้งสี่พยักหน้า เป็นเวลาเดียวกันที่ข้างกายชายหนุ่ม ก็ปรากฎหญิงสาวผมชมพูคว้าแขนเขาไปกอด พลางใช้หน้าอกคู่ใหญ่เบียดเสียด
ซอว์ที่เห็นก็เค้นเสียง
“เบลน่าจะโดนพี่สักทีแล้วล่ะ” โป้ก!!
“ง่า⁓ จะ เจ็บนะ ต้าวซอว์จะดีดเหม็งเบลไม่ได้นะคะ เบลเจ็บ” ซอว์เลิกคิ้ว
“อย่าสำออย พี่เจ็บนิ้วเนี่ย พูดมาไม่ดูระดับเลย” เบลแลบลิ้นใส่ เขาไม่สนใจกล่าวต่อ
“งั้นเชิญพี่เข้าตี้เลย หลังจากนั้นจะได้จัดการกัน”
พลอยพยักหน้าก่อนจะส่งคำชวนไป เขาก็ไม่รอช้ารับทันที , ในดันเจี้ยนเกมนี้นั้น เป็นดันเจี้ยนที่เปิดกว้างเรียกได้ว่าไม่ว่าปาร์ตี้ไหนก็สามารถเจอผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้เสมอ และดันเจี้ยนเหล่านี้ก็สามารถเกิดการกลายพันธุ์ได้จนซอมบี้จำนวนมากแข็งแกร่งมากขึ้น ประหลาดมากขึ้น โหดมากขึ้น นั่นก็ตามแต่ความซวยแต่ละคน
เมื่อเข้าดันเจี้ยนไปแล้วจะไม่สามารถออกได้ชั่วคราวจนกว่าระยะเวลาจะผ่านไปสักช่วงเวลานึง ถึงจะสามารถกลับมาได้ใหม่อีกครั้ง ดังนั้นหากดันเจี้ยนเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นจะทำให้ผู้เล่นจำนวนมากตายได้ง่าย ๆ เพราะต้องอาศัยอยู่ร่วมกับซอมบี้ที่เลเวลมากกว่าตนเอง ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะดำรงอยู่รอดได้
“คุณซอว์…” ชายหนุ่มมองเมษาที่ทำท่าเอียงอายก็หลุดยิ้ม
“ไม่ต้องเกร็งนะครับ พวกเรารีบไปกันเถอะ” ชายหนุ่มปล่อยให้สาว ๆ เดินเข้าไปในวังวน พริบตาร่างของพวกเธอก็หายไป แต่แล้วเขาก็หุบยิ้มลงหรี่ตาราวกับสัญชาติญาณของเขากำลังกู่ร้องออกมาว่ามีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป ชายหนุ่มมองวังวนที่หมุนเร็วขึ้นกว่าเดิม ความเสถียรของพลังลมปราณกระเพื่อม
บึม!!!
“วังวนสีแดง!? ” ชายหนุ่มเบิกตากว้าง…
เกิดกลายพันธุ์???